รับแอปรับแอป

ปี 2568 ร้านอาหารไทยเดือด! โต 5% ทะลุ 5 แสนล้าน ใครไม่อัปสกิลอยู่ไม่ได้

กัญญารัตน์ อินทร์01-29

ร้านอาหารไทยกำลังจะบูม ใครจับเทรนด์ได้ก่อน ก็วิ่งนำตลาด

ธุรกิจร้านอาหารไทยกำลังเดินหน้าสู่ปี 2568 แบบไม่ธรรมดา มีแนวโน้มเติบโตอีกราว 5% ดันมูลค่าตลาดรวมพุ่งทะลุ 5 แสนล้านบาท ไม่ใช่แค่โตตามเศรษฐกิจ แต่โตจากการเปลี่ยนวิถีการกินของคนไทยและนักท่องเที่ยวทั่วโลกด้วย

เบื้องหลังการเติบโตนี้ มาจากทั้งการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว การสนับสนุนอาหารไทยในฐานะ Soft Power และที่สำคัญคือเทรนด์ อาหารเพื่อสุขภาพ ที่มาแรงแบบหยุดไม่อยู่

ทำไมธุรกิจร้านอาหารยังมีอนาคตสดใส

การคาดการณ์ปี 2568 ชี้ชัดว่าธุรกิจร้านอาหารไทยยังไปต่อได้อีกไกล เพราะมีแรงหนุนสำคัญหลายด้าน ไม่ใช่แค่คนอยากกินนอกบ้านมากขึ้น แต่รูปแบบการกินกำลัง “อัปเกรด” อย่างเห็นได้ชัด

ปัจจัยหลักที่ช่วยดันให้ตลาดเติบโต ได้แก่

  • การท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก ทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ

  • เศรษฐกิจเริ่มฟื้น ผู้คนกล้าจับจ่าย ใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น

  • รัฐผลักดันอาหารไทยให้เป็น Soft Power ระดับชาติ สร้างภาพจำที่ดีบนเวทีโลก

  • ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตมากกว่าที่เคย

ไม่ใช่แค่อิ่มท้อง แต่ต้องอิ่มแล้วสุขภาพดีด้วย กลายเป็นโจทย์ใหม่ที่ผู้ประกอบการต้องตอบให้โดน

เทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพ: ไม่ใช่กระแสชั่วคราว

หนึ่งในเทรนด์ที่โดดเด่นที่สุด คือการเติบโตของเมนูและคอนเซ็ปต์ร้านที่เน้นสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่อยากกินดี แต่อยากอร่อยด้วย

กลุ่มเมนูที่มาแรงเป็นพิเศษ เช่น

  • อาหารที่มี ส่วนผสมสมุนไพรไทย เพิ่มมิติทั้งรสชาติและคุณประโยชน์

  • อาหารฟิวชั่น ที่ผสมผสานวัตถุดิบท้องถิ่นกับไอเดียสมัยใหม่

  • ผลิตภัณฑ์และเมนูจากพืช (Plant-Based) สำหรับสายรักสุขภาพและสายกึ่งมังสวิรัติ

ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มมองอาหารเป็นมากกว่าสิ่งที่ทำให้อิ่ม แต่เป็นเครื่องมือดูแลตัวเองในระยะยาว ใครจับจุดนี้ได้ก่อน ก็มีโอกาสยึดหัวหาดตลาดได้ไม่ยาก

โจทย์ใหญ่ของผู้ประกอบการ: โตได้ แต่ต้องแกร่งด้วย

แม้ภาพรวมจะสดใส แต่ธุรกิจร้านอาหารไม่ได้เดินอยู่บนทางราบ ยังต้องรับมือกับความเสี่ยงรอบด้าน โดยเฉพาะเรื่อง ต้นทุน และ พฤติกรรมผู้บริโภคที่ซับซ้อนขึ้น

ความท้าทายที่เลี่ยงไม่ได้ ได้แก่

  • ต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่พุ่งสูงขึ้น ทั้งค่าแรง วัตถุดิบ และค่าสาธารณูปโภค

  • ความผันผวนจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ ที่กระทบห่วงโซ่อุปทานและราคาอาหาร

  • คู่แข่งเพิ่มขึ้นทั้งจากผู้เล่นไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะแบรนด์ใหญ่และเชนร้านอาหาร

  • พฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนเร็ว ต้องการประสบการณ์ที่มากกว่าการแค่มานั่งกินข้าว

เพราะฉะนั้น ผู้ประกอบการยุคนี้จึงต้อง บริหารร้านแบบมืออาชีพ มากขึ้น ไม่ใช่แค่ทำอาหารอร่อยอย่างเดียว

