วางแพลนทริปหิมะ + ทริปกินดื่มแบบชิลในแวนคูเวอร์
ลองจินตนาการว่าตื่นมาท่ามกลางภูเขาขาวโพลน เริ่มวันด้วยกาแฟอุ่น ๆ แล้วไปสไลด์หิมะบนลานสกีระดับโลกก่อนกลับลงมาเดินเล่นในเมืองที่ไม่วุ่นวายเกินไป แวนคูเวอร์คือเมืองที่ตอบโจทย์คนรักอากาศเย็น สายกิน สายชิล และสายเที่ยวธรรมชาติในทริปเดียวครบ
เมืองนี้ยิ่งปังขึ้นไปอีกเมื่อจับคู่กับ วิสต์เลอร์ (Whistler) สกีรีสอร์ตอันดับหนึ่งของอเมริกาเหนือ เมืองเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2010 ที่มีบรรยากาศเอาใจทั้งมือใหม่หัดเล่นสกีและสายเที่ยวขอแค่ได้เห็นหิมะก็ฟินแล้ว
ทำไมต้องวิสต์เลอร์ เมืองสกีตัวท็อปของอเมริกาเหนือ

วิสต์เลอร์ตั้งอยู่ในรัฐ British Columbia ตอนเหนือของแวนคูเวอร์ เมืองนี้ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาใหญ่ 2 ลูก คือ Whistler และ Blackcomb จุดเด่นคือบรรยากาศสกีรีสอร์ตแบบเอ็กซ์คลูซีฟ แต่ยังเป็นมิตรกับมือใหม่ ไม่ต้องเป็นสายสกีโปรก็สนุกได้
ด้านการเดินทางก็สะดวกมาก ลงเครื่องที่สนามบิน YVR แวนคูเวอร์ จากนั้นจองรถโค้ชต่อเดียวขึ้นมาถึงหน้าสกีรีสอร์ตได้เลย ไม่ต้องเปลี่ยนหลายต่อให้เหนื่อย
ที่พักส่วนใหญ่ในโซนนี้มาพร้อม วิวภูเขาแบบ Mountain View มองออกไปจากห้องก็เห็นเทือกเขาขาว ๆ ฟิลแบบดูหนังอยู่ แต่เป็นชีวิตจริง
ช่วงไหนคือเวลาทองของวิสต์เลอร์

ธันวาคม – มีนาคม คือหน้าสกีแบบเต็มตัว ภูเขาอยู่ในสภาพพร้อมเล่นหิมะสุด ๆ เหมาะทั้งมือใหม่และสายจริงจัง
เดือนมีนาคมถือเป็นช่วงที่อุณหภูมิอุ่นขึ้นนิด แต่ยังมี หิมะคุณภาพดี ให้เล่นได้ยาว ๆ ไม่หนาวทรมานเกินไปสำหรับคนไทย
ใครอยากจัดทริปหิมะครั้งแรก วิสต์เลอร์คือหนึ่งในลิสต์ที่ควรปักหมุดไว้จริง ๆ
ไม่ได้มีดีแค่สกี: แวนคูเวอร์ เมืองเงียบ ๆ ที่กิน เที่ยว ดื่ม ได้ครบ

ขาลงจากภูเขา ถ้าคุณคิดว่าแวนคูเวอร์จะเป็นแค่เมืองเปลี่ยนเครื่อง คิดใหม่ได้เลย เพราะเมืองนี้เป็นสวรรค์ของสายเดินเล่นชิล ๆ สายคาเฟ่ สายธรรมชาติใกล้เมือง และสายกินดื่มแบบมีสไตล์
ภาพรวมของเมืองคือเงียบ สะอาด ผู้คนเป็นมิตร เดินเท้าได้สบายเพราะอากาศไม่โหดเท่าเมืองหนาวอื่น ๆ ของแคนาดา
Canada Place: จุดเริ่มต้นเช้าวันสบาย ๆ

เริ่มวันเบา ๆ ด้วยอาหารเช้าและกาแฟดี ๆ ในเมืองที่ไม่ต้องใส่โค้ตหนาหนักให้เกะกะ จากนั้นค่อยเดินเล่นไปยัง Canada Place อาคารริมน้ำไซซ์ใหญ่ที่เปรียบเหมือนห้องนั่งเล่นของชาวเมือง
ที่นี่มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และพื้นที่ให้นั่งชิล มองวิวทะเล ภูเขา และเรือสวย ๆ ได้แบบเพลินตา เหมาะมากกับการ วอร์มอัพทริป วันแรกก่อนขึ้นเขาไปหาหิมะ
สายเบียร์ห้ามพลาด: วัฒนธรรมคราฟต์เบียร์ในเมือง

