รับแอปรับแอป

7 จอยเกมสุดโหด ฟีเจอร์แน่น มาโครจัดเต็ม เลือกยังไงให้เล่นลื่นทุกแพลตฟอร์ม

พงศ์ภัทร จันดี01-31

อยากเล่นเกมให้มันส์ จอยดีๆ ต้องมีติดโต๊ะ

สำหรับเกมเมอร์สายจริงจัง เมาส์ดี คีย์บอร์ดเทพอย่างเดียวไม่พอ อีกหนึ่งไอเท็มที่ช่วยให้การเล่นเกมสนุก ลื่น และแม่นขึ้น โดยเฉพาะเวลาเล่นเกม RPG หรือเกมที่พอร์ตมาจากคอนโซล ก็คือ จอยเกมมิ่งดีๆ สักตัว

เพราะหลายเกมถูกออกแบบมาให้เล่นกับอนาล็อคตั้งแต่แรก การใช้จอยคอนโทรลเลยให้ฟีลที่ลื่นกว่า คุมตัวละครเนียนกว่า แถมเดี๋ยวนี้จอยเกมส่วนใหญ่ก็เป็นแบบไร้สาย นั่งเอนหลัง พิงพนักเก้าอี้ เล่นยาวๆ ได้สบาย ผ่านการเชื่อมต่อทั้ง USB 2.4GHz หรือ Bluetooth

หลายรุ่นยังต่อได้ครบทุกอุปกรณ์ ทั้งพีซี มือถือ แท็บเล็ต ไปจนถึงเครื่องคอนโซล เรียกว่ามีจอยเดียว ใช้ได้ครบทุกแพลตฟอร์ม ไม่ต้องซื้อซ้ำให้สิ้นเปลือง

นอกจากเรื่องการเชื่อมต่อแล้ว จอยสมัยใหม่ยังจัดเต็มด้านฟังก์ชันมากขึ้น ใส่ปุ่ม Macro มาให้ขั้นต่ำ 2 ปุ่ม บางรุ่นมีซอฟต์แวร์ให้ตั้งคีย์ลัดละเอียดมาก ช่วยออกสกิลคอมโบหรือคำสั่งยาวๆ ได้ด้วยการกดแค่ปุ่มเดียว

อีกจุดที่พัฒนาขึ้นอย่างชัดเจนคือการเปลี่ยนมาใช้ ก้านอนาล็อค และทริกเกอร์แบบ Hall Effect ใช้แม่เหล็กอ่านตำแหน่งแทนระบบกลไก ลดปัญหาจอยดริฟท์ ลากอายุการใช้งานให้ยาวขึ้นเยอะ

ก่อนซื้อจอยเกม เช็กอะไรให้ชัวร์ก่อนเสียเงิน

ก่อนกดสั่งจอยสักตัว มีไม่กี่จุดที่ควรเช็กให้ดีเพื่อไม่ให้ซื้อพลาด ซึ่งถ้าดูครบ จะเลือกได้ง่ายขึ้นมาก

  • เลย์เอาต์ยอดนิยม
    ปัจจุบันส่วนใหญ่จะใช้ Xbox layout เพราะ Windows มักจะลงไดรเวอร์ให้อัตโนมัติ เสียบแล้วใช้ได้เลย ไม่ต้องเซ็ตอะไรเยอะ

  • รูปแบบการเชื่อมต่อ
    จอยสมัยนี้มักรองรับ 3 แบบหลักๆ คือ

    • ต่อสายผ่าน USB

    • ไร้สายผ่าน USB 2.4GHz (ผ่านดองเกิล)

    • ไร้สายผ่าน Bluetooth
      ยิ่งรองรับหลายแบบ ยิ่งหยืดหยุ่นและไม่เกะกะด้วยสาย

  • ปุ่มมาโคร (Macro)
    จอยยุคใหม่มักให้ปุ่มมาโครมาอย่างน้อย 2 ปุ่ม บางรุ่นกดตั้งค่าได้ทันที บางรุ่นต้องใช้ซอฟต์แวร์แยก การมีมาโครช่วยให้เกมที่ต้องกดหลายคำสั่งต่อเนื่อง เล่นง่ายขึ้นเยอะ

