เที่ยวภูเก็ตทั้งที เลือกยานพาหนะให้ดี ทริปจะฟินไปครึ่งหนึ่ง
ภูเก็ตไม่ใช่แค่เกาะสวยธรรมดา แต่คือดินแดนที่รวมทุกสไตล์การเที่ยวไว้ในที่เดียว ทั้งทะเลใส ภูเขา วัด จุดชมวิว คาเฟ่ และร้านอาหารเด็ด ๆ ให้เลือกเพียบ
แต่เพราะพื้นที่ของเกาะค่อนข้างกว้าง ถ้าจะเที่ยวให้คุ้ม การวางแผนเรื่อง การเดินทาง เลยสำคัญแบบห้ามมองข้าม
หลายคนมักจะลังเลว่า
“ควรเช่ารถยนต์ดีไหม?”
“ขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวจะเวิร์กหรือเปล่า?”
“หรือนั่งแท็กซี่สบาย ๆ ไปเลยดีกว่า?”
มาดูเปรียบเทียบแบบชัด ๆ ทั้งข้อดี–ข้อเสีย และสไตล์ที่เหมาะกับแต่ละคนกัน
เช่ารถยนต์ขับเอง: สายทริปจัดเต็มต้องดู
✅ ข้อดีของการเช่ารถยนต์
เดินทางสะดวกและปลอดภัยกว่า ไม่ต้องกลัวฝนหรือแดดแรง
เหมาะมากถ้ามากันหลายคน หรือมีสัมภาระเยอะ
อยากออกเช้า แวะหลายจุด หรือกลับดึกก็ทำได้แบบไม่ต้องรอใคร
ถ้าแพลนเที่ยวหลายแห่ง คำนวณแล้วมักคุ้มกว่าแท็กซี่เยอะ
ภายในรถมีแอร์เย็น ๆ และมักมี GPS หรือกล้องหน้ารถให้พร้อม
❌ ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนเช่า
ต้องมีใบขับขี่ไทย หรือใบขับขี่สากลสำหรับชาวต่างชาติ
ช่วงไฮซีซันหรือเทศกาล บางโซนอาจหาที่จอดยาก เช่น แถวหาดป่าตองหรือกะตะ
ต้องวางแผนเส้นทางเองล่วงหน้า แต่ถ้าขอคำแนะนำจากร้านรถเช่ามักจะช่วยวางแพลนคร่าว ๆ ให้ได้
💡 เหมาะกับใคร?
ครอบครัว คู่รัก หรือกลุ่มเพื่อนประมาณ 2–5 คน
นักท่องเที่ยวที่เน้น ความสบาย อยากคุมทริปและเวลาเองแบบเต็มที่
เช่ามอเตอร์ไซค์: อิสระสูง สายลุยต้องโดน
✅ ข้อดีของการเช่ามอเตอร์ไซค์
ราคาประหยัดมาก ส่วนใหญ่เริ่มราว ๆ 150–300 บาทต่อวัน
คล่องตัว ขี่แทรกเลี่ยงรถติดได้ดี โดยเฉพาะในโซนตัวเมือง
หาแหล่งจอดง่าย ทั้งย่านเมืองเก่า ตลาด หรือคาเฟ่ริมทาง
ให้ฟีลอิสระสุด ๆ เหมาะกับคนที่ชอบความคล่องตัว อยากเลี้ยวแวะไหนก็ทำได้ทันที
❌ ข้อจำกัดที่ต้องระวัง
ไม่เหมาะช่วงฝนตกหนัก หรือวันที่แดดจัดมาก ๆ
ต้องใส่หมวกกันน็อกให้เรียบร้อย และควรมีใบขับขี่ถูกต้อง
ถ้าขนของเยอะ มีเด็กเล็ก หรือมีผู้สูงอายุ มอเตอร์ไซค์จะไม่ตอบโจทย์
💡 เหมาะกับใคร?
