ศึก Bagger ระดับโลกเริ่มเดือด ฤดูกาลเปิดตัวชิงแชมป์ 2026 มาแล้ว
Harley-Davidson® จับมือ โมโตจีพี ยกระดับความมันของสองล้อสายทัวริ่ง ด้วยการแข่งขัน Harley-Davidson Bagger World Cup ฤดูกาลเปิดตัว ปี 2026 ที่ทั้งอัปเดตรายชื่อทีมในกริดชั่วคราว ยืนยันรูปแบบการแข่งขันสุดสัปดาห์ครบทุกสนาม และประกาศเปิดขาย แพ็กเกจบัตรเข้าชมทั้ง 6 สนาม อย่างเป็นทางการเรียบร้อย
นี่คือทัวร์นาเมนต์ที่เปลี่ยนภาพจำของมอเตอร์ไซค์แบ็กเกอร์ จากรถทัวริ่งสายเดินทาง กลายเป็นคอมโบสายแข่งที่พร้อมบิดใส่กันบนสนามโมโตจีพีระดับโลก

ทีมแข่งจากทั่วโลกแห่เข้าร่วม กริดปีแรกแน่นแบบมีลุ้น
การเข้าร่วมของทีมแข่งจากหลายประเทศยังคงขยายตัวต่อเนื่อง ทำให้ฤดูกาลเปิดตัวไม่ได้มาแบบลองของ แต่มาแบบจริงจังตั้งแต่ปีแรก
Harley-Davidson ยืนยันการเข้าร่วมของ ทีม Niti Racing จากอินโดนีเซีย ที่จะลงสนามร่วมกับทีมที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ ได้แก่
Saddlemen Race Development จากสหรัฐอเมริกา
Cecchini Racing Garage จากอิตาลี
Joe Rascal Racing จากออสเตรเลีย

ทีม Niti Racing จะกลายเป็นทีมแรกจากอินโดนีเซียที่ลงแข่งในรายการบนสนามโมโตจีพี นี่ไม่ใช่แค่การส่งรถลงแข่ง แต่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการมอเตอร์สปอร์ตอินโดนีเซียบนเวทีโลก
ทีมถูกสร้างบนพื้นฐานการพัฒนานักแข่งระดับประเทศ ควบคู่กับโครงสร้างการบริหารทีมแบบมืออาชีพ สะท้อนความตั้งใจผลักดันทีมโลคอลให้กลายเป็นผู้เล่นระดับนานาชาติ มีทั้งเอกลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่น และวิธีคิดแบบมอเตอร์สปอร์ตยุคใหม่รวมอยู่ในทีมเดียว
ด้วยจุดยืนแบบนี้ Niti Racing เลยไม่ได้มาแค่เพิ่มสีสัน แต่ยังพามุมมองสากล และ วิสัยทัศน์ระยะยาว มาช่วยออกแบบอนาคตของการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ระดับโลกให้เดือดกว่าเดิม
เพื่อเสริมความเข้มข้นของฤดูกาลเปิดตัว ทีม Joe Rascal Racing ยังได้รับไฟเขียวให้เพิ่มจำนวนนักแข่งจาก 2 คน เป็น 3 คน ทำให้เกมในกริดเปิดหัวซีซั่น 2026 มีความพลิกผันมากขึ้นแบบรู้เรื่อง
ฐานแข่งแน่นตั้งแต่ปีแรก นักบิด 9 คน 4 ทีม พร้อมบู๊
เจฟฟรีย์ ชูสเลอร์ ผู้อำนวยการโครงการแข่งขันระดับโลกของ Harley-Davidson ระบุว่า การเข้ามาของทีม Niti Racing และการเพิ่มนักแข่งคนที่ 3 ของทีม Joe Rascal Racing ทำให้ตอนนี้กริดของ Harley-Davidson Bagger World Cup มี
4 ทีมแข่งเต็มฤดูกาล
นักแข่งรวม 9 คน
เขามองว่านี่คือฐานการแข่งขันที่แข็งแรงมากสำหรับปีแรกของรายการ ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างพูดคุยกับทีมที่สนใจเข้าร่วมเพิ่มจากทั่วโลก สะท้อนว่าซีรีส์นี้กำลังถูกจับตาอย่างจริงจัง
เป้าหมายชัดเจน: เดินหน้าพัฒนาซีรีส์ให้เติบโตอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่โปรเจกต์ชั่วคราวหรือกระแสวูบวาบปีเดียวแล้วจบ

รูปแบบแข่งสุดสัปดาห์: 3 วันจัดเต็ม 2 เรซ
