เปิดโลกจีนระดับ 5A ดินแดนมหัศจรรย์ที่ต้องไปเห็นกับตา
ประเทศจีนคือดินแดนที่ผสมผสานความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมโบราณเข้ากับธรรมชาติสุดอลังการได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่นักเดินทางทั่วโลกอยากมาเก็บประสบการณ์ด้วยตัวเอง
ไม่ว่าคุณจะเป็นสายธรรมชาติ สายประวัติศาสตร์ สายวัฒนธรรม หรือสายชิลที่ชอบเดินเล่นถ่ายรูปสวย ๆ จีนมีทุกสไตล์ให้เลือกครบจบในทริปเดียว
เพื่อยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยว จีนจึงมีระบบการจัดอันดับแหล่งท่องเที่ยว ตั้งแต่ 1A ไปจนถึงระดับสูงสุดอย่าง 5A ซึ่งเปรียบเสมือน “มาตรฐานทองคำของแหล่งท่องเที่ยวจีน”
มาตรฐานระดับ 5A ของจีนคืออะไร?
AAAAA Tourist Attractions of China (5A) คือการจัดระดับสถานที่ท่องเที่ยวโดยกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของจีน ซึ่งถือเป็นการการันตีคุณภาพสูงสุดของแหล่งท่องเที่ยวในประเทศ
การจะได้ตรา 5A ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องผ่านเกณฑ์สำคัญหลายด้าน เช่น
ความงดงามของภูมิประเทศและธรรมชาติ
ความสำคัญด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
ประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวตั้งแต่ก้าวแรกจนกลับ
ระบบบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าเห็นป้าย 5A แปลว่าที่นั่น “โคตรคุ้ม” กับการเดินทางไปเยือนแน่นอน
10 ที่เที่ยวจีนระดับ 5A ที่ควรไปให้ได้สักครั้ง
มาดู 10 จุดหมายปลายทางระดับ 5A ที่ทั้งสวย ทั้งยิ่งใหญ่ และเต็มไปด้วยเรื่องราว ที่คนรักการเดินทางไม่ควรพลาด
1) พระราชวังต้องห้าม กรุงปักกิ่ง
หากพูดถึง ที่เที่ยวจีนระดับ 5A ชื่อแรกที่มักโผล่ขึ้นมาในหัวคือ พระราชวังต้องห้าม (กู้กง) อัญมณีแห่งกรุงปักกิ่งที่ห้อมล้อมไปด้วยอำนาจ ประวัติศาสตร์ และความอลังการกว่า 600 ปี
สิ่งแรกที่ทำให้หลายคนหยุดยืนมองคือ ลานกว้างและท้องพระโรงที่โอ่อ่า สะท้อนความรุ่งเรืองในยุคราชวงศ์หมิงและชิง ที่นี่เคยเป็น “หัวใจของจักรวรรดิ” และในอดีตเคยเป็นพื้นที่ต้องห้ามของคนทั่วไป เพราะเป็นที่ประทับของจักรพรรดิกว่า 24 พระองค์
เสน่ห์ของกู้กงไม่ได้มีดีแค่ความใหญ่โต แต่ยังเต็มไปด้วย สถาปัตยกรรมจีนแบบโบราณกว่า 9,000 ห้อง ที่สะท้อนรากวัฒนธรรมจีนอย่างลึกซึ้ง จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1987
ใครอยากสัมผัส แก่นแท้ของประวัติศาสตร์จีน ต้องลองมาเดินบนลานหินที่นี่สักครั้งในชีวิต
2) หอสักการะฟ้าเทียนถาน กรุงปักกิ่ง
หอสักการะฟ้าเทียนถาน คือหนึ่งในสถาปัตยกรรมโบราณที่สมบูรณ์และยิ่งใหญ่ที่สุดของจีน สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง เพื่อใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีบวงสรวงสวรรค์ ขอพรให้บ้านเมืองอุดมสมบูรณ์และฝนฟ้าตกต้องฤดูกาล
