วันเกิดปีที่ 98 ที่ไม่ธรรมดาของครูมนัส
บรรยากาศที่อาคารเอนกประสงค์ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เต็มไปด้วยความอบอุ่น เมื่อบริษัท โคลีเซี่ยม พร-คมน์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด นำโดย พรพิมล มั่นฤทัย จัดงานฉลองวันคล้ายวันเกิดครูมนัส ปิติสานต์ อายุครบ 98 ปี ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล) พ.ศ. 2555
ในงานนี้มีทั้งบุคคลในวงการบันเทิง ศิลปิน นักร้อง และลูกศิษย์จำนวนมากมาร่วมแสดงความยินดี สะท้อนให้เห็นถึง ความเคารพและความรักที่คนในวงการมีต่อครูมนัส อย่างล้นหลาม
แต่ความพิเศษของวันนั้นไม่ได้มีแค่การฉลองวันเกิดเท่านั้น ยังมีอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่ถือได้ว่าเป็นหมุดหมายของวงการเพลงไทย
ดีลประวัติศาสตร์: มอบลิขสิทธิ์ 500 เพลงให้โคลีเซี่ยม
ในงานเดียวกัน บริษัท โคลีเซี่ยม พร-คมน์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ได้เปิดแถลงข่าวพิธีเซ็นสัญญารับมอบลิขสิทธิ์เพลงของ พ.อ.อ. มนัส ปิติสานต์ หรือครูมนัส ครูเพลง 4 แผ่นดิน จำนวนกว่า 500 บทเพลง
จากนี้ไป ทางบริษัทโคลีเซี่ยมจะเป็นผู้ดูแลและจัดเก็บผลประโยชน์ทั้งหมดอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผลงานของครูมนัสยังคงถูกใช้ ถูกฟัง และได้รับการสืบสานอย่างเหมาะสม
ครูมนัส: เงินไม่สำคัญเท่าการสืบสานบทเพลง
ครูมนัสเปิดใจถึงการมอบลิขสิทธิ์ครั้งสำคัญนี้ว่า ท่านได้มอบลิขสิทธิ์ผลงานเพลงทั้งหมดให้กับ พรพิมล มั่นฤทัย อย่างเป็นทางการแล้ว
เหตุผลสำคัญไม่ใช่เรื่องตัวเลข แต่คือความเชื่อใจ ว่าพรพิมลจะช่วยดูแล สืบสาน และต่อยอดผลงานให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จักต่อไป เพื่อให้บทเพลงที่มีคุณค่าของท่าน “อยู่คู่แผ่นดินไทยตลอดไป”
มีการเปิดเผยตัวเลขค่าตอบแทนเบื้องต้นจากการขายลิขสิทธิ์อยู่ที่ 1.2 ล้านบาท แต่ครูมนัสย้ำว่า เรื่องเงินไม่ใช่ประเด็นหลัก เพราะทางบริษัทโคลีเซี่ยมยังยืนยันว่าจะมีการดูแลช่วยเหลือด้านการเงินอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
พรพิมล มั่นฤทัย: รับไม้ต่อด้วยความภาคภูมิใจ
ด้าน พรพิมล มั่นฤทัย แห่งค่ายโคลีเซี่ยม พร-คมน์ เอ็นเตอร์ไพรส์ ผู้รับมอบลิขสิทธิ์ เปิดใจว่า รู้สึกทั้งดีใจและภูมิใจอย่างยิ่งที่ครูมนัสให้ความไว้วางใจมอบลิขสิทธิ์เพลงจำนวนหลายร้อยเพลงให้ดูแลแต่เพียงผู้เดียว
พรพิมลให้คำมั่นว่า
จะดูแลและสร้างสรรค์การใช้ผลงานทั้งหมดอย่างเต็มที่
จะเผยแพร่บทเพลงให้เข้าถึงคนทุกเจเนอเรชัน
จะทำให้เพลงที่ทรงคุณค่าของครูมนัส ยังคงถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ให้หายไปกับกาลเวลา
