Premium Economy คือทางสายกลางที่หลายคนมองข้าม
ทุกวันนี้การขึ้นเครื่องบินไม่ใช่แค่ “ไปให้ถึงปลายทาง” อีกต่อไป แต่คือประสบการณ์ระหว่างทางที่หลายคนยอมจ่ายเพิ่มเพื่อให้สบายขึ้น โดยเฉพาะไฟลต์ไกลอย่างยุโรปหรืออเมริกา ที่นั่งมีผลกับสภาพร่างกายและอารมณ์หลังลงจากเครื่องแบบชัดเจน
จากเดิมที่ตัวเลือกมีแค่ Economy ที่ประหยัด กับ Business ที่หรูหราเต็มขั้น ตอนนี้มีชั้นกลางอย่าง Premium Economy เข้ามาแทรกในจุดกึ่งกลาง เหมาะกับคนที่อยากสบายขึ้นแบบรู้สึกได้ แต่ยังไม่อยากควักเงินถึงระดับ Business
คำถามสำคัญคือ “อัพเกรดเป็น Premium Economy คุ้มจริงไหม?” มาดูทุกมุมทั้งข้อดี ข้อเสีย สิทธิประโยชน์ และวิธีอัพเกรดกันแบบละเอียด
Premium Economy คืออะไร ต่างจาก Economy และ Business ยังไง
ชั้นประหยัดพรีเมียม (Premium Economy) เป็นชั้นโดยสารที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง Economy และ Business ให้ความสบายมากขึ้นแบบจับต้องได้ ทั้งที่นั่งกว้างขึ้น อาหารดีขึ้น และบริการพิเศษที่เหนือกว่า Economy แต่ราคายังไม่แรงเท่า Business
พูดให้เห็นภาพก็คือ “ตัวเลือกคุ้มค่า” สำหรับคนที่อยากนั่งสบายแบบใกล้เคียง Business แต่ยังอยากคุมงบให้อยู่ในระดับที่ไหว
ความเข้าใจผิดยอดฮิตเกี่ยวกับ Premium Economy
หลายคนยังสับสนว่าจริง ๆ แล้ว Premium Economy ให้แค่ไหนกันแน่ ลองเช็กจากลิสต์นี้:
คิดว่าเหมือน Business Class
ความจริง: ไม่มีเตียงนอนราบ (Lie-flat seat) และบริการยังไม่ถึงระดับ Businessเข้าใจว่าต้องมี Lounge ให้ใช้ทุกสายการบิน
ความจริง: ขึ้นกับเงื่อนไขของแต่ละสายการบิน ไม่ใช่มาตรฐานกลางนึกว่าต่างกันแค่พื้นที่วางขา
ความจริง: ต่างทั้งความกว้างเบาะ หน้าจอใหญ่ขึ้น เมนูอาหารดีกว่า และบรรยากาศบนเครื่องก็เงียบกว่า
สรุปข้อดี–ข้อเสียของการอัพเกรดเป็น Premium Economy
การจ่ายเพิ่มจาก Economy เพื่อขยับขึ้นมา Premium Economy คือการ อัพเกรดคุณภาพชีวิตบนเครื่อง โดยเฉพาะไฟลต์ยาวหรือบินข้ามทวีป ความต่างจะยิ่งชัดเจน ทั้งเรื่องการนั่ง การนอน และสภาพร่างกายตอนลงจากเครื่อง
ข้อดีของ Premium Economy
1. สบายกว่าแบบรู้สึกได้ตั้งแต่ขึ้นเครื่อง
ที่นั่งกว้างขึ้นราว 2–3 นิ้ว
ระยะห่างระหว่างแถวยาวขึ้น ทำให้เหยียดขาได้ดีขึ้น
เหมาะมากสำหรับไฟลต์ยุโรปหรืออเมริกา ที่ต้องนั่งกันยาว ๆ
2. พักผ่อนได้จริง ไม่ใช่แค่นั่งทน
เบาะเอนได้มากกว่า Economy อย่างชัดเจน