วิธีเลือกจอยให้ตรงสไตล์เรา

การจะเลือกจอยใหม่สักตัว ไม่ได้ยากอย่างที่คิด แค่โฟกัสไม่กี่เรื่องนี้ให้ชัดก็พอ

  1. เลือกจากอุปกรณ์หลักที่ใช้เล่น

    • เล่นกับคอนโซลอะไร ก็ดูจอยแบรนด์นั้นไว้ก่อน

    • ถ้าเน้นใช้กับพีซี แนะนำให้เลือกรูปแบบ จอย Xbox ใช้ง่ายสุด เพราะ Windows มักจัดการให้แทบอัตโนมัติ

  2. ต้องการปุ่มมาโครแค่ไหน

    • ถ้าใช้บ้างนานๆ ครั้ง จอยที่มีมาโคร 2 ปุ่มก็เอาอยู่

    • ถ้าเน้นเกมแข่ง เกมยิง หรือใช้คีย์ลัดเยอะ เลือกรุ่นที่มีมาโครหลายปุ่มไปเลย จะสบายมือกว่าในระยะยาว

  3. ขนาดมือก็สำคัญมาก
    มือเล็กไปใช้จอยใหญ่ หรือมือใหญ่แต่จับจอยเล็ก อาจทำให้เล่นไม่ถนัด กดผิด กดไม่ถึง ปวดนิ้วง่าย ขนาดจอยต้องพอดีกับมือ เพื่อให้เล่นได้นานโดยไม่เมื่อย

ในบทความนี้มีตัวเลือกให้ครบทั้ง จอยขนาดมาตรฐาน และ จอยขนาดเล็กพกง่าย รวมทั้งหมด 7 รุ่น น่าใช้ทุกตัว เลือกได้ตามงบและสไตล์การเล่นของแต่ละคน

1. FANTECH Shooter III WGP13S (719 บาท)

ใครที่มองหา จอยราคาประหยัดแต่ฟังก์ชันเกินราคา FANTECH Shooter III WGP13S เป็นตัวที่น่าจับตามองมาก แม้จะไม่มีซอฟต์แวร์แยก และยังไม่รองรับ Bluetooth แต่สิ่งที่ให้มาก็ถือว่าคุ้มสุดๆ ในงบไม่ถึงพัน

ตัวจอยมีปุ่มบันทึก Timed Macro ติดมาให้ สามารถตั้งคีย์ลัดไว้ใช้เก็บจังหวะสกิลหรือคอมโบต่างๆ ได้สะดวก เหมาะกับสายเกมที่ต้องกดหลายคำสั่งรวดเร็วในช่วงเวลาสั้นๆ

การเชื่อมต่อจะใช้ผ่าน โมดูล USB-C หรือจะต่อผ่านอะแดปเตอร์แปลงเป็น USB-A ก็ได้ ทำให้ใช้กับพีซีหรืออุปกรณ์อื่นๆ ได้หลากหลายขึ้น

อีกจุดที่โดดเด่นคือมี Motion sensor ตรวจจับการเอียงจอยแล้วแปลงเป็นคำสั่งในเกม เช่น เกมแข่งรถที่ใช้การเอียงแทนหมุนพวงมาลัย เพิ่มความอินเวลาเล่นได้ดี

ที่สำคัญคือ ก้านอนาล็อคและทริกเกอร์ใช้ Hall Effect ทำให้ทนทาน ลดโอกาสดริฟท์ ใช้งานยาวๆ ได้สบาย จะซื้อเป็นจอยหลักหรือสำรองก็ถือว่าคุ้ม

