รับแอปรับแอป

ชวนดู Silent Theatre Festival 2025 ละครไร้คำพูดที่ดังได้โดยไม่ต้องเอ่ยสักประโยค

พงษ์เทพ อินทรชัย01-31

ศิลปะการแสดงที่พูดด้วยร่างกาย ไม่ใช่เสียง

Silent Theatre Festival คือเทศกาลละครไม่พูดที่เปิดพื้นที่ให้ศิลปะการแสดงได้เล่าเรื่องโดยไม่ต้องพึ่งถ้อยคำ แต่ใช้ ร่างกาย จังหวะ ดนตรี และจินตนาการ เป็นภาษาหลัก

เป้าหมายของเทศกาลนี้ชัดมาก คืออยากให้คนดูทุกวัย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ได้นั่งดูละครเรื่องเดียวกัน สนุกไปด้วยกัน โดยไม่มีกำแพงด้านภาษา หรืออายุ มากั้นความเข้าใจระหว่างผู้แสดงและผู้ชม

เมื่อเราได้ยินชื่อ Silent Theatre Festival ครั้งแรก ภาพที่ลอยมาอาจเป็น “ละครใบ้” แบบที่เราคุ้นเคย แต่พอได้คุยกับทีมงานเบื้องหลัง เราถึงได้รู้ว่าที่นี่ไม่ได้หยุดอยู่แค่คำว่าละครใบ้ แต่กำลังขยายไปสู่ Non-verbal performance หรือการแสดงไร้คำพูดที่หลอมรวมหลายศาสตร์เข้าไว้ด้วยกัน

ผู้อยู่เบื้องหลังเทศกาลนี้ คือทีม House of Mask and Mime ที่อยากแนะนำโลกของตัวเองให้คนวงกว้างรู้จัก และสร้างพื้นที่ใหม่ให้คนดูไทยได้เข้าถึงศิลปะแบบไร้คำพูดอย่างจริงจัง

ผู้หญิงสองคนที่ผลักดันให้ “ความเงียบ” มีเสียง

หัวใจของเทศกาลนี้เริ่มจากวิสัยทัศน์ของ คุณลิซ่า ลิสา ศรีพัฒนาสกุล ผู้ก่อตั้งเทศกาลและ House of Mask and Mime ที่เติบโตมาจากรากฐานของละครใบ้ แต่เลือกจะพาโชว์ไปไกลกว่านั้น ด้วยการหยิบเอาหลากหลายรูปแบบของศิลปะการแสดงมาผสมให้เกิด “ภาษาบนเวที” แบบใหม่

เธอมองว่าละครใบ้เป็นเหมือนพื้นฐาน แต่สิ่งที่คนดูจะได้เห็นจริงๆ คือการรวมตัวของหลากหลายศาสตร์ที่มาช่วยกันเล่าเรื่องโดยไม่ต้องพูด

อีกหนึ่งกำลังสำคัญคือ คุณจิ๊บ ชนิดา ปัญญาเนรมิตดี โปรดิวเซอร์ของเทศกาล ที่ช่วยออกแบบประสบการณ์ของคนดูให้เดินออกจากโรงละครด้วยความรู้สึก “อิ่มและอุ่น” มากกว่าแค่คำว่าดูจบแล้วก็แยกย้าย

ทั้งสองคนมองตรงกันว่า “การไม่พูดไม่ได้แปลว่าร่างกายเงียบ” ตรงกันข้าม เวลาที่ไม่มีถ้อยคำ เสียงของร่างกาย ดนตรี และจังหวะ จะดังชัดขึ้นในแบบที่เราไม่ค่อยได้ฟังในชีวิตประจำวัน

ในมุมของคุณจิ๊บ การแสดงไร้คำพูดทำหน้าที่เหมือน “ล่าม” หรือ “ทูตทางวัฒนธรรม” เพราะไม่ว่าผู้ชมจะมาจากประเทศไหน ใช้ภาษาพูดอะไร ทุกคนสามารถเข้าใจเรื่องราวเดียวกันผ่านภาษากายได้โดยไม่ต้องแปล

ส่วนคุณลิซ่ามองว่านี่คือความท้าทายของคนทำงานบนเวที ที่ต้องทำยังไงให้คนดูหลายร้อยคน “ไปในทิศทางเดียวกัน” โดยไม่มีบทพูดนำทาง ถึงแม้การตีความจะไม่ตรงกันเป๊ะทุกคน แต่หน้าที่ของนักแสดงคือส่งสัญญาณให้ชัดที่สุด ส่วนหน้าที่ของคนดูคือปล่อยตัวเองให้ไหลไปกับเรื่องราวนั้นอย่างเต็มที่