มีที่วางแขนใหญ่ขึ้น และส่วนใหญ่มีที่พักเท้าช่วยรองรับท่านั่งเอน
คนที่หลับยากใน Economy จะรู้สึกว่าบิน “เบาลง” เยอะ
3. อาหารและเครื่องดื่มพรีเมียมขึ้นชัดเจน
ได้เมนูเฉพาะของ Premium Economy ในบางสายการบิน
มีบริการไวน์ เบียร์ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฟรีตามเงื่อนไขแต่ละเจ้า
อุปกรณ์เสิร์ฟดูดีขึ้น เช่น จานจริง ช้อนส้อมโลหะ
4. สิทธิพิเศษที่ทำให้ทั้งทริปลื่นไหล
โหลดกระเป๋าได้มากขึ้น
มีช่องเช็คอินแยก ลดเวลาเข้าคิว
ได้ขึ้นเครื่องก่อน ทำให้ไม่ต้องแย่งที่เก็บสัมภาระด้านบน
5. คุ้มกว่าเมื่อเทียบกับการขยับไป Business
ราคาสูงกว่า Economy แต่ยังถูกกว่า Business หลายเท่า
เหมาะกับคนที่อยาก “อัปเกรดความสบาย” โดยยังไม่อยากจ่ายหนักแบบสายหรูเต็มขั้น
ข้อเสียของ Premium Economy
1. ยังไม่ใช่ Business ในเวอร์ชันประหยัด
ไม่มีเตียงนอนราบให้เหยียดตัวเต็มที่
ระดับการบริการและความส่วนตัวยังเทียบ Business ไม่ได้
2. ราคากระโดดจาก Economy แบบรู้สึกได้
บางเส้นทางราคาอาจสูงกว่า Economy ถึงสองเท่า
โดยเฉพาะสายการบินพรีเมียม เช่น Singapore Airlines หรือ JAL
3. สิทธิประโยชน์ไม่เท่ากันทุกสายการบิน
บางเจ้าจัดเต็มจนใกล้เคียง Business
บางเจ้าเพิ่มเพียงพื้นที่วางขาเล็กน้อย ทำให้ความคุ้มค่าต่างกันมาก
4. จำนวนที่นั่งจำกัด
ไม่ใช่ทุกเส้นทางหรือทุกเครื่องบินจะมี Premium Economy
ถ้าอยากได้ราคาดีและเลือกที่นั่งสวย ๆ มักต้องจองล่วงหน้า
สรุปแบบตรง ๆ ว่า “คุ้มไหม?”
ถ้าเป็น ไฟลต์ตั้งแต่ 6 ชั่วโมงขึ้นไป และให้ความสำคัญกับความสบาย Premium Economy คือ ทางสายกลางที่คุ้มค่า
แต่ถ้า บินใกล้ ๆ หรือโฟกัสประหยัดเป็นหลัก Economy ยังตอบโจทย์ได้ดี และอาจนำเงินส่วนต่างไปใช้กับโรงแรมหรือกิจกรรมที่ปลายทางแทน
เจาะลึกสิทธิประโยชน์เมื่อขยับขึ้น Premium Economy
Premium Economy ไม่ได้ให้แค่ที่นั่งกว้างขึ้น แต่คือการอัพเกรด “ประสบการณ์ทั้งทริป” ตั้งแต่เช็คอินจนถึงเดินลงจากเครื่อง ใครที่เคยนั่งแล้วมักจะลังเลกลับไป Economy ยากพอสมควร
ที่นั่งและพื้นที่ส่วนตัว
สิ่งที่รู้สึกต่างที่สุดคือ ความเป็นส่วนตัวและระดับความอึดอัดที่ลดลงชัดเจน
เบาะกว้างกว่า Economy โดยเฉลี่ย 2–3 นิ้ว
ระยะห่างระหว่างแถวเพิ่มเป็นราว 37–40 นิ้ว เหยียดขาได้สบายขึ้น
เบาะเอนได้มากขึ้น มีที่วางแขนใหญ่ ไม่ต้องเบียดคนข้าง ๆ
บางสายการบินให้ทั้ง ที่พักเท้า (Footrest) และ ที่พักน่อง (Legrest)
อาหารและเครื่องดื่มที่ “อัปเลเวล”
