รับแอปรับแอป

30 ปีหลังเตาไฟ! เชฟอาร์ตจากกรรมการปากกล้า สู่เชฟกระทะเหล็กคนที่ 9

ชลธิชา บุญมา01-29

เชฟอาร์ตกับบทบาทใหม่บนสังเวียนกระทะเหล็ก

ก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะ เชฟกระทะเหล็ก ประเทศไทย คนที่ 9 ในรายการ Iron Chef Thailand ของบริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญของ “เชฟอาร์ต” ศุภมงคล ศุภพิพัฒน์

ด้วยประสบการณ์การทำงานกว่า 30 ปีหลังเตาไฟ เชฟอาร์ตเชื่อมั่นในฝีมือของตัวเอง และพร้อมรับทุกโจทย์ ทุกคู่แข่ง และทุกความกดดันบนสังเวียนอาหารระดับเกมการแข่งขัน

จากกรรมการสู่ผู้ลงแข่งจริง

เชฟอาร์ตเล่าว่า บทบาทใหม่นี้ทำให้เขา ทั้งตื่นเต้นและท้าทายตัวเองอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้เขาคุ้นชินกับการเป็นกรรมการตัดสินมากกว่าการลงแข่งขันด้วยตัวเอง

ที่ผ่านมาเขาไม่เคยลงแข่งในรายการไหน แต่ประสบการณ์ทำงานที่สั่งสมมานานถึง 30 ปี ทำให้เขารู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องลงสนามจริง และแสดงให้ทุกคนได้เห็นศักยภาพที่แท้จริงของตัวเอง

ทำไมถึงยอมรับคำท้ากระทะเหล็ก

กว่าจะตัดสินใจมารับตำแหน่งเชฟกระทะเหล็ก เชฟอาร์ตยอมรับว่าใช้เวลาไตร่ตรองอยู่พักใหญ่ เพราะรู้ดีว่าที่นี่ไม่ใช่แค่การทำอาหารอร่อย แต่คือ สมรภูมิแห่งเกมและกลยุทธ์

ท้ายที่สุดสิ่งที่ผลักดันให้เขาตอบตกลงคือ

  • ความอยากลองเจอความท้าทายใหม่ๆ

  • ความตื่นเต้นของการอยู่ในเกมการแข่งขันจริง

  • ความมั่นใจในฝีมือและประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน

เขาจึงตัดสินใจรับหน้าที่เป็น เชฟกระทะเหล็กคนที่ 9 อย่างเต็มตัว

การซ้อมของเชฟที่ทำงานอยู่หน้าครัวทุกวัน

แม้จะทำงานในครัวอยู่ทุกวัน แต่เมื่อต้องขึ้นสังเวียน Iron Chef Thailand เชฟอาร์ตก็ยังให้ความสำคัญกับการซ้อมและการเตรียมตัวอย่างจริงจัง

เขาปรับการทำงานให้ สอดคล้องกับเงื่อนไขการแข่งขัน ทั้งในเรื่อง

  • การออกแบบและคิดเมนูในเวลาอันจำกัด

  • การจัดลำดับขั้นตอนการทำงานในครัว

  • การบริหารเวลาในแต่ละวินาทีให้คุ้มค่าที่สุด

สิ่งที่เขาเชื่อมั่นคือ ถ้าคุมเวลาได้ดี และใช้ทักษะได้เต็มที่ เกมนี้เขาสู้ได้แน่นอน

จากปากกล้าในฐานะกรรมการ สู่เป้าหมายของทุกคำท้า

หลายคนอาจคุ้นเคยกับเชฟอาร์ตในภาพของ กรรมการฝีปากกล้า ผู้วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาและเฉียบคม จนกลายเป็นสีสันหนึ่งของรายการ

เมื่อวันนี้เขาก้าวข้ามจากเก้าอี้กรรมการ มายืนอยู่ในจุดของ “เชฟผู้ท้าดวลทุกคน” เขารู้ดีว่าจะต้องมีหลายคนอยากลองของกับเขา

แต่แทนที่จะรู้สึกกังวล เชฟอาร์ตกลับมองว่ามันคือสิ่งที่สนุกที่สุดของการรับบทบาทนี้ เพราะมันทำให้เขาได้พิสูจน์ว่า

เขาไม่ได้มีดีแค่คำพูด แต่ฝีมือก็แกร่งพอจะยืนหยัดบนกระทะเหล็กได้อย่างสมศักดิ์ศรี

พร้อมรับทุกคู่แข่งบนสังเวียน Iron Chef Thailand

สำหรับเชฟอาร์ต เกมการแข่งขันใน Iron Chef Thailand ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่คือเวทีที่ต้องดึงเอาทุกสกิลด้านการทำอาหารและการบริหารจัดการออกมาใช้ให้เต็มศักยภาพ

เขายืนยันชัดเจนว่า

  • ไม่กลัวแรงกดดันจากการเปลี่ยนบทบาท

  • ไม่กังวลกับภาพอดีตในฐานะกรรมการ

  • พร้อมเจอทุกคำท้า และพร้อมดวลกับทุกคนที่อยากลองฝีมือ

เชฟกระทะเหล็กคนที่ 9 จึงไม่ใช่แค่ตำแหน่งใหม่

แต่มันคือเวทีที่เชฟอาร์ตจะได้พิสูจน์ว่า 30 ปีที่ยืนอยู่หน้าครัว ไม่ได้ทิ้งไว้แค่ประสบการณ์ แต่สร้างเขาให้กลายเป็นหนึ่งในเชฟที่พร้อมสู้ที่สุดบนสังเวียนกระทะเหล็กประเทศไทย