รวมตัวท็อปยาแต้มสิว สิวยุบไว หน้าใสแบบไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์
สิวดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กๆ แต่เอาเข้าจริงคือพังทุกแพลน โดยเฉพาะวันสำคัญ นัดเดท ดินเนอร์ หรือจะถ่ายรูปกับคนรู้ใจ อยู่ดีๆ มีก้อนแดงๆ เจ็บๆ โผล่มาเป็นแขกไม่ได้รับเชิญ ใครจะไปมั่นใจไหว
ส่วนใหญ่สิวมักมากับคนผิวมัน ผิวผสม ทั้งวัยฮอร์โมนว้าวุ่นไปจนถึงวัยทำงานปลายๆ ก็ยังไม่รอด เลยต้องมี ยาแต้มสิวตัวเด็ด ติดโต๊ะเครื่องแป้งไว้ตลอด เอาไว้กู้หน้าแบบเร่งด่วนให้กลับมาใส มั่นใจพร้อมออกไปเจอคนอีกครั้ง
ด้านล่างนี้คือ 10 ยาแต้มสิวทรงประสิทธิภาพ ที่คัดมาแล้วว่าน่าใช้ เหมาะพกติดตัวไว้สำหรับวันมืดมนของผิวหน้า
1. Clinda-M ยาแต้มสิวในตำนาน สิวอักเสบ-สิวหนองต้องรู้จัก
เรียกได้ว่าเป็นยาแต้มสิวที่อยู่คู่โต๊ะเครื่องแป้งของหลายบ้านมายาวนาน ลักษณะเป็นน้ำใส ใช้ง่าย แห้งไว มีส่วนผสม Clindamycin 1% เป็นตัวยาหลัก ช่วยลดเชื้อแบคทีเรียสาเหตุของสิว
เหมาะมากสำหรับคนที่เป็น สิวอักเสบ สิวหนอง แต้มแล้วอาจรู้สึกแสบนิดๆ แต่ช่วยให้สิวแห้งไว หัวสิวหลุดง่าย และมีโอกาสทิ้งรอยดำน้อยลง
ใช้แต้มเช้า–ก่อนนอน หรือระหว่างวัน (ถ้าไม่ต้องแต่งหน้า)
เหมาะกับวันที่อยากพักหน้า ไม่ลงเมคอัพเยอะ
หาซื้อง่ายตามร้านขายยาและออนไลน์
ขนาดและราคาโดยประมาณ
Clinda M 15 ml ราคา 69 บาท
Clinda M 10 ml ราคา 45 บาท
Clinda M gel 5 g ราคา 50 บาท
สิวอักเสบเพราะ “มือบอน” ชอบจับหน้า
หนึ่งในสาเหตุสิวอักเสบคือ ใช้มือสัมผัสหน้าโดยไม่รู้ตัว มือเราไปจับทุกอย่างตั้งแต่เงิน คีย์บอร์ด ไปจนของใช้ต่างๆ ที่เต็มไปด้วยเชื้อโรค พอกลับมาจับหน้าโดยไม่ล้างมือ สิวก็พร้อมเห่อได้ทุกเมื่อ
ถ้าจำเป็นต้องจับหน้า:
ล้างมือให้สะอาดก่อน
หรือใช้ทิชชู่สำหรับเช็ดหน้าช่วยลดการสัมผัสโดยตรง
ใครที่เคยถามตัวเองว่า ยาแต้มสิว ยี่ห้อไหนดี ตัวนี้คือหนึ่งในคำตอบที่ไม่ควรมองข้าม
2. Smoot E Acne Hydrogel Plus เจลแต้มสิวสายอ่อนโยน ผิวแพ้ง่ายใช้ได้
แบรนด์ Smooth E หลายคนคุ้นเคยจากครีมบำรุงและครีมลดรอยอยู่แล้ว แต่จริงๆ เขามี เจลแต้มสิว ที่คิดค้นโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเหมือนกัน
ตัวนี้ช่วย:
ลดการอักเสบของสิว
ทำให้สิวยุบและแห้งเร็ว
ลดโอกาสเกิดรอยดำ
เนื้อเป็นเจลบางเบา ซึมเร็ว ให้ความชุ่มชื้นและอ่อนโยน เหมาะกับ ผิวบอบบาง แพ้ง่าย ใช้แต้มเช้า–ก่อนนอน หรือระหว่างวันก็ได้ จุดเด่นคือ Hydrogel Maximum Strength Plus Formula ที่ช่วยเร่งให้สิวอักเสบยุบไวขึ้น
ขนาด 10 g ราคา ประมาณ 200 บาท
สิวอักเสบจากการแพ้สเตียรอยด์
