รับแอปรับแอป

เมื่อ AI เจอเวทีจริง: เจาะบรรยากาศ Final Pitching & Fund Matching ที่มหิดล ดันนวัตกรรมไทยสู่เวทีโลก

มณีรัตน์ พูลผล01-30

Mahidol x Siam AI Venture Lab 2025: เวทีที่ให้ AI ได้พิสูจน์ของจริง

มหาวิทยาลัยมหิดล จับมือกับบริษัท สยาม เอไอ คอร์เปอเรชั่น จำกัด จัดกิจกรรมตัดสินรางวัลครั้งใหญ่ “Final Pitching & Fund Matching Selection” ภายใต้โครงการ Mahidol x Siam AI Venture Lab 2025 Phase 2: Mentorship & Acceleration Program

เป้าหมายของเวทีนี้คือการเฟ้นหาทีมพัฒนานวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ไม่ใช่แค่ไอเดียสวยหรูบนสไลด์ แต่ต้อง ตอบโจทย์ปัญหาจริง มีศักยภาพต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้จริง และพร้อมจะถูกผลักดันสู่การใช้งานในระดับสากล

บรรยากาศการนำเสนอเกิดขึ้นที่ห้องประชุมกันภัยมหิดล-ศิริราชรักษ์มหิดล ศูนย์ประชุมมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ท่ามกลางพลังของคนทำงานสายเทคโนโลยี การแพทย์ และคนรุ่นใหม่ที่สนใจโลก AI อย่างล้นหลาม

จากห้องทดลองสู่สนามจริง: 9 ทีมสู่รอบ Final Pitching 8 ทีมสุดท้าย

โครงการ Mahidol x Siam AI Venture Lab 2025 ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นพื้นที่บ่มเพาะศักยภาพด้าน AI ให้กับทั้งนักวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลและสตาร์ทอัพพันธมิตร

ใน Phase 2 มีการจัดทั้งกิจกรรม Mentorship และ Workshop อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทีมที่ผ่านการคัดเลือกรอบต้นจำนวน 9 ทีม ได้อัปสกิลทั้งด้านเทคโนโลยีและมุมมองธุรกิจ

หลังผ่านกระบวนการติวเข้มและการเตรียมความพร้อมอย่างจริงจัง ก็มาถึงกิจกรรมไฮไลต์ คือรอบ Final Pitching ที่มีทีมซึ่งพร้อมที่สุดจำนวน 8 ทีม ขึ้นเวทีนำเสนอผลงานให้คณะกรรมการพิจารณา

ไอเดียและโซลูชันที่ถูกพัฒนาครอบคลุมตั้งแต่

  • นวัตกรรม AI ด้านการแพทย์

  • ระบบบริหารจัดการโรงพยาบาล

  • แพลตฟอร์มจัดการคลังยาและงานด้านสุขภาพอื่น ๆ

ทั้งหมดสะท้อนภาพชัดว่า AI ไม่ได้อยู่แค่ในงานวิจัย แต่กำลังเดินทางเข้าสู่การใช้งานจริงในระบบสุขภาพไทย

กรรมการสายเข้ม: เกณฑ์ระดับสากล 5 ด้าน

การตัดสินรอบสุดท้ายไม่ได้ดูแค่ “ไอเดียดี” แต่ใช้เกณฑ์แบบมืออาชีพระดับสากลถึง 5 ด้าน โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 9 ท่าน จากทั้งสายวิชาการและภาคธุรกิจ ร่วมกันพิจารณาอย่างใกล้ชิด

ประเด็นที่ใช้พิจารณา ได้แก่

  • AI Technology & MVP Readiness: ความเหมาะสมของเทคโนโลยี AI และระดับความพร้อมของต้นแบบ (MVP)

  • Business Potential & Scalability: ศักยภาพทางธุรกิจ และโอกาสเติบโตขยายผลในอนาคต

  • Pain Point & Impact: ปัญหาที่ต้องการแก้ไขชัดเจนแค่ไหน และจะสร้างผลกระทบเชิงบวกได้มากเพียงใด

  • Team Capability & Execution Plan: ความพร้อมของทีม แผนการทำงาน และความเป็นไปได้ในการลงมือทำจริง

  • Presentation & Pitching Skill: ทักษะการนำเสนอ และความสามารถในการสื่อสารคุณค่าของโครงการ

นอกจากคณะกรรมการแล้ว ยังมีคณะผู้บริหารส่วนงานต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย คณาจารย์ รวมถึงตัวแทนนักเรียนจาก โรงเรียนสาธิตนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล (MUIDS) และ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ (MWIT) เข้าร่วมสังเกตการณ์

