รวมลิสต์รถครอบครัว 2025 เลือกครั้งเดียว วิ่งยาวได้ทั้งทริป
กำลังมองหา รถครอบครัวคันใหม่ในปี 2025 แต่ลังเลไม่รู้จะเอารุ่นไหนดี ทั้ง 5, 7 หรือ 11 ที่นั่ง?
มาดูสรุปจุดเด่น–จุดด้อย พร้อมสเปกหลัก ๆ ของ 10 รุ่นยอดฮิตที่เหมาะกับการใช้งานแบบครอบครัว เลือกให้ถูกสไตล์บ้านคุณ ทริปยาว ทริปสั้น ขึ้นเขา ลุยฝน หรือวิ่งในเมืองก็จัดได้สบาย
1. Honda HR-V – ตัวจบสายครอบครัวเล็ก 5 ที่นั่ง
ถ้าอยากได้ รถครอบครัวขนาดเล็ก 5 ที่นั่ง ที่ขับในเมืองก็คล่อง ออกทริปต่างจังหวัดก็สบาย Honda HR-V คือหนึ่งในตัวเลือกที่บาลานซ์ทุกอย่างได้ลงตัว ทั้งดีไซน์ สมรรถนะ และความอเนกประสงค์ของห้องโดยสาร
สเปกหลัก
ขนาดเครื่องยนต์: 1.5 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว เกียร์อัตโนมัติ E-CVT
ระบบไฮบริดพร้อม Intelligent Power Unit (IPU) ใช้แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน น้ำหนักเบา กะทัดรัด
พละกำลัง: 131 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 253 นิวตันเมตร
ราคาใหม่: 949,000 – 1,179,000 บาท
ราคามือสอง (ประมาณการ): เริ่มราว ๆ 699,000 – 719,000 บาท ตามสภาพและระยะทาง
จุดเด่นของ Honda HR-V
ห้องโดยสารกว้าง นั่งสบายทุกที่นั่ง
ช่วงล่างนุ่มหนึบ เหมาะสำหรับใช้เป็นรถประจำบ้าน
เบาะหลังอเนกประสงค์ ปรับ–พับได้ถึง 3 รูปแบบ ใช้งานได้ยืดหยุ่นมาก
ใส่เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยมาครบในทุกเกรด
ดีไซน์ตัวถังตามหลักอากาศพลศาสตร์ ช่วยให้ขับนิ่งและประหยัด
การกระจายลมแอร์ดี ทำให้ผู้โดยสารทั่วทั้งคันเย็นสบาย
ฝาท้ายเปิด–ปิดได้หลายโหมด ใช้งานสะดวกเวลาแบกของเยอะ
สมรรถนะเวลาเร่งแซงลื่นไหล เครื่องยนต์ทำงานเรียบ
อัตราสิ้นเปลืองดีมาก ประมาณ 25.6 กม./ลิตร
จุดด้อยของ Honda HR-V
กล้องมองภาพไม่คม ไม่มีเซ็นเซอร์ถอยหลัง และไร้กล้องมองรอบคัน 360 องศา
เวลาเร่งรอบจัด เสียงเครื่องยนต์เล็ดรอดเข้าห้องโดยสารค่อนข้างชัด
รุ่น E ไม่มีแอร์หลัง ผู้โดยสารตอนหลังอาจร้อนง่ายเพราะห้องโดยสารกว้าง
2. Toyota Corolla Cross – 5 ที่นั่งไฮบริด ประหยัดและนั่งสบาย
สายครอบครัวที่เน้น ความประหยัด+ความนุ่มนวล ต้องลองมอง Toyota Corolla Cross รถครอสโอเวอร์ที่เกิดมาเพื่อใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ดีไซน์สมัยใหม่ ภายในกว้าง เก็บสัมภาระได้เยอะ แถมใส่ออปชันมาให้ครบมือ
สเปกหลัก
