รับแอปรับแอป

ส่องอนาคต ChatGPT 5 ก่อนใคร: อัปเดตใหญ่ ปี 2568 ที่คนสายเทคห้ามพลาด

ศุภชัย แก้วใจ01-31

ChatGPT 5 กำลังมา: ก้าวใหม่ของ AI ที่ใกล้มนุษย์เข้าไปอีก

ChatGPT กลายเป็นเครื่องมือประจำโต๊ะทำงานของใครหลายคนไปแล้ว ทั้งช่วยหาข้อมูล เขียนคอนเทนต์ สรุปรายงาน หรือใช้เป็นเลขาส่วนตัวด้านไอเดีย

และตอนนี้ OpenAI ก็เตรียมดันมาตรฐานใหม่ด้วย ChatGPT 5 ที่ถูกคาดหวังว่าจะฉลาดขึ้น ใกล้เคียงการคิดแบบมนุษย์มากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

แนวคิดหลักของรุ่นใหม่นี้คือการขยับเข้าใกล้ Artificial General Intelligence (AGI) หรือ AI ที่สามารถเลียนแบบวิธีคิดของมนุษย์ได้ลึกและยืดหยุ่นขึ้น ไม่ใช่แค่ตอบคำถามแบบท่องจำจากข้อมูล

ChatGPT 5 คืออะไร? ทำไมถึงถูกจับตามอง

ChatGPT คือระบบ AI ที่ตอบโต้กับผู้ใช้ผ่านข้อความ โดยอาศัยการประมวลผลจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ทั่วโลก แล้วเรียบเรียงคำตอบให้เหมือนกำลังสนทนากับคนจริง ๆ

ผู้ใช้สามารถให้ ChatGPT ช่วยได้ทั้ง:

  • ถาม–ตอบทั่วไป

  • สรุปข้อมูลและดึงประเด็นสำคัญ

  • ตรวจสอบและแก้ไขภาษา

  • ประเมินแนวโน้มในอนาคต

  • ขายไอเดียและช่วยคิดเชิงวิเคราะห์

  • ใช้เป็นที่ปรึกษาเบื้องต้นในเรื่องมุมมองและความคิด

จุดเปลี่ยนของ ChatGPT 5 คือการยกระดับให้เป็น Generative AI ที่ครบเครื่องและแม่นยำยิ่งขึ้น ไม่ได้สร้างแค่ข้อความ แต่สามารถรับมือกับสื่อหลายรูปแบบ เช่น รูปภาพ เสียง และวิดีโอ พร้อมตอบกลับด้วยภาษาที่ลื่นไหล เป็นธรรมชาติ ราวกับคุยกับเพื่อนร่วมงานในชีวิตจริง

ChatGPT 5 จะเปิดให้ใช้เมื่อไหร่?

ปัจจุบันยังไม่มีการประกาศวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ ChatGPT 5 จาก OpenAI

อย่างไรก็ตาม โมเดลเวอร์ชันล่าสุดอย่าง ChatGPT 4.5 เพิ่งถูกปล่อยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า ChatGPT 5 น่าจะเปิดตัวช่วงกลางปีจนถึงปลายปี 2568

ใครที่ทำงานสายเทค ธุรกิจดิจิทัล คอนเทนต์ หรือ Data ควรเริ่มเตรียมตัวรับมือการเปลี่ยนแปลงรอบใหม่ของวงการตั้งแต่ตอนนี้ได้เลย

ประสิทธิภาพการทำงานของ ChatGPT 5

จุดสำคัญของการพัฒนา ChatGPT 5 คือการขยับจาก AI แบบตอบตามข้อมูลที่มี ไปสู่ AI ที่ใช้เหตุผลเป็นระบบมากขึ้น และรองรับข้อมูลหลากหลายรูปแบบ

คาดว่า ChatGPT 5 จะมีความแม่นยำสูงขึ้น เข้าใจบริบทได้ลึกกว่าเดิม และสามารถสร้างผลลัพธ์ที่หลากหลาย ทั้งตัวหนังสือ สื่อเสียง รูปภาพ และวิดีโอ

1. จากแค่สนทนา สู่การใช้เหตุผลอย่างจริงจัง

ใครที่เคยใช้ ChatGPT รุ่นก่อน ๆ จะรู้ดีว่า AI จะตอบแบบยาว ๆ แล้วค่อยสรุปประเด็นสำคัญทีหลัง โครงสร้างคำตอบบางครั้งดูเหมือนการเรียงข้อมูล มากกว่าการคิดเป็นขั้นตอน