แวนคูเวอร์ดังเรื่อง คราฟต์เบียร์ มาก ๆ เมืองนี้มีโรงเบียร์เกิดใหม่แทบทุกเดือน บาร์ดี ๆ เลยมีให้เลือกเพียบ
ไอเดียที่น่าสนใจสำหรับสายดื่มคือการซื้อทัวร์พาไปตามโรงเบียร์ต่าง ๆ ในเมือง นอกจากจะได้ลองชิมเบียร์สายประกวด เจ้าของเหรียญรางวัลหลายสไตล์แล้ว ยังได้เห็นบรรยากาศโลคัลแบบแท้ ๆ ไปพร้อมกันด้วย
ระเบิดความว้าวบนสะพานแขวนกลางหุบเขา

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ควรใส่ในแพลนคือการไปเดินเล่นบนสะพานแขวนชื่อดังกลางหุบเขา ที่ถูกเนรมิตด้วยไฟประดับช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว บรรยากาศคือ โรแมนติกปนเสียว เพราะทั้งสูง ทั้งสวย ทั้งมีแสงไฟระยิบระยับท่ามกลางป่าฝน
สายชอบเดินเทรลเบา ๆ แต่ยังอยากได้รูปสวย ๆ ลงโซเชียล บอกเลยว่ามุมนี้คือฟินมาก
ปิดท้ายด้วยดินเนอร์สไตล์หรู แต่โอบล้อมด้วยความอบอุ่น


คืนไหนอยากจัดเต็มแบบสายกิน แนะนำจองโต๊ะร้านสไตล์สเต็กเฮาส์คลาสสิกของแคนาดา บรรยากาศคือโทนไม้เข้ม ผ้าปูโต๊ะสีขาวสว่าง ๆ ดูมีระดับแต่ยังรู้สึกอบอุ่นสบาย ไม่ได้เคร่งขรึมเกินไป
ที่นี่เสิร์ฟ สเต็กคุณภาพดี paired กับค็อกเทลอร่อย ๆ เหมาะจะเป็นการปิดท้ายวันหลังจากเดินเล่นทั้งเมือง หรือกลับมาจากลานสกีแบบเหนื่อยกำลังดี
บินยังไงให้สบายตั้งแต่ยังไม่ถึงจุดหมาย

การเดินทางไปแวนคูเวอร์ให้สบายและไม่ต้องต่อเครื่องหลายต่อคือเลือก ไฟลต์บินตรงจากกรุงเทพฯ สู่แวนคูเวอร์ โดยใช้เวลาบินยาว ๆ แต่จบในทีเดียว เหมาะมากสำหรับคนที่ไม่อยากเสียแรงไปกับการเปลี่ยนเครื่อง
บนเครื่องมีบริการครบ ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และการดูแลที่ออกแบบมาให้ผู้โดยสารรู้สึกอุ่นใจ โดยเฉพาะสายเที่ยวแบบครอบครัวหรือคนที่เดินทางไกลไม่บ่อย

ตารางบินที่เอื้อให้เที่ยวได้เต็มวัน
การจัดตารางบินถือว่าเป็นมิตรกับคนชอบใช้เวลาเที่ยวให้คุ้มสุด ๆ
ไฟลต์ออกจากกรุงเทพฯ ตอนเช้า และไปถึงแวนคูเวอร์ช่วงเช้าเช่นกัน ทำให้คุณมีเวลา เที่ยวต่อได้ทั้งวัน ไม่ต้องนอนเซ็งในโรงแรม
ไฟลต์ขากลับออกจากแวนคูเวอร์ช่วงดึก มาถึงกรุงเทพฯ ตอนเช้าตรู่ของอีกสองวันถัดไป เหมาะกับการเช็คเอาต์จากโรงแรมแบบไม่รีบ และยังมีเวลาช็อปปิงหรือกินมื้อสุดท้ายในเมืองก่อนตรงดิ่งไปสนามบิน
ในบางช่วงฤดูกาลยังมีการเพิ่มเที่ยวบินให้ถี่ขึ้น เพื่อเกาะกระแสทั้งช่วงเคาต์ดาวน์และหน้าท่องเที่ยวฤดูหนาวของอเมริกาเหนือ
ทำความรู้จัก Boeing 787 Dreamliner คู่หูสายเที่ยวไกล
เครื่องที่ใช้บินเส้นทางยาว ๆ แบบนี้คือ Boeing 787 Dreamliner ที่ออกแบบมาให้รองรับการเดินทางระยะไกลโดยเฉพาะ
จุดเด่นคือการดีไซน์ห้องโดยสารให้ช่วยลดความกดอากาศ ทำให้ร่างกายดูดซึมออกซิเจนได้ดีขึ้น ช่วยลดโอกาสปวดหัว มึน หรือเพลียเกินจำเป็น พร้อมระบบควบคุมความชื้นที่ช่วยให้ผิวไม่แห้งกร้านตลอดไฟลต์
เลือกคลาสที่ใช่ให้ตรงสไตล์การเที่ยว
บนเครื่องมี 3 ระดับบริการให้เลือกตามสไตล์และงบของแต่ละคน
Air Canada Signature Class
ที่นั่งแบบ pod ปรับนอนได้ราบ 180 องศา พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ และสิทธิพิเศษตั้งแต่หน้าเคาน์เตอร์เช็คอินไปจนถึงลำดับการขึ้นเครื่องและการจัดการสัมภาระ เหมาะกับคนที่อยากขึ้นเครื่องแล้วหลับยาวไปตื่นอีกทีเกือบถึงปลายทาง