สำหรับสายกิน Premium Economy จะทำให้มุมมองต่อการกินบนเครื่องเปลี่ยนไปเลย
เมนูอาหารร้อนหลากหลายกว่า Economy แบบรู้สึกได้
หลายสายการบินมี ไวน์ เบียร์ หรือแอลกอฮอล์ฟรี ตามนโยบาย
ใช้อุปกรณ์เสิร์ฟคุณภาพดี เช่น ถ้วยจานจริงหรือช้อนส้อมโลหะ
บางเจ้าอย่าง Singapore Airlines หรือ EVA Air มีเมนูจากเชฟมืออาชีพ
การบริการบนเครื่องและภาคพื้น
ตั้งแต่เช็กอินจนถึงเดินลงจากเครื่อง ความต่างจะทยอยให้คุณสังเกตได้เอง
เคาน์เตอร์เช็กอินแยก ช่วยลดเวลารอ
Priority Boarding ขึ้นเครื่องก่อน แชะรูปนั่งชิล ๆ ก่อนคนอื่น
พนักงานให้บริการได้ทั่วถึงขึ้น เพราะจำนวนผู้โดยสารในชั้นนี้น้อยกว่า
สิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ที่ทำให้ไฟลต์ไกลเบาลง
หน้าจอใหญ่ขึ้น (เฉลี่ยราว 12–13 นิ้ว) พร้อมระบบความบันเทิงเต็มรูปแบบ
บางสายการบินมี หูฟังตัดเสียงรบกวน ให้ใช้
มี ปลั๊กไฟ / USB ให้ชาร์จอุปกรณ์ส่วนตัวได้ทุกที่นั่ง
ได้รับ Amenity Kit เช่น ผ้าปิดตา ที่อุดหู ถุงเท้า แปรงสีฟัน
หลายเจ้ามีสิทธิ์ เลือกที่นั่งฟรี หรือ โหลดกระเป๋าเพิ่ม รวมอยู่ในตั๋ว
อัพเกรด Premium Economy ควรจ่ายเพิ่มเท่าไหร่ถึงจะ “คุ้ม”
ถ้าคุณให้ความสำคัญกับการนั่ง การนอน และฟื้นตัวหลังลงเครื่อง Premium Economy จะเริ่มคุ้มชัดเจนเมื่อบินตั้งแต่ 6 ชั่วโมงขึ้นไป โดยเฉพาะเส้นทางยุโรปและอเมริกา
หลักคิดง่าย ๆ:
ลองมอง “เงินที่จ่ายเพิ่ม” เป็น ค่าความสบายต่อชั่วโมง
ถ้าคุณโอเคที่จะจ่ายเพิ่มราว 300–800 บาทต่อชั่วโมง เพื่อได้นั่งสบายขึ้น กินดีขึ้น และพักผ่อนได้จริง แบบไม่ต้องทรมานตัวเอง ก็ถือว่าเป็นดีลที่คุ้มค่า
สุดท้ายแล้วความคุ้มค่าไม่ได้มีคำตอบเดียว ขึ้นกับ 3 ปัจจัยหลัก:
งบประมาณที่คุณตั้งไว้
ระยะทางและเวลาบิน
ความสำคัญที่คุณให้กับ “ความสบายระหว่างทาง”
เทียบ Premium Economy ของสายการบินยอดนิยม
แม้จะใช้ชื่อว่า Premium Economy เหมือนกัน แต่ประสบการณ์ที่ได้ ไม่เท่ากัน แต่ละสายการบินจะตีความ “พรีเมียม” ต่างกัน บางเจ้าจัดเต็มจนเกือบแตะ Business ในขณะที่บางเจ้าปรับแค่พื้นที่นั่ง
Thai Airways – สายการบินคู่ใจสายไฟลต์ไกล
การบินไทยถือเป็นตัวเลือกยอดฮิตของคนไทยที่บินเส้นทางยาว เพราะที่นั่งและบริการค่อนข้างตอบโจทย์
ความกว้างเบาะราว 19–20 นิ้ว
เอนได้ประมาณ 130°
พื้นที่วางขาเยอะกว่า Economy ชัดเจน
เมนูอาหารเสิร์ฟแบบพิเศษ พร้อมเครื่องดื่มครบ
พนักงานบริการแบบอบอุ่นสไตล์ไทย
สิทธิประโยชน์หลัก:
โหลดกระเป๋าได้สูงสุดราว 35 กก.
