บรรยากาศคึกคักที่ตลาดนัดมือสองบุรีรัมย์
ช่วงปลายเดือนตุลาคม อากาศเริ่มเย็นลง บรรยากาศตามตลาดนัดและตลาดคลองถมในเขตเทศบาลนครบุรีรัมย์กลับยิ่งคึกคักกว่าเดิม
ประชาชนทั่วไปรวมถึงกลุ่มนักศึกษาที่เพิ่งได้รับสิทธิ โครงการคนละครึ่งพลัส ครั้งแรก ต่างพากันออกมาใช้สิทธิ จับจ่ายซื้อเสื้อกันหนาวมือสองในราคาย่อมเยา เพื่อเตรียมรับหน้าหนาวแบบไม่กระทบกระเป๋าสตางค์จนเกินไป
สิทธิที่ได้ไม่ใช่แค่ตัวเลขในแอป แต่กลายเป็นโอกาสทำให้หลายคนสามารถมีเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นแบบที่ไม่ต้องแบกรับภาระมากนัก
เสื้อกันหนาวมือสองขายดี ราคาจับต้องได้
เสื้อกันหนาวมือสองในตลาดคลองถมแห่งนี้มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งแบบหนา บาง สีพื้น ลายวินเทจ เรียกว่าเดินทีเดียวเลือกกันเพลิน
ราคาก็เป็นมิตรกับกระเป๋าเงินสุด ๆ โดยมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ ตัวละ 35 บาท ไปจนถึงประมาณ 120 บาท เท่านั้น
พ่อค้าแม่ค้าที่นำเสื้อกันหนาวมือสองมาวางขายก็เอาใจใส่คุณภาพสินค้า มีการซักทำความสะอาด และฆ่าเชื้อก่อนนำมาขาย เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าแม้จะเป็นของมือสอง แต่ก็สะอาดน่าใส่
สำหรับสายประหยัดหรือคนที่ชอบลุคเท่ ๆ จากเสื้อผ้ามือสอง ตลาดแนวนี้ถือว่าเป็นสวรรค์ของการแต่งตัวในงบจำกัดเลยทีเดียว
ทำไมเด็กมหา’ลัยถึงหลงรักตลาดมือสอง
กลุ่มนักศึกษาจำนวนไม่น้อยเลือกปักหมุดมาที่ตลาดนัดและตลาดคลองถม เพราะ เสื้อกันหนาวมือสองราคาเบากว่าซื้อห้างเยอะมาก แต่ได้ความอุ่นเหมือนกัน
หลายคนวางแผนใช้สิทธิคนละครึ่งพลัสอย่างฉลาด แบ่งส่วนหนึ่งไว้ซื้อเสื้อกันหนาว อีกส่วนเก็บไว้ซื้ออุปกรณ์การเรียน ไม่ว่าจะเป็น
สมุด
ปากกา
อุปกรณ์อื่น ๆ ที่ใช้ในการเรียน
แนวคิดคือใช้เงินจากโครงการให้คุ้มที่สุด เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของพ่อแม่ผู้ปกครอง ไม่ต้องขอเงินเพิ่มบ่อย ๆ แต่ก็ยังมีของใช้ครบสำหรับทั้งการเรียนและการใช้ชีวิตประจำวัน
การช็อปปิ้งครั้งนี้จึงไม่ได้มีแค่ความสนุก แต่เต็มไปด้วยการวางแผนและความรับผิดชอบต่อครอบครัวของนักศึกษาเองด้วย
เสียงจากนักศึกษา: สิทธิคนละครึ่งพลัสช่วยได้จริง
นักศึกษามหาวิทยาลัยหลายคนเล่าว่า การได้รับสิทธิคนละครึ่งพลัสครั้งแรก เป็นเหมือนโอกาสให้ได้จัดสรรค่าใช้จ่ายของตัวเองอย่างมีเป้าหมายมากขึ้น
บางคนเลือกใช้สิทธิไปกับ
อาหารและของกินในชีวิตประจำวัน
เสื้อผ้ามือสอง โดยเฉพาะเสื้อกันหนาวราคาประหยัด
นักศึกษามองตรงกันว่า การใช้สิทธิคนละครึ่งพลัส ช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่ได้จริง เพราะค่าของกิน ของใช้บางส่วนไม่ต้องควักจากเงินที่บ้านเต็มจำนวน
นอกจากช่วยครอบครัวแล้ว การออกมาใช้สิทธิจับจ่ายในตลาดนัดและตลาดคลองถมยังช่วยให้เงินหมุนเวียนในชุมชน ร้านค้ารายย่อยและพ่อค้าแม่ค้าตลาดนัดก็ขายดีขึ้น เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากไปในตัว
อยากเห็นโครงการต่อเนื่อง และวงเงินที่ตอบโจทย์มากขึ้น
จากประสบการณ์การใช้สิทธิ หลายเสียงสะท้อนคล้ายกันว่า โครงการลักษณะนี้ควรมีต่อเนื่อง เพราะ
ช่วยลดค่าใช้จ่ายของครอบครัว โดยเฉพาะบ้านที่มีรายได้จำกัด
กระตุ้นให้คนออกมาใช้จ่ายในระบบร้านค้ารายย่อยและตลาดชุมชน
ทำให้นักศึกษาและวัยรุ่นรู้จักวางแผนการใช้เงินมากขึ้น
มีข้อเสนอว่าหากเป็นไปได้ อยากให้ภาครัฐ พิจารณาเพิ่มวงเงินสิทธิให้มากขึ้น เช่น คนละ 3,000 บาท เพื่อให้เพียงพอกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น ช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวได้มากกว่าเดิม และทำให้การกระตุ้นเศรษฐกิจมีแรงขับเคลื่อนที่ชัดเจนขึ้น
บทสรุป: เสื้อกันหนาวมือสองชิ้นเล็ก ๆ กับผลกระทบที่ใหญ่กว่าที่คิด
ภาพนักศึกษาจับจ่ายเสื้อกันหนาวมือสองและอุปกรณ์การเรียนในตลาดนัด อาจดูเหมือนเรื่องธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วสะท้อนอะไรหลายอย่าง
คนรุ่นใหม่ใส่ใจการใช้เงิน และรู้จักเลือกทางที่ประหยัดกว่า
โครงการสนับสนุนจากรัฐเมื่อออกแบบดี สามารถช่วยทั้งครอบครัวและเศรษฐกิจไปพร้อมกัน
ตลาดมือสองไม่ได้มีแค่ของถูก แต่เต็มไปด้วยโอกาสสำหรับคนที่อยากประหยัด และอยากแต่งตัวมีสไตล์ในงบจำกัด
หนึ่งสิทธิในแอปหนึ่งครั้งกดใช้ บางทีก็เปลี่ยนได้ทั้งวิธีคิดเรื่องเงินของเด็กมหา’ลัย และช่วยพ่อแม่หายใจคล่องขึ้นได้จริง ๆ

