รวมครีมเรตินอลใน 7-11 สำหรับสายลดริ้วรอย & กระชับผิว
อยากหน้าใส รูขุมขนเล็กลง ผิวเนียนสม่ำเสมอ แถมริ้วรอยดูลดลง แบบไม่ต้องลงทุนหนักมาก? เรตินอล คือหนึ่งในส่วนผสมตัวท็อปที่สายสกินแคร์ต้องรู้จัก และตอนนี้ใน 7-11 ก็มีครีมเรตินอลให้เลือกเพียบ ทั้งถูก ใช้ง่าย และหาซื้อสะดวกสุด ๆ
มาดูกันทีละตัวว่า ครีมเรตินอลจาก 7-11 ตัวไหนเหมาะกับผิวแบบไหน เลือกให้ตรงจุด ผิวจะได้ดีขึ้นแบบไม่ต้องเสี่ยงงง
1. Provamed Retinol-A Acne
เหมาะสำหรับ: คนเป็นสิวง่าย ผิวมัน เป็นสิวซ้ำ ๆ
ตัวนี้คือเรตินอลสายสิวโดยเฉพาะ เนื้อครีมบางเบา ซึมไว ไม่หนักหน้า ช่วยผลัดเซลล์ผิวแบบไม่โหดเกิน จึงช่วยให้สิวอักเสบดูยุบลงไวขึ้น และรอยแดงจากสิวก็ค่อย ๆ จางลงเมื่อใช้ต่อเนื่อง
เนื้อบาง ไม่อุดตัน เหมาะกับผิวมันและวัยรุ่น
ช่วยลดสิวและรอยสิวไปพร้อมกัน
เหมาะกับคนที่อยากเริ่มใช้เรตินอล แต่ยังมีสิวอยู่

2. Smooto Retinol Reju Bright & Acne Serum
เหมาะสำหรับ: อยากลดสิว + หน้ากระจ่างใสไปพร้อมกัน
แอมพูลเรตินอลตัวนี้เอาใจคนไม่ชอบความเหนอะหนะ เนื้อเซรั่มซึมไว แต่ยังคงความชุ่มชื้น ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง เป็นสายฟื้นฟูผิวเป็นสิวแบบครบวงจร
ช่วยดูแลปัญหาสิว รอยสิว และจุดด่างดำให้ดูลดเลือนลง
รูขุมขนแลดูกระชับ ผิวดูเนียนขึ้น
ลดเลือนริ้วรอยก่อนวัย พร้อมปลอบประโลมผิว
สูตรอ่อนโยน ไม่มีแอลกอฮอล์และพาราเบน เหมาะกับผิวแพ้ง่าย

3. The Shott Ceramide-Retinol Night Shott 5+
เหมาะสำหรับ: ผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ คนที่อยากบำรุงหนักตอนกลางคืน
ตัวนี้เป็นเหมือนช็อตบำรุงผิวก่อนนอน ที่รวมทั้ง เรตินอล + เซราไมด์ ไว้ในหลอดเดียว
เรตินอลช่วยให้ผิวดูเนียนใส ผิวละเอียดเหมือนผิวกระจก และริ้วรอยดูลดลง
เซราไมด์ 5 ชนิดช่วยเสริมเกราะผิว ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น
ตื่นมาหน้าดูฟู เนียนนุ่ม ไม่โทรม
เหมาะมากกับคนผิวแห้ง หรือรู้สึกว่าผิวขาดน้ำ แต่งหน้าไม่ค่อยติด ผิวดูหมองล้า

4. The Ingredients Serum Daily Retinol & Double Peptide Gel
เหมาะสำหรับ: มือใหม่หัดใช้เรตินอล อยากใช้ทุกวันแบบเบา ๆ
สายผิวบอบบางหรือคนที่กลัวหน้าแหกเวลาใช้เรตินอล ต้องลองตัวนี้ เพราะเค้าจัดเป็นสูตรอ่อนโยน เน้นใช้ได้บ่อย
ใช้เรตินอลแบบ Encapsulated ช่วยลดการระคายเคือง
ผสานเปปไทด์และคอลลาเจน ช่วยให้ผิวดูกระชับ อิ่มฟู และอ่อนเยาว์ขึ้น
ผิวดูสว่าง กระจ่างใสขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่อง
เนื้อเจลใช้ได้ทุกวัน เหมาะมากกับคนที่เพิ่งเริ่มเข้าวงการเรตินอล

5. Pond’s Age Miracle Ultimate Youth Night Cream
เหมาะสำหรับ: โฟกัสเรื่องริ้วรอย อยากได้หน้าเด็ก ฟีลผิวอิ่มแน่น
สายลดริ้วรอยเต็มตัวมาทางนี้ ครีมตัวนี้จัดเต็มด้วยการผสานหลายส่วนผสมเพื่อผิวดูอ่อนเยาว์
มีเฮ็กซิล-เรตินอล (Hexyl-retinol) ทำงานร่วมกับเฮ็กซิลรีซอร์ซินอล เรตินอล-ซี และไนอาซินาไมด์
ช่วยฟื้นบำรุงผิวล้ำลึก ให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูจางลงเมื่อใช้ต่อเนื่อง
เหมาะกับการใช้เป็นไนท์ครีมสำหรับคนที่เริ่มเห็นริ้วรอยชัดเจน
ถ้าใช้ต่อเนื่องประมาณ 2–3 สัปดาห์ หลายคนจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดขึ้น ทั้งเรื่องความเนียนและความเด้งของผิว

6. Rojukiss Phyto-Retinol Firm & Smooth Cream
เหมาะสำหรับ: ผิวแพ้ง่าย แต่อยากเริ่มสายเรตินอลจริงจัง
ตัวนี้เน้นแนวธรรมชาติ สายอ่อนโยนแต่เอาอยู่ เพราะใช้สารสกัดจากพืชที่ทำงานคล้ายเรตินอล หรือที่เรียกว่า Phyto-Retinol
ช่วยดูแลริ้วรอยแรกเริ่มให้ดูตื้นขึ้น
ลดเลือนจุดด่างดำ เผยผิวกระจ่างใสแบบค่อยเป็นค่อยไป
ผิวดูอิ่มฟูและเนียนแน่นขึ้น
อ่อนโยน เหมาะกับคนที่กลัวเรตินอลแรงเกินไป แต่ยังอยากได้ผลเรื่องความกระชับและเรียบเนียน
ใช้ต่อเนื่องแล้วจะรู้สึกได้ว่าผิวดูเฟิร์มขึ้น ไม่หย่อนง่ายเหมือนเดิม

7. Olay Retinol24 Night Serum
เหมาะสำหรับ: ทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนที่อยากฟื้นฟูผิวตอนกลางคืนแบบจบในขวดเดียว
ตัวนี้คือหนึ่งในเซรั่มเรตินอลยอดนิยมที่หลายคนใช้ซ้ำ เพราะเน้นผลลัพธ์ชัดเรื่องผิวดูเด็กลง
รวม Niacinamide และ Retinol complex เข้าด้วยกัน
เซรั่มซึมลึกสู่ผิวชั้นนอก ทำให้รู้สึกได้ว่าปัญหาผิวหลายอย่างค่อย ๆ ดีขึ้น
ช่วยให้ริ้วรอยตื้นลง รูขุมขนกว้างดูเล็กลง
ผิวดูเรียบเนียน กระจ่างใส และจุดด่างดำดูจางลง
เติมความชุ่มชื้นตลอดคืน ตื่นมาหน้านุ่มลื่น ไม่แห้งตึง
เหมาะกับคนที่อยากมีเซรั่มกลางคืนตัวเดียวจบ ฟื้นฟูทั้งเรื่องริ้วรอย ผิวหมอง และผิวขาดน้ำ

เลือกครีมเรตินอล 7-11 ยังไงให้ตรงผิวเรา?
ก่อนจะหยิบครีมเรตินอลลงตะกร้า ลองเช็กตัวเองก่อนว่า เป้าหมายผิวของคุณคืออะไร แล้วค่อยเลือกให้เหมาะ จะช่วยให้เห็นผลไวและลดโอกาสระคายเคือง
ถ้าเป็นสิวง่าย ผิวมัน: มองหาสูตรเนื้อบางเบา ไม่อุดตัน เช่นสายสิวโดยเฉพาะ
ถ้าอยากหน้าใส + ลดสิว: เลือกเซรั่มที่ช่วยทั้งสิว รอยสิว และความกระจ่างใส
ถ้าผิวแห้ง ขาดน้ำ: เลือกสูตรที่มีมอยส์เจอร์และสารฟื้นเกราะผิว เช่น เซราไมด์
ถ้าโฟกัสริ้วรอย: จัดไนท์ครีมหรือเซรั่มเรตินอลที่เน้นลดริ้วรอยและเพิ่มความแน่นของผิว
ถ้าเป็นมือใหม่หรือผิวแพ้ง่าย: เริ่มจากสูตรอ่อนโยน หรือ Phyto-Retinol ก่อน
ทิปใช้เรตินอลให้ปัง ไม่พังผิว
เริ่มจากทาสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง แล้วค่อยเพิ่มความถี่เมื่อผิวเริ่มชิน
ทาครีมบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้นตามทุกครั้ง เพื่อลดโอกาสผิวแห้งลอก
กลางวันต้อง ทากันแดด เป็นประจำ เพราะเรตินอลทำให้ผิวไวต่อแสง
ถ้ารู้สึกแสบ แดง คันมาก ให้เว้นช่วงและดูอาการก่อน
สุดท้ายการเลือกครีมเรตินอลไม่มีคำว่าตัวไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน มีแค่ ตัวที่เหมาะกับผิวและปัญหาของคุณที่สุด ลองเริ่มจากสูตรที่ตอบโจทย์ผิวตอนนี้ แล้วค่อย ๆ ปรับตามสภาพผิวและความแข็งแรงของผิวในแต่ละช่วง ผิวดีแบบยั่งยืนไม่หนีไปไหนแน่นอน

