Mahidol x Siam AI Venture Lab 2025: เวทีที่ให้ AI ได้พิสูจน์ของจริง
มหาวิทยาลัยมหิดล จับมือกับบริษัท สยาม เอไอ คอร์เปอเรชั่น จำกัด จัดกิจกรรมตัดสินรางวัลครั้งใหญ่ “Final Pitching & Fund Matching Selection” ภายใต้โครงการ Mahidol x Siam AI Venture Lab 2025 Phase 2: Mentorship & Acceleration Program
เป้าหมายของเวทีนี้คือการเฟ้นหาทีมพัฒนานวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ไม่ใช่แค่ไอเดียสวยหรูบนสไลด์ แต่ต้อง ตอบโจทย์ปัญหาจริง มีศักยภาพต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้จริง และพร้อมจะถูกผลักดันสู่การใช้งานในระดับสากล
บรรยากาศการนำเสนอเกิดขึ้นที่ห้องประชุมกันภัยมหิดล-ศิริราชรักษ์มหิดล ศูนย์ประชุมมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ท่ามกลางพลังของคนทำงานสายเทคโนโลยี การแพทย์ และคนรุ่นใหม่ที่สนใจโลก AI อย่างล้นหลาม
จากห้องทดลองสู่สนามจริง: 9 ทีมสู่รอบ Final Pitching 8 ทีมสุดท้าย
โครงการ Mahidol x Siam AI Venture Lab 2025 ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นพื้นที่บ่มเพาะศักยภาพด้าน AI ให้กับทั้งนักวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลและสตาร์ทอัพพันธมิตร
ใน Phase 2 มีการจัดทั้งกิจกรรม Mentorship และ Workshop อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทีมที่ผ่านการคัดเลือกรอบต้นจำนวน 9 ทีม ได้อัปสกิลทั้งด้านเทคโนโลยีและมุมมองธุรกิจ
หลังผ่านกระบวนการติวเข้มและการเตรียมความพร้อมอย่างจริงจัง ก็มาถึงกิจกรรมไฮไลต์ คือรอบ Final Pitching ที่มีทีมซึ่งพร้อมที่สุดจำนวน 8 ทีม ขึ้นเวทีนำเสนอผลงานให้คณะกรรมการพิจารณา
ไอเดียและโซลูชันที่ถูกพัฒนาครอบคลุมตั้งแต่
นวัตกรรม AI ด้านการแพทย์
ระบบบริหารจัดการโรงพยาบาล
แพลตฟอร์มจัดการคลังยาและงานด้านสุขภาพอื่น ๆ
ทั้งหมดสะท้อนภาพชัดว่า AI ไม่ได้อยู่แค่ในงานวิจัย แต่กำลังเดินทางเข้าสู่การใช้งานจริงในระบบสุขภาพไทย
กรรมการสายเข้ม: เกณฑ์ระดับสากล 5 ด้าน
การตัดสินรอบสุดท้ายไม่ได้ดูแค่ “ไอเดียดี” แต่ใช้เกณฑ์แบบมืออาชีพระดับสากลถึง 5 ด้าน โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 9 ท่าน จากทั้งสายวิชาการและภาคธุรกิจ ร่วมกันพิจารณาอย่างใกล้ชิด
ประเด็นที่ใช้พิจารณา ได้แก่
AI Technology & MVP Readiness: ความเหมาะสมของเทคโนโลยี AI และระดับความพร้อมของต้นแบบ (MVP)
Business Potential & Scalability: ศักยภาพทางธุรกิจ และโอกาสเติบโตขยายผลในอนาคต
Pain Point & Impact: ปัญหาที่ต้องการแก้ไขชัดเจนแค่ไหน และจะสร้างผลกระทบเชิงบวกได้มากเพียงใด
Team Capability & Execution Plan: ความพร้อมของทีม แผนการทำงาน และความเป็นไปได้ในการลงมือทำจริง
Presentation & Pitching Skill: ทักษะการนำเสนอ และความสามารถในการสื่อสารคุณค่าของโครงการ
นอกจากคณะกรรมการแล้ว ยังมีคณะผู้บริหารส่วนงานต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย คณาจารย์ รวมถึงตัวแทนนักเรียนจาก โรงเรียนสาธิตนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล (MUIDS) และ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ (MWIT) เข้าร่วมสังเกตการณ์
