รับแอปรับแอป

ปลดล็อกพลัง ChatGPT 2025: 5 ฟีเจอร์เทพที่คอนเทนต์เมกเกอร์ต้องลอง!

ธีรภัทร แก้วประเสริฐ01-31

เปิดโลก ChatGPT เวอร์ชันใหม่

5 ฟีเจอร์ ChatGPT ที่ดีที่สุดในวันนี้ ไม่ได้เป็นแค่ของเล่นใหม่ของสายเทคอีกต่อไป แต่กลายเป็นผู้ช่วยทำงานจริงจังสำหรับทั้งสายออฟฟิศ ครีเอเตอร์ เจ้าของธุรกิจ ไปจนถึงนักเรียนและฟรีแลนซ์

ในปี 2025 ChatGPT ถูกอัปเกรดครั้งใหญ่ ฟีเจอร์ใหม่ ๆ ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์การใช้งานแบบจริงจังมากขึ้น ทั้งเรื่องงาน เรียน และการใช้ในชีวิตประจำวัน ถ้าใช้เป็น บอกเลยว่าประหยัดเวลาไปได้อีกเยอะ

บทความนี้จะพาไปดูแบบเข้าใจง่ายว่า 5 ฟีเจอร์ ChatGPT ที่เด็ดที่สุดตอนนี้ มีอะไรบ้าง และคุณจะเอาไปใช้ต่อยอดงานตัวเองได้อย่างไร

ภาพรวม 5 ฟีเจอร์เด่นของ ChatGPT 2025

ฟีเจอร์ใหม่ของ ChatGPT ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ผู้ใช้หลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น

  • คนทำงานออฟฟิศที่ต้องเขียนเมล ทำสรุป หรือเตรียมพรีเซนต์

  • โปรแกรมเมอร์ที่ต้องลองโค้ด แก้บั๊ก หรือออกแบบระบบ

  • ครีเอเตอร์และเจ้าของเพจที่ต้องผลิตคอนเทนต์ทุกวัน

  • นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องอ่าน ติว และสรุปเนื้อหา

  • คนทั่วไปที่อยากได้ผู้ช่วยส่วนตัวไว้จัดการข้อมูลและงานเอกสาร

ต่อไปนี้คือ 5 ฟีเจอร์ที่ช่วยยกระดับ ChatGPT ให้กลายเป็นผู้ช่วยประจำตัว ไม่ใช่แค่บอทตอบคำถาม

1. Customize ChatGPT – ปั้นสไตล์ AI ให้เข้ากับตัวคุณ

ฟีเจอร์แรกที่สายทำงานกับ AI ห้ามมองข้ามคือ Customize ChatGPT ฟีเจอร์นี้ช่วยให้คุณกำหนดบุคลิก วิธีตอบ และบริบทการทำงานของ ChatGPT ได้ละเอียดมาก

พูดง่าย ๆ คือ คุณสามารถตั้งค่าความเป็น “ตัวตนดิจิทัล” ของผู้ช่วย AI ตัวนี้ให้เข้ากับงานของคุณ เช่น

  • ถ้าคุณทำสาย มาร์เก็ตติ้ง ก็ให้ ChatGPT โฟกัสเรื่องกลยุทธ์ คอนเทนต์ และภาษาที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

  • ถ้าคุณเป็น นักเขียน ก็ให้มันจำโทนสำนวน สไตล์การเล่าเรื่อง และรูปแบบที่คุณชอบใช้

ยิ่งคุยกับมันบ่อย มันก็จะยิ่งเข้าใจบริบทงานและแนวคิดของคุณมากขึ้น ไม่ใช่ตอบแบบกลาง ๆ ทั่วไป แต่จะให้คำตอบที่ ตรงกับสไตล์และโจทย์ของคุณ มากขึ้นเรื่อย ๆ