ทำไม Non-verbal Performance ถึงน่าหลงรัก

เสน่ห์ของการแสดงไร้คำพูดไม่ได้มีแค่ความแปลกใหม่ แต่ยังอยู่ที่ “การลดกำแพง” หลายชั้นระหว่างผู้ชมกับเวที

  • ไม่มีอุปสรรคเรื่องภาษา

  • เด็กและผู้ใหญ่ดูร่วมกันได้แบบไม่เคอะเขิน

  • เปิดพื้นที่ให้ศิลปินไทยสามารถไปแสดงที่ไหนในโลกก็ได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าคนดูจะฟังออกไหม

สำหรับคนทำงานศิลปะ การแสดงแบบนี้คือโอกาสทอง เพราะไม่ใช่แค่เชิญศิลปินต่างชาติมาให้คนไทยชมเท่านั้น แต่ศิลปินไทยเองก็สามารถพางานของตัวเองเดินทางไปต่างประเทศได้อย่างเป็นธรรมชาติ

Silent Theatre Festival จึงไม่ได้เป็นแค่เทศกาลโชว์ แต่เป็นการสร้าง “พื้นที่ให้ศิลปิน Non-verbal” โดยเฉพาะสายละครใบ้ และรูปแบบการแสดงที่ใกล้เคียงกัน ได้มีพื้นที่เติบโตและเดินหน้าร่วมกัน

ไฮไลต์ Silent Theatre Festival 2025: ปีนี้จัดเต็ม 5 เรื่องใน 2 วัน

ปี 2025 นี้ เทศกาลเดินทางมาถึงอีกก้าว ด้วยการขยายรอบจัดงานเป็น 2 วันเต็ม และเพิ่มจำนวนการแสดงจาก 3 เป็น 5 เรื่อง เพื่อให้คนดูได้เลือกเสพประสบการณ์ที่หลากหลายมากขึ้น

หัวใจของการคัดเลือกคือ “ไม่ใช้คำพูดบนเวที” เหมือนกันทั้งหมด แต่ระดับอารมณ์ ความเข้มข้น และรูปแบบการเล่าเรื่องจะแตกต่างกันอย่างชัดเจน ทำให้คุณไม่รู้สึกซ้ำ แม้จะเลือกดูหลายโชว์ในวันเดียวกัน

1. Something Stupid — การกลับมาของศิลปินละครใบ้ที่พร้อมฉายแสงอีกครั้ง

การแสดงเดี่ยวจาก คุณลิซ่า ในฐานะศิลปินละครใบ้ที่เคยเป็นหนึ่งในสมาชิก Mute Mime และเคยพาผลงานไปแสดงในหลายประเทศ

หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ความคิด และไอเดียมานาน เธอเลือกปล่อยทุกอย่างออกมาในโชว์นี้ ที่เหมือนเป็น การรีเทิร์นอย่างกล้าหาญ และเต็มไปด้วยพลังของคนที่พร้อมกลับมาบนเวทีอีกครั้ง

2. WHAT IF GRANDMA IS A SPY? — เมื่อคุณยายอาจไม่ได้ธรรมดาอย่างที่คิด

การแสดงหน้ากากที่เล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างหลานขี้สงสัยกับคุณยายสุดลึกลับ ที่ทำให้เด็กๆ เริ่มตั้งคำถามว่า… “หรือว่าคุณยายจะเป็นสายลับ?”

เรื่องราวเริ่มจากความสงสัยในความสามารถที่ดูเก่งเกินไปของคุณยาย แล้วค่อยๆ พาคนดูไปสำรวจตัวตนที่แท้จริงและความหมายซ่อนอยู่เบื้องหลัง

จุดน่าสนใจคือ นี่คือครั้งแรกที่สมาชิกใหม่ของ House of Mask and Mime มารวมตัวกันสร้างละครหน้ากากร่วมกัน สร้างบรรยากาศใหม่ที่แตกต่างจากปีก่อน พร้อมความสด ความไม่คุ้นเคย และเสน่ห์ของการลองผิดลองถูกที่ทำให้โชว์นี้มีชีวิตมาก

