รับแอปรับแอป

ธุรกิจของเล่นกำลังบูม! เจาะโอกาสทองของ SME ไทยในยุค Kidult และของเล่นรักษ์โลก

สุภาวดี นุ่มนวล01-30

ตลาดของเล่นโตไม่หยุด โอกาสใหม่ของธุรกิจไซส์เล็ก

จากข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า ธุรกิจของเล่นในไทยเติบโตต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบัน โดยรายได้หลักมาจาก 2 กลุ่มใหญ่คือ

  • กลุ่มผู้ผลิตของเล่น เช่น ของเล่นมีล้อ ตุ๊กตา เกมต่างๆ

  • กลุ่มขายส่ง / ขายปลีก

ปัจจุบันมีธุรกิจของเล่นในรูปแบบนิติบุคคลรวม 1,093 ราย

  • กลุ่มผลิต 238 ราย

  • กลุ่มขาย 855 ราย

คิดเป็นมูลค่าทุนจดทะเบียนรวมกว่า 5,692.21 ล้านบาท แบ่งเป็น

  • การผลิต 2,909.61 ล้านบาท

  • การขาย 2,782.60 ล้านบาท

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดเจนว่า ตลาดของเล่นไม่ใช่ธุรกิจเล็กๆ อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในสนามลงทุนที่น่าจับตามองที่สุด

ทำไมธุรกิจของเล่นถึงเหมาะกับ SME ไทย

สิ่งที่น่าสนใจคือ ธุรกิจของเล่นในไทยส่วนใหญ่เป็น ธุรกิจขนาดเล็ก (S) มากถึง 1,024 ราย แสดงให้เห็นว่าตลาดนี้ยังเปิดกว้างสำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม SME ที่อยากเริ่มต้นธุรกิจด้วยทุนไม่สูงมาก

ในจำนวนนี้แบ่งออกเป็น

  • กลุ่มขาย (ค้าส่ง/ค้าปลีก) จำนวน 804 ราย

  • กลุ่มผู้ผลิต 220 ราย

ภาพที่เราเห็นในชีวิตจริงจึงสอดคล้องกัน ทั้งหน้าร้าน แพลตฟอร์มออนไลน์ ไปจนถึงร้านของเล่นเฉพาะทางที่โฟกัสกลุ่มนักสะสมและของเล่นเฉพาะกลุ่ม

เฉพาะช่วง 5 เดือนแรกของปี 2567 (มกราคม–พฤษภาคม) มีการจัดตั้งธุรกิจของเล่นเพิ่ม 57 ราย

  • กลุ่มผลิต 50 ราย

  • กลุ่มขาย 7 ราย

ทั้งหมดเป็นธุรกิจขนาดเล็ก (S) ใช้ทุนจดทะเบียนรวมประมาณ 67 ล้านบาท เมื่อเทียบกับข้อมูลย้อนหลัง 2 ปี (2565–2566) จะเห็นชัดว่าคนเริ่มมองเห็นศักยภาพของตลาดนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

ลูกค้าไม่ได้มีแค่เด็กอีกต่อไป: ยุคของ Kidult

ในอดีตแค่พูดถึง “ของเล่น” หลายคนจะนึกถึงเด็กทันที แต่วันนี้ไม่ใช่แบบนั้นอีกแล้ว

ข้อมูลจาก Euromonitor International ระบุว่า 70% ของยอดขายของเล่นสะสม มาจากผู้ใหญ่ กลุ่มนี้ถูกเรียกว่า Kidult (Kid + Adult) หรือ ผู้ใหญ่ที่ยังอินกับของเล่น

กลุ่ม Kidult มีพฤติกรรมการซื้อที่น่าสนใจมาก เพราะเขาไม่ได้มองของเล่นเป็นแค่ของใช้ชั่วคราว แต่เป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางใจและมีมูลค่าทางการลงทุน

เหตุผลหลักที่ทำให้กลุ่มนี้ยอมควักเงินซื้อของเล่น คือ

  • เติมเต็ม Nostalgia
    ของเล่นที่พาเขาย้อนกลับไปในวัยเด็ก สร้างความผูกพันทางอารมณ์และความทรงจำดีๆ

  • การลงทุน
    ของเล่นบางชิ้นไม่ใช่แค่ของสะสม แต่กลายเป็นสินทรัพย์มูลค่าเพิ่ม บางรุ่นราคาพุ่งขึ้นเป็น 10 เท่าในไม่กี่ปี

  • แสดงตัวตนผ่าน Pop Culture
    โมเดลจากเกม หนัง หรือการ์ตูน ทำให้ของเล่นกลายเป็นไอเทมที่บอกตัวตน ไลฟ์สไตล์ และความเป็นแฟนพันธุ์แท้ของคาแรกเตอร์นั้นๆ