หลายคนหน้าเริ่ดในช่วงแรก แต่พังยับในระยะยาว เพราะไปใช้ครีมหรือเครื่องสำอางที่มี สเตียรอยด์ ผสมอยู่ เมื่อใช้ต่อเนื่องนานๆ ผิวจะบางลง แพ้ง่าย สีผิวไม่สม่ำเสมอ และสิวอักเสบเห่อทั่วหน้า
ลักษณะของครีมที่น่าสงสัยว่ามีสเตียรอยด์:
ใช้แล้วเห็นผลไวผิดปกติในช่วงแรก
หยุดใช้ไม่นาน สิวเห่อหนักกว่าเดิม
เพราะฉะนั้น ก่อนใช้ครีมอะไรบนหน้า ต้องเช็กส่วนผสม และอย่าหลงเชื่อคำโฆษณาเกินจริง
3. Fucidin ยาแต้มสิวสายยาฆ่าเชื้อ สิวอักเสบ-สิวอุดตันยุบไว
แม้ชื่อจะไม่ฮิตเท่าตัวอื่น แต่ Fucidin เป็นครีมยาฆ่าเชื้อที่ช่วยลดอาการอักเสบของผิวและสิวอุดตันได้ดี ทำให้สิวแห้งและยุบไว บางคนอาจมีรอยดำเล็กน้อยหลังสิวหาย ขึ้นอยู่กับสภาพผิว
คุณสมบัติเด่น:
เนื้อครีมสีขาว ไม่มีกลิ่น
ให้ความชุ่มชื้นกับผิวบริเวณที่แต้ม
ใช้ได้ทั้งตอนเช้า ระหว่างวัน และก่อนนอน
ถ้าเป็น สิวหนอง แนะนำให้เอาหนองออกก่อนแล้วค่อยแต้มยา จะเห็นผลดียิ่งขึ้น และไม่ควรทาทั่วหน้า ให้แต้มเฉพาะจุดสิวอักเสบเท่านั้น โดยเฉพาะคนผิวบอบบางอาจเกิดอาการคันแถวๆ ที่ทาได้
ขนาด 15 g ราคา ประมาณ 100 บาท
4. Oranucha Skin ครีมรักษาสิวเรื้อรัง สิวอุดตัน สิวสเตียรอยด์
ใครที่เป็นสิวเรื้อรัง รักษามานาน หาหมอกี่ครั้งก็ยังไม่จบ หมดเงินไปเยอะจนเริ่มหมดไฟ ไม่กล้าออกไปเจอผู้คนเพราะไม่มั่นใจในสภาพผิวหน้า Oranucha Skin เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่หลายคนพูดถึง
จุดเด่นคือเน้นกลุ่มสิวหลากหลายประเภท เช่น:
สิวสเตียรอยด์
สิวผด สิวหัวดำ
รอยแดง รอยดำจากสิว
แนวคิดของผลิตภัณฑ์มาจากเจ้าของแบรนด์ที่เคยเป็นสิวเรื้อรังมาก่อน ลองผิดลองถูกมานานจนค้นพบแนวทางดูแลผิวตัวเองได้สำเร็จ จึงต่อยอดมาเป็นครีมรักษาสิวที่เน้นประสบการณ์จริงและความเข้าใจผิวคนเป็นสิว
สิ่งสำคัญคืออย่าท้อ เพราะสิวรักษาได้ เพียงต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและเหมาะกับผิวของตัวเองจริงๆ
วิธีสังเกตครีมที่เสี่ยงมีสเตียรอยด์
เนื้อครีมสีผิดธรรมชาติ เช่น เขียว เหลือง ชมพู แบบสดจัดๆ
บรรจุภัณฑ์ดูง่ายๆ ไม่ได้มาตรฐาน เหมือนตลับครีมทั่วไปตามตลาด
ราคาถูกผิดปกติเมื่อเทียบกับยาหมอหรือเวชสำอาง
มีกลิ่นหอมแรง เพราะใส่น้ำหอมกลบกลิ่นสารเคมี
เห็นผลเร็วเกินจริง หน้าใส ขาวเนียน สิวยุบไวมากในช่วงแรก
การรู้เท่าทันครีมกลุ่มนี้จะช่วยลดปัญหาหน้าพัง และคำถามซ้ำๆ ว่า ยาแต้มสิว ยี่ห้อไหนดี ก็จะเริ่มมีคำตอบที่ปลอดภัยกับผิวมากขึ้น
5. Retin-A ตัวดังสายสิวอุดตัน ราคาย่อมเยา แต่ต้องใช้ให้เป็น
Retin-A เป็นยาในกลุ่ม อนุพันธ์วิตามินเอ (Retinoids) มีความเข้มข้นให้เลือก เช่น 0.025% และ 0.05% หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป
เหมาะสำหรับ:
สิวอุดตัน ไม่เหมาะกับสิวอักเสบ
คนที่ต้องการผลัดเซลล์ผิว ลดการอุดตันของรูขุมขน
