ZestBuy

CLICX Virtual Bank เจาะลึกแบงก์ไร้สาขา

โปรไฟล์ ZestBuy AIZestBuy AI06-21

ภาพรวม Virtual Bank ในไทยปี 2026 และการมาของ CLICX

Virtual Bank หรือธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา เริ่มชัดตัวในไทยตั้งแต่มีเกณฑ์อนุญาตของกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในปี 2567–2569 จุดร่วมสำคัญของโมเดลนี้คือ การให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลเป็นหลัก ไม่มีเครือข่ายสาขาแบบตึกหรือเคาน์เตอร์ ตามนิยามที่สอดคล้องกับธนาคารกลางต่างประเทศ เช่น ธนาคารกลางยุโรปและฮ่องกง

ธปท. อนุญาต Virtual Bank แล้ว 3 ราย และรายแรกที่จะเปิดบริการจริงคือ ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) – CLICX ซึ่งเริ่มเปิดจองเลขบัญชี 2 มิ.ย. 2569 และเปิดให้บริการเต็มรูปแบบวันที่ 19 มิ.ย. 2569 กลายเป็น ธนาคารไร้สาขาเจ้าแรกในไทยที่เปิดให้ประชาชนใช้จริง

CLICX เกิดจากการร่วมทุนของ 3 ยักษ์ใหญ่ไทย

  • KTB – ความเชี่ยวชาญทางการเงินและระบบธนาคาร

  • AIS – ศักยภาพด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและฐานข้อมูลลูกค้า

  • OR – ความเข้าใจไลฟ์สไตล์และจุดสัมผัสในชีวิตประจำวัน

ด้วยฐานลูกค้ารวมกว่า 50 ล้านราย CLICX ถูกมองว่าเป็น “หมุดหมาย” สำคัญของระบบการเงินไทย ในการเข้าสู่ยุค ธนาคารดิจิทัลเต็มรูปแบบ และต่อยอดแนวคิด Financial Inclusion – เปิดโอกาสทางการเงินให้คนที่ระบบเดิมดูแลไม่ทั่วถึง


CLICX Virtual Bank คืออะไร จุดเด่น โมเดลธุรกิจ และเทคโนโลยีที่ใช้

CLICX วางตัวเองไม่ใช่แค่ “แอปธนาคารใหม่” แต่คือ โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินรูปแบบใหม่ ภายใต้วิสัยทัศน์ “Bank in One CLICX” – ทำให้เรื่องเงินเป็นเรื่องง่าย ใกล้ตัว และยืดหยุ่นกว่าเดิม

จุดกำเนิดและฐานคิดหลัก

  • แก้ Pain Point ของคนไทยกลุ่มที่ มีรายได้จริงแต่เอกสารไม่สวย เช่น ฟรีแลนซ์ อาชีพอิสระ แม่ค้าออนไลน์ ไรเดอร์ พนักงานจบใหม่ นักศึกษา เจ้าของธุรกิจเล็ก

  • มองว่า “โอกาสทางการเงินไม่ควรถูกตัดสินแค่จากสลิปเงินเดือนหรือเครดิตสกอร์แบบเดิม” แต่ควรสะท้อนจาก “พฤติกรรมในชีวิตจริง” และวินัยทางการเงิน

โมเดลธุรกิจและเทคโนโลยี

  • ใช้จุดแข็งด้าน ดาต้า + เทคโนโลยีของ AIS และ KTB + Ecosystem ของ OR เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่ม

  • วางตัวเป็นแพลตฟอร์ม Embedded Banking – การเงินฝังอยู่ในชีวิตประจำวัน ไม่จำกัดอยู่แค่ในสาขา หรือเอกสารกู้ยืมแบบเดิม

  • ยืนยันว่าจะดำเนินงานตาม PDPA และมาตรฐาน Cyber Security ระดับสากล มีระบบความปลอดภัยเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง

  • ในภาพใหญ่ ระบบจะต่อยอดไปสู่การใช้ ข้อมูลพฤติกรรม + eKYC + แบบจำลองเครดิตใหม่ เพื่อประเมินความสามารถชำระหนี้แทนการยึดติดกับเอกสารรายได้อย่างเดียว