สำหรับผู้ที่สนใจใช้ลิขสิทธิ์เพลงของครูมนัส ปิติสานต์ รวมถึงผลงานของครูชาลี อินทรวิจิตร สามารถติดต่อขอใช้สิทธิ์ผ่านบริษัท โคลีเซี่ยม พร-คมน์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ตามช่องทางที่บริษัทประกาศไว้
บรรยากาศงาน: เวทีที่เต็มไปด้วยเพลงอมตะ
งานฉลองวันเกิดครั้งนี้ไม่ใช่แค่พิธีการและการเซ็นสัญญา แต่คือ คอนเสิร์ตเล็ก ๆ ของบทเพลงในความทรงจำ ที่อิ่มเอมหัวใจทั้งคนร้องและคนฟัง
ผู้ดำเนินรายการ ภูริวัจน์ บุญสุยา เปิดเวทีด้วยการพา “เลือดใหม่” ของวงการขึ้นมาร้องเพลงจากปลายปากกาของครูมนัส ไล่เรียงไปทีละเพลงจนเห็นภาพว่าครูมนัสคือหนึ่งในเสาหลักของเพลงไทยสากลอย่างแท้จริง
บนเวทีมีทั้งศิลปินรุ่นใหม่และศิลปินชั้นครูผลัดกันขับร้องเพลงฮิตของครูมนัสและครูร่วมยุค ไม่ว่าจะเป็น
ไอติม–กัลยรัตน์ กรสุทธินันท์ กับเพลง “ฝนรักฝนเศร้า”
อุมาพร บัวพึ่ง ในเพลง “เพื่อเธอที่รัก”
โฉมฉาย อรุณฉาน ร้อง “เธอ”
สปาย กับเพลง “ปรารถนา”
เท่ห์–อุเทน พรหมมินทร์ ในเพลง “สามปอยหลวง”
ภูริวัจน์ บุญสุยา ร้อง “ละอองดาว”
อลิศ–ธนัชศลักษณ์ ฮัดสัน ในเพลง “ดาวพระศุกร์”
ดาวใจ ไพจิตร กับเพลง “ฝันกลางฤดูฝน”
สุดา ชื่นบาน (ศิลปินแห่งชาติ) ขับร้อง “หุ่นไล่กา” เจ้าของเสียงต้นฉบับ
อรวี สัจจานนท์ ในเพลง “คืนคำรัก”
แอ๊ค–โชคชัย หมู่มาก ร้อง “ไม่มีเสียงเรียกจากใจ”
รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส (ศิลปินแห่งชาติ) ร้อง “เปลวไฟรัก”
จิตติมา เจือใจ กับเพลง “ระฆังใจ”
นัดดา วิยกาญจน์ ขับร้อง “เสน่หา” ต้นฉบับเสียงฝ่ายหญิง
ไฮไลท์ของงานอยู่ที่ ธานินทร์ อินทรเทพ นายกสมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ ขึ้นเวทีร้องเพลง “เหมือนคนละฟากฟ้า” เจ้าของเสียงต้นฉบับที่เคยคว้ารางวัลพระราชทานแผ่นเสียงทองคำในปี พ.ศ. 2507
ช่วงท้ายของงาน ศิลปินทุกคนขึ้นมาร่วมร้องเพลงวันเกิดให้ครูมนัสบนเวที พร้อมถ่ายภาพร่วมกัน เป็นโมเมนต์ที่สะท้อนถึง มิตรภาพ ความเคารพ และการส่งไม้ต่อทางดนตรี อย่างงดงาม
เส้นทางชีวิตครูมนัส: จากดุริยางค์ทหารอากาศสู่ครูเพลง 4 แผ่นดิน
ครูมนัส ปิติสานต์ หรือ พ.อ.อ. มนัส ปิติสานต์ เกิดเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2471 เดิมใช้ชื่อว่า “มะลิ” ก่อนจะเปลี่ยนเป็น “มนัส” ในเวลาต่อมา
เส้นทางดนตรีของครูเริ่มต้นที่กองดุริยางค์ทหารอากาศ รุ่นที่ 1 โดยเป็นลูกศิษย์ของพระเจนดุริยางค์ และร่วมรุ่นกับครูสง่า อารัมภีร, ครูปรีชา เมตไตรย์, ชลหมู่ ชลานุเคราะห์ และ ฑีฆา โพธิเวส
ต่อมาครูมนัสได้ร่วมงานกับครูสง่าและครูปรีชา เล่นดนตรีและแต่งเพลงละครเวทีให้กับคณะ “ศิวารมณ์” ของ ม.ล. ทรงสอางค์ ฑิฆัมพร ก่อนที่ทั้งสามจะร่วมกันก่อตั้ง วงดนตรีกระชับมิตร ในปี พ.ศ. 2498
ครูมนัสยังเคยรับราชการในสังกัดดุริยางค์ทหารอากาศ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2486 จนเกษียณอายุราชการ เรียกได้ว่า ชีวิตทั้งชีวิตผูกพันกับเสียงดนตรีอย่างแท้จริง