มีเคาน์เตอร์เช็กอินแยก + ได้ขึ้นเครื่องก่อน
มี Amenity Kit ให้ในเส้นทางไกล
มีเครื่องดื่มรวมถึงไวน์และค็อกเทลให้บริการ
Singapore Airlines – หนึ่งใน Premium Economy ที่หลายคนยกให้ “คุ้มสุด”
เบาะกว้างประมาณ 19.5 นิ้ว พร้อมที่พักเท้า
จอใหญ่ประมาณ 13.3 นิ้ว ดูหนังเพลิน ๆ ได้ยาว ๆ
มีบริการเลือกเมนูล่วงหน้าผ่านระบบ Book the Cook
จุดแข็งคือคุณภาพไวน์ อาหาร และบริการที่เหมือนย่อส่วนจาก Business
EVA Air – ตัวจริงด้านความสบายคุ้มค่า
หนึ่งในสายการบินที่บุกเบิก Premium Economy ในเอเชีย
เบาะเอนได้ราว 120–130° นั่งสบายไม่เมื่อยเร็ว
ให้ Amenity Kit และอาหารแบบจัดเต็มโดยเฉพาะไฟลต์ไกล
เส้นทางเด่นคือไต้หวัน–ยุโรป และไต้หวัน–อเมริกา
Cathay Pacific – ดีไซน์เพื่อการพักผ่อน
เน้นออกแบบที่นั่งให้เหมาะกับการพักผ่อนจริงจัง
พื้นที่ขากว้างกว่ามาตรฐานทั่วไป
หน้าจอขนาดประมาณ 12 นิ้วขึ้นไป
มี Priority Boarding และเมนูอาหารคุณภาพดี
Japan Airlines (JAL) – สายญี่ปุ่นที่เด่นทั้งบริการและความบันเทิง
ที่นั่งเอนได้มาก เบาะนั่งนุ่ม นั่งนานแล้วไม่เมื่อยง่าย
โดดเด่นเรื่องระบบ Entertainment และความละเอียดอ่อนในการบริการ
มี Service Area ให้ผู้โดยสารไปหยิบของว่างได้ตลอดไฟลต์
หมายเหตุ: สายการบินโลว์คอสต์อย่าง Thai Lion Air, AirAsia, Nok Air, VietJet Air ยังไม่มี Premium Economy แบบเต็มรูปแบบ แต่จะมีที่นั่งแบบ Hot Seat / Extra Legroom ที่เพิ่มพื้นที่วางขาและบางครั้งมีสิทธิ์ขึ้นเครื่องก่อน เหมาะกับคนที่อยากได้ความสบายเพิ่มเล็กน้อยโดยไม่อัพเกรดทั้งชั้น
3 วิธีหลักในการอัพเกรดเป็น Premium Economy แบบไม่ต้องจ่ายเต็ม
ไม่จำเป็นต้องซื้อ Premium Economy ในราคาเต็มเสมอไป หลายสายการบินมีช่องทางให้ อัปเกรดแบบประหยัดงบ แค่รู้เทคนิคก็ช่วยเซฟเงินไปได้หลายพันบาท
1) ซื้อตั๋ว Premium Economy ตั้งแต่แรก
🎯 เหมาะกับ: คนที่วางแผนทริปล่วงหน้าชัดเจน
✨ จุดเด่น:
มีโอกาสเจอราคาพิเศษช่วงโปร Early Bird หรือโปรแรงประจำปี
เลือกที่นั่งที่ต้องการได้ตั้งแต่แรก โอกาสได้ที่นั่งสวยสูง
เหมาะมากกับไฟลต์ไกลอย่างยุโรป–อเมริกา ที่ความสบายมีผลมาก
⚠️ สิ่งที่ต้องระวัง:
หากจองใกล้วันเดินทาง ราคามักพุ่งจนเข้าใกล้ Business
โปรดี ๆ มักเต็มเร็ว ต้องตัดสินใจและจองล่วงหน้าพอสมควร