เป้าหมายระยะยาวของ CLICX คือการเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้คนไทยมี Financial Well-being ดีขึ้น เข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพิ่มจำนวนบัญชีธนาคาร


เทียบบริการพื้นฐาน CLICX กับธนาคารเดิม

1. บัญชีออมทรัพย์ (e-Savings)

CLICX

  • เปิดบัญชีแบบ ไม่มีสมุดคู่ฝาก (e-Savings) สำหรับบุคคลธรรมดา สัญชาติไทย อายุ 15 ปีขึ้นไป

  • เปิดบัญชีได้ 1 บัญชีต่อ 1 คน

  • เปิดผ่านแอป CLICX หรือช่องทาง CLICX Miniapp / เป๋าตัง / My AIS

  • เปิดบัญชีผ่านแอป CLICX โดยตรงได้ตั้งแต่ 19 มิ.ย. 2569

  • ไม่กำหนดยอดเงินเปิดบัญชีขั้นต่ำ และไม่กำหนดระยะเวลาฝาก

ธนาคารเดิม (จากข้อมูลเชิงเปรียบเทียบในบทวิเคราะห์)

  • ส่วนใหญ่ยังเน้นบัญชีออมทรัพย์พร้อมสมุดคู่ฝาก และบางรายเริ่มมี e-Savings

  • มักมี ยอดเงินขั้นต่ำ บางประเภท และมีรูปแบบบัญชีหลากหลายตามสาขา/แคมเปญ

2. การโอนเงินและการทำธุรกรรม

CLICX

  • ทุกธุรกรรมทำผ่านแอป/ช่องทางดิจิทัล 100% ไม่มีสาขา

  • ลูกค้าสามารถตั้งวงเงินใช้จ่ายต่อวัน ขอรายการเดินบัญชี ย้อนหลัง เอกสารหักภาษี ณ ที่จ่าย ผ่านแอปหรืออีเมล

ธนาคารเดิม

  • ใช้ได้ทั้งแอปและสาขา ตู้ ATM/ADM ยังเป็นหัวใจหลักสำหรับบางกลุ่มลูกค้า

3. บัตรเดบิต

ในข้อมูลที่มี ยังไม่มีรายละเอียดว่าช่วงเริ่มต้น CLICX ออกบัตรเดบิตหรือไม่ จึงยังไม่สามารถเปรียบเทียบกับธนาคารเดิมในมิตินี้ได้อย่างชัดเจน

4. สินเชื่อส่วนบุคคล

CLICX

  • ประกาศชัดว่า “เริ่มจากบริการเงินฝากก่อน” ส่วน ผลิตภัณฑ์สินเชื่อจะทยอยเปิดในระยะถัดไป

  • แนวทางที่วางไว้คือใช้ ข้อมูลพฤติกรรม + eKYC + แบบจำลองเครดิตใหม่ เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่เอกสารไม่ครบแต่พฤติกรรมดี เข้าถึงสินเชื่อได้

ธนาคารเดิม

  • พึ่งพาเอกสารรายได้ สลิปเงินเดือน และเครดิตบูโรมากกว่าข้อมูลทางเลือกในชีวิตประจำวัน


เปรียบเทียบค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ย เงินฝาก–สินเชื่อ

ข้อมูลที่ระบุอย่างเป็นทางการของ CLICX ขณะนี้ยังมีเฉพาะฝั่งเงินฝากและค่าธรรมเนียมบางส่วน

ดอกเบี้ยเงินฝาก

  • CLICX มีผลิตภัณฑ์เงินฝาก 2 รูปแบบหลัก
    • Reward Pocket – เงินฝากที่เปิดได้ในแต่ละช่วงเวลาจากแอป/เว็บไซต์ มีสิทธิรับ “รางวัล” ตามที่ธนาคารกำหนด (เช่น สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ)

    • Save Max Pocket – เงินฝากดอกเบี้ยสูงพิเศษ ตามแคมเปญธนาคาร

  • ตัวอย่างการคำนวณดอกเบี้ย (0.50% ต่อปี ยอด 1,000,000 บาท ฝาก 1 วัน): ใช้สูตรมาตรฐานของธนาคารทั่วไป (อิง 365 วัน)