จุดเด่นของฟีเจอร์นี้คือ

  • ปรับโทนภาษาให้ตรงกับบุคลิกแบรนด์หรือเจ้าของงาน

  • ทำให้คำตอบสอดคล้องกับวิธีคิดและรูปแบบการทำงานของคุณ

  • ลดเวลาในการแก้สำนวน เพราะตอบมาใกล้เคียงที่ต้องการตั้งแต่แรก

2. My GPT – สร้าง AI หลายเวอร์ชัน ไว้ช่วยงานแต่ละอย่าง

ถ้า Customize ChatGPT คือการสร้างบุคลิกพื้นฐานให้ผู้ช่วยของคุณ My GPT ก็คือการสร้าง “ทีมผู้ช่วย AI หลายคน” ที่แต่ละคนมีหน้าที่เฉพาะต่างกันไป

คุณสามารถสร้าง My GPT หลายตัว แยกตามงานที่ต้องทำ เช่น

  • สร้าง My GPT สำหรับเป็น โค้ชฟิตเนสส่วนตัว คอยออกแบบตารางออกกำลังกาย แนะนำเมนูอาหาร และช่วยวางเป้าหมายสุขภาพ

  • ตั้ง My GPT ให้เป็น ที่ปรึกษาการเงินส่วนบุคคล ช่วยวิเคราะห์แผนการลงทุนและให้คำแนะนำที่เหมาะกับความเสี่ยงและเป้าหมายของคุณ

  • ทำ My GPT สำหรับ เขียนแคปชั่น Facebook หรือบทความ SEO โดยกำหนดกฎชัดเจน เช่น ต้องมีคีย์เวิร์ดหลัก/รอง ใช้โทนภาษาบางแบบ และมีความยาวขั้นต่ำที่กำหนด

โดยรวมแล้ว My GPT ช่วยให้

  • แยกงานแต่ละบทบาทให้ชัดเจน ไม่กวนบริบทกันเอง

  • ทำงานซ้ำ ๆ ได้เร็วขึ้น เพราะตั้งกฎและสไตล์ไว้ถาวร

  • ลดเวลาบรีฟงาน เพราะแต่ละ GPT เข้าใจหน้าที่ของมันตั้งแต่แรก

สรุปคือ คุณกำลังสร้างทีมงานเสมือนจริง ด้วย AI หลายตัวที่ถูกออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ

3. Canvas – เวิร์กสเปซเขียน แก้ และต่อยอดไอเดีย

ถ้าคุณต้องเขียนเยอะ แก้เยอะ วนไปวนมาอยู่กับเอกสารทั้งวัน ฟีเจอร์ Canvas จะเหมือนมีโต๊ะทำงานดิจิทัลที่คิดไป แก้ไป พร้อมกับ AI

Canvas เหมาะมากกับ

  • นักเขียน คอนเทนต์ครีเอเตอร์ และคนทำบล็อก

  • คนทำเอกสาร รายงาน หรือข้อเสนอจำนวนมาก

  • นักพัฒนาโปรแกรมที่ต้องอธิบายหรือจัดโครงสร้างเนื้อหา

สิ่งที่ทำได้ใน Canvas ได้แก่

  • แก้ไขเนื้อหาที่ ChatGPT สร้างขึ้นได้ทันทีแบบอินเทอร์แอคทีฟ

  • เพิ่ม ลบ หรือขยายรายละเอียดในแต่ละส่วนได้อย่างอิสระ

  • บันทึกงานเก็บไว้ แล้วกลับมาเปิดแก้ในภายหลังได้สะดวก

  • ให้ ChatGPT ช่วยเช็กสะกด ปรับภาษา หรือรีไรต์ทั้งเอกสารในครั้งเดียว

ลองนึกภาพ Canvas เป็นเหมือน Microsoft Word หรือ Google Docs เวอร์ชันที่มี AI อยู่ข้าง ๆ ช่วยคิด ช่วยเขียน และช่วยปรับทุกย่อหน้าให้ดีขึ้นตามที่คุณต้องการ

4. Upload File – ให้งานเอกสารหนัก ๆ กลายเป็นงานเบา

งานที่ต้องอ่านไฟล์หนา ๆ หรือจัดการข้อมูลจำนวนมาก มักจะกินเวลาและพลังงานไปเยอะ ฟีเจอร์ Upload File บน ChatGPT ทำให้เรื่องนี้ง่ายขึ้นมาก

คุณสามารถ อัปโหลดไฟล์อย่าง PDF, Excel หรือ Word แล้วให้ ChatGPT ช่วยจัดการข้อมูลเหล่านี้ให้ เช่น

