รับแอปรับแอป

Adobe ยอมจ่าย 150 ล้านดอลลาร์ หลังยกเลิกสมาชิกยาก

Phanuphong.T03-16

Adobe ยอมจ่าย 150 ล้านดอลลาร์ หลังถูกกล่าวหาว่ายกเลิกสมาชิกยาก

บริษัทซอฟต์แวร์ชื่อดังอย่าง Adobe ได้ตกลงยุติคดีกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ หลังถูกกล่าวหาว่าทำให้กระบวนการ Adobe subscription cancellation หรือการยกเลิกบริการสมาชิกของผู้ใช้งานทำได้ยากเกินไป โดยข้อตกลงครั้งนี้มีมูลค่ารวมถึง 150 ล้านดอลลาร์

ข้อตกลงดังกล่าวแบ่งออกเป็นสองส่วน ได้แก่ การจ่ายเงิน 75 ล้านดอลลาร์ให้กับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) และอีก 75 ล้านดอลลาร์ในรูปแบบบริการฟรีสำหรับผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบ

แม้จะตกลงยุติคดี แต่ Adobe ยังคงยืนยันว่าไม่ได้ทำผิดตามข้อกล่าวหา

ที่มาของคดีเกี่ยวกับ

คดีนี้เริ่มต้นขึ้นในเดือนมิถุนายน 2024 เมื่อกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ยื่นฟ้อง Adobe โดยกล่าวหาว่าบริษัทใช้รูปแบบการสมัครสมาชิกที่ทำให้ผู้ใช้ยกเลิกบริการได้ยาก

ข้อกล่าวหาหลักระบุว่า

  • กระบวนการยกเลิกบริการมีขั้นตอนซับซ้อน

  • ผู้ใช้บางรายต้องเผชิญค่าธรรมเนียมยกเลิกก่อนกำหนด

  • เงื่อนไขบางส่วนไม่ได้ถูกเปิดเผยอย่างชัดเจน

บริการของส่วนใหญ่ใช้ระบบ subscription ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้ต้องสมัครสมาชิกแบบรายเดือนหรือรายปีเพื่อใช้งานโปรแกรม เช่น Photoshop, Illustrator และ Premiere Pro

ปฏิเสธข้อกล่าวหา

แม้ว่าจะมีการตกลงจ่ายเงินเพื่อยุติคดี แต่ Adobe ระบุว่าบริษัท ไม่ยอมรับว่ามีความผิด และยังคงยืนยันว่ากระบวนการสมัครและยกเลิกบริการมีความโปร่งใส

บริษัทระบุในแถลงการณ์ว่า

  • เงื่อนไขการสมัครสมาชิกถูกเปิดเผยอย่างชัดเจน

  • ผู้ใช้สามารถยกเลิกบริการได้

  • กระบวนการถูกออกแบบให้เข้าใจง่าย

อย่างไรก็ตาม Adobe ยอมรับว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้ปรับปรุงขั้นตอนการสมัครและการยกเลิกบริการให้ สะดวกและโปร่งใสมากขึ้น

ผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบจะได้รับอะไร

ในข้อตกลงครั้งนี้ Adobe จะจัดสรร บริการฟรีมูลค่า 75 ล้านดอลลาร์ ให้กับผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบจากกระบวนการยกเลิกสมาชิกในอดีต

บริษัทระบุว่าจะ

  • ติดต่อผู้ใช้ที่มีสิทธิ์ได้รับสิทธิประโยชน์

  • แจ้งรายละเอียดหลังศาลอนุมัติเอกสารที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่าบริการฟรีดังกล่าวจะมาในรูปแบบใด เช่น

  • เครดิต

  • การใช้งานซอฟต์แวร์ฟรีช่วงระยะเวลาหนึ่ง

กระแสวิจารณ์เกี่ยวกับระบบสมาชิก

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โมเดลธุรกิจแบบ subscription ของซอฟต์แวร์ได้รับทั้งเสียงสนับสนุนและเสียงวิจารณ์

ข้อดีของระบบนี้คือ

  • ผู้ใช้ได้รับอัปเดตซอฟต์แวร์ตลอดเวลา

  • ไม่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่

แต่ข้อเสียคือ

  • ผู้ใช้ต้องจ่ายเงินต่อเนื่อง

  • การยกเลิกสมาชิกอาจซับซ้อนในบางกรณี

ผลกระทบต่อผู้ใช้ในอนาคต

หลังจากการตกลงยุติคดีครั้งนี้ มีแนวโน้มว่าบริษัทอาจต้องปรับปรุงกระบวนการสมัครสมาชิกและการยกเลิกบริการให้ชัดเจนมากขึ้น

นักวิเคราะห์มองว่าบริษัทเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่ใช้ระบบ subscription อาจต้องให้ความสำคัญกับความโปร่งใสของเงื่อนไขการใช้งานมากขึ้นเช่นกัน

สรุป

คดีเกี่ยวกับ Adobe subscription cancellation จบลงด้วยข้อตกลงมูลค่า 150 ล้านดอลลาร์ แม้จะยืนยันว่าไม่ได้ทำผิดตามข้อกล่าวหา แต่บริษัทตกลงจ่ายเงินและให้บริการฟรีแก่ผู้ใช้บางส่วนเพื่อยุติคดี

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความโปร่งใสในการให้บริการแบบสมัครสมาชิก และอาจส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยีปรับปรุงกระบวนการยกเลิกบริการให้สะดวกและชัดเจนมากขึ้นในอนาคต

ที่มา 9to5mac