บรรยากาศงานวันนักประดิษฐ์ 2569 ที่ไบเทค
งาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569 (Thailand Inventors’ Day 2026)” ครั้งที่ 27 จัดขึ้น ณ Event Hall 100–104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร ภายในงานเต็มไปด้วยบรรยากาศของการเฉลิมฉลององค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมจากทุกวงการ
ภายในงานมีคณะผู้บริหาร นักวิจัย และตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เข้าร่วมอย่างคับคั่ง สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ต่อการขับเคลื่อนประเทศในหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน

รากฐานแห่งแรงบันดาลใจ: วันนักประดิษฐ์ของไทย
การจัดงานวันนักประดิษฐ์โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีจุดมุ่งหมายเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ครั้งสำคัญทางประวัติศาสตร์ นั่นคือการทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรการประดิษฐ์ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็น “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย”
การรวมพลังของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรวิจัยทั้งในและต่างประเทศ ทำให้งานนี้กลายเป็นเวทีใหญ่ของคนทำงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ที่ต้องการต่อยอดผลงานสู่การใช้งานจริงในสังคม


แนวคิดหลักปี 2569: ปลดล็อกประเทศไทยด้วยนวัตกรรม
ปีนี้ งานจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ปลดล็อกประเทศไทยด้วยพลังของสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม (Unlock Thailand – Power of Invention and Innovation)” โดยมุ่งเน้นการนำเสนอผลงานที่ พร้อมต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริง ในทุกมิติของสังคม
ในงานมีการจัดแสดงผลงานมากกว่า 1,000 ชิ้น ครอบคลุมตั้งแต่งานสายสังคมศาสตร์จนถึงเทคโนโลยีล้ำยุค ตัวอย่างผลงานที่โดดเด่น เช่น
“ผ้าพื้นถิ่นยะรังวิถี” สู่เครื่องแต่งกายมุสลิมมูลค่าเพิ่ม
ผลงานจากคณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี จ.ปัตตานี
ได้รับรางวัลผลงานวิจัยระดับดี สาขาสังคมวิทยา
สร้างอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ผ่านลวดลายผ้าพื้นถิ่น ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่บนฐานภูมิปัญญาท้องถิ่น
มีการสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อช่วยจำหน่ายสินค้าให้ชุมชน เพิ่มรายได้และคุณค่าทางวัฒนธรรมไปพร้อมกัน
หุ่นฝึกฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อทารกแรกเกิดด้วยระบบเซนเซอร์ไร้สาย
ผลงานจากสถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล
ได้รับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับดีมาก สาขาการศึกษา
ใช้หุ่นจำลองเสมือนจริงร่วมกับเซนเซอร์ตรวจจับตำแหน่ง ความลึก องศา และระยะเวลาในการฉีดยา
เชื่อมต่อแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อบันทึกผลและวิเคราะห์พฤติกรรมผู้เรียนแบบเรียลไทม์
เหมาะสำหรับสถาบันการศึกษา โรงพยาบาล และการฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องการประเมินสมรรถนะอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ยังมีผลงานอีกหลากหลายด้าน เช่น
ผลิตภัณฑ์เพื่อส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ Nifty Elderly จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นวัตกรรมวัสดุ ยางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติก เพื่อขับเคลื่อนงานจักสานสู่สังคมที่ยั่งยืน จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ระบบตรวจวัด PM1.0, PM2.5 และ PM10 จากปล่องโรงงานแบบออนไลน์เวลาจริง จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
