ไทยเตรียมลุย MotoGP ต่ออีก 5 ปี
ประเทศไทยเตรียมต่อยอดความสำเร็จบนเวทีมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ด้วยการเดินหน้าเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก MotoGP ต่อเนื่องอีก 5 ปีเต็ม ในช่วงปี 2570-2574
ตลอดช่วงปี 2561-2568 ที่ไทยได้จัด MotoGP ประเทศไทยสร้างมูลค่าเศรษฐกิจรวมได้มากถึง 24,927 ล้านบาท กลายเป็นหนึ่งในอีเวนต์ใหญ่ที่ช่วยปั้นภาพลักษณ์ประเทศด้านกีฬาและการท่องเที่ยวให้โดดเด่นขึ้นบนเวทีโลก
มติ ครม. ไฟเขียว ทั้งเจ้าภาพและกรอบงบประมาณ
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบข้อเสนอจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้เดินหน้าชิงสิทธิ์จัด MotoGP ต่ออีก 5 ปี โดยมีสาระสำคัญคือ
ไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ MotoGP ช่วงปี 2570-2574 (รวม 5 ปี)
อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณ เพื่อใช้ในการจัดการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 3,997.86 ล้านบาท
วงเงินดังกล่าวเป็นเพดานงบประมาณที่สามารถปรับได้ตามอัตราแลกเปลี่ยนในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงของสกุลเงินท้องถิ่น
งบประมาณนี้จะถูกใช้เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดงานให้ทัดเทียมเวทีโลก รองรับทั้งนักแข่ง ทีมงาน และแฟนมอเตอร์สปอร์ตจากทั่วโลกที่จะหลั่งไหลเข้ามาในแต่ละปี

MotoGP: มอเตอร์สปอร์ตเรือธง ที่ทั้งโลกจับตา
การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก MotoGP ถือเป็นรายการมอเตอร์สปอร์ตที่ยิ่งใหญ่และเร็วที่สุดรายการหนึ่งของโลก ได้รับความนิยมจากแฟนความเร็วในทุกทวีป
จุดเด่นของ MotoGP คือ
เป็นเวทีของรถแข่งสมรรถนะสูงสุดของโลก
รวมสุดยอดนักบิดระดับแถวหน้าจากหลายประเทศ
มีการถ่ายทอดสดครอบคลุมกว่า 207 ประเทศ
มีผู้ติดตามชมการแข่งขันในแต่ละฤดูกาลสูงถึง 800 ล้านคน ผ่านทั้งการชมในสนามและแพลตฟอร์มถ่ายทอดสดรูปแบบต่าง ๆ
การที่ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในสนามแข่งขันของปฏิทิน MotoGP จึงไม่ใช่แค่เรื่องของกีฬา แต่คือการได้พื้นที่ประชาสัมพันธ์ประเทศแบบเน้น ๆ บนเวทีระดับโลก
MotoGP กับพลังท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทย
ตลอดช่วงปี 2561-2568 ที่ไทยรับบทเจ้าภาพ MotoGP ผลลัพธ์ชัดเจนมากในมุมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
ไฮไลต์สำคัญที่ตัวเลขสะท้อนได้ชัดเจน คือ
สร้างมูลค่าเศรษฐกิจสะสมกว่า 24,927 ล้านบาท
มีผู้ชมเฉลี่ยกว่า 206,240 คนต่อหนึ่งครั้งจัดงาน ทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ
- ทำให้เกิดรายได้หมุนเวียนในหลายภาคส่วน ทั้ง
ที่พักและโรงแรม
ร้านอาหารและคาเฟ่
การเดินทางและขนส่ง
สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมเชิงประสบการณ์ในพื้นที่ใกล้สนาม