2) ประมูลอัพเกรด (Upgrade Bid)
🎯 เหมาะกับ: คนที่ถือ ตั๋ว Economy อยู่แล้ว แต่อยากลองขยับขึ้นไป Premium Economy ถ้าได้ราคาดี
📝 ทำยังไง:
หลายสายการบิน เช่น Singapore Airlines, EVA Air, Cathay Pacific เปิดให้เสนอราคาที่คุณยอมจ่ายเพื่ออัปเกรด
ระบบจะพิจารณาตามเกณฑ์ของสายการบิน และแจ้งผลก่อนบิน
✨ จุดเด่น:
มีโอกาสได้นั่ง Premium Economy ในราคาที่ถูกกว่าซื้อแบบตรง
ทำผ่านระบบออนไลน์ได้ ไม่ต้องโทรหรือไปติดต่อหน้าคอนเตอร์
⚠️ ข้อจำกัด:
ไม่มีการการันตีว่าจะได้อัปเกรด ขึ้นกับจำนวนที่นั่งว่างและราคาที่คุณ Bid
เงินจะถูกตัดเมื่อได้รับอนุมัติเท่านั้น
3) อัพเกรดที่เคาน์เตอร์หรือหน้าเกท
🎯 เหมาะกับ: คนที่ยืดหยุ่น พร้อมลุ้นราคาพิเศษในวันเดินทาง
✨ จุดเด่น:
มักเป็นวิธีที่ได้ราคาต่อที่นั่งถูกที่สุด
เหมาะกับไฟลต์ที่มีที่นั่ง Premium Economy เหลือเยอะ
⚠️ ข้อจำกัด:
เลือกที่นั่งได้ไม่มาก เพราะส่วนใหญ่ที่ดี ๆ จะถูกเลือกไปแล้ว
ถ้าไฟลต์เต็มหรือใกล้เต็ม ก็อาจไม่มีสิทธิ์อัพเกรดเลย
หลายสายการบินรวมถึงบางเส้นทางของ Thai Airways หรือ ANA มักจะเสนอดีลอัพเกรดหน้าประตูขึ้นเครื่อง หากวันนั้นยังมีที่ว่างอยู่ ใครยืดหยุ่นได้ลองถามพนักงานดูได้เลย
ใครเหมาะ–ไม่เหมาะกับ Premium Economy?
แม้ Premium Economy จะเป็นตัวเลือกที่ดูลงตัวระหว่างราคาและความสบาย แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนควรจะจ่ายเพิ่ม ลองเช็กกันชัด ๆ ว่าคุณอยู่ฝั่งไหน
กลุ่มที่ “ควร” อัพเกรดเป็น Premium Economy
นักเดินทางไฟลต์ยาว (6–8 ชั่วโมงขึ้นไป)
ที่นั่งกว้างและเอนได้มากช่วยลดอาการเมื่อยล้า ทำให้ถึงที่หมายแบบไม่หมดแรงนักธุรกิจที่ต้องพร้อมลุยงานทันทีหลังลงเครื่อง
การได้นอนเอนพักได้ดีขึ้นทำให้โฟกัสดีขึ้นในการประชุมหรืองานสำคัญคนรูปร่างสูงหรือชอบพื้นที่กว้าง
ผู้โดยสารที่สูงเกิน 175 ซม. มักอึดอัดใน Economy Premium Economy จะช่วยให้ยืดขาได้สบายกว่าเยอะคู่รักหรือครอบครัวที่อยากให้ทริปสบายขึ้นอีกระดับ
บรรยากาศเงียบกว่า มีพื้นที่ขยับตัวมากขึ้น ทำให้การเดินทางกับคนใกล้ชิดรู้สึกผ่อนคลายขึ้นคนที่ให้ความสำคัญกับสิทธิ์พิเศษ
เช่น อยากได้โหลดกระเป๋าเพิ่ม เช็คอินเร็ว ขึ้นเครื่องก่อน ทั้งหมดมักถูกรวมอยู่ในตั๋ว Premium Economy อยู่แล้ว