นวัตกรรมไซรัปจากกากรำข้าว “แซคคาไรซ์” จากสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดาและมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
เครื่องทอผ้าขนาดเล็ก จากมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
และที่น่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับสายทาสหมา–แมว คือผลงานด้านสุขภาพสัตว์เลี้ยงที่เกี่ยวข้องกับการช่วยชีวิตในภาวะฉุกเฉิน


หุ่นฝึกทำ CPR สุนัขและแมว: จุดเชื่อมระหว่างนวัตกรรมกับชีวิตสัตว์เลี้ยง
หนึ่งในผลงานที่สะดุดตาคนรักสัตว์ คือ หุ่นฝึกการทำ CPR สุนัขและแมว จากยางธรรมชาติ ผลงานของบริษัท เอพี2022 จำกัด ซึ่งถูกนำมาจัดแสดงภายในงานร่วมกับนวัตกรรมสุขภาพอื่น ๆ
แม้จะเป็นเพียงส่วนหนึ่งในนิทรรศการ แต่แนวคิดของหุ่นฝึกนี้มีความหมายมากต่อโลกของคนรักสัตว์ เพราะสะท้อนแนวโน้มสำคัญว่า
การแพทย์สัตว์เลี้ยงกำลังก้าวสู่มาตรฐานที่ จริงจังและเป็นระบบมากขึ้น
การช่วยชีวิตสุนัขและแมวในภาวะฉุกเฉินไม่ใช่เรื่องของสัตวแพทย์เท่านั้น แต่ยังสามารถพัฒนาเครื่องมือให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องฝึกฝนทักษะอย่างถูกต้อง
หุ่นฝึกลักษณะนี้ หากต่อยอดต่อไป อาจนำมาใช้ในหลายบริบท เช่น
การฝึกอบรมบุคลากรในโรงพยาบาลสัตว์
เวิร์กชอปให้ความรู้เจ้าของสัตว์เลี้ยงเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
การสร้างคอร์สเรียนออนไลน์หรือออฟไลน์ด้าน Pet Emergency Care ที่มีมาตรฐานมากขึ้นในประเทศไทย
สำหรับคนที่เลี้ยงหมาแมว การมีต้นแบบนวัตกรรมแบบนี้ในประเทศ คือสัญญาณที่ดีว่า ความรู้ด้านสุขภาพสัตว์เลี้ยงกำลังถูกยกระดับอย่างจริงจัง และอาจทำให้ในอนาคต เราเข้าถึงการอบรมหรือคอร์สที่สอนวิธีรับมือกรณีสุนัขหยุดหายใจ หัวใจหยุดเต้น หรือสำลักอาหาร ได้ง่ายขึ้น
รางวัลการวิจัยแห่งชาติ: กำลังใจของคนสร้างนวัตกรรม
ในงานมีพิธีมอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569 แก่นักวิจัยในหลากหลายสาขา รวมทั้งสิ้น 167 ราย ประกอบด้วย
รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ
รางวัลผลงานวิจัย
รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น
รางวัลวิทยานิพนธ์
รางวัลเหล่านี้เป็นทั้งเกียรติยศและแรงผลักดันให้วงการวิจัยไทยเดินหน้าต่อไป และยังช่วยให้ผลงานที่มีศักยภาพสูงถูกมองเห็นมากขึ้น มีโอกาสต่อยอดสู่การใช้งานในระดับประเทศ
นิทรรศการและกิจกรรมไฮไลต์
ภายในงานไม่ได้มีแค่บูธแสดงผลงาน แต่ยังเต็มไปด้วยพื้นที่เรียนรู้สำหรับทุกวัยและทุกความสนใจ เช่น
นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ และนิทรรศการรางวัลการวิจัยแห่งชาติ เพื่อยกย่องนักประดิษฐ์และนักวิจัยที่มีผลงานโดดเด่น
โซนแสดงผลงานประดิษฐ์แบ่งตามหัวข้อสำคัญ เช่น การเกษตร การแพทย์ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม
การประกวดสิ่งประดิษฐ์ระดับเยาวชน Thailand New Gen Inventors Award (I-New Gen) สร้างพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้โชว์ไอเดีย
นิทรรศการ IPITEx นำผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมจากนักประดิษฐ์นานาชาติกว่า 23 ประเทศมาจัดแสดง
กิจกรรมเชิงเรียนรู้และเกมแนวสืบสวนสำหรับเยาวชน เช่น เกมนักสืบจิ๋ว Young Detective ที่จำลองประสบการณ์การทำงานของนักนิติวิทยาศาสตร์
ยังมีโซนเน้นสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันอีกหลายส่วน เช่น
นิทรรศการศูนย์เกษตรวิถีเมือง Urban Farming ภายใต้แนวคิด BCG Model
โซน Heritage of Herbal Wisdom เน้นมรดกภูมิปัญญาสมุนไพรไทย
โซน Smart Health Care โดยสมาคมวิศวกรรมชีวการแพทย์ไทย ผสานเทคโนโลยีดิจิทัล วิศวกรรมชีวการแพทย์ และ AI
นวัตกรรมนาโนทางการแพทย์ ที่ชี้ให้เห็นทิศทางใหม่ของวงการสุขภาพ

มุมมองจากสายทาสหมา: แล้วสิ่งนี้เกี่ยวอะไรกับสุขภาพสุนัข?
