ร้านอาหารไทยกำลังจะบูม ใครจับเทรนด์ได้ก่อน ก็วิ่งนำตลาด
ธุรกิจร้านอาหารไทยกำลังเดินหน้าสู่ปี 2568 แบบไม่ธรรมดา มีแนวโน้มเติบโตอีกราว 5% ดันมูลค่าตลาดรวมพุ่งทะลุ 5 แสนล้านบาท ไม่ใช่แค่โตตามเศรษฐกิจ แต่โตจากการเปลี่ยนวิถีการกินของคนไทยและนักท่องเที่ยวทั่วโลกด้วย
เบื้องหลังการเติบโตนี้ มาจากทั้งการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว การสนับสนุนอาหารไทยในฐานะ Soft Power และที่สำคัญคือเทรนด์ อาหารเพื่อสุขภาพ ที่มาแรงแบบหยุดไม่อยู่
ทำไมธุรกิจร้านอาหารยังมีอนาคตสดใส
การคาดการณ์ปี 2568 ชี้ชัดว่าธุรกิจร้านอาหารไทยยังไปต่อได้อีกไกล เพราะมีแรงหนุนสำคัญหลายด้าน ไม่ใช่แค่คนอยากกินนอกบ้านมากขึ้น แต่รูปแบบการกินกำลัง “อัปเกรด” อย่างเห็นได้ชัด
ปัจจัยหลักที่ช่วยดันให้ตลาดเติบโต ได้แก่
การท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก ทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ
เศรษฐกิจเริ่มฟื้น ผู้คนกล้าจับจ่าย ใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น
รัฐผลักดันอาหารไทยให้เป็น Soft Power ระดับชาติ สร้างภาพจำที่ดีบนเวทีโลก
ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตมากกว่าที่เคย
ไม่ใช่แค่อิ่มท้อง แต่ต้องอิ่มแล้วสุขภาพดีด้วย กลายเป็นโจทย์ใหม่ที่ผู้ประกอบการต้องตอบให้โดน
เทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพ: ไม่ใช่กระแสชั่วคราว
หนึ่งในเทรนด์ที่โดดเด่นที่สุด คือการเติบโตของเมนูและคอนเซ็ปต์ร้านที่เน้นสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่อยากกินดี แต่อยากอร่อยด้วย
กลุ่มเมนูที่มาแรงเป็นพิเศษ เช่น
อาหารที่มี ส่วนผสมสมุนไพรไทย เพิ่มมิติทั้งรสชาติและคุณประโยชน์
อาหารฟิวชั่น ที่ผสมผสานวัตถุดิบท้องถิ่นกับไอเดียสมัยใหม่
ผลิตภัณฑ์และเมนูจากพืช (Plant-Based) สำหรับสายรักสุขภาพและสายกึ่งมังสวิรัติ
ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มมองอาหารเป็นมากกว่าสิ่งที่ทำให้อิ่ม แต่เป็นเครื่องมือดูแลตัวเองในระยะยาว ใครจับจุดนี้ได้ก่อน ก็มีโอกาสยึดหัวหาดตลาดได้ไม่ยาก
โจทย์ใหญ่ของผู้ประกอบการ: โตได้ แต่ต้องแกร่งด้วย
แม้ภาพรวมจะสดใส แต่ธุรกิจร้านอาหารไม่ได้เดินอยู่บนทางราบ ยังต้องรับมือกับความเสี่ยงรอบด้าน โดยเฉพาะเรื่อง ต้นทุน และ พฤติกรรมผู้บริโภคที่ซับซ้อนขึ้น
ความท้าทายที่เลี่ยงไม่ได้ ได้แก่
ต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่พุ่งสูงขึ้น ทั้งค่าแรง วัตถุดิบ และค่าสาธารณูปโภค
ความผันผวนจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ ที่กระทบห่วงโซ่อุปทานและราคาอาหาร
คู่แข่งเพิ่มขึ้นทั้งจากผู้เล่นไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะแบรนด์ใหญ่และเชนร้านอาหาร
พฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนเร็ว ต้องการประสบการณ์ที่มากกว่าการแค่มานั่งกินข้าว
เพราะฉะนั้น ผู้ประกอบการยุคนี้จึงต้อง บริหารร้านแบบมืออาชีพ มากขึ้น ไม่ใช่แค่ทำอาหารอร่อยอย่างเดียว
อัปเกรดร้านด้วยเทคโนโลยีและการวิเคราะห์ลูกค้า
เพื่อต้านแรงกดดันด้านต้นทุน และตามให้ทันความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนตลอดเวลา ร้านอาหารจำเป็นต้องพึ่งพา เทคโนโลยีและนวัตกรรม มากขึ้น
แนวทางสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ได้แก่
ใช้ระบบจัดการร้าน (POS, ระบบสต๊อก, ระบบจองโต๊ะ) ลดความผิดพลาดและประหยัดเวลา
เก็บและวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าแบบเชิงลึก เพื่อนำมาปรับเมนู โปรโมชั่น และบริการ
ออกแบบเมนูและประสบการณ์ในร้านให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายชัดเจน
บริหารต้นทุนวัตถุดิบอย่างมืออาชีพ ลดของเหลือทิ้ง และเพิ่มกำไรต่อจาน
ใครเข้าใจลูกค้าจริง ๆ จะได้เปรียบมากกว่าคนที่แค่เดาใจลูกค้า
ความร่วมมือเพื่อยกระดับผู้ประกอบการร้านอาหาร
เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านอาหารไทยอยู่รอดและเติบโตได้อย่างแข็งแรง มีการจับมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อช่วย “อัปสกิล” เจ้าของร้านให้บริหารธุรกิจได้อย่างทันสมัยยิ่งขึ้น

หนึ่งในความร่วมมือที่เกิดขึ้น คือโครงการเสริมแกร่งด้านการบริหารจัดการร้านอาหาร เพื่อให้ผู้ประกอบการพร้อมแข่งขันในสนามที่ดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในประเทศและระดับสากล
เวิร์กช็อปเข้มข้น ยกระดับร้านให้คิดแบบมืออาชีพ
มีการจัดอบรมหลักสูตร “Smart Restaurant Plus รุ่นที่ 8 การบริหารจัดการและยกระดับธุรกิจร้านอาหาร” เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการปรับมุมมองจาก “เจ้าของร้าน” ไปสู่การเป็น “นักธุรกิจร้านอาหาร” อย่างแท้จริง
การฝึกอบรมจัดขึ้นที่จังหวัดสงขลา มีผู้ประกอบการร้านอาหารเข้าร่วมกว่า 170 ราย สะท้อนให้เห็นว่าคนทำร้านจำนวนไม่น้อยเริ่มตระหนักว่า ถ้าอยากยืนระยะในตลาดให้ได้ ต้อง ลงทุนกับความรู้และทักษะการบริหาร เช่นเดียวกับการลงทุนในวัตถุดิบหรือทำเล
ตัวเลขล่าสุดบอกอะไรเกี่ยวกับอนาคตร้านอาหารไทย
ข้อมูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2568 เผยภาพที่น่าสนใจของธุรกิจร้านอาหารไทย ดังนี้
มีนิติบุคคลธุรกิจร้านอาหารในไทยรวม 25,883 ราย
ทุนจดทะเบียนรวมกว่า 141,264 ล้านบาท
แนวโน้มการจดทะเบียนจัดตั้งร้านอาหารรายใหม่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แรงหนุนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้มีผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ตลาด ได้แก่
การเติบโตของภาคการท่องเที่ยว
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทำให้คนกลับไปใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น
การสนับสนุนอาหารไทยให้เป็นส่วนหนึ่งของ Soft Power ที่สร้างทั้งรายได้และอิทธิพลทางวัฒนธรรม
สรุป: ปี 2568 คือปีชี้ชะตาร้านอาหารไทย
ภาพรวมปี 2568 คือปีแห่งโอกาสของธุรกิจร้านอาหารไทย ตลาดมีแนวโน้มเติบโต มูลค่าใหญ่ แข่งขันสูง แต่ก็ยังมีพื้นที่สำหรับคนที่ มองขาดเทรนด์ และ บริหารจัดการเป็น
ถ้าคุณเป็นผู้ประกอบการหรือกำลังคิดจะเปิดร้านอาหาร นี่คือ 3 คำสำคัญที่ต้องจำให้ขึ้นใจ:
สุขภาพ – เมนูต้องตอบโจทย์ทั้งความอร่อยและสุขภาพที่ดี
เทคโนโลยี – ใช้เครื่องมือมาช่วยบริหาร ไม่ทำธุรกิจด้วยสัญชาตญาณอย่างเดียว
รู้จักลูกค้า – เข้าใจความต้องการจริง ๆ ของคนที่มานั่งกินในร้านคุณ
ใครปรับตัวได้เร็ว มีสิทธิ์ไม่ใช่แค่รอด แต่ โตไปพร้อมกับตลาด 5 แสนล้านบาท ในยุคที่อาหารไทยกำลังดังไกลทั้งในประเทศและเวทีโลก.

