ลบพื้นหลังไม่ง้อโฟโต้ช็อป แค่มี AI ก็พอ
เมื่อก่อนการลบพื้นหลังภาพถือเป็นสกิลระดับเทพของสาย Photoshop ทั้งกินเวลา ทั้งต้องใช้ความละเอียดขั้นสุด แต่ยุคนี้ถ้าใครยังมานั่งไล่ตัดขอบทีละเส้นอยู่ บอกเลยว่าตกเทรนด์เรียบร้อยแล้ว
เพราะตอนนี้มี AI ลบพื้นหลัง ที่ทำงานให้เราแทบทั้งหมด แค่อัปโหลดรูปแล้วรอไม่กี่วินาที พื้นหลังก็หายเกลี้ยง เหลือแต่ตัวแบบเนียนๆ พร้อมเอาไปใช้ต่อ ทั้งสายคอนเทนต์ สายอีคอมเมิร์ซ หรือสายแต่งภาพเล่นก็ใช้ได้หมด
ด้านล่างนี้คือ 10 เครื่องมือ AI ลบพื้นหลังปี 2025 ที่คัดมาแล้วว่าทั้งง่าย เนียน และมีลูกเล่นให้เล่นเพียบ ทั้งแบบเว็บ แอป และบนพีซี เลือกใช้ตามสไตล์ได้เลย
1. Remove.bg – เร็วจัด เนียนไว จบในไม่กี่วินาที
ถ้าพูดถึงเว็บลบพื้นหลัง ชื่อแรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงมักจะเป็น Remove.bg และมันก็สมตำแหน่งมาก เพราะจุดขายคือ ความง่ายและความเร็ว แบบสุดทาง
อัปโหลดรูป หรือจะลากไฟล์ไปวาง (Drag & Drop) จากนั้นรอไม่ถึง 5 วินาที AI จะจัดการลบพื้นหลังให้แบบอัตโนมัติ เหมาะกับภาพคน สัตว์ หรือสิ่งของที่ตัวแบบเด่นชัด ผลลัพธ์ที่ได้คือไฟล์ PNG พื้นหลังโปร่งใส พร้อมเอาไปใช้งานต่อทันที
ในเวอร์ชันใช้ฟรี ผลลัพธ์ถือว่าใช้ได้ดี แต่จะถูกจำกัดเรื่อง ความละเอียดของภาพ ที่โหลดออกมา ถ้าอยากได้ภาพคมๆ สำหรับงานจริงจัง ต้องเติมเครดิตเพื่อโหลดไฟล์ความละเอียดสูง
จุดเด่นที่น่าสนใจ:
ประมวลผลเร็วมาก ระดับไม่กี่วินาทีต่อภาพ
หน้าตาเว็บและเครื่องมือใช้งานง่ายสุดๆ มือใหม่ก็ใช้ได้
มีปลั๊กอินสำหรับ Photoshop, Figma, Shopify และอีกหลายแพลตฟอร์ม
มี API สำหรับนักพัฒนาที่อยากเอาฟีเจอร์ลบพื้นหลังไปใส่ในแอปหรือเว็บของตัวเอง
2. Adobe Express – สายดีไซน์อยากจบในเว็บเดียว มาทางนี้
Adobe Express (ชื่อเดิม Adobe Spark) ไม่ได้เป็นแค่ตัวลบพื้นหลัง แต่คือแพลตฟอร์มออกแบบกราฟิกครบชุดจาก Adobe เอง เหมาะมากสำหรับสายคอนเทนต์ที่อยาก ลบพื้นหลังและออกแบบต่อในที่เดียว
แค่อัปโหลดรูปแล้วกดฟีเจอร์ “Remove background” ระบบ AI ก็จัดการตัดพื้นหลังให้ทันที จากนั้นคุณสามารถเอารูปที่ตัดแล้วไปออกแบบต่อได้เลย เช่น เปลี่ยนพื้นหลัง เพิ่มข้อความ ทำโพสต์โซเชียล ฯลฯ
เวอร์ชันฟรีสามารถโหลดภาพความละเอียดสูงได้ แต่มีโอกาสเจอข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ลายน้ำหรือฟีเจอร์บางตัวถูกล็อก
จุดเด่นที่น่าสนใจ:
ลบพื้นหลังเสร็จแล้ว ออกแบบต่อได้ทันที ไม่ต้องย้ายโปรแกรม
มีเทมเพลตสวยๆ ให้เลือกเยอะ ทั้งแนวงานโซเชียล การตลาด หรือโปสเตอร์
เชื่อมต่อกับ Adobe Ecosystem ทำงานร่วมกับแอปอื่นของ Adobe ได้ลื่นๆ