แม้งานจะโฟกัสภาพใหญ่เรื่องนวัตกรรมของประเทศ แต่สำหรับคนที่สนใจ สุขภาพสุนัข มีหลายประเด็นที่ควรจับตาเป็นพิเศษ
1. หุ่นฝึก CPR สุนัขและแมว
ผลงานนี้คือจุดเริ่มสำคัญของการสร้างมาตรฐานการช่วยชีวิตสัตว์เลี้ยงแบบเป็นระบบ หากในอนาคตมีการพัฒนาต่อเนื่อง เราอาจได้เห็น
คอร์สสอนการทำ CPR สุนัข–แมวสำหรับประชาชนทั่วไป
คู่มือมาตรฐานสำหรับคลินิกสัตวแพทย์และโรงพยาบาลสัตว์
เวิร์กชอปสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่อยากเตรียมตัวรับมือเหตุฉุกเฉิน
2. เทคโนโลยีด้านสุขภาพมนุษย์ที่อาจต่อยอดสู่โลกสัตว์เลี้ยง
หลายเทคโนโลยี เช่น ระบบเซนเซอร์ การบันทึกข้อมูลสุขภาพแบบเรียลไทม์ แพลตฟอร์มวิเคราะห์พฤติกรรมผู้เรียน หรือเทคโนโลยี Smart Health Care หากปรับใช้กับสัตว์เลี้ยง อาจกลายเป็น
เครื่องมือฝึกบุคลากรด้านสัตวแพทย์
ระบบติดตามสุขภาพสุนัขผ่านอุปกรณ์สวมใส่ (Wearable)
แพลตฟอร์ม AI ช่วยประเมินความเสี่ยงสุขภาพในสัตว์เลี้ยง
3. แนวโน้มใหญ่: สุขภาพแบบองค์รวม
การที่งานหนึ่งรวบรวมทั้งเรื่องเกษตร สมุนไพร สุขภาพมนุษย์ สิ่งแวดล้อม และนวัตกรรม AI ไว้ด้วยกัน สะท้อนแนวคิดว่า สุขภาพไม่ได้แยกขาดระหว่างมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม หากมองผ่านเลนส์ One Health ในอนาคต ความรู้และนวัตกรรมจากงานแบบนี้อาจส่งผลต่อ
อาหารสุนัขที่ปลอดภัยและยั่งยืนมากขึ้น
การลดมลภาวะที่กระทบสุขภาพสัตว์เลี้ยง เช่น ฝุ่น PM2.5
การใช้สมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์
สรุป: นวัตกรรมวันนี้ อาจช่วยชีวิตสุนัขของเราในวันหน้า
งานวันนักประดิษฐ์ 2569 อาจดูเหมือนงานวิจัยเชิงวิชาการ แต่ถ้ามองลึกลงไป จะเห็นเมล็ดพันธุ์ของนวัตกรรมมากมายที่สามารถงอกเงยสู่โลกของสัตว์เลี้ยงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ่นฝึกทำ CPR สุนัขและแมวจากยางธรรมชาติ ที่เป็นสัญญาณชัดว่า สุขภาพสัตว์เลี้ยงกำลังถูกยกระดับให้อยู่ในวงสนทนาระดับชาติ
สำหรับคนรักสุนัข นี่คือจังหวะดีในการเริ่มหาความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลสัตว์เลี้ยง การทำ CPR เบื้องต้น และติดตามนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่อาจช่วยให้เราดูแลเพื่อนสี่ขาได้ดีขึ้นในยามคับขัน เพราะสุดท้ายแล้ว ความรู้ + เครื่องมือที่เหมาะสม = โอกาสรอดชีวิตที่มากขึ้นสำหรับสุนัขของเรา
นวัตกรรมวันนี้ อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เรายังได้กอดหมาตัวเดิมไปอีกหลายปีในวันหน้า