ข้อดี

  1. มีฟังก์ชัน Timed Macro บันทึกคำสั่งมาโครได้ถึง 63 ครั้งภายใน 5 นาที

  2. เชื่อมต่อได้ทั้งสาย USB และไร้สายผ่าน USB-C to A adapter

  3. ก้านอนาล็อคและทริกเกอร์เป็น Hall Effect แข็งแรง ใช้งานได้นาน

  4. มี Motion sensor ช่วยตรวจจับการเอียงจอย ใช้เพิ่มความสนุกเวลาเล่นเกมแข่งรถหรือเกมที่ใช้การหันมุมมอง

  5. รองรับอุปกรณ์หลากหลาย ทั้งพีซี สมาร์ทโฟน และเครื่องคอนโซลบางรุ่น

ข้อสังเกต

  1. ไม่มีซอฟต์แวร์ให้ตั้งค่าเชิงลึกหรืออัปเดตเฟิร์มแวร์ผ่านโปรแกรม

  2. ไม่รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth ต้องต่อผ่าน USB-C เมื่อใช้กับมือถือ

2. HyperX Clutch Tanto Mini Controller (1,290 บาท)

สายมือเล็ก หรือคนที่อยากได้ จอยขนาดกะทัดรัด พกง่าย ต้องมองมาที่ HyperX Clutch Tanto Mini ตัวนี้ เพราะเป็นจอยที่ได้รับ License จาก Microsoft ใช้งานคู่กับ Xbox ได้มั่นใจ ฟีลเหมือนจอย Xbox แต่ย่อขนาดให้เล็กลง จับง่ายขึ้น

ฟังก์ชันต่างๆ จัดมาครบ ใช้งานผ่านซอฟต์แวร์ HyperX NGENUITY สำหรับตั้งค่าปุ่มและอัปเดตเฟิร์มแวร์ ข้อดีคือจอยนี้เหมาะมากกับคนที่ชอบพกจอยไปนั่งเล่นร้านเกม หรือใช้งานกับโน้ตบุ๊ก เล่นนอกบ้านบ่อยๆ

นอกจากต่อกับพีซีและเครื่อง Xbox แล้ว ยังใช้กับสมาร์ทโฟนหรือ Steam Deck เพื่อเล่นเกมได้ด้วย ช่วยให้จอยนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนโต๊ะคอมอย่างเดียว

ข้อจำกัดหลักคือ รองรับเฉพาะการต่อแบบมีสาย USB-C to A เท่านั้น ไม่มีระบบไร้สายให้ใช้งาน ใครซีเรียสเรื่องสายเกะกะอาจต้องคิดนิดหนึ่ง

ข้อดี

  1. ได้รับ License จาก Microsoft ใช้งานกับเครื่อง Xbox ได้สบายใจ

  2. ตั้งค่าปุ่มและอัปเดตเฟิร์มแวร์ได้ผ่านโปรแกรม HyperX NGENUITY

  3. ขนาดจอยเล็ก จับถนัดมือ พกง่าย ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์

  4. มีช่องต่อหูฟัง 3.5 มม. บนตัวจอย ฟังเสียงในเกมได้สะดวก

  5. ใช้งานกับสมาร์ทโฟน หรือ Steam Deck ได้ ไม่จำกัดแค่พีซีและ Xbox

ข้อสังเกต

  1. รองรับการเชื่อมต่อแบบ สาย USB-C to A เท่านั้น ไม่มีโหมดไร้สายให้ใช้

3. MSI FORCE GC300 (1,990 บาท)

จากแบรนด์เกมมิ่งเกียร์และโน้ตบุ๊กชื่อดัง MSI รุ่น FORCE GC300 ตัวนี้ถือเป็นเวอร์ชันอัปเกรดที่อัดฟังก์ชันเพิ่มมาแบบจัดเต็ม โดยเฉพาะเรื่อง การเชื่อมต่อและปุ่มพิเศษ

จอยรุ่นนี้รองรับการเชื่อมต่อได้ทั้ง สาย USB-C, ไร้สาย USB 2.4GHz และ Bluetooth ทำให้ต่อกับทั้งพีซีและสมาร์ทโฟน Android ได้สะดวกมาก