มีฟีเจอร์ AI อื่นๆ เช่น สร้างภาพจากข้อความ (Text to Image) หรือเอฟเฟกต์ตัวหนังสือ
3. Canva – พระเอกของสายคอนเทนต์ที่ใช้ทุกวัน
ถ้าคุณทำงานคอนเทนต์เป็นประจำ โอกาสสูงมากว่าคุณรู้จัก Canva อยู่แล้ว และฟีเจอร์ Background Remover ใน Canva (อยู่ในแผน Canva Pro) ก็ถือว่าดีไม่แพ้ใคร
ใช้งานง่าย แค่เอารูปเข้าโปรเจกต์ คลิกที่รูป ไปที่ “Edit Photo” แล้วเลือก “BG Remover” จากนั้น AI จะจัดการเคลียร์พื้นหลังให้เนียนกริ๊บ จุดเด่นคือมันทำงานได้ลื่นใน Workflow เดิมของคนที่ใช้ Canva เป็นหลักอยู่แล้ว
ความแม่นยำเรื่องการตัดขอบถือว่าน่าประทับใจ โดยเฉพาะงานโหดๆ อย่างเส้นผมหรือรายละเอียดเล็กๆ รอบตัวแบบ
จุดเด่นที่น่าสนใจ:
ใช้งานได้ในหน้าออกแบบเดิม ไม่ต้องสลับไปมาให้วุ่น
มีเครื่องมือ AI อย่าง Magic Eraser / Magic Edit ช่วยลบหรือแก้ไขส่วนที่ไม่ต้องการในภาพ
มีคลังภาพ องค์ประกอบ และพื้นหลังให้เลือกมหาศาล ใช้ตกแต่งภาพต่อได้ในไม่กี่คลิก
4. PhotoRoom – แอปคู่ใจสายขายออนไลน์
สำหรับสายพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ PhotoRoom ถือเป็นหนึ่งในตัวช่วยที่ควรมีติดเครื่อง เพราะมันไม่ได้แค่ลบพื้นหลัง แต่ช่วยแปลงภาพสินค้าธรรมดาๆ ให้ดูเหมือนถ่ายจากสตูดิโอแบบมืออาชีพ
PhotoRoom มีทั้งเวอร์ชันเว็บและแอปมือถือ เพียงถ่ายรูปสินค้าแล้วปล่อยให้ AI ลบพื้นหลังเดิมออก จากนั้นระบบจะเสนอพื้นหลังสวยๆ ให้เลือก ทั้งพื้นหลังขาวล้วน ฉากสตูดิโอ หรือธีมเก๋ๆ ที่เหมาะกับสายอีคอมเมิร์ซ
ผลลัพธ์คือภาพสินค้าที่ดูแพงขึ้นทันที เพิ่มความน่าเชื่อถือและมูลค่าของแบรนด์ได้แบบง่ายๆ
จุดเด่นที่น่าสนใจ:
มี Instant Backgrounds สำหรับภาพสินค้าโดยเฉพาะ เลือกใช้ได้ทันที
ฟีเจอร์ Magic Studio ให้สั่ง AI สร้างภาพสินค้าตามคำสั่ง (Text to Image)
รองรับ Batch Editing แก้ไขภาพทีละหลายรูปในรอบเดียว
ดีไซน์มาเพื่อสาย E-commerce โดยเฉพาะ เหมาะกับร้านค้าออนไลน์ทุกรูปแบบ
5. Erase.bg – สายฟรีต้องลอง คุณภาพเกินตัว
ถ้าโฟกัสที่คำว่า ฟรีแต่คุณภาพดี ต้องมีชื่อ Erase.bg ติดโผไว้ด้วย การใช้งานคล้าย Remove.bg เน้นความง่ายและรวดเร็ว แค่อัปโหลดภาพแล้วรอผลลัพธ์ไม่กี่วินาที
สิ่งที่น่าสนใจคือเวอร์ชันฟรีของ Erase.bg มักให้โหลดไฟล์ความละเอียดที่สูงกว่าเครื่องมือฟรีบางเจ้า ตอบโจทย์คนที่อยากภาพชัดๆ แต่ยังไม่อยากเสียเงินทันที
จุดเด่นที่น่าสนใจ:
รองรับหลากหลายประเภทงาน เช่น รูปคน สิ่งของ โลโก้ หรือลายเซ็น
มีโควต้าใช้งานฟรีต่อเดือนไม่น้อย พร้อมโหลดไฟล์ความละเอียดสูงได้ในระดับหนึ่ง
มี API ให้ต่อยอดสำหรับนักพัฒนา คล้ายบริการระดับโปรตัวอื่นในตลาด