ขนาดเครื่องยนต์: ไฮบริด เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.8 ลิตร
พละกำลังรวม: 140 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 177 นิวตันเมตร
ราคาใหม่: 999,000 – 1,204,000 บาท
ราคามือสอง (ประมาณการ): เริ่มราว 495,000 บาท แล้วแต่สภาพและระยะวิ่ง
จุดเด่นของ Toyota Corolla Cross
พัฒนาบนแพลตฟอร์ม TNGA ช่วยลดจุดบอดรอบคัน ขับง่าย โดยเฉพาะในเมือง
ช่วงล่างและตัวรถให้อารมณ์นุ่มสบาย พวงมาลัยเบา ใช้เป็น City Car ได้ชิว ๆ
การเกาะถนนดีเกินคาด เวลาเพิ่มความเร็ว รถยังนิ่ง
กำลัง 122 แรงม้าก็พอเพียงต่อการใช้งานครอบครัวทั่วไป
กล้องรอบคัน Panoramic View Monitor ทำงานฉลาด เวลาเปิดไฟเลี้ยวจะโชว์ภาพด้านข้างบนจอกลางให้ทันที
ระบบความปลอดภัยให้มาค่อนข้างครบ
ประหยัดน้ำมันมาก ระดับประมาณ 23.3 กม./ลิตร ทั้งที่ตัวรถค่อนข้างใหญ่
จุดด้อยของ Toyota Corolla Cross
ประตูบานใหญ่และสูง เวลาเสียค่าทางด่วนต้องเอื้อมแขนสูงกว่าปกติ
ขาดเบรกมือไฟฟ้าและระบบ Auto Brake Hold
การเก็บเสียงที่ความเร็วสูงยังทำได้ไม่ดีนัก
3. Mazda CX-30 – ครอสโอเวอร์สปอร์ตสำหรับครอบครัวเล็ก
ใครอยากได้รถที่ขับสนุกแต่ยังใช้งานแบบครอบครัวได้ Mazda CX-30 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก อยู่กึ่งกลางระหว่างรุ่นเล็กและรุ่นใหญ่ของค่าย ขับในเมืองก็ไม่เทอะทะ จะพาแฟมิลีออกต่างจังหวัดก็ยังไหว สไตล์สปอร์ตชัดมากแต่ยังให้ความสบายครบ
สเปกหลัก
ขนาดเครื่องยนต์: 2.0 ลิตร
พละกำลัง: 165 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 213 นิวตันเมตร
ราคาใหม่: 989,000 – 1,199,000 บาท
ราคามือสอง (ประมาณการ): เริ่มราว 499,000 บาท แล้วแต่สภาพรถ
จุดเด่นของ Mazda CX-30
ดีไซน์สปอร์ต โฉบเฉี่ยว ใช้ไปนาน ๆ ก็ยังดูไม่เชย
งานตกแต่งภายในหรูหรา วัสดุพรีเมียม จัดว่าเด่นที่สุดรุ่นหนึ่งในกลุ่ม
เบาะคู่หน้ารองรับสรีระดี ปรับไฟฟ้าได้ 10 ทิศทาง พร้อมระบบจำตำแหน่ง
เบาะหลังนั่งสบายกว่า CX-3 พอสมควร เหมาะกับการเดินทางไกล
ออปชันแน่น ระบบเสียงดี ระบบความปลอดภัยจัดเต็ม
ช่วงล่างหนึบตามสไตล์ Mazda รอบเครื่องมาไว ขึ้นเขาหรือเร่งแซงตอนบรรทุกคนเยอะก็ยังมั่นใจ
ความสูงตัวรถกำลังดี มุมมองขณะขับยอดเยี่ยม ขับในเมืองหรือเดินทางไกลก็ถนัด
แผงคอนโซลและอุปกรณ์ต่าง ๆ เอียงเข้าหาผู้ขับเล็กน้อย ให้ฟีลสปอร์ต
ห้องโดยสารเก็บเสียงดี แม้ใช้ความเร็วสูงก็ยังเงียบ
รองรับการใช้น้ำมัน E85 เพิ่มความยืดหยุ่นด้านค่าใช้จ่าย