มีปุ่ม Macro M1, M2 เพิ่มมาด้านหลัง ให้ผู้ใช้ตั้งคีย์ลัดผ่านซอฟต์แวร์ MSI Center ได้ง่าย ด้านทริกเกอร์ยังปรับระยะการทำงานได้ 2 ระดับ เผื่อคนที่ชอบปุ่มสั้นตอบสนองเร็ว ก็เปลี่ยนให้กดติดไวขึ้นได้

จุดเด่นอีกอย่างคือมี ช่องต่อหูฟัง 3.5 มม. อยู่บนตัวจอย ทำให้เสียบหูฟังฟังเสียงเกมได้โดยไม่ต้องลากสายยาวจากเคสพีซีให้เกะกะ แถมยังมีปุ่ม Mute ไมค์ให้กดปิดเสียงพูดได้ทันที

ข้อดี

  1. รองรับการเชื่อมต่อครบ 3 แบบ: สาย USB-C, ไร้สาย USB 2.4GHz และ Bluetooth

  2. ทริกเกอร์เป็น Hall Effect ปรับระยะกดได้ 2 ระดับ ทนทานและปรับฟีลตามสไตล์ได้

  3. มีช่องต่อหูฟัง 3.5 มม. ที่ตัวจอย ฟังเสียงเกมได้ไม่ต้องพึ่งพอร์ตบนเคส

  4. มีปุ่ม Mute ไมโครโฟนบนตัวจอย ใช้งานสะดวกเวลาไม่อยากให้เสียงเข้าแชต

  5. ปุ่ม Macro M1, M2 ตั้งค่าได้ง่ายผ่าน MSI Center

ข้อสังเกต

  1. รองรับเฉพาะ Windows 10 และ Android ไม่รองรับระบบอื่น

  2. ก้านอนาล็อคยังเป็นแบบกลไกทั่วไป ไม่ใช่ Hall Effect เหมือนทริกเกอร์

4. ASUS ROG Raikiri (2,090 บาท)

สาย ROG เห็นตัวนี้แล้วน่าจะใจสั่น ASUS ROG Raikiri เป็นจอยที่ออกแบบมาชัดเจนสำหรับสายพีซีและ Xbox ที่ไม่ซีเรียสเรื่องไร้สาย แต่เน้น เสียงดี ฟีเจอร์จัดเต็ม และงานดีไซน์แนวเกมมิ่งจัดๆ

จอยรุ่นนี้เชื่อมต่อผ่าน สาย USB-C to A ใช้งานได้กับพีซี และเครื่อง Xbox One / Series X|S จุดเด่นที่ต่างจากหลายๆ รุ่นคือมี ESS DAC ในตัวพร้อมช่องหูฟัง 3.5 มม. ทำให้ฟังเสียงในเกมแล้วได้มิติที่ดีขึ้นกว่าจอยธรรมดา

มีปุ่มมาโครด้านหลัง 2 ปุ่ม พร้อม ตัวสวิตช์ปรับระยะทริกเกอร์ จะใช้แบบกดลึกเต็มระยะหรือสั้นเพื่อลดระยะตอบสนองก็ปรับได้อิสระ การตั้งค่าต่างๆ จัดการผ่านโปรแกรม Armoury Crate ได้ครบ

ไฮไลต์อีกอย่างคือมี หน้าจอขนาดเล็ก 3 บรรทัด ติดอยู่ด้านบน เอาไว้ดูสถานะหรือโหมดการใช้งาน ช่วยให้เซ็ตค่าต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

