รับแอปรับแอป

ของหายไม่ใช่เรื่องขำ เมื่อคุณมีหมา! ใช้ AirTag ยังไงให้ตามทันทั้งกุญแจและน้องสุนัข

ภูริณัฐ วงศ์ชัย01-30

AirTag เล็กจิ๋วแต่โคตรจำเป็น สำหรับคนขี้ลืมและทาสหมา

ถ้าคุณเป็นสายขี้ลืม วางกุญแจแล้วหาไม่เจอ หรือเลี้ยงน้องหมาที่ชอบแอบหนีเที่ยว AirTag คือ Gadget ชิ้นเล็ก ๆ ที่ช่วยเซฟทั้งเวลาและเซฟหัวใจได้แบบจริงจัง

มันมาพร้อมเทคโนโลยี Ultra‑Wideband (UWB) ทำงานร่วมกับเครือข่าย Find My ของ Apple ที่มีอุปกรณ์อยู่ทั่วโลก ช่วยให้การตามหาของสำคัญหรือสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องง่ายขึ้นแบบรู้ทิศ รู้ระยะ แทบไม่ต้องเดา

สำหรับสายพาน้องหมาไปเดินทาง เที่ยวต่างจังหวัด หรือเข้าคาเฟ่บ่อย ๆ การมี AirTag ติดปลอกคอน้องไว้ คืออีกหนึ่งเลเยอร์ความอุ่นใจที่เพิ่มขึ้นแบบชัด ๆ

AirTag คืออะไร ทำอะไรได้บ้าง ?

AirTag คืออุปกรณ์ติดตามตัวจิ๋วจาก Apple ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยตามหาสิ่งของสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น

  • กุญแจบ้าน กุญแจรถ

  • กระเป๋าสตางค์ กระเป๋าสะพาย

  • กระเป๋าเดินทางเวลาไปทริป

  • ปลอกคอน้องหมาหรือน้องแมว

มันทำงานผ่านสัญญาณ Bluetooth และเชื่อมต่อกับแอป Find My บน iPhone หรือ iPad คุณสามารถสั่งให้ AirTag ส่งเสียงจากลำโพงในตัวเพื่อช่วยหา หรือจะเรียก Siri ให้ช่วยค้นหาก็ได้

ตัวอุปกรณ์หนักเพียง 11 กรัม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 31.9 มิลลิเมตร หนา 8 มิลลิเมตร เล็กพอจะติดกับของชิ้นเล็ก ๆ ได้แบบไม่เกะกะ แถมยังมีเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว และถูกออกแบบให้ทนสภาพอากาศหลากหลายอุณหภูมิ

ใช้ AirTag กับน้องหมา ดีจริงไหม ?

การเอา AirTag ไปติดปลอกคอหมา คือหนึ่งในวิธีเพิ่มความสบายใจให้เจ้าของ โดยเฉพาะบ้านที่น้องชอบแอบวิ่งออกไปนอกบ้าน หรือพาไปเดินเล่นในที่เปิดโล่งแล้วกลัวหลุดสายจูง

แม้ AirTag จะไม่ได้ถูกออกแบบมาเป็น GPS Tracker สำหรับสัตว์โดยตรง แต่การใช้ร่วมกับเครือข่าย Find My ก็ช่วยให้

  • สแกนหาตำแหน่งโดยคร่าว ๆ ได้

  • ใช้เสียงช่วยตามหาเมื่ออยู่ในระยะใกล้

  • เหมาะกับสถานการณ์ที่น้องยังอยู่ในโซนที่มีอุปกรณ์ Apple อยู่รอบ ๆ

สำหรับคนพาน้องหมาเดินทางบ่อย ไม่ว่าจะขึ้นรถ ออกทริป หรือไปพักโฮเทล แค่ติด AirTag เพิ่มอีกชิ้น ก็เท่ากับเพิ่มหนึ่งชั้นของความอุ่นใจ

8 เหตุผลที่ควรรู้ ก่อนตัดสินใจซื้อ AirTag

ก่อนจะกดซื้อ มาดูภาพรวมข้อดีของ AirTag กันแบบเน้น ๆ ว่ามันตอบโจทย์การใช้ในชีวิตประจำวันและการเดินทางกับน้องหมายังไงบ้าง

1. ติดตามสิ่งของและสัตว์เลี้ยงได้แม่นยำ

หัวใจหลักของ AirTag คือความแม่นยำในการระบุตำแหน่ง โดยเฉพาะเมื่อใช้งานกับ iPhone รุ่นที่รองรับ Precision Finding คุณจะเห็นทั้งระยะห่างและทิศทางบนหน้าจอแบบเรียลไทม์ ทำให้การหากุญแจ กระเป๋า หรือปลอกคอหมาที่หายไปง่ายกว่าการเดินหาแบบเดาสุ่มเยอะ

