รับแอปรับแอป

ญี่ปุ่นยื่นข้อเสนอจูงใจ Samsung และ SK hynix ตั้งโรงงานผลิตแรม แต่สองยักษ์ใหญ่เกาหลียังปฏิเสธ

Phanuphong.T02-24

ท่ามกลางการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ญี่ปุ่นกำลังเดินเกมรุกครั้งใหญ่ โดยเสนอแพ็กเกจจูงใจให้บริษัทหน่วยความจำรายใหญ่ของโลกอย่าง Samsung และ SK hynix เข้ามาตั้งโรงงานผลิตแรม (Memory Fab) ในประเทศ

รายงานจากสื่อเกาหลีระบุว่า ข้อเสนอของญี่ปุ่นนั้น “น่าสนใจมาก” ถึงขั้นที่ต้นทุนรวมตลอดอายุโครงการ (Total Cost of Ownership หรือ TCO) อาจต่ำกว่าการลงทุนในเกาหลีใต้ถึงครึ่งหนึ่ง

แต่แม้ข้อเสนอจะดูดึงดูดเพียงใด บริษัทเกาหลีทั้งสองกลับยังไม่ตอบรับ


ทำไมญี่ปุ่นต้องเร่งดึงโรงงานชิป?

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การผลิตชิปกลายเป็นเรื่องความมั่นคงระดับชาติ ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจ

สหรัฐมี CHIPS Act
ยุโรปมี European Chips Act
ญี่ปุ่นเองก็เดินหน้าแผนฟื้นอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศ

เป้าหมายคือ:

  • ลดการพึ่งพาต่างประเทศ

  • สร้างซัพพลายเชนในประเทศ

  • ดึงบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเข้ามาลงทุน


แพ็กเกจจูงใจของญี่ปุ่นมีอะไรบ้าง?

รายงานระบุว่า ญี่ปุ่นไม่ได้เสนอแค่เงินสนับสนุนโดยตรง แต่รวมถึง:

  • สนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน

  • ช่วยจัดการโลจิสติกส์

  • สนับสนุนซัพพลายเชน

  • ลดต้นทุนการดำเนินงานระยะยาว

การวิเคราะห์ในรายงานระบุว่า หากคำนวณ TCO แล้ว ต้นทุนโรงงานผลิตหน่วยความจำในญี่ปุ่นอาจต่ำกว่าเกาหลีใต้มากกว่า 50%

ในยุคที่ความต้องการ DRAM และ HBM สำหรับ AI พุ่งสูง ตัวเลขแบบนี้ถือว่า “ยากจะมองข้าม”


แล้วทำไม Samsung และ SK hynix ยังไม่รับข้อเสนอ?

แม้ข้อเสนอจะดูดีในเชิงธุรกิจ แต่มีปัจจัยทางการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง

เกาหลีใต้ถือว่าอุตสาหกรรมหน่วยความจำเป็นทรัพย์สินเชิงยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ

การย้ายการลงทุนขนาดใหญ่ไปต่างประเทศ อาจถูกมองว่า:

  • กระทบความสามารถการแข่งขันในประเทศ

  • ส่งผลต่อการจ้างงาน

  • กระทบความมั่นคงทางเทคโนโลยี

รายงานยังระบุว่า SK hynix ถึงกับออกมาปฏิเสธข่าวลือว่ามีการจัดตั้งซัพพลายเชน DRAM ในญี่ปุ่น


ญี่ปุ่นกำลังกลับมาเป็นผู้เล่นสำคัญ?

ก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่นเซ็นข้อตกลงใหญ่กับ TSMC และพัฒนาโรงงานที่คุมาโมโตะ โดยมีการอัปเกรดไปสู่เทคโนโลยีระดับ 3nm

นี่สะท้อนว่า ญี่ปุ่นกำลังพยายามสร้างตัวเองให้เป็นทางเลือกใหม่ของซัพพลายเชนโลก ควบคู่กับสหรัฐ

โดยเฉพาะในยุคที่ผู้ผลิตอย่าง TSMC ต้องกระจายความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์


บริบทตลาดหน่วยความจำตอนนี้

ตลาด DRAM และ HBM อยู่ในช่วงขาขึ้นจากดีมานด์ AI

Samsung และ SK hynix ครองส่วนแบ่งตลาดหน่วยความจำระดับโลกจำนวนมาก

การตัดสินใจลงทุนโรงงานใหม่จึงไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะหมายถึง:

  • ทิศทางการผลิตในระยะยาว

  • การกระจายความเสี่ยง

  • ตำแหน่งทางภูมิรัฐศาสตร์ของบริษัท


ญี่ปุ่นจะกลายเป็นศูนย์กลางใหม่หรือไม่?

หากญี่ปุ่นสามารถดึงผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่ได้สำเร็จ จะเปลี่ยนสมการของอุตสาหกรรมทันที

แต่ตอนนี้ สัญญาณยังชัดว่า Samsung และ SK hynix เลือกยืนจุดเดิมในเกาหลีใต้

ในระยะยาว คำถามคือ:

  • หากแรงกดดันภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น บริษัทจะต้องกระจายฐานการผลิตมากขึ้นหรือไม่

  • ญี่ปุ่นจะกลายเป็นเสาหลักใหม่ของซัพพลายเชนชิปโลกได้จริงหรือไม่


สรุป: ข้อเสนอ “ดีมาก” แต่ยังไม่พอจะเปลี่ยนเกม

ญี่ปุ่นเสนอแรงจูงใจระดับที่อาจลดต้นทุนโรงงานแรมได้มากกว่า 50%
Samsung และ SK hynix ยังปฏิเสธ
ปัจจัยการเมืองและยุทธศาสตร์มีบทบาทสำคัญ

ในยุคที่ชิปกลายเป็นอาวุธทางเศรษฐกิจ การตัดสินใจลงทุนไม่ได้วัดกันแค่ตัวเลขต้นทุน แต่ต้องชั่งน้ำหนักทั้งความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลกจึงยังคงเป็นเกมใหญ่ที่ไม่ได้มีแค่เรื่องเทคโนโลยี แต่รวมถึงการเมืองระดับมหาอำนาจด้วย