จุดด้อยของ Mazda CX-30
คิ้วล้อและเส้นขอบสีดำรอบคันใหญ่ไปหน่อย ทำให้บางคนรู้สึกว่าบดบังเส้นสายตัวถัง
เบาะหลังยังแคบกว่าคู่แข่งบางรุ่น
มีเครื่องยนต์ให้เลือกเพียงขนาดเดียว
ช่วงแรกต้องทำความคุ้นเคยกับฟีลเบรก เพราะจูนมาต่างจากบางรุ่นในกลุ่ม
ขอบซุ้มล้อสีดำค่อนข้างเด่น จนกลบบางมิติของดีไซน์ตัวรถ
4. Toyota Veloz – MPV 7 ที่นั่งราคาจับต้องง่าย
ถ้ากำลังมองหา รถครอบครัว MPV 7 ที่นั่ง ราคาไม่แรง แต่หน้าตาทันสมัยและออปชันจัดเต็ม Toyota Veloz เป็นชื่อที่ต้องโผล่ในลิสต์แน่นอน ดีไซน์ภายนอกดูแพงกว่าราคา แถมสมรรถนะกับฟังก์ชันที่ให้มาก็ถือว่าเกินตัว
สเปกหลัก
ขนาดเครื่องยนต์: 1.5 ลิตร 4 สูบแถวเรียง
พละกำลัง: 106 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 138 นิวตันเมตร
ราคาใหม่: 795,000 – 875,000 บาท (สี Platinum White Pearl เพิ่ม 7,000 บาท)
ราคามือสอง (ประมาณการ): เริ่มราว 489,000 บาท ขึ้นกับสภาพ
จุดเด่นของ Toyota Veloz
งานดีไซน์ทันสมัย หลุดจากภาพเก่าของรถตระกูลโตโยต้าหลายรุ่น
คล่องตัวเวลาเปลี่ยนเลน ขับในเมืองกระชับดี
ตำแหน่งนั่งและกระจกบานใหญ่ทำให้รู้สึกโปร่ง มองทางได้ชัด
ระบบเตือนจุดอับสายตาที่กระจกทำงานได้ดี ช่วยเวลาเปลี่ยนเลน
อัตราเร่งไม่อืด ตอบสนองต่อเนื่อง
ช่วงล่างนุ่ม มีตึงตังบ้างเวลาเจอหลุม แต่รวม ๆ แล้วยังนั่งสบาย
รองรับการเดินทางไกลและขึ้นเขาได้สบาย
ใส่ระบบความปลอดภัยมาครบสำหรับรถครอบครัว
ออปชันให้มาแน่นกว่าหลายรุ่นในคลาสใกล้เคียง
แอร์เย็นฉ่ำทุกแถว ถือว่าเด่นสำหรับ MPV 7 ที่นั่ง
จุดด้อยของ Toyota Veloz
ไม่มีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control)
ขาดระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะหลายฟังก์ชัน
ไม่เหมาะกับการขับความเร็วสูงต่อเนื่อง
วัสดุตกแต่งภายในเป็นพลาสติกค่อนข้างเยอะ ดูไม่พรีเมียมเท่ารุ่นแพงกว่า
5. Suzuki XL7 – 7 ที่นั่งสายคุ้ม เน้นประหยัดและออปชันจัดเต็ม
ใครถามว่า “ซื้อรถครอบครัวรุ่นไหนดีที่คุ้มสุด” Suzuki XL7 เป็นอีกตัวที่ไม่ควรมองข้าม รุ่นนี้ปรับหน้าตาและขุมพลังมาล่าสุด ใช้ระบบไฮบริดช่วยให้ประหยัดขึ้น แถมจัดออปชันมาแบบแน่น ๆ ในสไตล์ซูซูกิที่ขึ้นชื่อเรื่องความคุ้มค่า
สเปกหลัก
ขนาดเครื่องยนต์: 1.5 ลิตร (1,462 ซีซี) 4 สูบ 16 วาล์ว
พละกำลัง: 105 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 138 นิวตันเมตร
ราคาใหม่: 799,000 บาท