คุณสมบัติหลักของ Retin-A:
ช่วยผลัดเซลล์ผิว
ลดการสร้าง Keratin ที่ทำให้รูขุมขนอุดตัน
ช่วยดันสิวอุดตันใต้ผิวให้ออกมา
ลดการอักเสบในระยะยาว
ในช่วงแรกของการใช้ อาจเจออาการผิวลอก สิวเห่อ หรือผิวแห้ง ซึ่งเป็นผลจากการผลักสิวขึ้นมา ไม่ควรตกใจ แต่ต้องดูแลผิวให้ดี และ หลีกเลี่ยงแสงแดด เพราะตัวยาไวต่อแสง แนะนำให้ใช้ตอนกลางคืน และทากันแดดทุกเช้า
ขนาด 10 g ราคา ประมาณ 129–169 บาท
ก่อนใช้ควรศึกษาวิธีใช้และข้อควรระวังอย่างละเอียด และควรปรึกษาเภสัชหรือแพทย์หากไม่มั่นใจ
6. Benzac ตัวดังสายสิวอุดตัน ฆ่าเชื้อสิว ละลายหัวสิว
Benzac เป็นตัวยาที่หลายคนคุ้นชื่อ ช่วยทั้งเรื่องสิวอุดตันและสิวอักเสบ เพราะมีฤทธิ์:
ฆ่าเชื้อ P. acnes
ลดการอักเสบของสิว
ช่วยผลัดเซลล์ผิว
ในไทยมีความเข้มข้น 2.5% และ 5% จัดว่าอ่อนโยนระดับหนึ่งสำหรับคนไทย แต่บางคนอาจมีอาการคันยุบยิบเมื่อเริ่มใช้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติในช่วงแรก
วิธีใช้ที่นิยม
ทาก่อนล้างหน้า เช้า–เย็น
ทิ้งไว้ประมาณ 5–10 นาทีแล้วล้างออก
หากรู้สึกแสบมาก แสดงว่าทิ้งไว้นานเกินไป ให้ลดเวลา
หลังสิวหายแล้ว อย่าลืมปรับเรื่องอื่นร่วมด้วย เช่น การล้างหน้าให้เหมาะสม การดูแลความสะอาด และการกินอาหารที่ดีต่อผิว
ขนาด 15 g ราคา ประมาณ 120–150 บาท
7. Tomei Clindai Gel เจลแต้มสิวอักเสบ ตัวดังในหมู่คนเป็นสิว
อีกหนึ่งกระแสฮิตสำหรับคนเป็นสิวอักเสบ Tomei Clindai Gel เป็นยาแต้มสิวกลุ่มยาปฏิชีวนะ มีส่วนผสมสำคัญคือ คลินดาไมซิน 1% เหมาะสำหรับ:
สิวอักเสบเป็นหนอง
สิวที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
เนื้อเจลใส ไม่มีแอลกอฮอล์ ทำให้ไม่ค่อยเจอปัญหาผิวลอกหรือแสบผิวเหมือนยาบางชนิด
อย่างไรก็ตาม เมื่อใช้ยาปฏิชีวนะนานๆ อาจเสี่ยงต่อการ ดื้อยา จึงควร:
ใช้เฉพาะช่วงที่เป็นสิวอักเสบ
พิจารณาใช้ร่วมกับยาหรือสกินแคร์ตัวอื่นตามคำแนะนำแพทย์หรือเภสัช
ขนาด 5 g ราคา ประมาณ 90–100 บาท
สิวอักเสบจากการกิน
อาหารที่เรากินทุกวันสะท้อนออกมาทางผิวอย่างชัดเจน:
คนที่กินผัก ผลไม้เป็นประจำ มักผิวดีกว่า
คนที่กินของหวานจัด มันจัด มีโอกาสเป็นสิวและเสี่ยงโรคต่างๆ เช่น เบาหวาน ความดัน ผิวหมอง ไม่สดใส
งานวิจัยยังบอกอีกว่า คนที่กินหวานจัด มีโอกาสเป็นสิวมากกว่าคนที่กินรสจืด เพราะระดับน้ำตาลและฮอร์โมนที่แกว่งส่งผลต่อการอักเสบในร่างกาย
8. Matchaki ยาแต้มสิวจากเซเว่น สิวยุบไวแบบเข้าถึงง่าย
Matchaki เป็นไอเท็มที่หาซื้อได้ง่ายใน เซเว่นอีเลฟเว่น มาในคอนเซ็ปต์กึ่งสกินแคร์ เพราะไม่ได้แค่แต้มสิว แต่ช่วยบำรุงผิวไปด้วย
ส่วนผสมเด่น:
สารสกัดชาเขียว
Tea Tree Oil
อโลเวรา
วิตามิน B3 ช่วยลดรอยแดง–รอยดำ