6. Fotor – แต่งภาพสายจริงจังบนเว็บด้วยพลัง AI
Fotor เป็นเว็บแต่งภาพที่มาพร้อมฟีเจอร์ AI แน่นๆ การลบพื้นหลังเป็นเพียงหนึ่งในหลายความสามารถของมันเท่านั้น เหมาะกับคนที่อยากทำมากกว่าแค่ Remove BG แล้วจบ
แค่อัปโหลดรูปแล้วกดใช้เครื่องมือ “AI Background Remover” จากนั้นสามารถแต่งต่อได้ทันที เช่น ปรับสี รีทัชผิวหน้า ใส่ฟิลเตอร์ หรือจูนรายละเอียดส่วนที่ AI ลบไม่หมดด้วยเครื่องมือ Erase/Restore
จุดเด่นที่น่าสนใจ:
เครื่องมือแต่งภาพครบชุด คล้าย Photoshop เวอร์ชันใช้งานบนเว็บที่ปรับให้ง่ายขึ้น
มี AI Enhancer ช่วยดันคุณภาพภาพให้คมและสวยขึ้นอัตโนมัติ
มี AI Skin Retouch สำหรับรีทัชผิวแบบเนียนแต่ยังดูเป็นธรรมชาติ
ให้เทมเพลตสำหรับงานออกแบบหลายแนว ใกล้เคียงกับ Canva หรือ Adobe Express
7. Slazzer – เน้นไว เน้นแม่น เหมาะกับงานเยอะๆ
Slazzer เป็นอีกหนึ่งบริการที่โฟกัสเรื่องการลบพื้นหลังโดยเฉพาะ จุดขายคือ ความเร็ว และ ความแม่นยำ โดยเฉพาะในส่วนรายละเอียดจุกจิกอย่างขนสัตว์หรือเส้นผม
การใช้งานพื้นฐานก็เหมือนเจ้าอื่นๆ คืออัปโหลดแล้วรอผล แต่สิ่งที่เพิ่มมาคือปลั๊กอินและแอปที่เอื้อให้ทำงานกับภาพจำนวนมากได้สะดวก
จุดเด่นที่น่าสนใจ:
มีแอปสำหรับติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ เหมาะกับคนที่ต้องประมวลผลภาพจำนวนมาก
มีปลั๊กอินสำหรับ Photoshop, Figma, Sketch, WooCommerce ฯลฯ
AI ถูกเทรนมาเน้นการตัดขอบวัตถุอย่างละเอียด ให้ผลลัพธ์เนียนและเชื่อถือได้
8. Cutout.Pro – ศูนย์รวมเครื่องมือภาพและวิดีโอด้วย AI
ถ้าอยากได้มากกว่าแค่ลบพื้นหลัง ลองมองมาที่ Cutout.Pro เพราะนี่คือแพลตฟอร์ม AI ที่รวมเครื่องมือเกี่ยวกับภาพและวิดีโอไว้เยอะมาก การลบพื้นหลังเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่คุณภาพก็ถือว่าทำได้ดี
ขั้นตอนใช้งานก็ตรงไปตรงมา อัปโหลดภาพแล้วปล่อยให้ระบบจัดการ ความน่าสนใจอยู่ที่คุณสามารถใช้เครื่องมือ AI อื่นๆ ต่อจากนั้นได้ในที่เดียว เหมาะกับคนที่ต้องจัดการสื่อดิจิทัลหลายรูปแบบ
จุดเด่นที่น่าสนใจ:
มีฟีเจอร์ Video Background Removal สำหรับลบพื้นหลังจากวิดีโอ
มี AI Photo Enhancer & Upscaler ไว้เพิ่มความคมและความละเอียดให้ภาพเก่าๆ
มี AI Art Generator สำหรับสร้างภาพแนวอาร์ตจากข้อความ
มี Passport Photo Maker ช่วยทำรูปติดบัตรได้สะดวกและรวดเร็ว
9. Picsart – จากแอปแต่งภาพยอดฮิต สู่เวอร์ชันเว็บที่ครบเครื่อง
ชื่อของ Picsart อาจคุ้นกันดีในฐานะแอปแต่งภาพบนมือถือ แต่เวอร์ชันเว็บของมันก็มีของดีแอบอยู่เยอะ โดยเฉพาะเครื่องมือ AI สำหรับลบพื้นหลัง (อยู่ในแผน Gold)