2. ใช้พลังเครือข่าย Find My ครอบคลุมทั่วโลก

AirTag ไม่ได้ทำงานแค่กับ iPhone ของคุณคนเดียว แต่มันใช้เครือข่าย Find My ที่มีอุปกรณ์ Apple มากกว่าพันล้านเครื่องทั่วโลกช่วยกันตรวจจับตำแหน่ง

นั่นหมายความว่า หากกระเป๋าเดินทางของคุณถูกส่งผิดสายพาน หรือหมาหลุดออกไปไกลเกินระยะ Bluetooth เครื่องคุณ คนที่เดินผ่านซึ่งใช้ iPhone ก็มีโอกาสช่วยอัปเดตตำแหน่งของ AirTag ให้คุณแบบอัตโนมัติ โดยที่เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

3. โหมด Lost Mode ช่วยแจ้งเมื่อพบของหาย

ถ้าของที่ติด AirTag หายไป คุณสามารถเปิด Lost Mode บนแอป Find My ได้ เมื่อมีอุปกรณ์ Apple ใดตรวจพบตำแหน่ง AirTag ของคุณ ระบบจะส่งการแจ้งเตือนไปให้เจ้าของทันที

นอกจากนี้ยังตั้งค่าให้ผู้ที่เก็บเจอ สามารถแตะสมาร์ตโฟนที่รองรับ NFC กับ AirTag เพื่อดูข้อมูลติดต่อเจ้าของได้ ช่วยเพิ่มโอกาสที่ของจะได้กลับคืน

4. ใช้งานได้ดีแม้สำหรับคนที่มองไม่เห็นหน้าจอ

AirTag รองรับการทำงานร่วมกับฟีเจอร์ VoiceOver บน iPhone ซึ่งจะอ่านข้อความบนหน้าจอออกมาเป็นเสียง เช่น บอกว่า

  • ห่างจาก AirTag ประมาณกี่เมตร

  • อยู่ทางซ้าย ขวา หน้า หรือหลัง

เหมาะกับผู้ใช้ที่มีปัญหาด้านสายตา หรือแม้แต่คนที่กำลังเดินตามหาน้องหมาในที่มืด ๆ แล้วไม่อยากมัวแต่มองจออย่างเดียว

5. กันน้ำกันฝุ่น มาตรฐาน IP67

อีกจุดเด่นของ AirTag คือการป้องกันน้ำและฝุ่นตามมาตรฐาน IP67 สามารถทนน้ำลึกได้ถึงราว 1 เมตรในเวลา 30 นาที

แปลว่า ถ้าน้องหมาวิ่งลุยน้ำ เล่นน้ำฝน หรือคุณเผลอทำน้ำหกใส่ ก็ยังมีโอกาสสูงที่ AirTag จะทำงานได้ตามปกติ เหมาะมากสำหรับสายพาหมาไปลุยสวน ลุยคาเฟ่แบบ Outdoor

6. ใช้ถ่าน CR2032 หาง่าย เปลี่ยนเองได้

AirTag ใช้แบตเตอรี่แบบ CR2032 ซึ่งหาซื้อง่ายตามร้านทั่วไป และสามารถเปลี่ยนเองได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะ

อายุแบตประมาณ 1 ปี และระบบจะเตือนเมื่อใกล้หมดผ่านแอป Find My ทำให้ไม่ต้องคอยเดาว่าถ่านหมดหรือยัง เหมาะกับคนที่ติด AirTag ไว้กับของหลายชิ้น รวมถึงปลอกคอน้องหมาที่ไม่อยากถอดเข้าออกบ่อย ๆ

7. ระบบความเป็นส่วนตัวและ Anti‑Stalking

Apple ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวมาก AirTag จึงมาพร้อมระบบแจ้งเตือนหากมี AirTag แปลกปลอมกำลังเคลื่อนที่ไปกับคุณเป็นเวลานาน เพื่อป้องกันการถูกติดตามแบบไม่ยินยอม

ฟีเจอร์นี้ดีทั้งสำหรับตัวคุณเอง และสังคมโดยรวม เพราะช่วยให้การใช้งาน AirTag เป็นไปเพื่อ การตามหาของและสัตว์เลี้ยง ไม่ใช่การละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น

8. สลักชื่อหรืออีโมจิได้ มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร

คุณสามารถเลือกสลักตัวอักษรสั้น ๆ หรือลายอีโมจิลงบน AirTag ได้ฟรีตอนสั่งซื้อ ช่วยให้

  • แยก AirTag ของแต่ละคนในบ้านได้ง่าย

  • ทำ AirTag สำหรับน้องหมาแต่ละตัวให้มีสไตล์เฉพาะของตัวเอง

ใครเลี้ยงหมาหลายตัว จะติด AirTag คนละอัน พร้อมสลักชื่อให้แต่ละตัวก็ยังได้ น่ารักและใช้งานง่ายไปพร้อมกัน

ใครคือกลุ่มที่ควรมี AirTag ติดบ้านไว้บ้าง ?