กลุ่มที่ “อาจยังไม่คุ้ม” กับการอัพเกรด
คนที่บินไฟลต์สั้น (1–3 ชั่วโมง)
เวลาอยู่บนเครื่องสั้นเกินกว่าจะได้ใช้สิทธิ์หรือสัมผัสความต่างแบบเต็มที่คนที่ไม่ซีเรียสเรื่องความสบาย
ถ้าคุณเป็นสาย “หลับได้ทุกท่า” กินยังไงก็ได้ Premium Economy อาจไม่ได้เพิ่มคุณค่าให้ทริปมากนักนักเดินทางที่เน้นประหยัดสุดทาง
ถ้าอยากเก็บเงินไปใช้กับโรงแรมหรือกิจกรรมที่ปลายทาง การเลือก Economy แล้วใช้ส่วนต่างไปเพิ่มประสบการณ์ทริป อาจตอบโจทย์มากกว่าคนที่ตั้งใจเก็บเงินไป Business เท่านั้น
ถ้าฝันคือเตียงนอนราบเต็มรูปแบบและความหรูหราทุกดีเทล Premium Economy อาจไม่ใช่คำตอบที่คุณตามหา
โดยรวมแล้ว Premium Economy คือจุดลงตัวระหว่างงบประมาณกับความสบาย เหมาะมากสำหรับคนที่ไม่อยากทรมานตัวเองบนไฟลต์ยาว ๆ แต่ก็ยังไม่อยากจ่ายถึงระดับ Business แค่เพิ่มเงินจาก Economy อีกหน่อย คุณก็จะได้ประสบการณ์บนเครื่องที่ต่างออกไปแบบรู้สึกได้ตั้งแต่ก้าวขึ้นเครื่อง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Premium Economy
Premium Economy คืออะไร ต่างจาก Economy ยังไง?
เป็นชั้นโดยสารกึ่งกลางระหว่าง Economy และ Business ที่ให้พื้นที่นั่งมากขึ้น อาหารดีกว่า และมีบริการพิเศษเพิ่มเติม แต่ราคายังย่อมเยากว่าชั้นธุรกิจแบบเต็มตัวบินไฟลต์สั้น อัพเกรดเป็น Premium Economy คุ้มไหม?
สำหรับไฟลต์ 1–3 ชั่วโมง ความคุ้มอาจไม่ชัด เพราะระยะเวลาบนเครื่องไม่มากพอจะใช้สิทธิ์เต็ม ๆ เหมาะกับไฟลต์ 6 ชั่วโมงขึ้นไปมากกว่าสายการบินไหนทำ Premium Economy ได้ดีเป็นพิเศษ?
หลายรีวิวมักยกให้ EVA Air และ Singapore Airlines เด่นเรื่องความสบายและบริการ ส่วนการบินไทยเหมาะกับคนที่อยากได้ฟีลบริการอบอุ่นในราคาที่สมเหตุสมผลทุกสายการบินมี Premium Economy ไหม?
ไม่ใช่ทุกเจ้า โดยเฉพาะสายการบินโลว์คอสต์อย่าง AirAsia หรือ Thai Lion Air จะไม่มี Premium Economy แบบเต็มรูปแบบ แต่จะมีที่นั่ง Extra Legroom แทนถ้าอยากอัพเกรดเป็น Premium Economy มีวิธีไหนบ้าง?
วิธีหลัก ๆ มี 3 ทางเลือก คือ ซื้อตั๋ว Premium Economy ตั้งแต่ต้น, ประมูลอัพเกรดผ่านระบบ Upgrade Bid หรือไปขออัพเกรดที่เคาน์เตอร์/หน้าเกท ขึ้นกับเงื่อนไขและจำนวนที่นั่งว่างในแต่ละเที่ยวบิน