บทเพลงที่กลายเป็นตำนานของเพลงไทยสากล
ครูมนัสคือเจ้าของผลงานเพลงที่คนไทยคุ้นหูมาหลายทศวรรษ หลายเพลงกลายเป็นมาตรฐานของเพลงไทยสากล และกลายเป็นเพลงประจำใจของใครหลายคน เช่น
“เสน่หา” (พ.ศ. 2507) ขับร้องโดย สุเทพ วงศ์กำแหง
“เหมือนคนละฟากฟ้า” (พ.ศ. 2503) คำร้องโดย จงรัก จันทร์คณา ขับร้องโดย ธานินทร์ อินทรเทพ ได้รับรางวัลพระราชทานแผ่นเสียงทองคำ ครั้งที่ 1 ประเภทนักร้องชายชนะเลิศ เพลงไทยสากล ประเภท ก. ประจำปี พ.ศ. 2507
“ระฆังใจ”
“คืนนั้น”
“ไม่มีเสียงเรียกจากใจ”
“เพื่อเธอที่รัก”
“เปลวไฟรัก”
“ฝนรักฝนเศร้า”
“คืนคำรัก”
“เธอก็รู้”
“ฝันกลางฤดูฝน”
นี่ยังเป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลงานจำนวนมหาศาลที่ครูมนัสได้ฝากไว้ในหน้าประวัติศาสตร์เพลงไทย
ครูมนัสกับโลกละครทีวี: เสียงเพลงที่อยู่ในความทรงจำทั้งประเทศ
ในช่วงปี พ.ศ. 2510 ซึ่งเป็นยุคเริ่มต้นของภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ ครูมนัสมีโอกาสได้สร้างสรรค์เพลงประกอบละครทีวีจำนวนมาก และหลายเรื่องกลายเป็น ตำนานวงการจอแก้ว เช่น
“พิภพมัจจุราช”
“กระสือ”
“หุ่นไล่กา”
“อมฤตาลัย”
“ปอบผีฟ้า”
“แม่นาคพระโขนง”
“สิงหไกรภพ”
“สี่ยอดกุมาร”
“แก้วนพแก้ว”
“ขุนแผนผจญภัย”
“ห้องหุ่น”
“ดาวพระศุกร์”
“ซ่อนกลิ่น”
“กฏแห่งกรรม”
“ละอองดาว”
“จินดาสมุทร”
“เจ็ดสุริยัน”
“ขวานฟ้าหน้าดำ”
“เจ้าหญิงแตงอ่อน”
“นางสิบสอง”
การทำงานด้านเพลงประกอบละครทีวีของครูมนัส เกิดจากการร่วมงานกับ ครูไพรัช สังวริบุตร ที่เป็นผู้ออกแบบพล็อตเรื่อง และนำบทเพลงของครูมนัสมาช่วยขับเน้นอารมณ์ จนหลายเรื่องกลายเป็นละครระดับขึ้นหิ้ง
จากปลายปากกาสู่มรดกทางวัฒนธรรม
การมอบลิขสิทธิ์กว่า 500 เพลงให้ค่ายโคลีเซี่ยมดูแลในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงดีลทางธุรกิจ แต่คือ การจัดระเบียบมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้
ครูมนัส ได้ส่งต่อผลงานชีวิตให้คนรุ่นใหม่ช่วยดูแลต่อ
ค่ายเพลงได้รับโอกาสนำเพลงคลาสสิกมาปัดฝุ่นและเล่าใหม่ให้ร่วมสมัย
วงการเพลงไทยได้มีโอกาสคืนชีวิตให้กับบทเพลงระดับตำนาน ให้ถูกฟังในแพลตฟอร์มใหม่ ๆ
เมื่อเพลงดี ๆ ไม่ถูกปล่อยให้หล่นหายอยู่แค่ในความทรงจำของคนรุ่นก่อน แต่ถูกจัดการด้านลิขสิทธิ์อย่างจริงจัง ก็ยิ่งทำให้เพลงเหล่านี้ มีโอกาสเดินทางต่อไปได้อีกไกล
สำหรับคนที่รักการฟังเพลงไทยสากล การเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการได้ยินเวอร์ชันใหม่ การเรียบเรียงใหม่ หรือการนำเพลงเหล่านี้กลับมาอยู่ในสปอตไลต์อีกครั้ง
บทเพลงของครูมนัสไม่ได้หยุดอยู่แค่ในอดีต แต่กำลังจะถูกเล่าซ้ำอีกครั้ง ในภาษาของคนรุ่นใหม่ บนเวทีใหม่ ๆ และในหัวใจของผู้ฟังอีกหลายรุ่นถัดจากนี้

