รับแอปรับแอป

เปิดประสบการณ์จิบไวน์ กินจีนเจียงหนานสุดโมเดิร์นใจกลางกรุงเทพฯ ที่ Purple Laurel

ชุติมา วงศ์ดี01-29

Purple Laurel: จากหางโจวสู่บาร์-ร้านอาหารจีนสุดพรีเมียมกลางเมือง

ในโลกของสายดื่ม-สายกินที่ชอบเปลี่ยนบาร์เป็นบ้านหลังที่สอง ต้องบอกว่าการมาถึงของ “Purple Laurel” (紫桂轩) ที่ศูนย์การค้า Gaysorn Amarin คือหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ค่ำคืนในกรุงเทพฯ ดูน่าตื่นเต้นขึ้นไปอีกระดับ

ที่นี่คือร้านอาหารจีนร่วมสมัยระดับพรีเมียมแห่งแรกของเชฟระดับตำนาน หยู ปิน (Yu Bin) นอกประเทศจีน ที่พกเอาความละเมียดของอาหารเจียงหนานและเสน่ห์แคนโตนีสยุคใหม่มาผสมกันอย่างแนบเนียนในบรรยากาศที่หรู เนี้ยบ และเต็มไปด้วยดีเทลแบบอีสเทิร์นโมเดิร์น

จุดขายไม่ใช่แค่อาหาร แต่คือประสบการณ์ครบเซตสำหรับคนรักการกิน-การดื่ม ที่อยากได้ทั้งรสชาติ บรรยากาศ และสตอรี่ในที่เดียว

ชื่อ Purple Laurel ไม่ได้ตั้งสวย ๆ แต่เล่าเรื่องทั้งเมือง ทั้งเชฟ

แรงบันดาลใจของชื่อร้าน “Purple Laurel” ผูกโยงกลับไปยังบ้านเกิดของเชฟหยู ปิน ที่เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง

  • คำว่า “กุ้ย” คือดอกหอมหมื่นลี้ ดอกไม้ประจำเมืองหางโจว ที่เป็นสัญลักษณ์ของความหอมละมุนและความทรงจำในบ้านเกิด

  • ส่วน “ม่วง” ได้แรงบันดาลใจจาก Purple Laurel Resort ศูนย์วิจัยและพัฒนาเมนูอาหารจีนระดับไฮเอนด์ของเชฟในหางโจว

ที่รีสอร์ตแห่งนั้นคือแหล่งกำเนิดเมนูสร้างสรรค์กว่า 6,000 รายการ และยังเป็นจุดตั้งต้นของร้านอาหารจีนระดับมิชลินหลายแห่ง ซึ่งทำให้ชื่อ Purple Laurel ไม่ได้เป็นแค่แบรนด์ แต่คือการนำดีเอ็นเอของความคิดสร้างสรรค์จากหางโจวมาปักหมุดกลางกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง

สำหรับสาขากรุงเทพฯ เชฟหยู ปิน ตั้งใจใช้เมืองนี้เป็นเวทีในการเล่าเรื่อง อาหารจีนในมิติใหม่ ที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมเจียงหนานเข้ากับกลิ่นอายเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งผ่านรสชาติ การบริการ ไปจนถึงงานดีไซน์ที่ค่อย ๆ สร้างบรรยากาศแบบอีสเทิร์นหรูหราแต่ร่วมสมัย

ดีเทลงานตกแต่ง: จากบ้านเรือนนานยางสู่สเปซที่อยากนั่งจิบไปยาว ๆ

ก้าวแรกที่เดินเข้าไปในร้าน จะสัมผัสได้ทันทีว่าทีมดีไซน์ไม่ปล่อยให้พื้นที่ใดว่างเปล่า ทุกอย่างผ่านการคิดมาแล้วอย่างประณีตในสไตล์ สถาปัตยกรรมจีนแบบโบราณ แต่ใส่กลิ่นอายบ้านเรือนนานยางเข้าไปอย่างพอดี