ข้อดี

  1. มีหน้าจอแสดงผลเล็ก 3 บรรทัดเหนือปุ่มควบคุม ดูสถานะจอยได้สะดวก

  2. มีช่องหูฟัง 3.5 มม. บนตัวจอย ใช้ฟังเพลงและเสียงเกมโดยตรง

  3. ใส่ ESS DAC ช่วยให้เสียงมีมิติดีกว่าจอยทั่วไป

  4. สามารถตั้งค่าปุ่มต่างๆ ผ่าน Armoury Crate ได้ละเอียด

  5. ทริกเกอร์มีสวิตช์ปรับระยะกดได้ทั้งแบบสั้นและยาว

  6. มีปุ่มมาโครด้านหลัง 2 ปุ่ม ขนาดใหญ่ กดง่าย

ข้อสังเกต

  1. รองรับเฉพาะการเชื่อมต่อแบบสาย USB-C to A เท่านั้น ไม่มีโหมดไร้สาย

  2. ทริกเกอร์และก้านอนาล็อคยังเป็นแบบกลไก ไม่ใช่ Hall Effect

5. SteelSeries Stratus Duo (3,140 บาท)

สำหรับสาย VR และเกมมือถือ SteelSeries Stratus Duo เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะถูกออกแบบมาให้ใช้งานกับแว่น VR อย่าง Oculus ได้ดี รวมถึงใช้เล่นเกมมือถือได้ด้วย

ถ้าใช้งานกับพีซี สามารถเชื่อมต่อผ่าน USB 2.4GHz ได้ทันที อย่างไรก็ตาม จอยรุ่นนี้ ไม่รองรับ SteelSeries Engine จึงตั้งค่าปุ่มเชิงลึกหรือมาโครเพิ่มไม่ได้ ต้องใช้เฉพาะปุ่มที่มีบนตัวจอยเท่านั้น และยังไม่มีปุ่ม Macro แยกมาให้ด้วย

จุดที่แอบตกยุคหน่อยคือยังใช้ พอร์ต MicroUSB ในยุคที่โลกไป USB-C กันแทบหมดแล้ว ทำให้หาสายสำรองยากขึ้นนิดหนึ่ง แต่ในด้านความทนทาน ทริกเกอร์เป็น Hall Effect ถือว่ามั่นใจได้เรื่องอายุการใช้งาน

ข้อดี

  1. เชื่อมต่อได้ทั้งสาย MicroUSB และไร้สายผ่าน USB 2.4GHz หรือ Bluetooth

  2. ใช้งานได้กับพีซี, Android, อุปกรณ์ VR และ ChromeOS

  3. ทริกเกอร์เป็น Hall Effect ทนทาน ใช้งานระยะยาวได้สบาย

  4. มีไฟแสดงสถานะแบตเตอรี่บนตัวจอย ดูปริมาณแบตได้ง่าย

  5. สามารถเสียบชาร์จและเล่นไปพร้อมกันได้

ข้อสังเกต

  1. ยังใช้ พอร์ต MicroUSB ไม่ได้อัปเกรดเป็น USB-C

  2. ไม่รองรับการตั้งค่าเพิ่มเติมผ่าน SteelSeries Engine และไม่มีปุ่มมาโครแยก

6. Razer Wolverine V3 Tournament Edition (3,340 บาท)

สายแข่ง สายทัวร์นาเมนต์ หรือคนที่ชอบปรับปุ่มละเอียดๆ น่าจะถูกใจ Razer Wolverine V3 Tournament Edition เพราะรุ่นนี้เป็นจอยที่ดีไซน์มาเพื่อเครื่อง Xbox โดยเฉพาะ แต่ก็ใช้กับพีซีได้เต็มประสิทธิภาพเช่นกัน

จุดเด่นที่สุดคือ ปุ่มมาโครจัดให้ถึง 6 ปุ่ม แบ่งเป็นด้านบนและใต้จอย สามารถตั้งคีย์ลัดในโปรแกรม Razer Controller ได้แบบละเอียดมาก สายเกมยิงหรือเกมที่ต้องใช้คอมโบหลายปุ่มจะชอบมาก

ทั้งก้านอนาล็อคและทริกเกอร์เป็น Hall Effect ลดโอกาสดริฟท์และเสียจากการใช้งานหนัก ช่วยให้เล่นยาวได้สบายใจ ทริกเกอร์ยังสามารถปรับระยะตื้นลึกด้วยตัวสไลด์ล็อกได้ตามสไตล์ของผู้เล่น

