รับแอปรับแอป

ภูเขาไฟเซเมรูปะทุ 10 ครั้ง: อ่านจบแล้ววางแผนปีนเขาได้อย่างปลอดภัย

ปกรณ์ พูนผล01-30

เซเมรู: ยอดเขาศักดิ์สิทธิ์กลางวงแหวนไฟ

ถ้าพูดถึงภูเขาไฟที่ทั้งสวย อันตราย และชวนท้าทายสำหรับสายปีนเขา “ภูเขาไฟเซเมรู” ที่เกาะชวา อินโดนีเซีย ต้องติดโผอันดับต้นๆ อย่างไม่ต้องสงสัย

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เซเมรูปะทุถี่ถึง 10 ครั้งในวันเดียว ส่งผลให้ต้องอพยพชาวบ้านและผู้เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวออกจากพื้นที่เสี่ยงทันที

นักปีนเขา ไกด์ ลูกหาบ และเจ้าหน้าที่ท่องเที่ยวอย่างน้อย 178 คนถูกอพยพออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย แต่เหตุการณ์นี้ก็ทำให้หลายคนต้องหยุดแผนปีนเขาไว้ก่อนชั่วคราว

ทำความรู้จักกับภูเขาไฟเซเมรูให้ลึกขึ้น

ภูเขาเซเมรู หรือที่รู้จักในชื่อ มหาเมรู เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของเกาะชวา ด้วยความสูง 3,676 เมตร (12,060 ฟุต) เหนือระดับน้ำทะเล

ภูเขาลูกนี้ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติ โบรโม-เตงเกอร์-เซเมรู ในเขตปกครองลูมาจัง จังหวัดชวาตะวันออก และยังเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่อยู่บนแนว วงแหวนแห่งไฟแปซิฟิก ซึ่งเป็นแถบที่เกิดภูเขาไฟระเบิดและแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง

พูดง่ายๆ คือ เซเมรูไม่ใช่แค่ภูเขาสวยสำหรับสายเทรคกิ้ง แต่มันคือภูเขาไฟที่ยังมีชีวิต และพร้อมส่งสัญญาณเตือนให้เราเคารพธรรมชาติอยู่เสมอ

พื้นที่ไหนได้รับผลกระทบจากการปะทุ?

การปะทุรอบล่าสุดส่งผลโดยตรงกับเขตปกครองลูมาจัง โดยเฉพาะหมู่บ้าน Supiturang และหมู่บ้านต่างๆ ตามแนวแม่น้ำ Besuk Kobokan ซึ่งมักเป็นเส้นทางไหลของลาวาและหินภูเขาไฟจากเซเมรู

ไม่ใช่แค่เถ้าภูเขาไฟที่ตกลงบนพื้นดินเท่านั้น แต่ ควัน หมอก และละอองลอยจากการปะทุ ยังทำให้คุณภาพอากาศในพื้นที่โดยรอบแย่ลงอย่างชัดเจน

คุณภาพอากาศย่ำแย่ในชวาตะวันออก ประเทศอินโดนีเซีย ที่มา: IQAir.

หลายเมืองในชวาตะวันออกได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองและหมอกควัน ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันลำบากขึ้น และยิ่งเสี่ยงสำหรับผู้ที่มีโรคทางเดินหายใจอยู่เดิม

สถานการณ์ภูเขาไฟตอนนี้รุนแรงแค่ไหน?

เจ้าหน้าที่ได้ยกระดับการเตือนภัยขึ้นสู่ ระดับสูงสุด เนื่องจากการปะทุยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้เป็นแค่การปะทุสั้นๆ ครั้งเดียวแล้วจบ

พื้นที่อันตรายรอบปากปล่องถูกขยายออกไปเป็นรัศมี 8 กิโลเมตร (ประมาณ 5 ไมล์) ทั้งจากตัวปล่องโดยตรง และตลอดแนวแม่น้ำ Besuk Kobokan ซึ่งมักเป็นทางไหลของลาวา หินร้อน และโคลนภูเขาไฟ

ณ วันที่ 20 พฤศจิกายน ภูเขาไฟยังคงปล่อย เถ้า ลาวา และวัสดุภูเขาไฟ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทีมติดตามสถานการณ์ต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อประเมินความเสี่ยงและปกป้องชุมชนที่อยู่โดยรอบ

สำหรับสายปีนเขา นี่คือช่วงเวลาที่ต้องพัก ไม่ใช่พิสูจน์ความกล้า เพราะธรรมชาติไม่เคยเล่นสนุกกับเรา

มีคำสั่งอพยพอะไรบ้าง?