AirTag เป็น Gadget ที่ใช้ง่าย ไม่ต้องเป็นสายเทคก็ใช้ได้ และเหมาะกับคนหลายกลุ่ม โดยเฉพาะ

  • สายหมาและทาสแมว: ใช้ติดปลอกคอสุนัขหรือแมว เพื่อช่วยตามหาเวลาพลัดหลงหรือหลุดออกจากบ้าน

  • คนขี้ลืมเป็นประจำ: ใครที่ชอบวางกุญแจ กระเป๋าสตางค์ หรือของชิ้นเล็กแล้วจำไม่ได้ว่าทิ้งไว้ตรงไหน AirTag ช่วยประหยัดเวลาเดินวนหาทั้งบ้านได้เยอะมาก

  • สายเดินทาง ตัวติดสนามบิน: คนที่ชอบบินบ่อย มีหลายกระเป๋าเดินทาง การติด AirTag ไว้ช่วยให้รู้ว่ากระเป๋าไปถึงแล้วหรือยัง หลงอยู่ไหนหรือเปล่า

สำหรับคนที่เดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยง การมี AirTag ทั้งในกระเป๋าเดินทาง และบนปลอกคอน้องหมา จะทำให้ทุกทริปสบายใจขึ้นเยอะ

คำถามยอดฮิตก่อนซื้อ AirTag

AirTag หนักไหม ต้องใส่เคสหรือพวงกุญแจเพิ่มหรือเปล่า ?

AirTag หนักเพียง 11 กรัม ขนาดใกล้เคียงเหรียญ ทำให้พกพาและติดกับของต่าง ๆ ได้ไม่เทอะทะ

คุณสามารถ

  • ใส่เคสแล้วคล้องกับกุญแจ

  • ใส่พวงกุญแจแล้วห้อยกับกระเป๋า

  • เลือกเคสแบบสำหรับน้องหมาโดยเฉพาะ เพื่อติดกับปลอกคอให้แน่นและปลอดภัย

เคสยังช่วยกันรอยขีดข่วน ทำให้ AirTag ดูใหม่และสวยนานขึ้นด้วย

ใช้ AirTag ร่วมกับ Android ได้ไหม ?

AirTag ถูกออกแบบมาสำหรับใช้งานเต็มฟังก์ชันกับอุปกรณ์ Apple เป็นหลัก จึงไม่สามารถใช้งานร่วมกับ Android ได้โดยตรง

อย่างไรก็ตาม หากมีคนเก็บ AirTag ได้ และใช้สมาร์ตโฟน Android ที่รองรับ NFC ก็ยังสามารถแตะเพื่อดูข้อมูลติดต่อของเจ้าของได้ ถ้าคุณตั้งค่าไว้

AirTag ตามหาของได้ไกลแค่ไหน ?

AirTag ใช้ทั้ง Bluetooth และ UWB ในการระบุตำแหน่ง ระยะการค้นหาจะแปรผันตาม

  • ระยะห่างระหว่างคุณกับ AirTag

  • เครือข่ายอุปกรณ์ Apple ที่อยู่ในบริเวณนั้น

ถ้าอยู่ในระยะไม่เกินประมาณ 30 เมตร และใช้อุปกรณ์ที่รองรับ คุณจะใช้ฟังก์ชัน Precision Finding เพื่อค้นหาแบบระบุทิศและระยะได้อย่างแม่นยำ

ต้องจ่ายรายเดือนเพิ่มไหม ถ้าใช้ AirTag ?

การใช้งาน AirTag ไม่มีค่าบริการรายเดือน ซื้ออุปกรณ์หนึ่งครั้ง จากนั้นใช้งานผ่านแอป Find My ได้ฟรี ไม่ต้องสมัครแพ็กเกจเสริมใด ๆ

สรุป: ถ้าคุณรักของ และรักหมา AirTag คือของที่ควรมี

สำหรับคนที่ชอบเดินทางกับน้องหมา หรือเป็นสายขี้ลืมเป็นทุนเดิม การมี AirTag ติดของสำคัญและปลอกคอสุนัขไว้ คือการลงทุนเล็ก ๆ ที่แลกกับความสบายใจระยะยาว

มันไม่ได้ทำให้คุณไม่ลืมของ แต่ช่วยให้ของที่ลืมไม่หายไปจากชีวิต

ถ้าคุณกำลังมองหาเครื่องมือชิ้นเล็ก ๆ ที่ช่วยป้องกันดราม่าของหาย น้องหมาหลุด หรือกระเป๋าเดินทางสลับคน AirTag น่าจะเป็นหนึ่งใน Gadget ที่ควรอยู่ในลิสต์อันดับต้น ๆ ของคุณแล้วตอนนี้