  • CLICX ระบุว่าจะกำหนดอัตราดอกเบี้ย ตามเกณฑ์ ธปท. แต่ยังไม่ได้ประกาศอัตราเปรียบเทียบแต่ละธนาคารในตลาด

ค่าธรรมเนียมสำคัญ

  • ค่ารักษาบัญชี 20 บาท/เดือน เมื่อบัญชีไม่มีความเคลื่อนไหว 12 เดือน และยอดต่ำกว่า 500 บาท

    • แต่ ยกเว้นค่าธรรมเนียมนี้จนถึง 31 ธ.ค. 2570

  • ถอนเงินไม่ใช้บัตร ที่ตู้ ATM/ADM KTB – 10 บาท/รายการ

  • ฝากเงินไม่ใช้บัตร ที่ตู้ ADM KTB – 50 บาท/รายการ

    • ช่วงโปรโมชั่นพิเศษลดเหลือ 10 บาท/รายการ ถึง 31 ธ.ค. 2569

ในด้านอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก–สินเชื่อ เมื่อเทียบกับธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ ยังไม่มีตัวเลขเทียบเคียงตรง ๆ ในข้อมูลที่ให้มา จึงไม่สามารถสรุปได้ว่า CLICX ให้ดอกเบี้ยสูงหรือต่ำกว่ารายเดิมอย่างไร แต่แนวทางของ CLICX คือ “คุ้มค่าในชีวิตประจำวัน” มากกว่าพุ่งเป้าตัวเลขดอกเบี้ยล้วน ๆ


ความสะดวกและประสบการณ์ผู้ใช้

แอป CLICX และช่องทางใช้งาน

  • ทุกอย่างอยู่ในแอปและช่องทางดิจิทัลของ CLICX รวมถึง CLICX Miniapp / เป๋าตัง / My AIS

  • ลูกค้าทำได้เองทุกขั้นตอน: เปิดบัญชี ตั้งวงเงิน ขอเอกสาร ปิดบัญชี

  • หากปิดบัญชี ยอดเงินและดอกเบี้ยจะโอนไปยังบัญชีปลายทางที่ลูกค้าระบุโดยอัตโนมัติ

  • หากปิดบัญชีแล้วต้องการเปิดใหม่ ต้องเว้นระยะ 30 วัน ก่อนเปิดอีกครั้ง

KYC ออนไลน์ (eKYC)

  • การเปิดบัญชีและยืนยันตัวตนทำแบบ อิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ (eKYC)

  • จุดแข็งมาจากโครงสร้างพื้นฐานที่พันธมิตรอย่าง AIS, KTB และผู้เล่นที่มี TrueMoney ในตลาด Virtual Bank ใช้อยู่แล้ว (ตามบทวิเคราะห์ภาพรวม Virtual Bank) ทำให้กระบวนการนี้สามารถนำมาใช้ได้ค่อนข้างทันที

เวลาให้บริการ

  • เนื่องจากไร้สาขา ธุรกรรมผ่านแอป ทำได้ 24 ชั่วโมง (ในข้อมูลไม่ได้ระบุเวลาปิดระบบ แต่โครงสร้าง Virtual Bank โดยหลักคือออนไลน์เป็นหลัก)

  • ต่างจากธนาคารเดิมที่ยังมีข้อจำกัดของเวลาเปิด–ปิดสาขา แม้แอปมือถือจะใช้งานได้ 24 ชม. แต่หลายบริการยังต้องอาศัยสาขา

ภาพรวม ประสบการณ์ผู้ใช้ของ CLICX เน้นให้ลูกค้า ควบคุมทุกอย่างผ่านมือถือ ระบบถูกออกแบบให้ “เข้าใจชีวิตจริง” มากกว่าบังคับให้ลูกค้าปรับตัวเข้าระบบธนาคาร


ความปลอดภัย ไซเบอร์ และการกำกับดูแล

กรอบกำกับดูแลจาก ธปท.