ตารางการแข่งขันแบบสุดสัปดาห์ สำหรับฤดูกาล 2026 ได้รับการยืนยันแล้ว โดยจะใช้รูปแบบ 3 วันเต็ม สำหรับสนามกรังด์ปรีซ์ที่สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร อารากอน และออสเตรีย โดยมีโครงแบบนี้
วันศุกร์
Free Practice 1 (FP1) และ Free Practice 2 (FP2) เน้นการปรับเซตติ้งรถ เก็บข้อมูลสนามให้เต็มที่วันเสาร์
ช่วงกลางวันเป็นรอบควอลิฟายจัดกริด ก่อนจัด Race 1 ในช่วงบ่าย ต่อทันทีหลังจบการแข่งขัน MotoGP™ Tissot Sprint เรียกได้ว่าแฟน ๆ แทบไม่มีเวลาให้หัวใจได้พักวันอาทิตย์
จัด Race 2 ในช่วงเช้าหรือบ่าย ขึ้นกับโปรแกรมของแต่ละสนาม เพิ่มดีกรีความมันปิดสุดสัปดาห์
สำหรับ อิตาเลียนกรังด์ปรีซ์ ที่สนามมูเจลโล จะใช้รูปแบบพิเศษแตกต่างจากสนามอื่นเล็กน้อย
วันศุกร์: FP1, FP2 และรอบควอลิฟาย รวมทุกอย่างไว้ในวันเดียว
วันเสาร์: ระเบิดความมันแบบยิงยาวด้วยทั้ง Race 1 และ Race 2
แพ็กเกจบัตรเข้าชมระดับพรีเมียม พร้อมสิทธิ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ
แพ็กเกจบัตรเข้าชม Harley-Davidson Bagger World Cup เปิดขายแล้วอย่างเป็นทางการ ครบทั้ง 6 สนามตลอดฤดูกาลเปิดตัว 2026 ใครที่อยากสัมผัสประสบการณ์ข้างสนามแบบใกล้ชิด ต้องรีบเพราะบัตรมีจำนวนจำกัด
แพ็กเกจออกแบบมาเพื่อให้แฟน ๆ Harley-Davidson และสายสองล้อได้ฟีลแบบ VIP สายซิ่ง ตลอดสุดสัปดาห์ โดยสิ่งที่รวมอยู่ในแพ็กเกจ มีทั้งความสะดวกสบายและกิจกรรมแบบเอ็กซ์คลูซีฟ
สิ่งที่คุณจะได้รับในแพ็กเกจ
ที่นั่งบนอัฒจันทร์ภายใต้แบรนด์ Harley-Davidson ได้บรรยากาศแบบแฟนฮาร์ลียกสแตนด์
พื้นที่จอดมอเตอร์ไซค์เฉพาะ ให้ขี่รถคู่ใจมาจอดแบบมีโซนของตัวเอง
บริการฝากหมวกกันน็อกและแจ็กเก็ต (ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละสนาม)
Harley-Davidson Fan Pack ของที่ระลึกสุดพิเศษเฉพาะแฟนรายการนี้
สิทธิ์เข้าถึงแพดด็อกและโรงรถของทีมแข่ง ใกล้ชิดตัวรถและทีมงานแบบเบื้องหลัง
สิทธิ์เข้าชมโซน MotoGP และ Harley-Davidson Fan Zone โฉมใหม่ที่จัดเต็มทั้งบรรยากาศและกิจกรรมสำหรับสาวกตัวจริง
เปิดสังเวียน 6 สนามใหญ่ทั่วอเมริกาและยุโรป
รายละเอียดเรื่องราคาและสถานะบัตรของแต่ละสนาม สามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ของผู้จัดสนามโดยตรง ซึ่งรายการนี้จะตระเวนไปจัดใน 6 สนามดังทั่วโลกตลอดปี 2026 ได้แก่
สหรัฐอเมริกา – Circuit of the Americas (Austin)
จัดแข่งขันช่วงปลายเดือนมีนาคม บรรยากาศแบบอเมริกันสไตล์เต็มขั้นอิตาลี – Autodromo Internazionale del Mugello
สนามไอคอนิกท่ามกลางภูเขาสวย ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมเนเธอร์แลนด์ – TT Circuit Assen
สนามในตำนานของสาย Road Racing แข่งช่วงปลายเดือนมิถุนายนสหราชอาณาจักร – Silverstone Circuit
สนามเก่าแก่สายความเร็ว จัดศึกในช่วงต้นเดือนสิงหาคมอารากอน (สเปน) – MotorLand Aragón