  • วิเคราะห์ตัวเลขและข้อมูลทางการเงินจากไฟล์ Excel

  • สรุปประเด็นสำคัญจากรายงานหรือเอกสาร PDF ที่ยาวหลายสิบหน้า

  • ค้นหาข้อมูลเฉพาะจุดจากเอกสารยาว ๆ โดยไม่ต้องไล่อ่านเองทุกหน้า

ฟีเจอร์นี้ช่วยให้

  • ลดเวลาการอ่านและกรองข้อมูลจำนวนมาก

  • แปลงข้อมูลดิบให้กลายเป็นสรุปที่เข้าใจง่าย

  • ใช้เอกสารเก่า ๆ มารีแพ็กเกจใหม่เป็นข้อมูลที่พร้อมใช้งาน

สำหรับคนทำธุรกิจ นักศึกษา หรือคนทำรีเสิร์ช ฟีเจอร์นี้คือไอเท็มบังคับใช้

5. Voice & Camera Mode – คุยกับ AI เหมือนมีผู้ช่วยอยู่ข้างตัว

ฟีเจอร์สุดท้ายที่หลายคนตกหลุมรักคือ Voice and Camera Mode ที่ให้คุณสื่อสารกับ ChatGPT ผ่านเสียงและกล้องบนมือถือ

แทนที่จะพิมพ์ คุณสามารถ

  • ใช้เสียงคุยกับ ChatGPT แบบสนทนาจริง ๆ

  • เปิดกล้องให้ AI ช่วยวิเคราะห์สิ่งที่อยู่ตรงหน้า เช่น เครื่องชงกาแฟ หนังสือ เมนูอาหาร หรืออุปกรณ์ที่ใช้งานไม่เป็น

  • ใช้ Voice Mode ในสถานการณ์ที่ต้องการตอบโต้แบบเรียลไทม์ เช่น ระหว่างเดินทางหรือทำงานอย่างอื่นไปด้วย

ด้วยการพัฒนาด้านการประมวลผลเสียงและภาพที่ก้าวกระโดดในปี 2025 ทำให้ประสบการณ์การคุยกับ ChatGPT แบบนี้ ลื่นไหล เป็นธรรมชาติ และตอบได้แม่นยำขึ้นมาก จนหลายคนรู้สึกเหมือนกำลังคุยกับคนจริง ๆ

สรุป: ChatGPT กลายเป็นผู้ช่วยประจำตัวเต็มตัวแล้ว

เมื่อมองภาพรวมในปี 2025 จะเห็นว่า ChatGPT ไม่ได้เป็นแค่บอทตอบคำถามอีกต่อไป แต่กลายเป็น ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ออกแบบให้ตรงกับสไตล์แต่ละคน

ฟีเจอร์เด่นที่ช่วยยกระดับการใช้งาน ได้แก่

  1. Customize ChatGPT – ปรับบุคลิกและสไตล์การตอบให้ตรงกับการใช้งานของคุณ

  2. My GPT – สร้าง AI หลายบทบาท ช่วยงานแต่ละด้านแบบเฉพาะทาง

  3. Canvas – เวิร์กสเปซสำหรับเขียน แก้ และต่อยอดเนื้อหาอย่างเป็นระบบ

  4. Upload File – ให้ AI วิเคราะห์ สรุป และค้นหาข้อมูลจากไฟล์ต่าง ๆ แทนคุณ

  5. Voice and Camera Mode – สื่อสารกับ AI ผ่านเสียงและภาพแบบเป็นธรรมชาติ

ด้วยฟีเจอร์เหล่านี้ ChatGPT จึงกลายเป็นมากกว่าเครื่องมือ แต่เป็นเหมือน ผู้ช่วยคนสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงาน และทำให้ชีวิตประจำวันจัดการง่ายขึ้นเยอะ

แล้วคุณล่ะ ชอบฟีเจอร์ไหนมากที่สุด และอยากเริ่มลองใช้ตัวไหนก่อน? ลองหยิบสักหนึ่งฟีเจอร์ไปทดลอง แล้วคุณจะรู้ว่าพลังของ AI มันไปได้ไกลกว่าที่คิดมาก ๆ