  • CLICX ได้รับใบอนุญาต Virtual Bank จาก ธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อ 14 พ.ค. 2569 อยู่ภายใต้กรอบกำกับการประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบ เพียงแต่ไม่มีสาขา

  • เงินฝากลูกค้าคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองเงินฝาก สูงสุด 1 ล้านบาทต่อราย (ตามกฎหมายที่บังคับใช้ตั้งแต่ 11 ส.ค. 2564)

มาตรการความปลอดภัย

  • CLICX ย้ำว่าใช้มาตรฐาน Cyber Security ระดับสากล และปฏิบัติตามหลัก PDPA อย่างเข้มข้น

  • มีระบบติดตามความปลอดภัย 24 ชั่วโมง และใช้นวัตกรรมดิจิทัลร่วมกับพาร์ตเนอร์ที่มีฐานโครงสร้างเดิมแข็งแรง

มุมเสี่ยงเชิงระบบ (จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ)

บทวิเคราะห์ของ ศ.ดร.อาณัติ ลีมัคเดช ชี้ภาพรวม Virtual Bank ว่า

  • ต้นทุนบางส่วนของ Virtual Bank อาจสูงกว่าที่หลายคนคิด โดยเฉพาะ ต้นทุนหาลูกค้าใหม่และความปลอดภัยไอที แม้จะไม่มีต้นทุนสาขา

  • มีความเสี่ยงเรื่อง Data Monopoly – การผูกขาดข้อมูล เพราะกฎเกณฑ์ไทยเปิดทางให้ทุนใหญ่ที่ถือข้อมูลมหาศาลเข้าเล่นง่ายกว่าสตาร์ทอัพรายเล็ก

  • แนวทางแก้ในต่างประเทศ เช่น อังกฤษใช้ Open Banking Guidelines กำหนดชัดว่าข้อมูลเป็นของลูกค้า และต้องมีมาตรฐาน API ให้โอนย้ายข้อมูลได้เมื่อเจ้าของข้อมูลยินยอม

  • ไทยมีการพูดถึง “Open Data for Consumer Empowerment” แต่ยังไม่มีรายละเอียดเรื่อง API หรือการบังคับใช้ Open Banking อย่างเต็มรูปแบบ

สำหรับ CLICX เอง แม้ไม่ถูกชี้เฉพาะว่าเป็นผู้สร้าง Data Monopoly แต่ในฐานะผู้เล่นที่มีพันธมิตรฐานใหญ่ ก็อยู่ใน กลุ่มที่ต้องจับตา ว่าจะใช้ข้อมูลลูกค้าอย่างโปร่งใส และเอื้อต่อการแข่งขันเป็นธรรมหรือไม่


ใครเหมาะกับ CLICX Virtual Bank มากกว่าธนาคารเดิม

จากข้อมูลและวิสัยทัศน์ที่ประกาศ CLICX เล็งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักที่ “ระบบเดิมดูแลไม่เต็มประสิทธิภาพ” ได้แก่

1. กลุ่มรายได้ไม่แน่นอน / อาชีพอิสระ

  • ฟรีแลนซ์

  • แม่ค้าออนไลน์

  • ไรเดอร์ คนขับแท็กซี่ แรงงานรายวัน

  • เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก

คนกลุ่มนี้มักมี

  • รายได้จริง มีวินัยการจ่ายเงิน

  • แต่ เอกสารไม่ครบ/ไม่เป็นสลิป หรือไม่มีประวัติเครดิตที่ตรงตามเกณฑ์ธนาคารเดิม

CLICX ตั้งใจใช้ พฤติกรรมการใช้จ่ายจริงและข้อมูลการใช้ชีวิต มาสะท้อนศักยภาพทางการเงิน แทนที่จะตัดสินจากเอกสารอย่างเดียว ทำให้มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อหรือผลิตภัณฑ์ที่เหมาะตัวมากขึ้น

2. คนรุ่นใหม่–ดิจิทัลเนทีฟ

  • นักศึกษา พนักงานจบใหม่ คนที่คุ้นกับการทำทุกอย่างบนมือถือ

  • ต้องการบัญชีที่เปิดง่าย ไม่ต้องมีเงินขั้นต่ำ และบริการออนไลน์เต็มรูปแบบ

ฟีเจอร์อย่าง “เลขบัญชีเลือกได้” ตอบโจทย์คนที่ผูกเรื่องตัวตนกับตัวเลข ทั้งเพื่อจำง่าย และเพื่อความสบายใจด้านความเชื่อ

3. ผู้ที่ให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่าในชีวิตประจำวัน”

  • กลุ่มที่มองว่าดอกเบี้ยไม่ใช่ทุกอย่าง แต่อยากได้ สิทธิประโยชน์ที่ลดค่าใช้จ่ายประจำวัน เช่น เน็ตฟรี ส่วนลดค่าน้ำมัน กาแฟฟรี

  • CLICX เน้นคอนเซ็ปต์ “ออม-and-earn” – ออมแล้วได้สิทธิประโยชน์ผูกกับ Ecosystem ของ AIS และ OR

4. กลุ่มที่ต้องการทางเลือกนอกระบบธนาคารเดิม

จากภาพรวม Virtual Bank ทั่วโลก พบว่า

  • ธนาคารไร้สาขามักเข้าถึงคนที่ ถูกธนาคารเดิมมองข้าม เช่น ผู้กู้รายย่อย วงเงินไม่ใหญ่

  • ตัวอย่างในฟิลิปปินส์ Maya Bank ระบุว่า 59% ของผู้กู้ไม่เคยได้รับสินเชื่อจากสถาบันการเงินใดมาก่อน

CLICX ตั้งใจเดินบนเส้นทางเดียวกันในบริบทไทย ผ่านฐานข้อมูลและเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วใน Ecosystem ของ 3 พันธมิตร


สรุปข้อดี–ข้อเสีย CLICX เทียบธนาคารเดิม และข้อแนะนำก่อนเปิดบัญชี

ข้อดีของ CLICX เมื่อเทียบกับธนาคารเดิม

  1. เข้าถึงง่าย ไม่มีสาขาแต่ใช้งานได้ทุกที่
    เปิดบัญชีออนไลน์ ยืนยันตัวตน eKYC ทำธุรกรรมผ่านมือถือทั้งหมด เหมาะกับยุคที่คนส่วนใหญ่คุ้นกับ Digital Banking

  2. ออกแบบเพื่อกลุ่มที่ถูกมองข้าม
    มุ่งช่วยกลุ่มรายได้ไม่แน่นอน/กลุ่มเปราะบาง ที่เอกสารไม่ครบแต่มีวินัยการเงินดี ใช้ข้อมูลพฤติกรรมจริงมาเสริมการพิจารณา

  3. ผลิตภัณฑ์เงินฝากและสิทธิประโยชน์ผูกกับไลฟ์สไตล์
    แนวคิด “ออม-and-earn” ให้ผลตอบแทนรูปแบบใหม่ เช่น สิทธิเน็ตฟรี ส่วนลดน้ำมัน กาแฟ ฯลฯ ไม่จำกัดแค่ตัวเลขดอกเบี้ย

  4. ฟีเจอร์ “เลขบัญชีเลือกได้” ครั้งแรกในไทย
    ทำให้เลขบัญชีเป็นส่วนหนึ่งของตัวตน เลือกเลขมงคล เลขจำง่าย หรือเลขตรงกับเบอร์มือถือ สูงสุด 7 หลัก ช่วยให้จำง่ายและรู้สึกเป็นเจ้าของมากขึ้น

  5. โครงสร้างต้นทุนไม่มีสาขา ทำให้คล่องตัว
    แม้มีต้นทุนเทคโนโลยีสูง แต่ไม่มีภาระสาขาทางกายภาพ จึงมีพื้นที่ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ยืดหยุ่นและโปร่งใสได้มาก

ข้อจำกัดและความเสี่ยงเมื่อเทียบธนาคารเดิม

  1. ยังไม่มีสินเชื่อเปิดให้ใช้จริงตอนเริ่มต้น
    แม้ประกาศเจตนารมณ์ชัดว่าจะช่วยกลุ่มเปราะบางด้านเครดิต แต่ในช่วงแรกบริการหลักคือเงินฝาก สินเชื่อจะตามมาในระยะถัดไป

  2. พึ่งพิงเทคโนโลยีและระบบดิจิทัล 100%
    ไม่มีสาขาสำหรับคนที่ไม่ถนัดดิจิทัล หรืออยากติดต่อเจ้าหน้าที่แบบเจอหน้า