3. UNTOLD STORIES by Silent Rocco — เล่าเรื่องใหญ่ด้วยร่างกายล้วนๆ

โชว์จากศิลปินละครใบ้ร่วมสมัยชาวเยอรมัน Silent Rocco ที่ขึ้นชื่อเรื่องสกิลการเล่าเรื่องที่เฉียบคม โดยแทบไม่ต้องใช้ฉาก อุปกรณ์ หรือแม้แต่คำพูด

ทุกอย่างอยู่ที่ร่างกาย จังหวะ และการจัดวางอารมณ์อย่างแม่นยำ ทำให้การเล่าเรื่องบนเวทีมีพลังจนคนดูเผลอลืมหายใจ

สำหรับทีมเทศกาล นี่คือหนึ่งในผลงานที่พวกเขาภูมิใจมาก และอยากให้ผู้ชมได้ลองเปิดใจรับประสบการณ์นี้ด้วยตัวเอง

4. SAW SING SWING — เมื่อ Physical Theatre เจอ T-Pop และดนตรีแมสป็อบ

โชว์นี้คือการร่วมมือกันระหว่างผู้กำกับสาย Physical Theatre อย่างคุณกวิน กับนักแสดงจากญี่ปุ่น Kazumi และทีมดนตรีไทยชื่อดังที่มาร่วมออกแบบเสียงให้การแสดงครั้งนี้

ส่วนผสมหลักคือ

  • ศิลปะการเคลื่อนไหวของร่างกาย

  • วัตถุและสิ่งของที่เข้ามาเล่นกับนักแสดง

  • ดนตรีที่ได้รับอิทธิพลจาก T-Pop ซึ่งแต่งโดยศิลปินไทยหลายคน

แม้จะมีเนื้อร้องและบทสัมภาษณ์ภาษาไทยซ่อนอยู่ในการแสดง แต่สิ่งสำคัญไม่ใช่การ “ฟังทันทุกคำ” เพราะดนตรีถูกออกแบบให้เล่าเรื่องร่วมกับการเคลื่อนไหวอยู่แล้ว ต่างชาติอาจไม่เข้าใจความหมายทุกประโยค แต่สามารถรับ “อารมณ์” ได้อย่างเต็มที่

นี่จึงเป็นอีกหนึ่งโชว์ที่สะท้อนว่า ศิลปะที่แมสและเข้าถึงง่าย ก็ยังมีคุณค่าทางศิลปะได้ไม่แพ้งานนิช

5. House of Mask & Mime — หน้ากากหลากหน้า แต่หัวใจเดียวกัน

การแสดงละครหน้ากากที่ขนหน้ากากมากกว่า 6 แบบมาไว้ในโชว์เดียว ผสมผสานทั้งความกวน ความขี้เล่น ความอ่อนโยน และความซาบซึ้ง

ภายในหนึ่งการแสดง คุณจะได้เห็นเทคนิคที่หลากหลาย ทั้ง

  • ละครใบ้

  • ตัวตลก

  • หน้ากาก

  • การเต้นร่วมสมัย

ทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกันเพื่อทลายกรอบของภาษา แล้วปล่อยให้คนดูเชื่อมต่อกับอารมณ์อย่างตรงไปตรงมา

ความฝันระยะยาว: ให้ศิลปะไร้คำพูดกลายเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตคนไทย

แม้ Silent Theatre Festival จะเป็นเทศกาลเฉพาะทาง แต่เจตนารมย์ของทีมงานกลับตรงไปตรงมามาก คืออยากให้ศิลปะประเภทนี้ “แมสขึ้น” และเข้าถึงคนดูวงกว้างให้ได้มากที่สุด

สำหรับหลายคน คำว่านิชมักถูกจับคู่กับคำว่าศิลปะ แต่ในมุมของผู้จัด เทศกาลนี้คือหลักฐานสำคัญที่บอกว่า งานที่คนดูเยอะก็สามารถมีคุณค่าทางศิลปะได้ไม่แพ้กัน

เมื่อศิลปะเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันมากขึ้น คนก็จะค่อยๆ มองการไปดูการแสดงเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่กิจกรรมไกลตัว หรือมีไว้แค่สำหรับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

ทีมงานยังมีแผนจะขยายความหลากหลายของโชว์และศิลปินในอนาคต เพื่อให้คนไทยได้รู้จักโลกของ Non-verbal performance มากขึ้นเรื่อยๆ และอาจทำให้การไปดูการแสดงแบบไร้คำพูดกลายเป็นเรื่องปกติ เหมือนกับที่เกิดขึ้นแล้วในหลายเมืองของยุโรป

มือใหม่ดูได้ไหม? ต้องทำการบ้านก่อนไปหรือเปล่า

หนึ่งในคำถามยอดฮิตคือ “ต้องเตรียมตัวไหมก่อนไปดูโชว์แบบนี้?”