การมีเยาวชนรุ่นใหม่มาร่วมเป็นสักขีพยานครั้งนี้ ทำให้บรรยากาศไม่ใช่แค่เวทีประกวด แต่เป็นเหมือน ห้องเรียนสดด้าน AI และนวัตกรรม ที่เปิดโลกให้กับคนรุ่นถัดไป

8 ทีมได้ไปต่อ: สนับสนุน Infrastructure เต็มระบบ

ผลการพิจารณาในรอบ Final Pitching มีจุดที่น่าสนใจมากคือ ทุกทีมที่ขึ้นเวทีทั้ง 8 ทีม ได้รับการสนับสนุนทั้งหมด

แต่ละทีมจะได้รับสิทธิ์ใช้งานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Infrastructure) ที่จำเป็นต่อการพัฒนาระบบ AI อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็น

  • การใช้ GPU สำหรับงานประมวลผล AI หนัก ๆ

  • Cloud Storage สำหรับจัดเก็บและจัดการข้อมูลขนาดใหญ่

  • การเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับคำปรึกษา เทสไอเดีย และต่อยอดผลงาน

เรียกได้ว่าไม่ได้ให้แค่คำชม แต่ให้ เครื่องมือและโอกาส เพื่อผลักดันให้แต่ละโครงการเดินหน้าต่อได้จริง

6 ทีมเด่นเตรียมลุ้นทุน Fund Matching สู่เชิงพาณิชย์

จากทั้งหมด 8 ทีม คณะกรรมการได้คัดเลือกทีมที่มีความพร้อมโดดเด่นและมีศักยภาพสูงสุดจำนวน 6 ทีม เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณารับทุนสนับสนุนการลงทุนในรูปแบบ Fund Matching

นั่นหมายถึง ไม่ใช่แค่ได้ทดลองทำ แต่มีโอกาสถูกผลักดันให้

  • นำเทคโนโลยีออกไปใช้ในหน่วยงานจริง

  • สร้างโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืน

  • เติบโตเป็นธุรกิจนวัตกรรม AI ที่แข่งขันได้ในตลาด

จากโครงการวิจัยในห้องแล็บ สู่โซลูชัน AI ใช้งานจริงในโลกธุรกิจและระบบสาธารณสุขไทย คือภาพที่ชัดเจนของก้าวต่อไปจากเวทีนี้

ปักหมุด Ecosystem AI ของไทย: ความร่วมมือที่มากกว่าคำว่าโครงการ

เมื่อมองภาพรวม โครงการนี้ไม่ใช่แค่เวทีประกวดนวัตกรรมครั้งหนึ่งแล้วจบ แต่นับเป็น ก้าวสำคัญของการสร้าง Ecosystem ด้าน AI ในประเทศไทย

เพราะเบื้องหลังความสำเร็จเกิดจากความร่วมมือระหว่าง

  • ภาคการศึกษา ที่มีองค์ความรู้ งานวิจัย และบุคลากรคุณภาพ

  • ภาคเอกชน ที่มีประสบการณ์ด้านธุรกิจ ทุน และการมองตลาดจริง

เมื่อสองส่วนนี้มาจับมือกันอย่างจริงจัง ผลลัพธ์ที่ได้คือ

  • โครงการ AI ไม่หยุดอยู่แค่บทความวิชาการ

  • ทีมวิจัยเข้าใจบริบทตลาดและผู้ใช้งานมากขึ้น

  • ภาคธุรกิจได้เข้าถึงนวัตกรรมใหม่ที่มีฐานวิชาการแข็งแรง

ทั้งหมดนี้ช่วยขับเคลื่อนประเทศด้วย นวัตกรรมดิจิทัลอย่างยั่งยืน และวางรากฐานให้ไทยมีบทบาทมากขึ้นบนแผนที่ AI ระดับภูมิภาคและระดับโลก

ช็อตเด็ดบรรยากาศงาน (Gallery)

บทสรุป: เมื่อ AI ไม่ได้อยู่แค่ในทฤษฎี

Mahidol x Siam AI Venture Lab 2025 แสดงให้เห็นภาพชัดเจนว่า ถ้าอยากให้ AI สร้างผลกระทบจริง ต้องเชื่อมโลกวิชาการกับโลกธุรกิจเข้าด้วยกัน

เวทีอย่าง Final Pitching & Fund Matching ไม่ได้มีดีแค่รางวัล แต่คือพื้นที่ที่ไอเดียดี ๆ ได้เจอทรัพยากร ทีมเก่ง ๆ ได้เจอเมนเทอร์ และผลงานวิจัยได้เดินหน้าสู่ของจริงในสเกลที่ใหญ่ขึ้น

สำหรับใครที่อยู่สาย AI สาย Health Tech หรือสาย Startup นี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างของการสร้าง Ecosystem ที่น่าจับตามอง และอาจเป็นโมเดลให้โครงการด้านนวัตกรรมในไทยเดินตามต่อไปในอนาคต