หนึ่งในสนามเทคนิคจัด ๆ ของยุโรป แข่งปลายเดือนสิงหาคมออสเตรีย – Red Bull Ring
สนามปิดฤดูกาลและรอบตัดสินในช่วงกลางเดือนกันยายน บทสรุปของศึกแบ็กเกอร์ระดับโลกจะเกิดขึ้นที่นี่

จาก Grand American Touring สู่ Bagger สายโหดระดับสนามแข่ง
หัวใจสำคัญของรายการนี้อยู่ที่ตัวรถ เพราะมอเตอร์ไซค์ที่ใช้ในการแข่งขัน Harley-Davidson Bagger World Cup ถูกพัฒนาจากแพลตฟอร์ม Grand American Touring ก่อนถูกทีม Harley-Davidson Factory Racing โมดิฟายแบบจัดหนักให้กลายเป็นรถแข่งเต็มตัว
ไฮไลต์ของตัวรถมีดังนี้
พื้นฐานจาก Harley-Davidson Road Glide พร้อมเครื่องยนต์ Milwaukee-Eight V-Twin 131R ที่ถูกเซตให้พร้อมลงสนามโดยเฉพาะ
แชสซี ระบบกันสะเทือน ระบบเบรก และระบบอิเล็กทรอนิกส์ ปรับแต่งใหม่ให้เหมาะกับการแข่งเต็มรูปแบบ
การปรับสมดุลน้ำหนักและอัปเกรดแอโรไดนามิก เพื่อให้มั่นใจว่ารถนิ่งและคมในทุกโค้ง
สมรรถนะทะลุ 200 แรงม้า พร้อมความเร็วสูงสุดแตะ 300 กม./ชม. (186 ไมล์/ชม.)
ทั้งหมดนี้หลอมรวมกันเป็นรถแข่งที่ยังคงอัตลักษณ์เครื่องยนต์ American V-Twin แบบชัดเจน แต่ยกระดับด้วยเทคโนโลยีและสมรรถนะระดับโลก การได้เห็นรถสไตล์แบ็กเกอร์ในบอดี้ทัวริ่ง ลงหวดในสนามโมโตจีพีแบบจริงจัง คือภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และจะกลายเป็นซิกเนเจอร์ของซีรีส์นี้ไปอีกนาน
Harley-Davidson Bagger World Cup คืออะไรในภาพใหญ่ของวงการแข่ง?
Harley-Davidson Bagger World Cup คือการแข่งขันระดับโลกครั้งแรกที่จัดขึ้นเพื่อมอเตอร์ไซค์ประเภทแบ็กเกอร์ของ Harley-Davidson ที่เน้นสมรรถนะสูงโดยเฉพาะ
บทบาทของรายการคือการเป็น Premier Support Championship หรือรายการสนับสนุนหลักในบางสนามของโมโตจีพี ทั้งในทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป ทำให้แฟน ๆ ที่ไปชมโมโตจีพี ได้ดูทั้งรถโปรโตไทป์สายแข่งเต็มตัว และแบ็กเกอร์ V-Twin สายดุดันบนสนามเดียวกัน
นี่ไม่ใช่แค่การแข่งโชว์ แต่คือการปั้นแพลตฟอร์มใหม่ให้แบ็กเกอร์กลายเป็นอีกหนึ่งพระเอกของโลกมอเตอร์สปอร์ต
สรุป: สายทริป สาย Harley สายสนาม ต้องจดวันไว้ในปฏิทิน
สำหรับสายทริปมอเตอร์ไซค์ที่หลงรักความดิบของ V-Twin และฟีลทัวริ่งแบบยิ่งใหญ่ การได้เห็น Grand American Touring ถูกยกระดับไปโลดแล่นในสนามแข่งจริง คือภาพที่ต้องไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง
ฤดูกาล 2026 ของ Harley-Davidson Bagger World Cup ไม่ได้มีดีแค่ชื่อ แต่จัดเต็มทั้ง
กริดนักแข่งและทีมจากหลายทวีป
รูปแบบการแข่งขันสุดสัปดาห์ที่แน่นและมันทุกวัน
แพ็กเกจบัตรเข้าชมพร้อมสิทธิ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแฟนตัวจริง
ใครกำลังวางแพลนทริปต่างประเทศกับมอเตอร์ไซค์คู่ใจ ปีนี้อาจเป็นจังหวะที่ดีในการจัดทริปให้ชนกับหนึ่งใน 6 สนามของรายการนี้ แล้วไปสัมผัสเสียง V-Twin แบบเต็มหู กลิ่นยางไหม้แบบเต็มปอด และบรรยากาศแฟนโซน Harley-Davidson แบบเต็มหัวใจด้วยตัวเอง