ราคามือสอง (ประมาณการ): เริ่มราว 399,000 บาท แล้วแต่สภาพและระยะทาง
จุดเด่นของ Suzuki XL7
ห้องโดยสารโปร่ง กระจกแถว 2 บานใหญ่ เห็นวิวชัด ลดอาการเวียนหัว
ให้ของเล่นและออปชันมาเยอะเกินราคา มีช่องจ่ายไฟ 12V ถึง 3 จุด
ใช้ระบบ NVH ช่วยลดเสียงและแรงสั่นสะเทือน ทำให้ห้องโดยสารเงียบขึ้น
เหล็กกันโคลงหน้าออกแบบมาดี ทำให้รถทรงตัวแน่นขึ้น
ช่วงล่างใช้เหล็ก High Tensile แข็งแรง มั่นใจเวลาใช้งานหนัก
มีช่องวางแก้วพร้อมช่องแอร์เป่าตรงแก้ว เก็บความเย็นเครื่องดื่มได้ดี
มีกล้องบันทึกหน้ารถติดตั้งจากโรงงาน ดูภาพย้อนหลังผ่านหน้าจอกลางได้เลย
ระยะความสูงจากพื้น 200 มม. ลุยทางขรุขระหรือน้ำขังได้แบบไม่กังวล
เมื่อเทียบกับรุ่นท็อปของหลายค่าย XL7 ยังถูกกว่าแต่ได้แรงม้าและแรงบิดใกล้เคียง
จุดด้อยของ Suzuki XL7
เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ต้องใช้รอบเครื่องสูงเมื่อวิ่งทางไกล คู่แข่งส่วนใหญ่ใช้ CVT 7 สปีดแล้ว
เข้าโค้งด้วยความเร็วสูงอาจมีอาการท้ายปัดเล็กน้อย ต้องกะความเร็วให้ดี
ถ้าขับลากรอบหรือเร่งเค้นแรง เครื่องจะส่งเสียงเข้าห้องโดยสารชัดเจน
6. Mitsubishi Pajero Sport – PPV 7 ที่นั่ง สายลุยคุ้มค่าสุด
Mitsubishi Pajero Sport เป็นหนึ่งใน รถ PPV ที่คุ้มค่า ทั้งด้านสมรรถนะและความประหยัด เชื้อเพลิงเฉลี่ยราว 15.2 กม./ลิตร ถือว่าดีสำหรับรถตัวใหญ่ ใครมองหา รถครอบครัว 7 ที่นั่งราคาคุ้ม ที่พร้อมลุยทุกทริป ควรเก็บรุ่นนี้ไว้ในตัวเลือก
สเปกหลัก
ขนาดเครื่องยนต์: 2.4 ลิตร
พละกำลัง: 181 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร
ราคาใหม่: ประมาณ 1,389,000 – 1,689,000 บาท
ราคามือสอง (ประมาณการ): เริ่มแถว ๆ 685,000 บาท แล้วแต่ปีและสภาพ
จุดเด่นของ Mitsubishi Pajero Sport
เครื่องยนต์ตอบสนองดีด้วยระบบวาล์วแปรผัน MIVEC แรงบิดดีในรอบต่ำ และเผาไหม้หมดจด ช่วยลดมลพิษ
ใช้เทอร์โบ VG Turbo และอินเตอร์คูลเลอร์ช่วยดันแรงม้า ทำให้แรงดีทั้งรอบกลางและรอบสูง
ให้ฟังก์ชันช่วยขับและระบบความปลอดภัยสมัยใหม่มาครบ เหมาะกับทริปยาวของครอบครัว
ลุยทางออฟโรดได้สบาย มีโหมดให้เลือก 4 แบบ: Gravel, Mud/Snow, Sand และ Rock
ห้องโดยสารกว้าง พื้นที่หัวเข่าและข้อศอกสบาย ไม่อึดอัด
ระบบความบันเทิงภายในช่วยให้ผู้โดยสารไม่เบื่อเวลาเดินทางไกล
ใช้วัสดุภายในแบบบุนุ่มในจุดสัมผัสหลัก เพิ่มความสบายในการนั่ง
จุดด้อยของ Mitsubishi Pajero Sport
พวงมาลัยค่อนข้างหนัก โดยเฉพาะเวลาขับในเมืองหรือรถติด อาจทำให้บางคนรู้สึกเมื่อย