เพื่อความปลอดภัยของทุกคน เจ้าหน้าที่ได้ออกคำสั่งอพยพประชาชนในเขตอันตรายรอบภูเขาเซเมรูในรัศมี 8 กิโลเมตรจากปล่องภูเขาไฟ

  • ระดับการเตือนภัย: คงไว้ที่ระดับสูงสุด

  • พื้นที่อพยพ: รอบปากปล่องและแนวแม่น้ำที่เสี่ยงต่อการไหลของลาวาและหินภูเขาไฟ

  • จำนวนผู้คนที่ได้รับผลกระทบ: มากกว่า 1,000 คน ทั้งชาวบ้านและนักปีนเขา

ผู้ที่ถูกอพยพถูกย้ายไปยัง ศูนย์พักพิงชั่วคราว เช่น

  • โรงเรียน

  • มัสยิด

  • อาคารราชการ

แม้จะเป็นการย้ายออกจากบ้านหรือค่ายพักบนเขาแบบไม่ทันตั้งตัว แต่ก็ถือเป็นการตัดสินใจที่ช่วยเซฟชีวิตผู้คนจำนวนมาก

ถ้าเจอควันภูเขาไฟ ต้องป้องกันตัวเองอย่างไร?

สำหรับสายเดินป่า ปีนเขา หรือแม้แต่คนที่อาศัยอยู่ไม่ไกลจากภูเขาไฟ การรู้วิธีรับมือกับควันและเถ้าภูเขาไฟคือเรื่องจำเป็น ไม่ใช่แค่ความรู้ทั่วไป

หลักคิดคือ: เตรียมตัวก่อน อัปเดตข้อมูลตลอดเวลา และลดการสัมผัสควันให้มากที่สุด

นี่คือแนวทางป้องกันตัวแบบกระชับที่ควรจำให้ขึ้นใจ:

  • วางแผนล่วงหน้าเสมอในช่วงที่มีความเสี่ยงการปะทุของภูเขาไฟ และติดตามการแจ้งเตือนคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์จากช่องทางที่เชื่อถือได้

  • ปิดประตูและหน้าต่างให้สนิท ตั้งค่าระบบปรับอากาศหรือ HVAC ให้ทำงานในโหมดหมุนเวียนอากาศภายในอาคาร เพื่อลดอากาศจากภายนอก

  • พยายาม อยู่ในอาคาร ให้มากที่สุด หากจำเป็นต้องออกไปข้างนอก ควรใช้หน้ากากที่ช่วยกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ดี และหลีกเลี่ยงการออกแรงกลางแจ้งเป็นเวลานาน

สำหรับสายปีนเขา: เคารพภูเขาไฟ แล้วคุณจะกลับมาเล่าเรื่องได้

ภูเขาไฟอย่างเซเมรูคือเป้าหมายในฝันของนักปีนเขาหลายคน แต่ทุกก้าวที่เดินเข้าใกล้ยอดเขา ควรมาพร้อมกับความเข้าใจเรื่อง ความเสี่ยง ไม่ใช่แค่ความโรแมนติกของการพิชิตยอดภูเขา

ก่อนวางแผนไปปีนที่เซเมรูหรือภูเขาไฟลูกอื่นๆ:

  • เช็กสถานการณ์ภูเขาไฟและประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานท้องถิ่น

  • วางแผนเส้นทางเผื่อกรณีฉุกเฉิน และเตรียมอุปกรณ์ป้องกันทางเดินหายใจ

  • ใช้บริการไกด์ท้องถิ่นที่เข้าใจธรรมชาติของภูเขาไฟและเส้นทางหนีภัย

การปีนเขาให้สนุกคือการกลับลงมาได้อย่างปลอดภัย ธรรมชาติยิ่งใหญ่เสมอ เราแค่เป็นแขกที่ต้องรู้จักเวลาเข้าและเวลาออกให้ถูกจังหวะ