แม้รุ่นนี้จะไม่รองรับการเชื่อมต่อไร้สายแบบ Wolverine V3 Pro แต่ในแง่การตอบสนอง การต่อสายกลับกลายเป็นข้อดีสำหรับสายจริงจัง เพราะลดดีเลย์ได้สุดๆ

ข้อดี

  1. ดีไซน์เพื่อเครื่อง Xbox โดยตรง และรองรับพีซีด้วย

  2. ทริกเกอร์ปรับระยะสั้น-ยาวได้ผ่านตัวสไลด์ล็อก

  3. มีปุ่มมาโครมากถึง 6 ปุ่ม ตั้งคีย์ลัดได้อิสระ

  4. ก้านอนาล็อคแบบ Hall Effect ตัดปัญหาดริฟท์เมื่อใช้ไปนานๆ

  5. ตั้งค่าปุ่มทั้งหมดได้ในโปรแกรม Razer Controller

  6. สลับจาก Standard mode เป็น Tournament mode ได้ด้วยคีย์ลัดไม่กี่ปุ่ม

ข้อสังเกต

  1. รองรับเฉพาะการเชื่อมต่อแบบ สาย USB-C ใช้งานแบบไร้สายไม่ได้

7. Flydigi Apex4 (3,990 บาท)

Flydigi Apex4 ถือว่าเป็นตัวท็อปของกลุ่มนี้ทั้งในแง่ราคาและฟีเจอร์ เหมาะกับคนที่อยากลงทุนกับจอยระดับจริงจังตัวเดียวจบ เพราะรองรับได้ทั้ง มือถือ, Nintendo Switch และพีซี แบบครบๆ

สามารถตั้งค่าได้ผ่าน Flydigi Space Station หรือ Flydigi Game Center ทั้งการแมปปุ่ม ปรับโปรไฟล์ และตั้งมาโคร โดยให้ปุ่มมาโครมาถึง 4 ปุ่มเต็มๆ

ตัวจอยใส่ Gyroscope ความละเอียดสูง เพื่อช่วยในเกมที่เน้นการเอียงหรือปรับมุมมองอย่างแม่นยำ โดยเฉพาะในเกมแข่งรถหรือเกมยิงที่รองรับการเล็งแบบเคลื่อนไหวจอย

ก้านทริกเกอร์เป็นแบบ Force Feedback ตอบสนองตามแรงกด ให้ฟีลใกล้เคียงการเหนี่ยวไกจริง มีแรงต้านนิ้วสมจริงขึ้น ก้านอนาล็อคและทริกเกอร์ยังเป็น Hall Effect เพิ่มความทนทาน

ยังมี หน้าจอ LCD เล็กๆ บนตัวจอย ไว้ดูโหมดและสถานะต่างๆ และใส่แบตเตอรี่ความจุสูง 1,500mAh เล่นยาวได้หลายชั่วโมง