สายแบ็คแพ็ค หรือนักท่องเที่ยวที่ชอบความลุยและยืดหยุ่น
คู่รักหรือเพื่อนซี้ 2 คน ที่อยากขี่ชิลล์ ๆ แวะถ่ายรูปตามทาง หาดไหนสวยก็จอดเลย
แท็กซี่หรือรถเหมาคัน: สายสบาย ไม่อยากแตะพวงมาลัย
✅ ข้อดีของการนั่งแท็กซี่หรือรถเหมาคัน
ไม่ต้องขับเองเลย นั่งสบาย ๆ ปล่อยให้คนขับจัดการทุกอย่าง
คนขับในพื้นที่หลายคนรู้เส้นทางดี ช่วยแนะนำสถานที่หรือจุดแวะได้บ้าง
เหมาะกับกลุ่มที่อยากเที่ยวแบบมีคนรับ–ส่งถึงที่ ไม่อยากคิดเรื่องเส้นทาง
❌ ข้อจำกัดที่ทำให้หลายคนลังเล
ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง โดยเฉพาะเส้นยอดฮิตอย่าง สนามบิน–ป่าตอง ที่ราคาอาจแตะหลักพันขึ้น
ถ้าแพลนเที่ยวหลายจุดในวันเดียว ค่าเดินทางจะพุ่งขึ้นเร็วมาก
ความยืดหยุ่นน้อย อยากแวะเพิ่มหรือนอกเหนือที่คุยกันไว้ อาจต้องจ่ายเพิ่ม
ไม่ค่อยเหมาะกับสายชอบเปลี่ยนแพลนกลางทาง หรืออยากหยุดถ่ายรูปนาน ๆ
💡 เหมาะกับใคร?
นักท่องเที่ยวที่มีอายุมาก หรือคนที่ไม่มั่นใจเรื่องการขับรถเอง
คนที่มาเที่ยวไม่นาน แค่วัน–สองวัน และมีจุดหมายไม่กี่แห่ง
สรุปแบบเข้าใจง่าย: สายไหนควรเลือกอะไรดี?
ลองเช็กจากสไตล์การเที่ยวและแผนทริปของคุณดู:
ถ้าอยู่ภูเก็ต ตั้งแต่ 2 วันขึ้นไป อยากไปหลายที่ เน้นความคุ้มค่าและยืดหยุ่นสูง → เช่ารถยนต์ คือคำตอบที่ตอบโจทย์สุด
ถ้ามาแบบสายแบ็คแพ็ค ชอบความอิสระ ขี่มอเตอร์ไซค์ได้ และแพลนตระเวนคาเฟ่–ชายหาด → เช่ามอเตอร์ไซค์ ทั้งมัน ทั้งประหยัด และฟีลดีสุด ๆ
ถ้าไม่อยากขับเลย หรือแวะเที่ยวแค่ไม่กี่ชั่วโมง–ไม่กี่จุด → นั่งแท็กซี่หรือรถเหมาคัน ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ใช่ แม้ต้องยอมจ่ายแพงกว่าเล็กน้อยแลกกับความสบาย
ทริปภูเก็ตจะดีแค่ไหน เริ่มต้นที่การเลือกรถให้ตรงใจ
ก่อนแพ็กกระเป๋ามาเที่ยว ลองนั่งคิดภาพทริปของตัวเองคร่าว ๆ ว่าอยากเน้นอะไรเป็นหลัก:
เน้นคุ้มค่า–ประหยัด แต่ไปหลายที่
เน้นความอิสระ คล่องตัว อยากเลี้ยวแวะตรงไหนก็ได้
หรือเน้นสบาย ไม่แตะพวงมาลัยเลย
เลือกวิธีเดินทางให้เข้ากับสไตล์เที่ยวของตัวเองสักนิด ทริปภูเก็ตของคุณจะลื่นไหลและสนุกขึ้นแบบรู้สึกได้จริง ๆ
เที่ยวภูเก็ตให้คุ้ม แค่เลือกยานพาหนะให้เหมาะกับแผนของคุณ แล้วคุณจะยิ่งหลงรักเกาะนี้มากกว่าเดิม