องค์ประกอบที่โดดเด่นในสเปซมีทั้ง

  • ฉากกั้นลายดอกไม้ที่ให้ฟีลนุ่มนวลและน่าค้นหา

  • ประตูไม้แกะสลักที่ทำให้การเดินผ่านแต่ละโซนเหมือนเปลี่ยนฉากในเรื่องเล่า

  • ต้นบอนไซที่ช่วยดึงบรรยากาศให้สงบและนิ่งในแบบเซน

ผนังถูกประดับด้วยงานปักลายภูเขาและสายน้ำ ส่วนเครื่องเรือนไม้ไผ่ช่วยเติมความอ่อนช้อยแบบตะวันออกให้บรรยากาศโดยรวม ทั้งหรู ทั้งอบอุ่น และชวนให้อยากนั่งยาวตั้งแต่ดินเนอร์จนถึงดื่มต่อ

เจียงหนาน x แคนโตนีส: ครัวที่คิดมาดีเพื่อสายกินจริงจัง

ทีมครัวของ Purple Laurel คือกลุ่มเชฟมืออาชีพที่ทำงานร่วมกับเชฟหยู ปิน เพื่อถ่ายทอดสไตล์อาหารจีนแบบเจียงหนานให้ร่วมสมัยขึ้นแต่ยังคงความละเมียดอันเป็นเอกลักษณ์

แนวคิดของครัวที่นี่คือการ เล่นกับมิติของรสสัมผัสและความทรงจำ

  • โครงสร้างเมนูยังยึดโยงกับรากเหง้าจีนดั้งเดิม

  • เทคนิคการทำและการจัดจานกลับใช้มุมมองร่วมสมัยที่คมและชัด

  • รสชาติได้รับการปรับให้เหมาะกับคนเมืองที่คุ้นกับอาหารหลากชาติ แต่ยังอยากสัมผัสความเป็นจีนแท้ในแบบเข้าถึงง่าย

สำหรับสายเที่ยวบาร์ ที่นี่คือหนึ่งในจุดเช็กอินที่สามารถเริ่มต้นด้วยมื้อเย็นดี ๆ แล้วไหลไปสู่โหมดดื่มในบรรยากาศเดียวกันได้อย่างลื่นไหล

ไวน์ลิสต์ระดับโลก & ชาจีน 24 ชนิด: สวรรค์ของสายดื่ม

สายเที่ยวบาร์จะถูกใจเป็นพิเศษ เพราะที่นี่ไม่ได้จริงจังแค่อาหาร แต่ เล่นใหญ่กับเมนูเครื่องดื่ม ด้วย

  • ไวน์ลิสต์ถูกคัดสรรโดย หลวี่ หยาง มาสเตอร์ซอมเมอลิเยร์ชาวจีนคนแรกของโลก ทำให้การแพริ่งไวน์กับอาหารจีนกลายเป็นประสบการณ์ที่น่าสนุกมากกว่าที่เคยคุ้น

  • ส่วนฝั่งนอนแอลกอฮอล์ก็ไม่ธรรมดา ด้วยเมนู ชาจีนกว่า 24 ชนิด ที่เล่าเรื่องตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน ไปจนถึงมุมมองอนาคตของวัฒนธรรมการดื่มชาในแบบจีน

ไม่ว่าคุณจะเป็นสายไวน์ สายชา หรือสายลองอะไรใหม่ ๆ Purple Laurel คือที่ที่ทำให้การดื่มไม่ใช่แค่การสั่งแก้วโปรด แต่คือการลองสำรวจคู่ใหม่ ๆ ระหว่างเครื่องดื่มกับอาหารที่คิดมาอย่างตั้งใจ

ทำไมสายเที่ยวบาร์ควรปักหมุดที่นี่

ถ้าคุณกำลังมองหาที่

  • มีบรรยากาศจีนร่วมสมัยที่ทั้งเท่และถ่ายรูปขึ้น

  • มีอาหารจีนสไตล์เจียงหนานที่ละเอียดและต่างจากเมนูจีนที่คุ้นเคย

  • มีไวน์และชาที่เลือกอย่างจริงจัง พร้อมเรื่องเล่าประกอบทุกแก้ว

Purple Laurel ที่ Gaysorn Amarin คือหนึ่งในจุดหมายที่ควรใส่ไว้ในลิสต์ค่ำคืนหน้าอย่างยิ่ง

สำหรับคนที่ใช้บาร์เป็นพื้นที่พักใจ ที่นี่คือสเปซที่ให้ได้ทั้งความสงบ ศิลปะ และรสชาติในคราวเดียว — แถมยังมาพร้อมเรื่องเล่าจากหางโจวที่เดินทางข้ามประเทศมาถึงกลางกรุงเทพฯ แบบเต็มรูปแบบอีกด้วย