จุดเด่นที่สุดคือ หอพิธีทรงกลมสามชั้น หลังคามุงกระเบื้องสีน้ำเงินที่สื่อถึงฟ้า ตั้งอยู่บนฐานหินอ่อนสีขาวขนาดใหญ่ ความกลม ความเหลี่ยม และทิศทางต่าง ๆ ถูกออกแบบตามปรัชญาจีนที่เชื่อมโยงฟ้าและดินเข้าด้วยกัน
รอบ ๆ ยังเป็นสวนและลานกว้างที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศสงบ เหมาะมากสำหรับการเดินเล่นและปล่อยใจให้ย้อนกลับไปในยุคจักรพรรดิ ปัจจุบันที่นี่เป็นทั้ง แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และ สวนสาธารณะยอดฮิตของชาวปักกิ่ง
3) กำแพงเมืองจีน ปาต้าหลิง – มู่เทียนหยู
ไม่มีใครไม่รู้จัก กำแพงเมืองจีน หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ ที่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันข้าศึกและแสดงอำนาจของราชวงศ์มายาวนานกว่า 2,000 ปี
การมาเยือนที่นี่ไม่ได้แค่เห็นกำแพงหินยาวสุดสายตา แต่คุณจะได้สัมผัสวิวภูเขาเขียวชอุ่ม และมุมถ่ายรูปสุดอลังการไปพร้อมกัน
ปาต้าหลิง: เดินง่าย ระบบพร้อม สิ่งอำนวยความสะดวกครบ ทั้งลิฟต์และเส้นทางที่เหมาะกับทุกวัย
มู่เทียนหยู: เงียบสงบกว่า แต่วิวเทพมาก เส้นโค้งของกำแพงและภูเขารอบ ๆ ถ่ายมุมไหนก็ได้ภาพสุดว้าว
ไม่ว่าคุณจะเลือกโซนไหน ทุกก้าวคือการเดินย้อนเข้าไปในประวัติศาสตร์จีน ที่ยังมีชีวิตอยู่จนถึงวันนี้
4) สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ มณฑลส่านซี
ถ้าพูดถึงสมบัติประวัติศาสตร์ระดับโลก ชื่อของ สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ต้องติดอันดับต้น ๆ เสมอ ที่นี่คือสุสานของจักรพรรดิองค์แรกของจีน ผู้รวมแผ่นดินและสร้างรากฐานให้กับจักรวรรดิขนาดใหญ่ในเวลาต่อมา
จุดที่ทำให้นักเดินทางทั่วโลกต้องบินมาดูด้วยตัวเองคือ กองทัพทหารดินเผากว่า 8,000 นาย ที่ยืนเรียงรายกันอย่างยิ่งใหญ่ ทุกรายละเอียดถูกทำอย่างประณีต ตั้งแต่ใบหน้า ทรงผม ไปจนถึงเครื่องแต่งกายและอาวุธ ซึ่งแทบจะไม่ซ้ำกันเลย
สุสานแห่งนี้ถูกค้นพบในปี 1974 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของ UNESCO ด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และการสะท้อนความเชื่อเรื่องโลกหลังความตายของคนจีนยุคโบราณ
นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมตามโซนจัดแสดงต่าง ๆ เพื่อเห็นภาพรวมทั้งกองทัพ และลองจินตนาการถึงยุทธศาสตร์การรบในอดีต
5) จิ่วจ้ายโกว มณฑลเสฉวน
สำหรับสายธรรมชาติ จิ่วจ้ายโกว คือสวรรค์บนดินที่ต้องมาเยือนสักครั้ง ถูกยกให้เป็นหนึ่งในหุบเขาที่สวยที่สุดในโลก ด้วยทะเลสาบสีฟ้าใส น้ำตกลดหลั่น และผืนป่าที่เขียวชอุ่มตลอดปี
ทุกมุมของหุบเขาราวกับฉากในภาพวาดธรรมชาติ ที่รอให้คุณเดินช้า ๆ แล้วเก็บทุกรายละเอียดใส่ความทรงจำ
จิ่วจ้ายโกวยังเต็มไปด้วยวัฒนธรรมของชนเผ่าทิเบตและชิซูที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ ทำให้การมาเที่ยวที่นี่ไม่ใช่แค่การดูวิว แต่เป็นการเดินผ่านทั้งธรรมชาติและวิถีชีวิตดั้งเดิมไปพร้อมกัน