เดิมทีระบบอาศัยเทคโนโลยี Machine Learning ซึ่งเน้นให้ AI เรียนรู้จากข้อมูลจำนวนมากแล้วนำมาสร้างคำตอบ

ใน ChatGPT 5 แนวทางจะขยับไปใช้ Deep Learning อย่างจริงจัง เพื่อให้ AI สามารถ:

  • ให้เหตุผลทีละขั้น

  • อธิบายที่มาของคำตอบได้ดีขึ้น

  • วางโครงสร้างการตอบเหมือนการคิดของคน ไม่ใช่แค่สร้างข้อความยาว ๆ จากสถิติของคำ

สรุปคือ จาก “บอทที่พูดเก่ง” จะเริ่มกลายเป็น “ผู้ช่วยที่คิดเป็น” มากกว่าเดิม

2. การปรับปรุง–แก้ไขแบบมีระบบและแม่นยำขึ้น

ChatGPT 5 ถูกออกแบบให้คิด วางแผน และปรับแต่งคำตอบอย่างเป็นระบบมากขึ้น เพื่อให้ผลลัพธ์สุดท้าย เสถียรและน่าเชื่อถือขึ้น

การพัฒนาในจุดนี้มาจากการต่อยอด Deep Learning และการออกแบบโครงสร้างเครือข่ายประสาทเทียมให้ฉลาดขึ้น ซึ่งช่วยให้ระบบสามารถ:

  • ลดข้อผิดพลาดจากการประมวลผลที่ซับซ้อน

  • ตรวจสอบและแก้ไขตัวเองได้ดีขึ้น

  • เข้าใจโจทย์ที่ซับซ้อนของมนุษย์ได้มากขึ้น

หัวใจสำคัญคือการใช้ Neural Network ซึ่งจำลองโครงสร้างการทำงานของระบบประสาทมนุษย์ ทำให้ AI:

  • พึ่งพาข้อมูลจากมนุษย์น้อยลง

  • ตัดสินใจด้วยตัวเองได้ดีขึ้น

  • ให้คำตอบที่ละเอียด ละเมียด และจับอารมณ์หรือเจตนาได้ดีขึ้น

3. รองรับการแสดงผลข้อมูลที่หลากหลายยิ่งขึ้น

อีกประเด็นที่ถูกจับตา คือความสามารถด้าน Multimodal หรือการจัดการข้อมูลหลายรูปแบบในระบบเดียว

มีการคาดการณ์ว่า ChatGPT 5 จะ:

  • เพิ่มความสามารถด้านการตอบกลับด้วยเสียงให้เป็นธรรมชาติกว่าเดิม

  • เข้าใจและประมวลผลรูปภาพได้ดียิ่งขึ้น

  • เชื่อมต่อกับเทคโนโลยีสร้างวิดีโอจากข้อความอย่าง SORA เพื่อให้สามารถแปลงไอเดียจากตัวหนังสือไปเป็นวิดีโอได้โดยอัตโนมัติ

ถ้าทำได้จริง นี่จะเป็นก้าวใหญ่ของคนทำสื่อ การตลาด และครีเอเตอร์ทุกสาย

4. จาก Chatbot ธรรมดา สู่การเป็น AI Agent ตัวจริง

เดิมที ChatGPT เน้นบทบาทเป็น Chatbot คือรับคำถาม ตอบคำถาม และช่วยคิด วิเคราะห์ ตามฐานข้อมูลที่เรียนรู้มา

แต่เป้าหมายของ ChatGPT 5 คือการก้าวไปสู่การเป็น AI Agent ที่:

  • รับภาระงานแบบเป็นงานเป็นการ

  • จัดการข้อมูลให้ตามคำสั่ง

  • ทำงานแทนคนในบางขั้นตอน เช่น เตรียมรายงาน สรุปเอกสารจำนวนมาก หรือจัดระบบข้อมูล

สำหรับองค์กร นี่หมายถึงการใช้ AI มาช่วย ลดเวลาในการทำงานซ้ำ ๆ และเสริมประสิทธิภาพการจัดการข้อมูลภายในองค์กรได้อย่างจริงจัง

การเทรน ChatGPT 5: อยู่บนพื้นฐานอะไรบ้าง

การเทรน ChatGPT 5 ถูกคาดการณ์ว่าต่อยอดมาจากแนวทางของเวอร์ชัน 4.5 โดยมีเทคนิคหลัก ๆ ที่น่าจะถูกพัฒนาให้ล้ำขึ้น ได้แก่