เมื่อความต้องการจากฝั่งผู้ใหญ่เพิ่มขึ้น การออกแบบของเล่นจึงไม่ได้ทำเพื่อเด็กเท่านั้น แต่ต้องตอบโจทย์สายสะสมและคนเล่นจริงจังด้วย

Pop Culture: เครื่องยนต์หลักที่ดันตลาดของเล่นให้ปัง

ดีมานด์จากกลุ่ม Kidult ทำให้บริษัทของเล่นระดับโลกหันมาใช้ Pop Culture เป็นกลยุทธ์หลักในการขยายตลาดอย่างจริงจัง

ตัวอย่างเช่น

  • POP MART ใช้ศิลปะและดีไซน์ดันตลาด Art Toy ให้กลายเป็นกระแสไปทั่วโลก

  • LEGO ซื้อสิทธิ์แบรนด์ดังอย่าง Star Wars และ Marvel มาสร้างชุดตัวต่อที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต้องมี

  • BANDAI NAMCO สร้างจักรวาล Gundam ให้กลายเป็นแบรนด์ที่เชื่อมแฟนคลับ เกม โมเดล และคอนเทนต์ไว้ใน ecosystem เดียว

สำหรับผู้ประกอบการไทย นี่คือสัญญาณสำคัญว่า หากคุณเข้าใจ Pop Culture และรู้วิธีเล่าเรื่องผ่านของเล่น คุณสามารถสร้างแบรนด์ให้กลายเป็นของสะสมได้ ไม่ใช่แค่ของเล่นทั่วไป

5 เทรนด์ใหญ่ที่กำลังขับเคลื่อนตลาดของเล่นเด็ก

ไม่ใช่แค่ Kidult ที่ทำให้ตลาดของเล่นเติบโต แต่ยังมี 5 เทรนด์หลัก ที่ช่วยดันตลาดของเล่นเด็กไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

  • ประชากร & กำลังซื้อเพิ่มขึ้น
    รายได้ครอบครัวสูงขึ้น พ่อแม่ยอมจ่ายเพื่อของเล่นที่มีคุณภาพและมีสาระมากกว่าของเล่นทั่วไป

  • นวัตกรรมเปลี่ยนเกม
    ของเล่นยุคใหม่ไม่ได้เน้นสนุกอย่างเดียว แต่ต้องช่วยเสริมทักษะด้วย เช่น

    • STEM Toys ของเล่นเสริมการเรียนรู้และตรรกะ เช่น ตัวต่อเสริมทักษะ

    • AI & AR Toys ของเล่นที่ผสานเทคโนโลยีเสมือนจริงและปัญญาประดิษฐ์

    • ชุดทดลองวิทยาศาสตร์ที่ถูกใจทั้งเด็กและพ่อแม่ที่อยากให้ลูกเรียนรู้ผ่านการเล่น

  • Pop Culture ปลุกตลาด
    ตัวละครจากหนัง การ์ตูน และเกมกลายเป็นแม่เหล็กสำคัญที่ดึงดูดทั้งนักสะสมและ Kidult

  • ปลอดภัย & เป็นมิตรต่อเด็ก
    พ่อแม่ยุคใหม่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยมากขึ้น เลือกของเล่นที่

    • ปลอดสารพิษ

    • ใช้วัสดุยั่งยืน

    • ผ่านมาตรฐานการผลิตที่น่าเชื่อถือ

  • E-commerce เร่งยอดขาย
    แพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Shopee, Lazada, Amazon ทำให้ของเล่นหายาก ของเล่นลิมิเต็ด และ Blind Box กลายเป็นของที่ซื้อขายกันสะดวกขึ้น เข้าถึงลูกค้าทั่วประเทศและต่างประเทศได้ในคลิกเดียว

ของเล่นรักษ์โลก: เทรนด์ใหม่ที่มาแรงเกินต้าน

ในยุคที่คนรุ่นใหม่สนใจเรื่อง ความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม แบรนด์ของเล่นก็ต้องปรับตัวตามเช่นกัน

ของเล่นที่ใช้วัสดุเป็นมิตรกับโลกกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เช่น

  • ของเล่นจากวัสดุรีไซเคิล

  • ของเล่นจากไม้ปลูกทดแทน

  • ของเล่นจากพลาสติกชีวภาพ

ทั้งหมดนี้รวมอยู่ในกระแส Eco-friendly Toys ซึ่งกำลังกลายเป็นสนามใหม่สำหรับธุรกิจที่อยากสร้างแบรนด์ให้ดูใส่ใจโลกและมีภาพลักษณ์ยั่งยืน

ตัวอย่างเทรนด์ของเล่นรักษ์โลกที่น่าจับตามอง เช่น

  • ของเล่นจากไม้ FSC-Certified
    ใช้ไม้ที่ได้มาตรฐานการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