กล่าวได้ว่า การจัด MotoGP ไม่ใช่แค่งานแข่งรถ แต่คือ แม่เหล็กสำคัญในการดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง ให้เดินทางเข้ามาใช้จ่ายในประเทศ

ปูทางสู่ศูนย์กลางมอเตอร์สปอร์ตและสปอร์ตทัวริซึ่ม
การจัด MotoGP อย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทยถูกมองว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพสูงด้านการจัดอีเวนต์กีฬา โดยเฉพาะมอเตอร์สปอร์ตที่ต้องใช้มาตรฐานสูงทั้งในด้านสนาม ระบบความปลอดภัย และการบริหารจัดการ
ผลดีที่เกิดขึ้นมีทั้งในมิติภาพลักษณ์และเชิงโครงสร้าง เช่น
สร้างภาพลักษณ์ไทยในฐานะ ศูนย์กลางการจัดกีฬาระดับนานาชาติ ในภูมิภาคอาเซียน
ยกระดับอุตสาหกรรมกีฬาให้เติบโตเชื่อมโยงกับธุรกิจอื่น ๆ
กระตุ้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทางและบริการรองรับนักท่องเที่ยว
ผลักดันแนวคิด Sport Tourism ให้จับต้องได้จริง ไม่ได้อยู่แค่บนกระดาษนโยบาย
เมื่อผลลัพธ์ตลอด 8 ปีที่ผ่านมาออกมาชัดเจนว่าได้ทั้งภาพลักษณ์และรายได้ การเดินหน้าขอเป็นเจ้าภาพต่ออีก 5 ปี จึงเป็นการ ต่อยอดความสำเร็จให้ยั่งยืน มากกว่าจะเริ่มต้นใหม่
ทำไมต้องต่อสัญญาอีก 5 ปี?
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา การจัด MotoGP ไม่ได้ให้ผลตอบแทนแค่ปีต่อปี แต่ยังสร้างผลกระทบเชิงบวกระยะยาว ทั้งต่อแบรนด์ประเทศและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยรวม
เหตุผลสำคัญของการเดินหน้าต่อสัญญา 5 ปี ได้แก่
รักษาโมเมนตัม หลังจากไทยสร้างชื่อบนเวที MotoGP มาต่อเนื่องหลายปี
สร้างความต่อเนื่องของรายได้ จากนักท่องเที่ยวกลุ่มแฟนมอเตอร์สปอร์ตที่มักเดินทางซ้ำเมื่อประทับใจ
ต่อยอดเครือข่ายธุรกิจ ที่เกิดขึ้นจากการจัดงาน เช่น สปอนเซอร์ ทีมแข่ง แบรนด์ยานยนต์ และภาคบริการ
เสริมโอกาสให้ไทยกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางหลักด้านมอเตอร์สปอร์ตของภูมิภาค
เมื่อรวมทุกมิติ ทั้งด้านกีฬา ภาพลักษณ์ประเทศ เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว การดันให้ไทยเป็นเจ้าภาพ MotoGP ต่ออีก 5 ปี จึงเป็นหมากสำคัญที่น่าจับตาอย่างยิ่งสำหรับสายท่องเที่ยวและคนรักความเร็ว
มองอนาคต: จากสนามแข่งสู่การท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ
หากไทยได้เป็นเจ้าภาพ MotoGP ต่อเนื่องจนถึงปี 2574 นักท่องเที่ยวและแฟนมอเตอร์สปอร์ตจะมีโอกาสวางแผนทริปชมการแข่งขันล่วงหน้าได้ง่ายขึ้น สร้างแพ็กเกจท่องเที่ยวที่ผูกกับการแข่งได้อย่างลงตัว
ในมุมของนักเดินทาง นี่คือโอกาสในการออกแบบทริปสไตล์ใหม่ เช่น
ทริปตามรอย MotoGP ดูแข่งหนึ่งวัน เที่ยวต่ออีกหลายเมือง
จัดทริปแก๊งเพื่อนสายบิด ชมการแข่งขันควบเที่ยวเชิงประสบการณ์
เติมสีสันทริปครอบครัว ด้วยประสบการณ์สนามแข่งระดับโลก
หากบริหารจัดการดี ๆ MotoGP จะไม่ใช่แค่สุดสัปดาห์แห่งเสียงเครื่องยนต์ แต่จะกลายเป็น เทศกาลท่องเที่ยวครบวงจร ที่ทุกภาคส่วนได้ประโยชน์ร่วมกันอย่างแท้จริง