คำตอบจากทีมผู้จัดชัดมาก: ไม่ต้องเตรียมอะไรเลย

เทศกาลนี้ถูกออกแบบให้เป็น beginner-friendly คนที่ไม่เคยดู Non-verbal performance มาก่อนก็เดินเข้ามาได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะ “ไม่เข้าใจ”

  • ไม่จำเป็นต้องรู้ประวัติละครใบ้

  • ไม่จำเป็นต้องเคยดู Physical Theatre มาก่อน

  • แค่พาตัวเองไปนั่ง เปิดใจ แล้วปล่อยให้เรื่องราวไหลผ่านร่างกายและความรู้สึกของเราเอง

สำหรับคนที่เคยดูงานสายนี้มาแล้ว ก็ยังมีอะไรใหม่ๆ รออยู่ ทั้งจากบุคลิกของกลุ่มผู้แสดง แนวทางการเล่าเรื่อง และโทนอารมณ์ที่ต่างจากงานเดิม ทำให้รสชาติของโชว์ครั้งนี้ยังคงสดใหม่และไม่ซ้ำสิ่งที่คุณเคยดูมาก่อน

ข้อความจากคนทำ ถึงคนที่กำลังลังเล

ก่อนจบการพูดคุย ทีมงานฝากข้อความถึงคนที่กำลังสนใจ แต่ยังไม่แน่ใจว่าศิลปะการแสดงไร้คำพูดจะ “ยากไปหรือเปล่า”

ในมุมของคุณลิซ่า การแสดงแบบนี้ในยุโรปถือเป็นเรื่องปกติของชีวิตประจำวัน ผู้คนคุ้นเคยกับการไปดูโชว์ที่เล่าเรื่องด้วยร่างกายเหมือนกับการไปดูหนัง หรือคอนเสิร์ต เธอจึงอยากเห็นบรรยากาศแบบนั้นเกิดขึ้นในไทยด้วย

เธออยากบอกกับคนดูว่า มันไม่ได้ยากอย่างที่คิด และการพาลูกหลานมาเปิดโลกกับการแสดงรูปแบบนี้ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการช่วยเสริมจินตนาการ และพัฒนาการด้านอารมณ์ของเด็กๆ

อีกด้านหนึ่ง คุณจิ๊บในฐานะโปรดิวเซอร์ อยากให้ทุกคน เลิกกังวลเรื่อง “ดูรู้เรื่องไหม” ไปก่อน เพราะหน้าที่ของทีมคือเป็น “ประตูบานแรก” ที่เดินเข้ามาได้ง่าย ไม่ได้ตั้งต้นจากการทดสอบความเข้าใจของคนดู แต่ตั้งต้นจากความตั้งใจที่จะให้คุณสนุกไปกับประสบการณ์ตรงหน้า

ถ้าก้าวผ่านประตูบานแรกที่ชื่อ Silent Theatre ได้สำเร็จ วันหนึ่งคุณอาจอยากเดินลึกเข้าไปในโลกของศิลปะการแสดงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว

ตารางการแสดง Silent Theatre Festival 2025

วันที่จัดงาน: 17–18 พฤษภาคม 2568
สถานที่: Studio ชั้น 4 หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ

รอบการแสดงในแต่ละวัน

  • 13:00 – 14:00 — Something Stupid

  • 14:30 – 15:30 — WHAT IF GRANDMA IS A SPY?

  • 16:00 – 17:00 — House of Mask & Mime

  • 17:30 – 18:30 — UNTOLD STORIES by Silent Rocco

  • 19:00 – 20:00 — SAW SING SWING

ถ้าคุณกำลังมองหาการดูละครที่ไม่ต้องอาศัยบทพูดยาวๆ แต่ยังเล่าเรื่องได้ลึก ซึ้ง และสนุกไม่แพ้ใคร Silent Theatre Festival น่าจะเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่คุณไม่อยากพลาดในปีนี้แน่นอน