นิทรรศการมวยไทยที่ไม่ได้มีแค่การชกบนเวที
ศูนย์กลางองค์ความรู้ศิลปะมวยไทยสู่ระดับโลก (MTK) ได้ยกระดับมวยไทยจากเวทีต่อสู้ สู่เวทีศิลปวัฒนธรรมและการเรียนรู้ ผ่านงาน “Amazing Muay Thai Festival 2024” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–7 ธันวาคม 2567 ณ จังหวัดนครปฐม
งานนี้ไม่ได้เป็นแค่เทศกาลเชียร์มวย แต่เป็นพื้นที่ที่รวบรวมทั้งการแสดง การแข่งขัน และนิทรรศการองค์ความรู้มวยไทยไว้อย่างครบเครื่องในที่เดียว
ไฮไลต์กิจกรรมหลักในงาน
ภายในงานมีการออกแบบกิจกรรมให้ครอบคลุมทั้งมิติของกีฬา ศิลปะ และวัฒนธรรม มวยไทยในมุมลึก ๆ ที่หลายคนอาจไม่เคยเห็นมาก่อน โดยมีกิจกรรมสำคัญดังนี้
การแข่งขันมวยไทยนานาชาติ จำนวน 12 คู่
การประกวดการร่ายรำไหว้ครูมวยไทยและทักษะมวยไทย
การแสดงคีตะมวยไทย (การร่ายรำประกอบจังหวะแบบมวยไทย)
เชิงมวยไทย (เทคนิคมวยไทยเชิงคลาสสิก)
ชิงถ้วยประทานจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ
การแสดงนิทรรศการองค์ความรู้ศิลปะมวยไทย
มีนักเรียน นิสิต นักศึกษา และนักวิชาการ เข้าร่วมมากกว่า 1,000 คน
มาจาก 51 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐ สถานศึกษา และองค์กรมวยไทย
ได้รับความร่วมมือจาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และองค์กรมวยไทยหลากหลายแห่ง
บรรยากาศในงานจึงไม่ใช่แค่เสียงเชียร์ แต่เต็มไปด้วยชุดความรู้ ภาพเก่า เรื่องเล่า และต้นสายปลายเหตุของมวยไทยที่ถูกรวบรวมให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัส
องค์ความรู้มวยไทยที่ถูกถ่ายทอดในนิทรรศการ
หัวใจของงานนี้ คือการเปิดคลังความรู้มวยไทยให้ผู้เข้าร่วมได้ศึกษาอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นสายศิลปะ กีฬา หรือการศึกษา โดยเนื้อหาหลักที่จัดแสดง มีทั้งในเชิงประวัติศาสตร์และเชิงเทคนิค เช่น
รากเหง้าและที่มาของมวยไทย
มวยไชยา
มวยโคราช
มวยท่าเสา – ตำนานพระยาพิชัยดาบหัก
มวยไทยสายพลศึกษา
มวยไทยเลิศฤทธิ์ (Lert Rit)
ไม้ตายและท่าตัดสินเกมของยอดนักมวยไทยในอดีต
เทคนิคการสร้างทีม คีตะมวยไทย แบบเป็นระบบ
ทุกหัวข้อไม่ได้ถูกเล่าแค่ผ่านตัวหนังสือ แต่ผ่านภาพ ท่าทาง เรื่องราว และการสาธิต ทำให้ผู้ชมเชื่อมโยงมวยไทยกับประวัติศาสตร์ชาติและรากเหง้าทางวัฒนธรรมได้อย่างมีชีวิตชีวา
มวยไทยในมุมของนิทรรศการศิลปะ
สำหรับสายศิลปะและนิทรรศการ งานนี้คือพื้นที่โชว์ว่า มวยไทยไม่ใช่แค่กีฬา แต่เป็น “ภาษากาย” ที่เต็มไปด้วยโครงสร้าง ความงาม และจังหวะ
ท่วงท่าการร่ายรำไหว้ครู ถูกจัดวางในบริบทของศิลปะการแสดง
ท่ามวยโบราณแต่ละสาย ถูกนำเสนอในลักษณะเหมือน “ผลงานศิลปะมีชีวิต”
เรื่องราวเชิงวัฒนธรรม ถูกออกแบบให้เข้าใจง่ายสำหรับทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ
นิทรรศการจึงทำหน้าที่เป็น ห้องเรียนมวยไทยแบบเดินได้ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมซึมซับมิติด้านอัตลักษณ์ชาติไปพร้อมกับความบันเทิง
ภาพบรรยากาศจากงาน Amazing Muay Thai Festival 2024












Amazing Muay Thai Festival ในมุมมองนานาชาติ
ในส่วนภาษาอังกฤษของงาน ได้อธิบายภาพรวมเทศกาลให้ต่างชาติเข้าถึงความหมายของมวยไทยได้อย่างลึกซึ้ง โดยยังคงโครงสร้างกิจกรรมหลักไว้ครบ ทั้ง
International Muay Thai Matches รวม 12 คู่
International Wai Kru & Muay Thai Skills Competition
ครอบคลุม Keeta Muay Thai และ Cherng Muay Thai