7. Ford Everest – PPV 7 ที่นั่งสายทัวร์ริ่งทางไกล
ในกลุ่ม รถ PPV และรถครอบครัว 7 ที่นั่ง Ford Everest ถือว่ามี CC เครื่องยนต์น้อยกว่าหลายรุ่น แต่ให้แรงม้าและแรงบิดสูงมาก โดยเฉพาะรุ่นท็อป พอจับคู่กับเกียร์ 10 สปีด เลยกลายเป็นรถที่เหมาะกับการขับทางไกลสุด ๆ ทั้งเรื่องรอบเครื่องต่ำและความนุ่มนวลในการเปลี่ยนเกียร์
สเปกหลัก
ขนาดเครื่องยนต์: 2.0 ลิตร
พละกำลัง (รุ่นท็อป): 210 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร
ราคาใหม่: 1,392,000 – 2,279,000 บาท
ราคามือสอง (ประมาณการ): เริ่มราว 969,000 บาท ตามโฉมและปีผลิต
จุดเด่นของ Ford Everest
ช่วงล่างดีที่สุดรุ่นหนึ่งในคลาส PPV ให้ฟีลมั่นคงแต่นุ่มนวล
แรงม้าและแรงบิดจัดเต็ม ขับทางไกลหรือขึ้นเขาไม่ต้องกลัวอืด
ดีไซน์แข็งแรง บึกบึน เหมาะกับสายท่องเที่ยวลุย ๆ
ใส่ออปชันและเทคโนโลยีมาครอบคลุมเกือบทุกรูปแบบการใช้งาน
ภายในกว้างขวาง ใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกพรีเมียม พร้อมไฟสร้างบรรยากาศ
ปรับเซ็ตโช้กและซีลกันเสียงใหม่ ขับแล้วรู้สึกนุ่ม เงียบ เข้าโค้งมั่นใจ พวงมาลัยหนักขึ้นเล็กน้อยแต่ควบคุมรถง่ายเมื่อใช้ความเร็วสูง
ขับลุยน้ำลึกระดับประมาณ 70 ซม. ได้สบาย เหมาะกับทริปขึ้นเขาลงห้วย
โหมดขับเคลื่อน 4H ในพื้นผิวลื่น/โคลน ทำงานได้ไว้ รถไม่เสียอาการง่าย
มีกล้องหน้าช่วยดูเส้นทางเวลาหน้ารถเชิด
กล้องรอบคันมองได้ 360 องศา
ฝาท้ายเปิดได้สูง คนสูงประมาณ 175 ซม. ยังไม่ชนศีรษะ และมีระบบเปิดฝาท้ายด้วยการเตะใต้กันชน
ราคาคุ้มค่าถ้าเน้นใช้งานสายลุยและเดินทางไกลบ่อย ๆ
จุดด้อยของ Ford Everest
สายคาดเข็มขัดนิรภัยไม่สามารถปรับสูง–ต่ำได้
ขึ้น–ลงเบาะแถว 3 ไม่สะดวก เพราะเบาะเลื่อนหน้า–หลังได้อย่างเดียว พับม้วนไม่ได้
ไม่มีปุ่มลัดสำหรับฟังก์ชัน Brake Hold ต้องกดผ่านจอ ทำให้ใช้งานจริงไม่สะดวกนัก
กินน้ำมันมากกว่าบางรุ่นในคลาสเดียวกัน
8. Kia Carnival – รถครอบครัว 11 ที่นั่ง ประตูสไลด์สุดหรู
สำหรับบ้านไหนที่สมาชิกเยอะ หรือชอบพาญาติ ๆ ไปเที่ยวพร้อมกันทีเดียว Kia Carnival คือรถครอบครัวประตูสไลด์ 11 ที่นั่งที่น่าจับตามอง ดีไซน์พรีเมียมแบบมินิมัล ออปชันล้ำ ๆ เพียบ เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่อยากได้ทั้งความสะดวกสบายและเทคโนโลยีจัดเต็ม
สเปกหลัก
ขนาดเครื่องยนต์: 2.2 ลิตร
พละกำลัง: 202 แรงม้า แรงบิดสูงสุดประมาณ 45 กก.-ม.