ข้อดี

  1. รองรับการเชื่อมต่อครบ 3 แบบ: สาย USB-C, ไร้สายผ่าน USB 2.4GHz และ Bluetooth

  2. ตั้งค่าจอยได้ละเอียดผ่าน Flydigi Space Station หรือ Flydigi Game Center

  3. ให้ปุ่มมาโครมาถึง 4 ปุ่ม ตั้งคีย์ลัดได้สะดวก

  4. แบตเตอรี่ความจุสูง 1,500mAh เล่นได้ยาวนาน

  5. ก้านอนาล็อคและทริกเกอร์เป็น Hall Effect แข็งแรงทนทาน

  6. ทริกเกอร์แบบ Force Feedback ให้แรงตอบสนองและแรงหน่วงสมจริง

  7. มี Gyroscope ความละเอียดสูง ช่วยจับท่าทางได้ละเอียด

  8. มีหน้าจอ LCD แสดงโหมดและช่วยให้ปรับค่าต่างๆ ได้สะดวก

ข้อสังเกต

  1. การเคลมต้องผ่านตัวแทนร้านในไทยตามที่กำหนดเท่านั้น

  2. บน iOS ไม่สามารถใช้ฟีเจอร์ Mapping mode ในแอป Game Center ได้เต็มรูปแบบ

สรุป 7 จอยเกมตัวเด่น ฟีเจอร์แน่นมาโครครบ ใช้ได้ทั้งพีซี คอนโซล และมือถือ

ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบเล่นเกมแนว RPG, เกมพอร์ตจากคอนโซล หรือแค่อยากเอนหลังนั่งชิลล์บนเก้าอี้แล้วเล่นเกมโปรดแบบสบายมือ การมีจอยดีๆ สักตัวถือว่าเปลี่ยนประสบการณ์ได้จริง

ทุกวันนี้เกมจำนวนมากถูกออกแบบมาสำหรับจอยตั้งแต่ต้น การมีจอยที่รองรับหลายแพลตฟอร์ม ทั้งพีซี คอนโซล และมือถือ ยิ่งทำให้คุ้มค่าเพราะซื้อครั้งเดียวใช้ได้ยาวและใช้ได้หลายเครื่อง

ถ้าโฟกัสที่ งบประหยัดแต่ฟีเจอร์ไม่ขี้เหร่ ก็หนีไม่พ้น FANTECH Shooter III ราคาไม่ถึงพันแต่ให้มาครบในระดับเริ่มต้น จะเอาไว้ใช้เป็นจอยหลักหรือสำรองก็โอเค

ถ้ามือเล็กหรืออยากได้จอยที่พกง่ายขึ้น ให้ลองมอง HyperX Clutch Tanto Mini ที่ถูกออกแบบมาให้กะทัดรัดและยังรองรับ Xbox ได้เต็มๆ

ส่วนสายฟีเจอร์จัดเต็ม ถ้าชอบ การเชื่อมต่อหลากหลาย และใช้งานหลายอุปกรณ์ MSI FORCE GC300 เป็นตัวเลือกที่น่าเล่นมาก ในขณะที่ ASUS ROG Raikiri จะตอบโจทย์คนที่อยากได้จอยพร้อม ESS DAC ในตัว เน้นทั้งเล่นเกมและฟังเสียงดีๆ

ถ้าอยากได้จอยที่เข้าได้กับ VR, มือถือ และหลายแพลตฟอร์ม SteelSeries Stratus Duo ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แม้จะไม่มีมาโครแต่สาย VR น่าจะถูกใจ

ด้านสายแข่งขันหรือเน้นคีย์ลัดหนักๆ Razer Wolverine V3 Tournament Edition ให้มาโครถึง 6 ปุ่ม เหมาะมากกับเกมที่ต้องการการตอบสนองเร็วและกดหลายคำสั่งในเวลาเดียวกัน

ส่วนคนที่อยากลงทุนครั้งเดียวจบ เน้นสุดทุกทาง ทั้งแรงตอบสนอง ทริกเกอร์อัจฉริยะ การเชื่อมต่อครบ และการตั้งค่าละเอียด Flydigi Apex4 คือจอยตัวท็อปที่ตอบโจทย์สายจริงจังได้แบบสมศักดิ์ศรี

สุดท้ายก่อนตัดสินใจซื้อ ลองถามตัวเองให้ชัดว่า

  • เล่นหลักบนแพลตฟอร์มไหน?

  • ต้องการมาโครเยอะไหม?

  • ชอบจอยมีสายหรือไร้สาย?

  • มือเราเล็กหรือใหญ่?

ตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ แล้วค่อยเทียบกับจุดเด่นของแต่ละรุ่น คุณก็จะได้ จอยเกมที่ใช่สำหรับสไตล์การเล่นของตัวเองจริงๆ ไม่ต้องซื้อมาลองแล้วเสียดายทีหลังอีกต่อไป