หน้าตาการใช้งานทันสมัย ใช้ง่าย และหลังจากลบพื้นหลังแล้ว คุณสามารถจัดเต็มด้วยฟิลเตอร์ ลูกเล่น เอฟเฟกต์ สติกเกอร์ ไปจนถึงการวาดทับเองได้ตามสไตล์
เหมาะกับสายครีเอทีฟที่อยากให้ภาพดูสนุก สีสันจัดเต็ม ไม่ทางการเกินไป
จุดเด่นที่น่าสนใจ:
มีเครื่องมือแต่งภาพแนวครีเอทีฟเยอะมาก ฟิลเตอร์ เอฟเฟกต์ และเครื่องมือวาดเพียบ
มีคอมมูนิตี้ให้แชร์ผลงาน และดูไอเดียจากคนอื่นได้ในตัว
มาพร้อม AI Image Generator สร้างภาพจากข้อความได้ทันที
มีเทมเพลตงานโซเชียลให้เลือก ทั้ง Instagram, Facebook, TikTok และแพลตฟอร์มอื่นๆ
10. Microsoft Designer (Image Creator) – AI จากค่ายใหญ่ที่คิดมาเพื่อสายดีไซน์
Microsoft Designer คือเครื่องมือออกแบบกราฟิกที่ขับเคลื่อนด้วย AI จาก Microsoft เอง ซึ่งรวมฟีเจอร์ Image Creator (ใช้เทคโนโลยี DALL‑E) และฟีเจอร์ Remove background มาไว้ในที่เดียว
คุณสามารถเริ่มจากการสร้างภาพด้วย AI หรืออัปโหลดภาพของตัวเองขึ้นไป แล้วค่อยสั่งให้ระบบลบพื้นหลัง จากนั้นก็จัดเลย์เอาต์ วางองค์ประกอบ และออกแบบงานตามที่ต้องการ
จุดแข็งคือการเชื่อมต่อกับบริการฝั่ง Microsoft ทำให้คนที่อยู่ใน Ecosystem นี้อยู่แล้วใช้งานได้อย่างลื่นไหล
จุดเด่นที่น่าสนใจ:
ทำงานร่วมกับ Microsoft 365 และบริการอื่นๆ ของ Microsoft ได้ดี
ใช้พลังของ DALL‑E ในการสร้างภาพจากข้อความสำหรับงานดีไซน์แนวครีเอทีฟ
มีระบบ Design Suggestions ที่ใช้ AI แนะนำเลย์เอาต์ที่ดูเหมาะและสวยให้อัตโนมัติ
สรุป: เลือก AI ลบพื้นหลังยังไงให้ตรงสายเรา
ปี 2025 การลบพื้นหลังภาพไม่ใช่งานเฉพาะทางของมือโปรอีกต่อไปแล้ว เพราะ AI ทำให้ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องง่ายในไม่กี่คลิก ไม่ว่าคุณจะเป็นนักการตลาด เจ้าของร้านออนไลน์ ครีเอเตอร์ หรือแค่คนที่ชอบแต่งภาพเล่นๆ ก็สามารถได้ภาพที่ดูโปรขึ้นแบบไม่ต้องปวดหัว
เทคนิคคือเลือกเครื่องมือให้ตรงกับสไตล์การใช้งานของตัวเอง:
ถ้าอยากได้ งานดีไซน์ครบจบแพลตฟอร์มเดียว: ไปทาง Adobe Express หรือ Canva
ถ้าเป็นสาย ขายของออนไลน์ อยากได้ภาพสินค้าโทนสตูดิโอ: PhotoRoom คือผู้ช่วยที่ควรมี
ถ้าอยากได้ ฟีเจอร์ AI อื่นๆ ให้เล่นอีกเยอะๆ: ลอง Cutout.Pro หรือ Fotor
AI เข้ามาช่วยลดกำแพงเรื่องสกิล ทำให้ใครๆ ก็ทำภาพระดับมืออาชีพได้ ลองเล่นหลายๆ ตัวแล้วดูว่าเครื่องมือไหนเข้ามือที่สุด เท่านี้การเตรียมภาพไปใช้ทำคอนเทนต์ ทำโฆษณา หรือทำครีเอทีฟต่างๆ ก็จะง่ายขึ้นเยอะ สนุกขึ้น และเสียเวลาน้อยกว่าเดิมแบบรู้สึกได้
FAQ: คำถามยอดฮิตเรื่องการลบพื้นหลังด้วย AI
1. เว็บลบพื้นหลังฟรีมักมีข้อจำกัดอะไรบ้าง?