ราคาใหม่: 1,892,000 – 2,990,000 บาท
ราคามือสอง (ประมาณการ): เริ่มราว 1,090,000 บาท แล้วแต่รุ่นย่อย
จุดเด่นของ Kia Carnival
เหมาะมากกับครอบครัวใหญ่ พาคนทั้งบ้านไปเที่ยวได้ในคันเดียว
ขับเร็วแล้วก็ยังมั่นใจ ช่วงล่างแน่น เกาะถนนดี เข้าโค้งไม่โคลงเคลง
ภายในตกแต่งสวย เรียบ แต่มีลูกเล่นสไตล์เกาหลี ดูแพง
พื้นที่วางขากว้าง นั่งสบาย ไม่อึดอัดแม้เดินทางไกล
เทคโนโลยีอำนวยความสะดวกเยอะ เช่น ถือ Smart Key แล้วเดินเข้าใกล้ ตัวรถสั่งเปิดประตูให้เอง และปิดเองเมื่อเดินออกห่าง
ระบบ One-Touch Remote กดปุ่มค้างบนรีโมต ประตูสไลด์ทั้งสองด้านและฝาท้ายไฟฟ้าจะเปิดพร้อมกัน เหมาะกับการขนสัมภาระหรือเด็กเล็ก
ระบบความปลอดภัยทำงานรวดเร็วและทันสมัย
ระบบความบันเทิงตอบโจทย์การเป็นรถครอบครัวจริงจัง
เบาะนั่งออกแบบให้ปรับรูปแบบได้หลากหลาย ตามสไตล์การใช้งาน
เบาะแถวสุดท้ายพับเรียบได้ เพิ่มพื้นที่บรรทุกกระเป๋าได้แบบจุใจ
มีมือจับบริเวณขอบประตูช่วยให้ขึ้น–ลงรถได้ง่าย และตัวรถไม่สูงจนเกินไป
ประหยัดน้ำมันได้ดีเมื่อเทียบกับขนาดรถและจำนวนที่นั่ง
จุดด้อยของ Kia Carnival
ราคาสูงกว่า Hyundai Staria ทั้งที่เป็นเครื่อง 2.2 ลิตรและ 11 ที่นั่งเหมือนกัน
ความนุ่มสบายของเบาะยังเป็นรองบางคู่แข่ง
ค่าเซอร์วิสและอะไหล่แพงกว่ารถญี่ปุ่นทั่วไป
ศูนย์บริการยังมีไม่ทั่วถึง ต่างจังหวัดอาจต้องขับไกลเพื่อเข้าศูนย์
9. Hyundai Staria – รถตู้ครอบครัว 11 ที่นั่ง สไตล์ยานอวกาศ
Hyundai Staria เป็นรถที่ผสมระหว่างความเป็น รถตู้เอนกประสงค์กับรถครอบครัว ได้อย่างลงตัว มีถึง 11 ที่นั่ง แถมดีไซน์ภายนอกล้ำมาก สไตล์อวกาศ ภายในโปร่งโล่งกว่ารถตู้ทั่ว ๆ ไป เพราะออกแบบกระจกบานใหญ่และเส้นสายตัวรถให้เบลต์ไลน์ต่ำ ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกโล่งสบาย
สเปกหลัก
ขนาดเครื่องยนต์: 2.2 ลิตร
พละกำลัง: 177 แรงม้า แรงบิดสูงสุดประมาณ 431 กก.-ม.
ราคาใหม่: 1,659,000 – 2,419,000 บาท
ราคามือสอง (ประมาณการ): เริ่มราว 1,049,000 บาท แล้วแต่โฉมและปี
จุดเด่นของ Hyundai Staria
ดีไซน์ภายนอกทันสมัยมาก สไตล์ยานอวกาศ เด่นทุกที่จอด
เน้นการใช้งานภายในและการจัดสรรพื้นที่โดยสารเป็นหลัก ใช้งานได้จริงทุกแถว
ใช้แนวคิดจัดพื้นที่อย่างชาญฉลาด เข้า–ออกตัวรถสะดวกแม้ต้องใช้งานบ่อย
ปรับปรุงระบบระบายความร้อนด้วยอินเตอร์คูลเลอร์และเทอร์โบ ทำให้แรงบิดดีในรอบต่ำ
ช่วงล่างหลังแบบมัลติลิงก์ ปรับองศาและระดับโช้กให้เน้นความนุ่มนวล
จอแสดงผลใช้งานได้หลากหลายฟังก์ชัน ตอบโจทย์ทั้งคนขับและผู้โดยสาร
ระบบความปลอดภัยจัดเต็ม ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
สามารถปรับเบาะให้เรียบ แล้วปูที่นอนกลายเป็น “มินิห้องพักเคลื่อนที่” ได้
ราคายังพอจับต้องได้ถ้าเทียบกับสิ่งที่ได้และจำนวนที่นั่ง
จุดด้อยของ Hyundai Staria
การตอบสนองของเครื่องและช่วงล่างยังไม่ดุดันเท่า Kia Carnival
การปรับรูปแบบเบาะไม่หลากหลายเท่าคู่แข่งบางรุ่น
10. Hyundai H-1 – รถตู้ครอบครัวมือสองสุดฮิต 11 ที่นั่ง
ในกลุ่ม รถตู้ครอบครัว 11 ที่นั่งมือสอง Hyundai H-1 ยังคงเป็นรุ่นที่คนตามหามากที่สุด เพราะขึ้นชื่อเรื่องขับดี ทน ไม่ค่อยจุกจิก หลายคนใช้งานจริงการันตีว่าขับจากต่างจังหวัดเข้ากรุงเทพฯ หรือข้ามภาคก็ยังไม่เมื่อย และประหยัดทั้งน้ำมันและค่าตัวรถ
(ปัจจุบันรุ่นนี้ไม่ได้จำหน่ายใหม่แล้วในไทย เพราะมาตรฐานไอเสียเปลี่ยนเป็น Euro 5 แต่เครื่องดีเซลของ H-1 ยังเป็น Euro 4)
สเปกหลัก
ขนาดเครื่องยนต์: 2.5 ลิตร
พละกำลัง: 175 แรงม้า แรงบิดสูงสุดประมาณ 441 กก.-ม.