  • Reinforcement Learning from Human Feedback (RLHF)
    ใช้ข้อเสนอแนะและการให้คะแนนจากมนุษย์มาช่วยปรับคุณภาพคำตอบ ทำให้ระบบเข้าใจว่าคำตอบแบบไหนคือ “ดี” หรือ “แย่” ในมุมมองของคนจริง ๆ

  • Supervised Fine-Tuning (SFT)
    สอน AI จากชุดข้อมูลตัวอย่างที่คัดเลือกมาอย่างละเอียด เพื่อให้ตอบเก่งขึ้นในโจทย์เฉพาะด้าน และเข้าใจบริบทเชิงลึกของภาษามนุษย์

  • New Supervision Techniques
    เพิ่มเทคนิคใหม่ ๆ เพื่อให้ AI เน้นการ “ใช้เหตุผล” มากกว่า “เดาคำตอบ” ทำให้การตอบคำถามซับซ้อนมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

เทคโนโลยีแกนกลางของเรื่องนี้คือ Large Language Models (LLMs) หรือโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ใช้เทรน AI ให้เข้าใจภาษาและโต้ตอบได้อย่างลื่นไหล

สำหรับ ChatGPT 5 มีการคาดการณ์ว่าจะ ยกระดับ LLM เหล่านี้ให้ตอบโจทย์การใช้งานในระดับองค์กร ได้ดีขึ้น ทั้งด้านความแม่นยำ ความปลอดภัย และการจัดการข้อมูลภายใน

ราคา ChatGPT 5 คาดว่าจะมาในโมเดลไหนบ้าง

ถึงแม้ตอนนี้ราคาของ ChatGPT 5 ยังไม่ถูกประกาศอย่างเป็นทางการ แต่มีแนวโน้มสูงว่าจะใช้รูปแบบแพ็กเกจตามระดับการใช้งาน คล้ายรุ่นก่อน ๆ

รูปแบบการแบ่งเลเวลที่คาดการณ์ มีดังนี้

  • Free Tier
    ใช้งานแชทกับ AI ได้ฟรีในระดับสติปัญญาทั่วไป อาจมีข้อจำกัดบางอย่างเพื่อป้องกันการใช้งานเกินความเหมาะสมหรือเสี่ยงต่อการละเมิดข้อมูล

  • Plus Tier
    เพิ่มความฉลาดของ AI ให้สามารถตอบได้ลึกขึ้น เร็วขึ้น และจัดการข้อมูลได้ดีกว่าระดับฟรี เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการประสิทธิภาพมากขึ้น

  • Pro Tier
    เข้าถึงฟีเจอร์ของ ChatGPT 5 อย่างเต็มรูปแบบ ในระดับสติปัญญาที่สูงที่สุด พร้อมเชื่อมต่อกับเครื่องมือและเทคโนโลยีอื่น ๆ จาก OpenAI เพื่อใช้ในงานจริงจังระดับมืออาชีพและระดับองค์กร

ChatGPT 5: เร็วขึ้น ฉลาดขึ้น และเข้าใจมนุษย์มากกว่าเดิม

ChatGPT 5 ถูกคาดหวังให้เป็นอีกหนึ่งก้าวใหญ่ของ OpenAI ในปี 2568 ทั้งในแง่ของ ความเร็ว ความฉลาด และความใกล้เคียงกับการคิดของมนุษย์

ทิศทางการพัฒนามุ่งไปที่:

  • เข้าใกล้ Artificial General Intelligence มากขึ้น

  • ใช้เหตุผลอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่แค่ตอบตามรูปแบบภาษา

  • รองรับสื่อหลายรูปแบบ ทั้งข้อความ เสียง รูปภาพ และวิดีโอ

  • ทำงานในบทบาท AI Agent ช่วยองค์กรจัดการงานจริง

สำหรับสายเทค สายธุรกิจ และคนทำงานยุคดิจิทัล การมาของ ChatGPT 5 ไม่ได้เป็นแค่การอัปเดตโปรแกรม แต่คือ การรีเซ็ตวิธีทำงานครั้งใหญ่ ที่อาจเปลี่ยนทั้ง Workflow และ Model ธุรกิจในหลายอุตสาหกรรม

สิ่งสำคัญคือการเริ่มทำความเข้าใจเทคโนโลยีเหล่านี้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้พร้อมใช้มันเป็น “แต้มต่อ” แทนที่จะกลายเป็นคนที่ตามไม่ทันการเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยีในรอบใหม่