รับแอปรับแอป

นักศึกษาแห่ลุยตลาดมือสอง ใช้สิทธิคนละครึ่งพลัสสอยเสื้อกันหนาว–อุปกรณ์เรียน ในงบประหยัด

ชาตรี วัฒนชัย01-30

บรรยากาศคึกคักที่ตลาดนัดมือสองบุรีรัมย์

ช่วงปลายเดือนตุลาคม อากาศเริ่มเย็นลง บรรยากาศตามตลาดนัดและตลาดคลองถมในเขตเทศบาลนครบุรีรัมย์กลับยิ่งคึกคักกว่าเดิม

ประชาชนทั่วไปรวมถึงกลุ่มนักศึกษาที่เพิ่งได้รับสิทธิ โครงการคนละครึ่งพลัส ครั้งแรก ต่างพากันออกมาใช้สิทธิ จับจ่ายซื้อเสื้อกันหนาวมือสองในราคาย่อมเยา เพื่อเตรียมรับหน้าหนาวแบบไม่กระทบกระเป๋าสตางค์จนเกินไป

สิทธิที่ได้ไม่ใช่แค่ตัวเลขในแอป แต่กลายเป็นโอกาสทำให้หลายคนสามารถมีเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นแบบที่ไม่ต้องแบกรับภาระมากนัก

เสื้อกันหนาวมือสองขายดี ราคาจับต้องได้

เสื้อกันหนาวมือสองในตลาดคลองถมแห่งนี้มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งแบบหนา บาง สีพื้น ลายวินเทจ เรียกว่าเดินทีเดียวเลือกกันเพลิน

ราคาก็เป็นมิตรกับกระเป๋าเงินสุด ๆ โดยมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ ตัวละ 35 บาท ไปจนถึงประมาณ 120 บาท เท่านั้น

พ่อค้าแม่ค้าที่นำเสื้อกันหนาวมือสองมาวางขายก็เอาใจใส่คุณภาพสินค้า มีการซักทำความสะอาด และฆ่าเชื้อก่อนนำมาขาย เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าแม้จะเป็นของมือสอง แต่ก็สะอาดน่าใส่

สำหรับสายประหยัดหรือคนที่ชอบลุคเท่ ๆ จากเสื้อผ้ามือสอง ตลาดแนวนี้ถือว่าเป็นสวรรค์ของการแต่งตัวในงบจำกัดเลยทีเดียว

ทำไมเด็กมหา’ลัยถึงหลงรักตลาดมือสอง

กลุ่มนักศึกษาจำนวนไม่น้อยเลือกปักหมุดมาที่ตลาดนัดและตลาดคลองถม เพราะ เสื้อกันหนาวมือสองราคาเบากว่าซื้อห้างเยอะมาก แต่ได้ความอุ่นเหมือนกัน

หลายคนวางแผนใช้สิทธิคนละครึ่งพลัสอย่างฉลาด แบ่งส่วนหนึ่งไว้ซื้อเสื้อกันหนาว อีกส่วนเก็บไว้ซื้ออุปกรณ์การเรียน ไม่ว่าจะเป็น

  • สมุด

  • ปากกา

  • อุปกรณ์อื่น ๆ ที่ใช้ในการเรียน

แนวคิดคือใช้เงินจากโครงการให้คุ้มที่สุด เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของพ่อแม่ผู้ปกครอง ไม่ต้องขอเงินเพิ่มบ่อย ๆ แต่ก็ยังมีของใช้ครบสำหรับทั้งการเรียนและการใช้ชีวิตประจำวัน

การช็อปปิ้งครั้งนี้จึงไม่ได้มีแค่ความสนุก แต่เต็มไปด้วยการวางแผนและความรับผิดชอบต่อครอบครัวของนักศึกษาเองด้วย

เสียงจากนักศึกษา: สิทธิคนละครึ่งพลัสช่วยได้จริง

นักศึกษามหาวิทยาลัยหลายคนเล่าว่า การได้รับสิทธิคนละครึ่งพลัสครั้งแรก เป็นเหมือนโอกาสให้ได้จัดสรรค่าใช้จ่ายของตัวเองอย่างมีเป้าหมายมากขึ้น

บางคนเลือกใช้สิทธิไปกับ

  • อาหารและของกินในชีวิตประจำวัน

  • เสื้อผ้ามือสอง โดยเฉพาะเสื้อกันหนาวราคาประหยัด

นักศึกษามองตรงกันว่า การใช้สิทธิคนละครึ่งพลัส ช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่ได้จริง เพราะค่าของกิน ของใช้บางส่วนไม่ต้องควักจากเงินที่บ้านเต็มจำนวน

นอกจากช่วยครอบครัวแล้ว การออกมาใช้สิทธิจับจ่ายในตลาดนัดและตลาดคลองถมยังช่วยให้เงินหมุนเวียนในชุมชน ร้านค้ารายย่อยและพ่อค้าแม่ค้าตลาดนัดก็ขายดีขึ้น เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากไปในตัว

อยากเห็นโครงการต่อเนื่อง และวงเงินที่ตอบโจทย์มากขึ้น

จากประสบการณ์การใช้สิทธิ หลายเสียงสะท้อนคล้ายกันว่า โครงการลักษณะนี้ควรมีต่อเนื่อง เพราะ

  • ช่วยลดค่าใช้จ่ายของครอบครัว โดยเฉพาะบ้านที่มีรายได้จำกัด

  • กระตุ้นให้คนออกมาใช้จ่ายในระบบร้านค้ารายย่อยและตลาดชุมชน

  • ทำให้นักศึกษาและวัยรุ่นรู้จักวางแผนการใช้เงินมากขึ้น

มีข้อเสนอว่าหากเป็นไปได้ อยากให้ภาครัฐ พิจารณาเพิ่มวงเงินสิทธิให้มากขึ้น เช่น คนละ 3,000 บาท เพื่อให้เพียงพอกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น ช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวได้มากกว่าเดิม และทำให้การกระตุ้นเศรษฐกิจมีแรงขับเคลื่อนที่ชัดเจนขึ้น

บทสรุป: เสื้อกันหนาวมือสองชิ้นเล็ก ๆ กับผลกระทบที่ใหญ่กว่าที่คิด

ภาพนักศึกษาจับจ่ายเสื้อกันหนาวมือสองและอุปกรณ์การเรียนในตลาดนัด อาจดูเหมือนเรื่องธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วสะท้อนอะไรหลายอย่าง

  • คนรุ่นใหม่ใส่ใจการใช้เงิน และรู้จักเลือกทางที่ประหยัดกว่า

  • โครงการสนับสนุนจากรัฐเมื่อออกแบบดี สามารถช่วยทั้งครอบครัวและเศรษฐกิจไปพร้อมกัน

  • ตลาดมือสองไม่ได้มีแค่ของถูก แต่เต็มไปด้วยโอกาสสำหรับคนที่อยากประหยัด และอยากแต่งตัวมีสไตล์ในงบจำกัด

หนึ่งสิทธิในแอปหนึ่งครั้งกดใช้ บางทีก็เปลี่ยนได้ทั้งวิธีคิดเรื่องเงินของเด็กมหา’ลัย และช่วยพ่อแม่หายใจคล่องขึ้นได้จริง ๆ