ช่วงแนะนำ: ฤดูใบไม้ร่วง เมื่อใบไม้เปลี่ยนเป็นสีส้ม แดง เหลือง ตัดกับสีฟ้าของทะเลสาบ สวยจนรูปถ่ายดูเหมือนแต่งสีมาแล้วทั้งที่เป็นธรรมชาติล้วน ๆ
ระบบเส้นทางเดินถูกออกแบบมาอย่างดี ทำให้เดินง่าย ถ่ายรูปสะดวก และได้ใกล้ชิดธรรมชาติแบบไม่เหนื่อยเกินไป
เพื่อไม่ให้พลาดการเข้าอุทยาน ควรจองคิวล่วงหน้า เพราะมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวัน
6) จางเจียเจี้ย มณฑลหูหนาน
จางเจียเจี้ย คืออุทยานแห่งชาติที่หลายคนรู้จักจากแรงบันดาลใจในภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Avatar ด้วยเสาหินทรายสูงชันที่ชูยอดขึ้นไปบนหมอกและท้องฟ้า ราวกับฉากในโลกแฟนตาซี
ที่นี่เต็มไปด้วยภูเขาหินทรงแปลกตา ป่าหนาทึบ และเส้นทางที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในอีกมิติหนึ่งของโลก
ไฮไลต์ห้ามพลาด ได้แก่
การเดินชมเสาหินผ่านทางเดินไม้ที่เลียบหน้าผา
การขึ้นลิฟต์ Bailong หนึ่งในลิฟต์กลางแจ้งที่สูงที่สุดในโลก มองเห็นวิวได้รอบด้าน
สะพานกระจกที่ท้าทายความสูง เหมาะกับสายลุยสายแอดเวนเจอร์
จางเจียเจี้ยเที่ยวได้ทุกฤดู แต่ละช่วงมีเสน่ห์ต่างกันไป
ฤดูใบไม้ผลิ – ฤดูร้อน: ป่าเขียวชอุ่ม น้ำตกเย็นสบาย
ฤดูใบไม้ร่วง: สีสันของใบไม้ตัดกับภูเขาหิน สวยแบบอลังการมาก
ฤดูหนาว: หมอกปกคลุมยอดเขา ให้บรรยากาศเหมือนอยู่ในนิยาย
ระบบกระเช้า รถรับส่ง และเส้นทางชมวิวถูกวางไว้อย่างดี ทำให้ได้เห็นธรรมชาติแบบเต็มอิ่มโดยไม่ต้องลุยโหดจนเกินไป
7) อุทยานแห่งชาติจางเย่ มณฑลกานซู่
อุทยานแห่งชาติจางเย่ คือหนึ่งในแลนด์มาร์กทางธรรมชาติที่แปลกตาที่สุดของจีน โด่งดังจากภูเขาหินหลากสีที่เรียงตัวเป็นชั้น ๆ ราวกับผืนผ้าใบที่ถูกแต้มด้วยสีสันสดใส หรือที่หลายคนเรียกว่า Rainbow Mountains
ชั้นหินทรายผสมแร่ธาตุต่าง ๆ ทับถมกันเป็นเวลาหลายล้านปี เกิดเป็นภูเขาสีสันจัดจ้าน ไล่โทนแดง ส้ม เหลือง น้ำตาล มองจากมุมไหนก็ให้ภาพเหมือนงานเพนต์ขนาดยักษ์ที่ธรรมชาติเป็นคนลงมือ
นักเดินทางสามารถ
เดินตามเส้นทางชมวิวที่จัดไว้เป็นมุม ๆ
ขึ้นไปยังจุดชมวิวสูง เพื่อเห็นแนวภูเขาสีรุ้งทอดยาวสุดสายตา
ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดคือ ฤดูใบไม้ผลิจนถึงฤดูใบไม้ร่วง เพราะแสงแดดจะช่วยขับสีของภูเขาให้ชัดและสดที่สุด
8) อุทยานแห่งชาติหลุมฟ้าสะพานสวรรค์ ฉงชิ่ง
อุทยานแห่งชาติหลุมฟ้าสะพานสวรรค์ เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวจีนที่ผสมความเวอร์วังของภูเขาหินเข้ากับความลึกลับของธรรมชาติได้อย่างลงตัว จุดเด่นของที่นี่คือ ประตูหินธรรมชาติขนาดใหญ่ ที่หลายคนรู้จักในชื่อ Heaven’s Gate
ภายในพื้นที่อุทยานยังมี
หลุมฟ้าเสี่ยวจ่าย (Xiaozhai Tiankeng): หลุมยุบธรรมชาติขนาดมหึมา หนึ่งในหลุมยุบที่ใหญ่ที่สุดในโลก