โดยทั่วไปเว็บที่ให้ลบพื้นหลังฟรีจะจำกัดหลักๆ ที่ ความละเอียดไฟล์ดาวน์โหลด มักให้ไฟล์ขนาดเล็กกว่าต้นฉบับ ถ้าอยากได้ไฟล์ระดับ Full HD หรือ 4K มักต้องอัปเกรดเป็นแพ็กเกจเสียเงิน
บางเว็บอาจจำกัดจำนวนครั้งการใช้งานต่อวัน/เดือน หรือใส่ลายน้ำเล็กๆ ลงบนภาพ ดังนั้นก่อนใช้งานจริงควรอ่านเงื่อนไขของแต่ละเว็บให้ดี
2. AI ลบพื้นหลังแม่นแค่ไหน ยังต้องมานั่งเก็บละเอียดเองไหม?
ตอนนี้ AI ทำได้ดีมากกับภาพที่มีตัวแบบชัดเจน เช่น คน สัตว์ หรือสินค้า ที่ตัดกับพื้นหลังแบบไม่ซับซ้อน ส่วนใหญ่ผลลัพธ์ เนียนจนแทบไม่ต้องแตะอะไรเพิ่ม
แต่ถ้าเป็นภาพที่มีรายละเอียดจุกจิก เช่น เส้นผมฟุ้งๆ ฉากรกๆ หรือสีตัวแบบใกล้กับพื้นหลังมากเกินไป AI อาจพลาดเล็กน้อย ซึ่งส่วนใหญ่จะมีเครื่องมืออย่าง Erase/Restore ให้ใช้แปรงเก็บรายละเอียดเองนิดหน่อย
3. ใช้ AI ลบพื้นหลังภาพสินค้าเอาไปขายของออนไลน์ผิดกฎหมายไหม?
ไม่ผิดกฎหมาย การใช้ AI ลบพื้นหลังภาพสินค้าเป็นวิธีมาตรฐานที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ใช้กันเยอะมาก เพราะช่วยให้ภาพดูสะอาด ตัวสินค้าเด่น และดูโปรเหมือนถ่ายในสตูดิโอ
หลายแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยังแนะนำให้ใช้ภาพพื้นหลังขาว หรือพื้นหลังโปร่งใสด้วยซ้ำ เพื่อให้หน้าร้านดูเรียบร้อยและน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น
4. นอกจากลบพื้นหลัง เครื่องมือ AI พวกนี้ทำอะไรได้อีก?
ตอนนี้หลายแพลตฟอร์มไม่ได้หยุดอยู่แค่การลบ BG อย่างเดียว แต่เพิ่มฟีเจอร์ AI อื่นๆ เข้ามาให้จบงานได้ในที่เดียว เช่น:
เปลี่ยนพื้นหลังเป็นฉากใหม่ด้วย AI Background Changer
สร้างเงาให้วัตถุดูสมจริงด้วย AI Shadow Generator
เพิ่มความละเอียดภาพด้วย AI Image Upscaler
ลบวัตถุที่ไม่ต้องการออกจากภาพด้วย AI Object Remover
พูดง่ายๆ คือจากเมื่อก่อนที่ต้องเปิดหลายโปรแกรม ตอนนี้แค่ใช้เว็บหรือแอป AI เพียงตัวเดียว ก็สามารถจัดการภาพได้ครบแทบทุกขั้นตอนแล้ว