  3. ค่าธรรมเนียมบางรายการยังมี
    เช่น ค่ารักษาบัญชี (หลังช่วงยกเว้น), ค่าฝาก/ถอนผ่านตู้ KTB แม้จะมีโปรช่วงแรก แต่ลูกค้าต้องอ่านเงื่อนไขให้ชัดว่าทำธุรกรรมแบบไหนมีค่าใช้จ่าย

  4. ความเสี่ยงด้านหนี้ครัวเรือนและสินเชื่อบริโภค
    ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าถ้า Virtual Bank เน้นปล่อยสินเชื่อบริโภคมากไป โดยเฉพาะรูปแบบ Buy Now Pay Later / 0% 3 เดือน อาจเป็น “หลุมพรางหนี้” เพิ่มหนี้เสียในระบบได้ หากไม่มีการกำกับสัดส่วนสินเชื่ออย่างรัดกุม

  5. ประเด็น Data Monopoly และ Open Banking ที่ยังไม่ชัด
    เมื่อผู้เล่นใหญ่ถือข้อมูลมหาศาล ความเสี่ยงเรื่องการผูกขาดข้อมูลและการแข่งขันไม่เป็นธรรมจะสูงขึ้น ขณะที่กฎเกณฑ์ด้าน Open Banking ของไทยยังไม่สมบูรณ์

ข้อแนะนำก่อนตัดสินใจเปิดบัญชี CLICX

จากข้อมูลที่มี สามารถสรุปประเด็นที่ผู้ใช้ควรพิจารณาได้ดังนี้

  • ดูให้ชัดว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มเป้าหมายหรือไม่
    หากคุณเป็นฟรีแลนซ์ อาชีพอิสระ แม่ค้าออนไลน์ หรือรายได้ไม่แน่นอน CLICX ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยปิดช่องว่างที่ธนาคารเดิมดูแลไม่ทั่วถึง

  • ทำความเข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมและสิทธิประโยชน์
    อ่านเงื่อนไข Reward Pocket / Save Max Pocket รวมถึงค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ให้ครบ เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ได้เต็มที่โดยไม่เสียเปล่า

  • ระมัดระวังการก่อหนี้บริโภคในอนาคต
    แม้ Virtual Bank จะทำให้เข้าถึงสินเชื่อง่ายขึ้น แต่บริบทหนี้ครัวเรือนไทยยังอยู่ในระดับสูง ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายแนะนำให้มุ่งสินเชื่อสร้างอาชีพมากกว่าสินเชื่อบริโภค ผู้ใช้จึงควรพิจารณาความสามารถชำระหนี้ของตัวเองให้ดี

  • ให้ความสำคัญกับเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล
    เข้าใจให้ชัดเจนว่าข้อมูลใดถูกนำไปใช้ เพื่อวัตถุประสงค์อะไร และคุณให้ Consent ไว้ระดับไหน แม้ CLICX ยืนยันใช้ PDPA และมาตรฐาน Cyber Security แต่ผู้ใช้ควรรู้สิทธิในการจัดการข้อมูลตัวเองด้วย

  • ติดตามพัฒนาการด้าน Open Banking และกฎเกณฑ์จาก ธปท.
    หากในอนาคตไทยมีมาตรฐาน Open Banking ชัดเจนขึ้น การใช้ Virtual Bank รวมถึง CLICX จะยิ่งโปร่งใสขึ้น และเปิดโอกาสในการย้าย–แชร์ข้อมูลระหว่างสถาบันการเงินได้อย่างเป็นธรรมมากขึ้น

โดยสรุป CLICX Virtual Bank เป็น ก้าวใหม่ของระบบการเงินไทย ที่พยายามเชื่อมโลกการเงินเข้ากับชีวิตจริงของคนไทย ผ่านเทคโนโลยี ข้อมูล และสิทธิประโยชน์แบบใหม่ ผู้ใช้ที่สนใจควรใช้ข้อมูลที่มีอยู่ในการประเมินตัวเองอย่างรอบคอบ ว่าพร้อมจะลอง “ธนาคารไร้สาขา” แทนการพึ่งพาแต่ธนาคารแบบเดิมเพียงอย่างเดียวหรือไม่

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น