การมีเยาวชนรุ่นใหม่มาร่วมเป็นสักขีพยานครั้งนี้ ทำให้บรรยากาศไม่ใช่แค่เวทีประกวด แต่เป็นเหมือน ห้องเรียนสดด้าน AI และนวัตกรรม ที่เปิดโลกให้กับคนรุ่นถัดไป
8 ทีมได้ไปต่อ: สนับสนุน Infrastructure เต็มระบบ
ผลการพิจารณาในรอบ Final Pitching มีจุดที่น่าสนใจมากคือ ทุกทีมที่ขึ้นเวทีทั้ง 8 ทีม ได้รับการสนับสนุนทั้งหมด
แต่ละทีมจะได้รับสิทธิ์ใช้งานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Infrastructure) ที่จำเป็นต่อการพัฒนาระบบ AI อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็น
การใช้ GPU สำหรับงานประมวลผล AI หนัก ๆ
Cloud Storage สำหรับจัดเก็บและจัดการข้อมูลขนาดใหญ่
การเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับคำปรึกษา เทสไอเดีย และต่อยอดผลงาน
เรียกได้ว่าไม่ได้ให้แค่คำชม แต่ให้ เครื่องมือและโอกาส เพื่อผลักดันให้แต่ละโครงการเดินหน้าต่อได้จริง
6 ทีมเด่นเตรียมลุ้นทุน Fund Matching สู่เชิงพาณิชย์
จากทั้งหมด 8 ทีม คณะกรรมการได้คัดเลือกทีมที่มีความพร้อมโดดเด่นและมีศักยภาพสูงสุดจำนวน 6 ทีม เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณารับทุนสนับสนุนการลงทุนในรูปแบบ Fund Matching
นั่นหมายถึง ไม่ใช่แค่ได้ทดลองทำ แต่มีโอกาสถูกผลักดันให้
นำเทคโนโลยีออกไปใช้ในหน่วยงานจริง
สร้างโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืน
เติบโตเป็นธุรกิจนวัตกรรม AI ที่แข่งขันได้ในตลาด
จากโครงการวิจัยในห้องแล็บ สู่โซลูชัน AI ใช้งานจริงในโลกธุรกิจและระบบสาธารณสุขไทย คือภาพที่ชัดเจนของก้าวต่อไปจากเวทีนี้
ปักหมุด Ecosystem AI ของไทย: ความร่วมมือที่มากกว่าคำว่าโครงการ
เมื่อมองภาพรวม โครงการนี้ไม่ใช่แค่เวทีประกวดนวัตกรรมครั้งหนึ่งแล้วจบ แต่นับเป็น ก้าวสำคัญของการสร้าง Ecosystem ด้าน AI ในประเทศไทย
เพราะเบื้องหลังความสำเร็จเกิดจากความร่วมมือระหว่าง
ภาคการศึกษา ที่มีองค์ความรู้ งานวิจัย และบุคลากรคุณภาพ
ภาคเอกชน ที่มีประสบการณ์ด้านธุรกิจ ทุน และการมองตลาดจริง
เมื่อสองส่วนนี้มาจับมือกันอย่างจริงจัง ผลลัพธ์ที่ได้คือ
โครงการ AI ไม่หยุดอยู่แค่บทความวิชาการ
ทีมวิจัยเข้าใจบริบทตลาดและผู้ใช้งานมากขึ้น
ภาคธุรกิจได้เข้าถึงนวัตกรรมใหม่ที่มีฐานวิชาการแข็งแรง
ทั้งหมดนี้ช่วยขับเคลื่อนประเทศด้วย นวัตกรรมดิจิทัลอย่างยั่งยืน และวางรากฐานให้ไทยมีบทบาทมากขึ้นบนแผนที่ AI ระดับภูมิภาคและระดับโลก
ช็อตเด็ดบรรยากาศงาน (Gallery)




















บทสรุป: เมื่อ AI ไม่ได้อยู่แค่ในทฤษฎี
Mahidol x Siam AI Venture Lab 2025 แสดงให้เห็นภาพชัดเจนว่า ถ้าอยากให้ AI สร้างผลกระทบจริง ต้องเชื่อมโลกวิชาการกับโลกธุรกิจเข้าด้วยกัน
เวทีอย่าง Final Pitching & Fund Matching ไม่ได้มีดีแค่รางวัล แต่คือพื้นที่ที่ไอเดียดี ๆ ได้เจอทรัพยากร ทีมเก่ง ๆ ได้เจอเมนเทอร์ และผลงานวิจัยได้เดินหน้าสู่ของจริงในสเกลที่ใหญ่ขึ้น
สำหรับใครที่อยู่สาย AI สาย Health Tech หรือสาย Startup นี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างของการสร้าง Ecosystem ที่น่าจับตามอง และอาจเป็นโมเดลให้โครงการด้านนวัตกรรมในไทยเดินตามต่อไปในอนาคต