ราคาใหม่ตอนวางจำหน่าย: ประมาณ 1,499,000 บาท
ราคามือสอง (ประมาณการ): เริ่มราว 699,000 บาท ขึ้นกับปีและสภาพ
จุดเด่นของ Hyundai H-1
เป็นหนึ่งในรถตู้ 11 ที่นั่งที่คนหาซื้อมือสองมากที่สุดในตลาด
ราคามือสองเข้าถึงง่าย ถูกกว่าหลายรุ่นในคลาสเดียวกัน
กำลังเครื่องดี เร่งแซงทันใจ มีแรงเหลือ ๆ เวลาใช้งานจริง
ตำแหน่งคนขับนั่งสบายมาก จัดว่าเป็นรถ 11 ที่นั่งที่ “คนขับ” แฮปปี้สุดรุ่นหนึ่ง
ภายนอกดูทันสมัย ภายในตกแต่งด้วยลายไม้และเบาะหนังสีอ่อน ดูหรูพอตัว
อุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้มาครบสำหรับใช้งานทุกที่นั่ง
รัศมีวงเลี้ยวแคบเพียงประมาณ 5.6 เมตร และความสูงตัวรถราว 1.9 เมตร เข้า–ออกอาคารจอดรถได้สบาย ขับในเมืองไม่เทอะทะเกินไป
ห้องโดยสารปรับรูปแบบได้หลากหลาย ใช้ได้ทั้งขนคนและขนของ
เกียร์เปลี่ยนค่อนข้างนุ่มนวล คิกดาวน์แล้วไม่สะดุด
แรงส่งของเครื่องยนต์มาดี แต่อาจต้องกะจังหวะเพราะตัวรถใหญ่และยาว
เบาะโดยสารทั้ง 3 แถวด้านหลังมีพื้นที่วางขาเหลือเฟือ เหยียดขาได้สบาย
ช่วงล่างกระชับ หนึบ มั่นใจเวลาใช้ความเร็ว
เทคโนโลยีและฟังก์ชันพื้นฐานมีครบสำหรับการเดินทางไกลของครอบครัว
ประหยัดน้ำมันใช้ได้เมื่อเทียบกับขนาดตัว และนั่งนาน ๆ ก็ไม่เมื่อยมาก
จุดด้อยของ Hyundai H-1
โดยภาพรวม ตัวรถไม่ค่อยมีปัญหาจุกจิก แต่เนื่องจากเป็นรถมือสอง ผู้ซื้อควรเช็กประวัติการดูแลและการใช้งานให้ละเอียดเป็นพิเศษ
สรุป: เลือกรถครอบครัวคันเดียว ให้ตอบโจทย์ทั้งบ้าน
ถ้าจะเลือก รถครอบครัวปี 2025 ให้ตอบโจทย์ที่สุด ลองโฟกัสตามไลฟ์สไตล์แบบนี้ได้เลย:
ครอบครัวเล็ก วิ่งในเมืองเป็นหลัก: Honda HR-V, Toyota Corolla Cross, Mazda CX-30
ครอบครัว 4–6 คน เน้น 7 ที่นั่งคุ้มค่า: Toyota Veloz, Suzuki XL7
สายลุย ขึ้นเขา ลงห้วย วิ่งต่างจังหวัดบ่อย: Mitsubishi Pajero Sport, Ford Everest
บ้านใหญ่ 3 เจน 11 ที่นั่ง: Kia Carnival, Hyundai Staria, Hyundai H-1 (มือสอง)
เลือกให้ตรงกับรูปแบบการใช้ชีวิตของครอบครัวคุณ รถคันเดียวสามารถเปลี่ยนทุกทริปให้กลายเป็นช่วงเวลาที่สนุกและสบายกว่าที่เคยได้ไม่ยากเลยครับ/ค่ะ!

