Adobe ยอมจ่าย 150 ล้านดอลลาร์ หลังถูกกล่าวหาว่ายกเลิกสมาชิกยาก
บริษัทซอฟต์แวร์ชื่อดังอย่าง Adobe ได้ตกลงยุติคดีกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ หลังถูกกล่าวหาว่าทำให้กระบวนการ Adobe subscription cancellation หรือการยกเลิกบริการสมาชิกของผู้ใช้งานทำได้ยากเกินไป โดยข้อตกลงครั้งนี้มีมูลค่ารวมถึง 150 ล้านดอลลาร์
ข้อตกลงดังกล่าวแบ่งออกเป็นสองส่วน ได้แก่ การจ่ายเงิน 75 ล้านดอลลาร์ให้กับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) และอีก 75 ล้านดอลลาร์ในรูปแบบบริการฟรีสำหรับผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบ
แม้จะตกลงยุติคดี แต่ Adobe ยังคงยืนยันว่าไม่ได้ทำผิดตามข้อกล่าวหา
ที่มาของคดีเกี่ยวกับ
คดีนี้เริ่มต้นขึ้นในเดือนมิถุนายน 2024 เมื่อกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ยื่นฟ้อง Adobe โดยกล่าวหาว่าบริษัทใช้รูปแบบการสมัครสมาชิกที่ทำให้ผู้ใช้ยกเลิกบริการได้ยาก
ข้อกล่าวหาหลักระบุว่า
กระบวนการยกเลิกบริการมีขั้นตอนซับซ้อน
ผู้ใช้บางรายต้องเผชิญค่าธรรมเนียมยกเลิกก่อนกำหนด
เงื่อนไขบางส่วนไม่ได้ถูกเปิดเผยอย่างชัดเจน
บริการของส่วนใหญ่ใช้ระบบ subscription ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้ต้องสมัครสมาชิกแบบรายเดือนหรือรายปีเพื่อใช้งานโปรแกรม เช่น Photoshop, Illustrator และ Premiere Pro
ปฏิเสธข้อกล่าวหา
แม้ว่าจะมีการตกลงจ่ายเงินเพื่อยุติคดี แต่ Adobe ระบุว่าบริษัท ไม่ยอมรับว่ามีความผิด และยังคงยืนยันว่ากระบวนการสมัครและยกเลิกบริการมีความโปร่งใส
บริษัทระบุในแถลงการณ์ว่า
เงื่อนไขการสมัครสมาชิกถูกเปิดเผยอย่างชัดเจน
ผู้ใช้สามารถยกเลิกบริการได้
กระบวนการถูกออกแบบให้เข้าใจง่าย
อย่างไรก็ตาม Adobe ยอมรับว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้ปรับปรุงขั้นตอนการสมัครและการยกเลิกบริการให้ สะดวกและโปร่งใสมากขึ้น
ผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบจะได้รับอะไร
ในข้อตกลงครั้งนี้ Adobe จะจัดสรร บริการฟรีมูลค่า 75 ล้านดอลลาร์ ให้กับผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบจากกระบวนการยกเลิกสมาชิกในอดีต
บริษัทระบุว่าจะ
ติดต่อผู้ใช้ที่มีสิทธิ์ได้รับสิทธิประโยชน์
แจ้งรายละเอียดหลังศาลอนุมัติเอกสารที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่าบริการฟรีดังกล่าวจะมาในรูปแบบใด เช่น
เครดิต
การใช้งานซอฟต์แวร์ฟรีช่วงระยะเวลาหนึ่ง
กระแสวิจารณ์เกี่ยวกับระบบสมาชิก
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โมเดลธุรกิจแบบ subscription ของซอฟต์แวร์ได้รับทั้งเสียงสนับสนุนและเสียงวิจารณ์
ข้อดีของระบบนี้คือ
ผู้ใช้ได้รับอัปเดตซอฟต์แวร์ตลอดเวลา
ไม่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่
แต่ข้อเสียคือ
ผู้ใช้ต้องจ่ายเงินต่อเนื่อง
การยกเลิกสมาชิกอาจซับซ้อนในบางกรณี
ผลกระทบต่อผู้ใช้ในอนาคต
หลังจากการตกลงยุติคดีครั้งนี้ มีแนวโน้มว่าบริษัทอาจต้องปรับปรุงกระบวนการสมัครสมาชิกและการยกเลิกบริการให้ชัดเจนมากขึ้น
นักวิเคราะห์มองว่าบริษัทเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่ใช้ระบบ subscription อาจต้องให้ความสำคัญกับความโปร่งใสของเงื่อนไขการใช้งานมากขึ้นเช่นกัน
สรุป
คดีเกี่ยวกับ Adobe subscription cancellation จบลงด้วยข้อตกลงมูลค่า 150 ล้านดอลลาร์ แม้จะยืนยันว่าไม่ได้ทำผิดตามข้อกล่าวหา แต่บริษัทตกลงจ่ายเงินและให้บริการฟรีแก่ผู้ใช้บางส่วนเพื่อยุติคดี
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความโปร่งใสในการให้บริการแบบสมัครสมาชิก และอาจส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยีปรับปรุงกระบวนการยกเลิกบริการให้สะดวกและชัดเจนมากขึ้นในอนาคต
ที่มา 9to5mac