สามสะพานธรรมชาติ (Three Natural Bridges): สะพานหินขนาดยักษ์ที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำใต้ดินเป็นเวลาหลายล้านปี
ทุกมุมเต็มไปด้วยความรู้สึก “เล็กลง” เมื่อยืนเทียบกับภูเขาและผาหินรอบตัว เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสพลังดิบของธรรมชาติแบบแท้จริง
9) ภูเขาสี่ดรุณี มณฑลเสฉวน
ภูเขาสี่ดรุณี ได้รับฉายาว่า “แอลป์แห่งตะวันออก” และถือเป็นหนึ่งในภูเขาที่งดงามที่สุดของมณฑลเสฉวน โดดเด่นด้วยยอดเขาหิมะสี่ลูกที่ตั้งเรียงเคียงกันอย่างสง่างาม ตัดกับผืนป่าและหุบเขาด้านล่าง
จุดเด่นของที่นี่คือ
หุบเขากว้างใหญ่และสายน้ำใสไหลเย็น
ทุ่งหญ้าที่โอบล้อมด้วยภูเขาหิมะรอบด้าน
บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะทั้งสายลุยและสายชิล
ที่นี่ได้รับการยกย่องให้เป็น มรดกโลกทางธรรมชาติของ UNESCO จึงกลายเป็นเป้าหมายของทั้ง
นักผจญภัยที่ชื่นชอบการเดินป่าและปีนเขา
คนที่ต้องการหนีความวุ่นวายไปพักกลางธรรมชาติที่บริสุทธิ์สุด ๆ
10) อุทยานแห่งชาติหวงหลง มณฑลเสฉวน
อุทยานแห่งชาติหวงหลง คืออีกหนึ่งมรดกโลกจาก UNESCO ที่สวยจนหลายคนเชื่อว่าที่นี่คือฉากสวรรค์บนดิน ไฮไลต์เอกลักษณ์ของหวงหลงคือ แอ่งน้ำตื้นที่เรียงเป็นขั้นบันไดนับพัน ๆ แอ่ง เกิดจากการสะสมของหินปูนและแร่ธาตุเป็นเวลาหลายล้านปี
เมื่อน้ำใสสะท้อนแสงแดดจะเปล่งสีฟ้า เขียว เหลือง ทองระยิบระยับราวกับคริสตัล มองจากมุมสูงจะเห็นเป็นทางน้ำที่ลดหลั่นลงมาตามไหล่เขา คล้าย มังกรสีทองทอดตัวกลางหุบเขา สมชื่อ “หวงหลง” ที่แปลว่า มังกรเหลือง
ภายในอุทยานยังมี
น้ำตกและถ้ำหินปูนสุดแปลกตา
ป่าดึกดำบรรพ์ที่เต็มไปด้วยพืชพรรณหายาก
สัตว์หายากอย่างแพนด้ายักษ์ และลิงจมูกเชิดสีทอง (ในบางพื้นที่ของเขตอนุรักษ์)
จีนระดับ 5A: ไม่ใช่แค่เที่ยว แต่คือการสัมผัสจิตวิญญาณแห่งแผ่นดินมังกร
เมื่อมองภาพรวมจะเห็นว่า ประเทศจีน คือดินแดนที่เชื่อมโลกโบราณกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ได้อย่างลงตัว การเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A ไม่ใช่เพียงการไปถ่ายรูปเช็กอิน แต่คือการ
เดินผ่านประวัติศาสตร์ในพระราชวังต้องห้ามและกำแพงเมืองจีน
สัมผัสพลังลึกลับที่สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้
ดื่มด่ำธรรมชาติราวสวรรค์ที่จิ่วจ้ายโกวและหวงหลง
ท้าทายสายตาและหัวใจที่จางเจียเจี้ย ภูเขาสี่ดรุณี และอุทยานหลุมฟ้าสะพานสวรรค์
ตื่นตากับสีสันเหนือจริงที่อุทยานแห่งชาติจางเย่
ทั้งหมดนี้คือประสบการณ์ที่จะติดอยู่ในความทรงจำไปอีกนาน ไม่ว่าคุณจะเป็นสายลุย สายชิล หรือสายถ่ายรูป ทริปจีนระดับ 5A จะทำให้คุณได้เห็นจีนในมุมที่ลึกและงดงามกว่าที่เคยคิดเอาไว้แน่นอน
ถ้าคุณกำลังมองหาทริปต่างประเทศที่จะได้ทั้งวิวประทับใจ เนื้อหาทางประวัติศาสตร์ และความรู้สึกว่า “ทริปนี้คุ้มมาก” จีนระดับ 5A คือหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามเลยจริง ๆ

