รับแอปรับแอป

Samsung ทวงบัลลังก์ DRAM กลับมาอีกครั้ง ส่วนแบ่งตลาดแซง SK hynix หลังเร่งเครื่อง HBM เต็มตัว

Phanuphong.T02-23

ตลาดหน่วยความจำกำลังกลับมาคึกคัก และหนึ่งในข่าวใหญ่ของวงการคือ Samsung สามารถกลับขึ้นมาเป็นผู้นำตลาด DRAM ได้อีกครั้ง หลังจากเสียตำแหน่งให้คู่แข่งไปเมื่อไม่กี่ไตรมาสก่อน

การกลับมาครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบฉาบฉวย แต่เป็นผลจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ HBM (High Bandwidth Memory) และการตอบรับกระแส “DRAM supercycle” ที่กำลังเกิดขึ้นจากความต้องการด้าน AI และดาต้าเซ็นเตอร์

บทความนี้จะพาไปดูว่า Samsung ทำอะไรถึงกลับมาทวงอันดับหนึ่งได้ และทิศทางตลาดหน่วยความจำกำลังจะไปทางไหนต่อ


จากเสียแชมป์ สู่การทวงคืนตำแหน่ง

ก่อนหน้านี้ Samsung ครองตำแหน่งผู้นำตลาด DRAM มาอย่างยาวนาน ด้วยกำลังการผลิตขนาดใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรม

แต่เมื่อปีที่ผ่านมา บริษัทพลาดเป้าหมายสำคัญบางอย่าง โดยเฉพาะในตลาด HBM ทำให้ SK hynix แซงขึ้นเป็นผู้นำ

ล่าสุด รายงานจาก Omdia ระบุว่า Samsung กลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง โดยมีส่วนแบ่งตลาด DRAM อยู่ที่ 36.6%

ขณะที่ SK hynix ลดลงมาอยู่ที่ 32.9%

Micron อยู่ที่ประมาณ 22.9%

ตัวเลขนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในตลาด ไม่ใช่แค่การแกว่งตัวระยะสั้น


จุดเปลี่ยนสำคัญ: กลยุทธ์ HBM ใหม่ของ Samsung

หนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้ Samsung ฟื้นตัวคือการเร่งเครื่องในตลาด HBM3E

HBM คือหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูงที่ใช้ในงาน AI, GPU ระดับดาต้าเซ็นเตอร์ และชิปประมวลผลขั้นสูง

Samsung สามารถคว้าสัญญาสำคัญจาก:

  • NVIDIA

  • AMD

  • ผู้ผลิตชิป ASIC รายใหญ่

นอกจากนี้ Samsung ยังถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในซัพพลายเออร์ของแพลตฟอร์ม NVIDIA Vera Rubin ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการเข้าสู่ยุค HBM4


HBM4 คือเกมใหญ่รอบต่อไป

ตลาดกำลังจับตา HBM4 ซึ่งเป็นเจเนอเรชันถัดไปของหน่วยความจำสำหรับงาน AI

จุดแข็งของ Samsung อยู่ที่:

  • ความเร็วพิน (pin speed) ระดับสูง

  • การออกแบบ logic die ภายใน

  • กำลังการผลิตมหาศาล

หาก HBM4 กลายเป็นมาตรฐานในคลัสเตอร์ AI รุ่นใหม่ Samsung อาจขยายส่วนแบ่งตลาดได้มากขึ้นในปี 2026


ไม่ได้โตแค่ HBM แต่ DDR5 และ LPDDR ก็มาแรง

นอกจาก HBM แล้ว Samsung ยังได้อานิสงส์จากความต้องการ DRAM ทั่วไป โดยเฉพาะ:

  • DDR5

  • LPDDR

  • SOCAMM modules

Hyperscaler รายใหญ่ เช่น ผู้ให้บริการคลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์ กำลังอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ AI

Samsung ซึ่งมีสายการผลิตขนาดใหญ่ สามารถตอบสนองดีมานด์องค์กรได้มากกว่าเจ้าอื่น


DRAM Supercycle กำลังเริ่มต้น?

คำว่า “supercycle” หมายถึงช่วงเวลาที่ความต้องการสูงกว่ากำลังผลิตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ราคาและกำไรปรับตัวขึ้น

ตลาดหน่วยความจำกำลังเข้าสู่จุดนั้นจาก:

  • การเติบโตของ AI

  • การขยายดาต้าเซ็นเตอร์

  • ความต้องการเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่

  • การเปลี่ยนผ่านสู่ DDR5

หากแนวโน้มนี้ต่อเนื่อง ส่วนแบ่งตลาดของ Samsung อาจเพิ่มขึ้นอีกในปี 2026


บทเรียนจากการเสียแชมป์

การที่ Samsung เคยเสียตำแหน่งให้ SK hynix เป็นสัญญาณเตือนสำคัญ

ในตลาดหน่วยความจำ การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีเร็วมาก โดยเฉพาะในยุค AI ที่ HBM กลายเป็นหัวใจหลัก

การปรับกลยุทธ์ทันเวลาและคว้าสัญญาลูกค้าหลักได้ คือสิ่งที่ทำให้ Samsung กลับมา


สรุป: การคัมแบ็กที่ต้องจับตา

Samsung กลับมาเป็นผู้นำตลาด DRAM ด้วยส่วนแบ่ง 36.6%
แรงหนุนหลักมาจาก HBM3E, ความต้องการ AI และ DRAM ทั่วไป
ตลาดกำลังเข้าสู่ยุค HBM4 และ DRAM supercycle

แม้การแข่งขันกับ SK hynix และ Micron จะยังดุเดือด แต่การที่ Samsung กลับมานำได้อีกครั้ง แสดงให้เห็นว่าศึกหน่วยความจำยังไม่จบง่าย ๆ

ช่วง 1–2 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะเมื่อ HBM4 เริ่มเข้าสู่ตลาดจริง จะเป็นบททดสอบสำคัญว่า Samsung จะรักษาบัลลังก์ไว้ได้นานแค่ไหน