Premium Economy Class
ตัวเลือกกลางที่บาลานซ์ระหว่างความสบายและงบ ที่นั่งกว้างขึ้น พื้นที่วางขาเยอะขึ้น มีหน้าจอส่วนตัว ช่องเสียบไฟ และ USB ครบ ถ้าอยากอัปเกรดประสบการณ์จากอีโคโนมีขึ้นมาอีกนิด เพื่อให้ทริปไกล ๆ รู้สึกชิลขึ้น คลาสนี้ตอบโจทย์มาก

Economy Class
สำหรับสายคุ้มค่า ที่ยังอยากได้ความสะดวกสบายในมาตรฐานที่ดี มีระบบความบันเทิงให้เลือกดูได้หลายชั่วโมงแบบออนดีมานด์ พร้อมบริการอาหาร เครื่องดื่ม และไวน์ฟรี ไว้นั่งดูหนัง กินเพลิน ๆ จนลืมเวลา

สิทธิพิเศษที่สายบินบ่อย – สายวางแผนเก่ง ไม่ควรมองข้าม
นอกจากเรื่องที่นั่งและบริการบนเครื่องแล้ว ยังมีดีเทลเล็ก ๆ ที่ช่วยให้การเดินทางลื่นไหลขึ้นแบบจับต้องได้
สมาชิก Aeroplan สามารถใช้ Wi-Fi ฟรีสำหรับการส่งข้อความผ่านแอปยอดนิยม เลยไม่หลุดจากโลกออนไลน์แม้อยู่กลางท้องฟ้า
สามารถสะสมและแลกคะแนนร่วมกับพันธมิตรในเครือ Star Alliance ทำให้ทุกทริปกลายเป็นแต้มต่อทริปหน้า
ถ้าใครมีวีซ่าสหรัฐฯ หรือเคยได้วีซ่าแคนาดาในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การขอ ETA เข้าแคนาดาจะง่ายขึ้นมาก แถมค่าธรรมเนียมยังอยู่ในระดับเบา ๆ เพียง 7 ดอลลาร์แคนาดา
ต่อทริปจากวิสต์เลอร์ ไปกินเที่ยวต่อทั่วอเมริกาเหนือ
จุดแข็งอีกอย่างของการบินเข้าแวนคูเวอร์คือ คุณสามารถใช้ที่นี่เป็น ฮับ แล้วต่อเครื่องไปเมืองอื่น ๆ ได้ทั่วอเมริกาเหนือ
เครือข่ายเส้นทางบินครอบคลุมมากกว่า 100 เมือง ทำให้คุณต่อทริปไปยังจุดยอดฮิตอย่าง
ลอสแอนเจลิส
ซานฟรานซิสโก
ชิคาโก
นิวยอร์ก
ซีแอตเทิล
ลาสเวกัส
ไมอามี
วางแพลนดี ๆ จากหนึ่งทริปหิมะที่วิสต์เลอร์ คุณสามารถแปลงร่างเป็น ทริปตะลุยอเมริกาเหนือ ได้แบบจุก ๆ ในใบจองเดียว
สรุป: ทริปเดียวได้ทั้งหิมะ วิวดี และของอร่อย
สำหรับสายท่องเที่ยวสายกินที่อยากอัปเกรดประสบการณ์จากทริปญี่ปุ่นหรือเกาหลี ไปสัมผัสบรรยากาศหน้าหนาวในอีกซีกโลกหนึ่ง แวนคูเวอร์ + วิสต์เลอร์ คือคู่หูที่ลงตัวมาก
กลางวันเล่นหิมะบนลานสกีชื่อดัง
เย็นกลับมาเดินกิน ดื่ม ชิลในเมืองเงียบสงบ
ปิดท้ายด้วยดินเนอร์ดี ๆ ในร้านบรรยากาศคลาสสิก
แถมยังมีตัวเลือกเที่ยวบินตรงและคลาสที่นั่งหลากหลายให้เลือกตามสไตล์การเดินทางของแต่ละคน ทริปหน้าหนาวยาว ๆ ไม่ได้มีดีแค่รูปหิมะสวย ๆ แต่ยังเป็นทริปที่ ชาร์จพลัง กินดี อยู่ดี และเที่ยวคุ้มทุกไมล์จริง ๆ