  • ของเล่นจากพลาสติกชีวภาพ
    ช่วยลดปริมาณขยะและการปล่อยคาร์บอน

  • ของเล่นพลังงานแสงอาทิตย์
    ลดการใช้แบตเตอรี่และอุปกรณ์สิ้นเปลือง

  • ของเล่นปลอดสารพิษ
    ดีต่อทั้งเด็กและโลก ไม่สร้างภาระต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

หนึ่งในเคสที่น่าศึกษาคือ LEGO กับแนวคิด Green Manufacturing

LEGO ตั้งเป้าเปลี่ยนชิ้นส่วนตัวต่อทั้งหมดไปใช้วัสดุที่ยั่งยืนภายในปี 2030 โดยพัฒนาตัวต่อจากพลาสติกชีวภาพ และลงทุนอย่างจริงจังในด้านการออกแบบและกระบวนการผลิตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

แนวทางนี้ทำให้ LEGO ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์ของเล่นที่ยั่งยืนที่สุดในโลก และกลายเป็นจุดขายสำคัญในสายตาผู้บริโภครุ่นใหม่

โอกาสใหญ่ของธุรกิจไทยในตลาดของเล่นโลก

ตลาดของเล่นไม่ได้บูมแค่ในประเทศ แต่ยังไปได้ไกลในระดับโลกด้วย

ในปี 2566 ของเล่นจากไทยถูกส่งออกไปยังหลายประเทศ มีมูลค่ารวมกว่า 8,776.24 ล้านบาท

และในปี 2567 (2024) ข้อมูลจากครึ่งปีแรก (มกราคม–เมษายน) ชี้ให้เห็นว่า มูลค่าการส่งออกของเล่นไทยเพิ่มขึ้นถึง 51.38%

ตัวเลขนี้ไม่ได้บอกแค่ว่าคนซื้อของเล่นเยอะขึ้น แต่ยังยืนยันว่า

“อุตสาหกรรมของเล่นไทยมีศักยภาพมากพอจะเติบโตในตลาดโลก หากเราใช้จุดแข็งของตัวเองให้เป็น”

จุดแข็งของไทยที่ทำให้ของเล่นเราไปได้ไกล

ปัจจัยที่ช่วยดันให้ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสในธุรกิจนี้ ได้แก่

  • แหล่งสร้างนวัตกรรมและดีไซน์ใหม่ๆ
    นักออกแบบไทยมีความเข้าใจทั้งตลาด Kidult และกระแสรักษ์โลก จึงพร้อมต่อยอดไอเดียให้กลายเป็นสินค้าที่มีสไตล์เฉพาะตัว

  • วัตถุดิบคุณภาพสูง
    ไทยมีวัสดุสำคัญสำหรับทำของเล่น เช่น ไม้ และยางพารา ซึ่งเหมาะกับการผลิตของเล่นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์เทรนด์ Eco-friendly

  • แรงงานฝีมือ & ความคิดสร้างสรรค์
    จุดแข็งเรื่องงานฝีมือและดีไซน์ ทำให้การผลิตของเล่นจากไทยสามารถเพิ่มมูลค่าผ่านรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และการผสมผสานเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเข้ากับเทรนด์โลก

  • สิทธิประโยชน์จาก BOI
    ผู้ประกอบการด้านการผลิตของเล่นสามารถขอรับการสนับสนุนจาก BOI ในหลายด้าน เช่น

    • ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร

    • ยกเว้นอากรวัตถุดิบเพื่อการผลิตส่งออก

    • ยกเว้นอากรของนำเข้าเพื่อการวิจัย

    • รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ไม่ใช่ภาษี

ทั้งหมดนี้ช่วยลดต้นทุน เพิ่มโอกาสในการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ

แล้วคนตัวเล็กจะเริ่มจับตลาดของเล่นยังไงดี?

เมื่อมองภาพรวมจะเห็นว่า ธุรกิจของเล่นไม่ได้เป็นสนามของรายใหญ่เท่านั้น แต่ เปิดกว้างสำหรับคนตัวเล็กที่มีไอเดีย มีแพสชัน และเข้าใจผู้บริโภครุ่นใหม่

ไม่ว่าคุณจะเป็น

  • นักออกแบบที่อยากเห็นคาแรกเตอร์ของตัวเองอยู่บนชั้นวางของนักสะสม

  • ผู้ผลิตที่อยากแตกไลน์สินค้าจากของใช้ไปสู่ของเล่นและของสะสม

  • แบรนด์ที่อยากต่อยอดสินค้าหลักให้กลายเป็นของเล่น คอลเลกชัน หรือ Blind Box

วันนี้คือช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการลงสนาม

ตลาดของเล่นไทยกำลังโต แถมโลกยังต้องการของเล่นที่ทั้งเท่ ทั้งมีเรื่องราว และใส่ใจสิ่งแวดล้อม ใครลงมือก่อน ย่อมมีโอกาสได้ครองพื้นที่ในใจผู้เล่นและนักสะสมก่อนใคร