เนื้อครีมสีขาว มีเม็ดเล็กๆ เป็นส่วนผสมในเนื้อ ใช้ทาได้ทั่วหน้า เหมาะกับสิวหลายประเภท โดยเฉพาะสิวอักเสบหรือสิวหนองที่มักยุบไว (แต่อย่าลืมว่าผลลัพธ์แตกต่างกันตามสภาพผิวแต่ละคน)
แนะนำเริ่มใช้ปริมาณน้อยเพื่อทดสอบการแพ้
ขนาด 5 g ราคา ประมาณ 89 บาท
6 ทริคง่ายๆ ให้ชีวิตห่างไกลสิว
ล้างหน้า วันละ 2 ครั้ง ก็พอ ไม่ต้องถี่เกินไปจนผิวแห้ง
ผิวมันให้ซับหน้าด้วยทิชชู่สำหรับเช็ดหน้าหรือผ้าสะอาด ไม่ถูแรง
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยทั้งสุขภาพและผิว
เช็กเสมอว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ผ่านการรับรองจาก อย. หรือไม่
ใช้ยาแต้มสิวเฉพาะจุด ไม่โบกทั่วหน้าโดยไม่จำเป็น
ถ้าสิวเห่อหนักผิดปกติ ให้หยุดทุกอย่างบนหน้าและปรึกษาแพทย์ผิวหนัง
9. ผงวิเศษตราร่มชูชีพ ของเก่ารุ่นพ่อแม่ แต่ยังปังเรื่องสิว
ผงวิเศษตราร่มชูชีพ เป็นไอเท็มในตำนานที่อยู่กับคนไทยมานาน ใช้รักษาสิวกันมาจากรุ่นพ่อแม่ สรรพคุณหลักจริงๆ ใช้ฆ่าเชื้อในแผลสด แต่คนจำนวนมากนำมาแต้มสิวและพบว่าได้ผลดี ทำให้เกิดการบอกต่ออย่างแพร่หลาย
ข้อดีด้านสิวคือ:
ลดการอักเสบของสิว
ต้านเชื้อแบคทีเรียบนผิว
แต่ก็มีข้อควรระวังสำคัญ:
ไม่ควรพอกหน้าทิ้งไว้ข้ามคืน ผิวจะแห้งมาก ระคายเคืองได้
ไม่ควรใช้ติดต่อกันนานๆ เพราะจัดอยู่ในกลุ่มยาปฏิชีวนะ เสี่ยงดื้อยาในอนาคต
หาซื้อได้ทั่วไป ร้านขายยาหรือร้านสะดวกซื้อหลายแห่ง
10. Provamed Acne Spot Gel เจลแต้มสิวสูตรเร่งด่วน สำหรับวันสำคัญ
ถ้าวันนี้สิวขึ้น แต่พรุ่งนี้ต้องออกงานสำคัญแบบเลี่ยงไม่ได้ Provamed Acne Spot Gel เป็นอีกตัวที่น่าหยิบมาใช้ เพราะคอนเซ็ปต์คือ แต้มสิวแบบเร่งด่วน (Rapid Clear)
ส่วนผสมที่น่าสนใจคือ Salicylic Polymerizations System ที่ช่วยลดสิวอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการทดสอบแล้วว่าสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว และยังอ่อนโยนต่อใบหน้า
เหมาะใช้แต้มบน:
สิวหัวหนอง
สิวอักเสบ
โดยไม่ทิ้งรอยดำและรอยแดงไว้เยอะ ช่วยเคลียร์ปัญหาสิวจุดๆ ให้จบในหลอดเดียว
ขนาด 5 g ราคา ประมาณ 115 บาท
สรุป: จะเลือกยาแต้มสิวตัวไหน ให้ดูที่ “ผิวเรา” ไม่ใช่แค่รีวิว
ไม่มียาแต้มสิวตัวไหนเหมาะกับทุกคน 100% สิ่งสำคัญคือ:
รู้ก่อนว่าตัวเองเป็นสิวแบบไหน (อุดตัน, อักเสบ, ผด, สิวสเตียรอยด์ ฯลฯ)
อ่านฉลากทุกครั้ง ดูส่วนผสมและคำเตือน
เริ่มใช้ทีละน้อย สังเกตอาการผิว 3–7 วันแรก
ถ้าแสบ แดง ลอกหนัก หรือสิวเห่อ ให้หยุดทันทีและปรึกษาแพทย์
สุดท้าย การดูแลผิวให้ดีจากพื้นฐาน ทั้งเรื่องการล้างหน้า พักผ่อน อาหาร และการไม่จับหน้าบ่อยๆ จะช่วยให้เรา ต้องพึ่งยาแต้มสิวน้อยลง แต่มั่นใจมากขึ้น ในทุกมู้ด ทุกมุมกล้องของชีวิต

