ZestBuy

หุ้น Apple กลับสู่ระดับสูงสุด นักลงทุนหันหนีหุ้น AI ใช้เงินลงทุนหนัก

โปรไฟล์ Phanuphong.TPhanuphong.T07-17

หุ้นของ Apple (NASDAQ: AAPL) กลับมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง หลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากแรงขายช่วงปลายเดือนมิถุนายน โดยมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นเกือบ 600,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ สะท้อนมุมมองของนักลงทุนที่เริ่มกลับมาให้ความสำคัญกับบริษัทที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งและไม่ต้องใช้เงินลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในระดับมหาศาลเหมือนคู่แข่งหลายราย

หุ้น Apple ฟื้นตัวแรงหลังร่วงหนัก

ตามรายงานของ Bloomberg ที่อ้างโดย MacRumors หุ้น Apple ปรับตัวขึ้นประมาณ 15% นับตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันที่ราคาหุ้นเผชิญแรงขายหนักที่สุดในรอบกว่าหนึ่งปี

การฟื้นตัวดังกล่าวทำให้มูลค่าบริษัทเพิ่มขึ้นเกือบ 600,000 ล้านดอลลาร์ และส่งราคาหุ้นกลับเข้าใกล้ระดับสูงสุดตลอดกาลอีกครั้ง

นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามกับการลงทุน AI มหาศาล

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ถูกพูดถึง คือกระแสการประเมินใหม่ของนักลงทุนต่อบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่

ตลอดช่วงที่ผ่านมา บริษัทอย่าง Microsoft, Meta, Alphabet และ Amazon ประกาศแผนลงทุนด้าน AI และศูนย์ข้อมูล (Data Center) มูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์ ซึ่งแม้จะช่วยเร่งการพัฒนา AI แต่ก็สร้างความกังวลว่าการใช้เงินลงทุนจำนวนมากอาจกดดันกำไรในระยะสั้น

ในทางกลับกัน Apple ใช้เงินลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ต่ำกว่าคู่แข่งอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้นักลงทุนบางส่วนมองว่าบริษัทมีความเสี่ยงด้านต้นทุนต่ำกว่า และยังสามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างแข็งแกร่ง

กระแสเงินสดยังเป็นจุดแข็งของ Apple

นักวิเคราะห์จาก Citi ระบุว่า Apple มีแนวโน้มสร้าง Free Cash Flow ทำสถิติสูงสุดในปี 2026 ขณะที่การใช้เงินลงทุน (Capital Expenditure) ยังคงต่ำกว่าคู่แข่งหลายเท่า

ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ Apple ยังมีพื้นที่สำหรับ

  • ซื้อหุ้นคืน (Share Buyback)

  • จ่ายเงินปันผล

  • ลงทุนในผลิตภัณฑ์ใหม่

  • รองรับต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต

โดยไม่กระทบฐานะการเงินมากนัก

ความหวังใหม่จาก Apple Intelligence และ iPhone รุ่นใหม่

แม้ Apple จะถูกวิจารณ์ว่าเข้าสู่ตลาด AI ช้ากว่าคู่แข่ง แต่ความคาดหวังต่อ Apple Intelligence, Siri เวอร์ชันใหม่ และการเปิดตัว iPhone รุ่นถัดไป กลายเป็นอีกแรงหนุนสำคัญของราคาหุ้น

นักวิเคราะห์หลายสำนักยังคงมองเชิงบวก โดย Citi ปรับราคาเป้าหมายหุ้น Apple ขึ้นเป็น 365 ดอลลาร์ พร้อมมองว่าการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ในช่วงปลายปีจะเป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญ ขณะที่ Morgan Stanley และ Evercore ISI ก็ยังคงคำแนะนำเชิงบวกเช่นกัน

แต่ยังมีความเสี่ยงที่ต้องจับตา

แม้ราคาหุ้นจะปรับขึ้นต่อเนื่อง แต่ยังมีนักวิเคราะห์บางส่วนที่มองว่าราคาปัจจุบันสะท้อนความคาดหวังไว้ค่อนข้างมากแล้ว

ตัวอย่างเช่น KeyBanc ปรับลดคำแนะนำหุ้น Apple ลงเป็น "Sell" โดยให้เหตุผลว่า

  • รอบการเปลี่ยน iPhone อาจชะลอลง

  • การเติบโตของธุรกิจบริการอาจลดลง

  • ราคาหุ้นซื้อขายที่ระดับมูลค่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับอดีต

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาผลประกอบการไตรมาสถัดไปอย่างใกล้ชิด เพราะหากรายได้หรือแนวโน้มธุรกิจต่ำกว่าที่ตลาดคาด อาจส่งผลให้ราคาหุ้นผันผวนได้

ทำไมตลาดจึงหันกลับมาสนใจ Apple

ในช่วงที่หลายบริษัทแข่งขันกันลงทุนด้าน AI ด้วยงบประมาณมหาศาล นักลงทุนบางส่วนเริ่มให้ความสำคัญกับบริษัทที่สามารถรักษากำไรและกระแสเงินสดได้ดี

Apple จึงถูกมองว่าเป็นบริษัทที่มีจุดแข็งด้าน

  • ฐานลูกค้าที่ภักดี

  • ความสามารถในการตั้งราคาสินค้า

  • กระแสเงินสดแข็งแกร่ง

  • ความเสี่ยงจากการลงทุนด้าน AI ต่ำกว่าคู่แข่ง

อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่า Apple จะไม่ต้องลงทุนด้าน AI แต่เป็นการลงทุนในจังหวะที่ค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า

บทสรุป

การกลับมาของหุ้น Apple สะท้อนให้เห็นว่าตลาดเริ่มให้น้ำหนักกับคุณภาพของกำไรและกระแสเงินสดมากกว่าการแข่งขันด้าน AI เพียงอย่างเดียว ส่งผลให้ Apple กลายเป็นหนึ่งในหุ้นเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังจากราคาฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มระยะต่อไปยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งผลประกอบการ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ความคืบหน้าของ Apple Intelligence และความสามารถในการเปลี่ยนเทคโนโลยี AI ให้กลายเป็นรายได้จริง ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดว่าการทำสถิติสูงสุดครั้งนี้จะสามารถรักษาโมเมนตัมไว้ได้มากน้อยเพียงใด

ที่มา macrumors

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น