อัปเกรดร้านด้วยเทคโนโลยีและการวิเคราะห์ลูกค้า

เพื่อต้านแรงกดดันด้านต้นทุน และตามให้ทันความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนตลอดเวลา ร้านอาหารจำเป็นต้องพึ่งพา เทคโนโลยีและนวัตกรรม มากขึ้น

แนวทางสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ได้แก่

  • ใช้ระบบจัดการร้าน (POS, ระบบสต๊อก, ระบบจองโต๊ะ) ลดความผิดพลาดและประหยัดเวลา

  • เก็บและวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าแบบเชิงลึก เพื่อนำมาปรับเมนู โปรโมชั่น และบริการ

  • ออกแบบเมนูและประสบการณ์ในร้านให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายชัดเจน

  • บริหารต้นทุนวัตถุดิบอย่างมืออาชีพ ลดของเหลือทิ้ง และเพิ่มกำไรต่อจาน

ใครเข้าใจลูกค้าจริง ๆ จะได้เปรียบมากกว่าคนที่แค่เดาใจลูกค้า

ความร่วมมือเพื่อยกระดับผู้ประกอบการร้านอาหาร

เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านอาหารไทยอยู่รอดและเติบโตได้อย่างแข็งแรง มีการจับมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อช่วย “อัปสกิล” เจ้าของร้านให้บริหารธุรกิจได้อย่างทันสมัยยิ่งขึ้น

หนึ่งในความร่วมมือที่เกิดขึ้น คือโครงการเสริมแกร่งด้านการบริหารจัดการร้านอาหาร เพื่อให้ผู้ประกอบการพร้อมแข่งขันในสนามที่ดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในประเทศและระดับสากล

เวิร์กช็อปเข้มข้น ยกระดับร้านให้คิดแบบมืออาชีพ

มีการจัดอบรมหลักสูตร “Smart Restaurant Plus รุ่นที่ 8 การบริหารจัดการและยกระดับธุรกิจร้านอาหาร” เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการปรับมุมมองจาก “เจ้าของร้าน” ไปสู่การเป็น “นักธุรกิจร้านอาหาร” อย่างแท้จริง

การฝึกอบรมจัดขึ้นที่จังหวัดสงขลา มีผู้ประกอบการร้านอาหารเข้าร่วมกว่า 170 ราย สะท้อนให้เห็นว่าคนทำร้านจำนวนไม่น้อยเริ่มตระหนักว่า ถ้าอยากยืนระยะในตลาดให้ได้ ต้อง ลงทุนกับความรู้และทักษะการบริหาร เช่นเดียวกับการลงทุนในวัตถุดิบหรือทำเล

ตัวเลขล่าสุดบอกอะไรเกี่ยวกับอนาคตร้านอาหารไทย

ข้อมูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2568 เผยภาพที่น่าสนใจของธุรกิจร้านอาหารไทย ดังนี้

  • มีนิติบุคคลธุรกิจร้านอาหารในไทยรวม 25,883 ราย

  • ทุนจดทะเบียนรวมกว่า 141,264 ล้านบาท

  • แนวโน้มการจดทะเบียนจัดตั้งร้านอาหารรายใหม่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แรงหนุนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้มีผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ตลาด ได้แก่

  • การเติบโตของภาคการท่องเที่ยว

  • การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทำให้คนกลับไปใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น

  • การสนับสนุนอาหารไทยให้เป็นส่วนหนึ่งของ Soft Power ที่สร้างทั้งรายได้และอิทธิพลทางวัฒนธรรม

สรุป: ปี 2568 คือปีชี้ชะตาร้านอาหารไทย

ภาพรวมปี 2568 คือปีแห่งโอกาสของธุรกิจร้านอาหารไทย ตลาดมีแนวโน้มเติบโต มูลค่าใหญ่ แข่งขันสูง แต่ก็ยังมีพื้นที่สำหรับคนที่ มองขาดเทรนด์ และ บริหารจัดการเป็น

ถ้าคุณเป็นผู้ประกอบการหรือกำลังคิดจะเปิดร้านอาหาร นี่คือ 3 คำสำคัญที่ต้องจำให้ขึ้นใจ:

  • สุขภาพ – เมนูต้องตอบโจทย์ทั้งความอร่อยและสุขภาพที่ดี

  • เทคโนโลยี – ใช้เครื่องมือมาช่วยบริหาร ไม่ทำธุรกิจด้วยสัญชาตญาณอย่างเดียว

  • รู้จักลูกค้า – เข้าใจความต้องการจริง ๆ ของคนที่มานั่งกินในร้านคุณ

ใครปรับตัวได้เร็ว มีสิทธิ์ไม่ใช่แค่รอด แต่ โตไปพร้อมกับตลาด 5 แสนล้านบาท ในยุคที่อาหารไทยกำลังดังไกลทั้งในประเทศและเวทีโลก.