ชิงถ้วยพระราชทานจากสมาชิกราชวงศ์ไทย
Exhibitions on Muay Thai Knowledge and Cultural Heritage
ต้อนรับผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คน จาก 51 สถาบัน ทั้งโรงเรียน มหาวิทยาลัย และนักวิชาการ
จุดนี้ทำให้งานไม่ใช่แค่เวทีในประเทศ แต่เป็นเหมือน แพลตฟอร์มสื่อสารมวยไทยสู่สายตาชาวโลก อย่างเป็นระบบ
หัวข้อความรู้ที่จัดแสดง (ภาษาอังกฤษ)
เพื่อให้ผู้ชมต่างชาติเข้าใจง่าย เนื้อหาหลักถูกสรุปเป็นหัวข้อสำคัญ เช่น
The Roots and Origins of Muay Thai
Muay Chaiya
Muay Korat
Muay Tha Sao – Phraya Phichai Dap Hak Tradition
Muay Thai under the School of Physical Education
Muay Thai Loe Rit (Lert Rit)
Signature Mai Tai (decisive techniques) of legendary fighters
Techniques for developing Keeta Muay Thai performance teams
จะเห็นว่าแก่นสารเหมือนกับภาคภาษาไทย แต่ถูกเรียบเรียงให้เหมาะกับผู้ชมต่างชาติที่อาจไม่คุ้นกับบริบทไทยเดิมๆ
หน่วยงานและสถาบันที่รับการถ่ายทอดองค์ความรู้
หนึ่งในความน่าสนใจของงานนี้คือ ไม่ได้จบลงแค่ในวันปิดงาน แต่มีการส่งต่อองค์ความรู้มวยไทยไปยังหลากหลายสถาบันอย่างเป็นรูปธรรม
หน่วยงานที่เข้าร่วมรับการถ่ายทอดองค์ความรู้มีทั้งโรงเรียน สถาบันการศึกษา สถานพินิจ มหาวิทยาลัย และองค์กรด้านศิลปมวยไทย เช่น
โรงเรียนและสถานศึกษาในระดับประถม–มัธยม จำนวนมากจากหลายจังหวัด
สถาบันอุดมศึกษา เช่น มหาวิทยาลัย และโรงเรียนเตรียมทหาร
สำนักศิลปะมวยไทยและสมาคมมวยไทย หลายแห่ง
หน่วยงานเฉพาะทาง เช่น ศูนย์ฝึก เยาวชน และองค์กรด้านศิลปวัฒนธรรมไทยโบราณ
การมีตัวแทนจากหลากหลายพื้นเพแบบนี้ ทำให้เครือข่ายการกระจายองค์ความรู้มวยไทยกว้างออกไปในระดับประเทศ
เมื่อองค์ความรู้ไม่ได้อยู่แค่ในห้องประชุม
สิ่งที่ทำให้งานนี้ทรงพลังคือ องค์ความรู้ไม่ได้ถูกเก็บไว้แค่ในรูปเล่ม หรือเอกสารประกอบนิทรรศการ แต่ถูกออกแบบให้ “นำไปใช้ต่อได้จริง” โดยเฉพาะในแวดวงการศึกษา
การนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ในสถานศึกษา
สถาบันการศึกษาได้นำสิ่งที่ได้รับไปต่อยอดในหลายมิติ เช่น
ใช้เป็น สื่อการสอนวิชามวยไทย ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ
พัฒนาทีม คีตะมวยไทย ในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย
ออกแบบ การร่ายรำไหว้ครูมวยไทย ให้มีทั้งความถูกต้องตามขนบและความสวยงามเชิงศิลปะ
ยกระดับการสอน ทักษะมวยไทยและเชิงมวยไทย (Cherng Muay Thai) จากการสอนท่า ให้เป็นการสอน “ความเข้าใจ” ในบริบทวัฒนธรรม
ผลลัพธ์คือมวยไทยไม่ได้ถูกสอนแค่เพื่อแข่งขัน แต่เพื่อปลูกฝังรากเหง้าทางวัฒนธรรมและตัวตนของผู้เรียนไปพร้อมกัน
ภาพกิจกรรมการเรียนรู้และการนำไปใช้จริง



สรุป: จากเวทีมวยสู่พิพิธภัณฑ์มีชีวิตของศิลปะไทย
“Amazing Muay Thai Festival 2024” แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า มวยไทยสามารถเป็นได้มากกว่ากีฬา หากมีการออกแบบพื้นที่ให้เชื่อมโยงกันระหว่าง
เวทีแข่งขัน
เวทีการแสดง
พื้นที่นิทรรศการความรู้
และระบบการถ่ายทอดสู่สถานศึกษา
เมื่อมวยไทยถูกเล่าใหม่ในภาษาของนิทรรศการศิลปะและองค์ความรู้ ผลที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่คนดูสนุก แต่คือการสร้าง คลังมรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิต ที่สามารถเติบโตต่อไปได้ในรุ่นถัดไป ทั้งในไทยและเวทีโลก

