ก่อนบิน: ปักหมุดเตรียมตัวเที่ยวเกาหลีแบบไม่มีสะดุด
หากคุณกำลังวางแผนไปเกาหลีใต้ ไม่ว่าจะเป็นทริปแรกในชีวิตหรือไปมาหลายรอบแล้ว แต่ยังอยากเตรียมตัวให้เป๊ะให้ชัวร์ บทความนี้คือ คู่มือรวมทุกอย่างที่ต้องรู้ ตั้งแต่เอกสาร ด่านตรวจคนเข้าเมือง ไปจนถึงของต้องห้ามและเช็กลิสต์ท้ายกระเป๋า
เตรียมให้ครบตั้งแต่บนดิน ก่อนขึ้นเครื่อง คุณจะได้เที่ยวเกาหลีแบบฟิน ๆ ไม่โดนเรียกเข้าห้องเย็นให้ปวดหัวทีหลัง
1. เอกสารสำคัญ: ของหายได้ แต่พาสปอร์ตหายไม่ได้นะ
ก่อนอื่นต้องเช็ก พาสปอร์ต (Passport) ให้เรียบร้อย
ต้องมีอายุคงเหลืออย่างน้อย 6 เดือน นับจากวันที่เดินทาง
คนไทยไปเที่ยวเกาหลี ไม่ต้องขอวีซ่า หากพักไม่เกิน 90 วัน
อายุระหว่าง 18–64 ปี ควร ลงทะเบียน K-ETA (Korea Electronic Travel Authorization) ล่วงหน้าให้เรียบร้อย
นอกจากเอกสารหลัก ลองเตรียมเอกสารสำรองติดตัวไว้ด้วย เผื่อเจ้าหน้าที่ ตม. ขอเช็กเพิ่ม
บัตรพนักงาน หรือ นามบัตร
ใบรับรองการทำงานภาษาอังกฤษ
บัตรเครดิต หรือเอกสารยืนยันฐานะการเงิน
หนังสือเดินทางเล่มเก่า (ถ้ามี)
❗️เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเกาหลีมีสิทธิ์ปฏิเสธการเข้าประเทศ หากสงสัยว่าผู้เดินทางไม่ได้มาในฐานะนักท่องเที่ยวจริง ๆ
✅ กรณีผู้เดินทางอายุต่ำกว่า 18 ปี อาจถูกขอเอกสารเพิ่มเติม เช่น สูติบัตรตัวจริงหรือสำเนา และใบอนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศ กรณีเดินทางกับพ่อหรือแม่เพียงคนใดคนหนึ่ง หรือเดินทางกับญาติ ซึ่งสามารถขอได้ที่สำนักงานเขต/อำเภอตามทะเบียนบ้าน
2. กระเป๋า สัมภาระ และกฎบนเครื่องบินที่ห้ามพลาด
เช็กน้ำหนักกระเป๋าให้ดี ก่อนโดนชาร์จหน้าเคาน์เตอร์
กระเป๋าโหลดใต้เครื่อง: โดยทั่วไปไม่เกิน 20 กก. แต่ควรเช็กกับสายการบินหรือบริษัททัวร์อีกครั้งว่ากี่กิโล กี่ใบ และขนาดเท่าไหร่
กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง: ส่วนใหญ่จำกัดที่ 7–10 กก.
ของเหลว/เจล/สเปรย์ ที่ถือขึ้นเครื่องได้ ต้องไม่เกิน 100 มล.ต่อชิ้น และรวมแล้วไม่เกิน 1 ลิตร ใส่ในถุง Ziplock ขนาดประมาณ 20×20 ซม.
ของต้องห้ามแบบเด็ดขาด
ห้ามนำเข้า เนื้อสัตว์ ผลไม้สด ดิน และพืชที่มีดินติด ผิดกฎหมายทั้งตอนเข้าเกาหลีและกลับเข้าไทย
ห้ามนำของมีคม สื่อลามก ของปลอมแบรนด์เนม และ Power Bank เกิน 32,000 mAh (แนะนำไม่เกิน 20,000 mAh และมีสเปกชัดเจนบนตัวเครื่อง)
Power Bank ต้องใส่กระเป๋าถือเท่านั้น ห้ามโหลดใต้เครื่องไม่ว่าในกรณีใด
3. แต่งตัวยังไงให้รอดทุกฤดู
อากาศเกาหลีเปลี่ยนไวมากในแต่ละฤดูกาล และอุณหภูมิช่วงเช้ากับกลางคืนอาจต่างกันหลายองศา
🧤 เคล็ดลับคือเตรียมเสื้อผ้าแบบ ใส่ซ้อนกันได้หลายชั้น จะถอดหรือใส่เพิ่มก็ง่าย ปรับอุณหภูมิร่างกายได้ทั้งวัน
4. เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ: ใช้จ่ายที่เกาหลียังไงให้ไม่งง
สกุลเงินหลักคือ เงินวอน (KRW) โดยประมาณ 1,000 วอน ≈ 25–30 บาท (แล้วแต่เรทในช่วงนั้น)
แนะนำให้ แลกเงินจากไทยไปก่อน หรือจะแลกที่สนามบินก็ได้ แต่ควรมีติดตัวไปบ้างตั้งแต่ต้น
บัตรเครดิต ใช้ได้ดีในร้านขนาดกลางขึ้นไป ห้างสรรพสินค้า และโรงแรม
พกเครื่องคิดเลขหรือใช้แอปแปลภาษา + แอปคำนวณไว้ เวลาช้อปจะได้ไม่ต้องเดาราคา
Travel card ก็เป็นอีกตัวเลือกที่สะดวก ใช้ได้ตามห้างใหญ่และซูเปอร์มาร์เก็ต
5. อินเทอร์เน็ตและแอปที่ช่วยให้เที่ยวลื่นเหมือนคนท้องถิ่น
ตัวเลือกอินเทอร์เน็ต
จะใช้ Pocket WiFi, ซิมเกาหลี หรือเปิด Roaming ก็ได้ แล้วแต่สะดวก
ซิมจากไทยถือว่าเป็นตัวเลือกที่ง่าย จัดการก่อนออกเดินทางได้เลย
สัญญาณอินเทอร์เน็ตโดยรวมดีมาก โดยเฉพาะในโซลและปูซาน
แอปที่ควรมีติดเครื่อง
Naver Map – แม่นยำกว่า Google Maps เวลาใช้ในเกาหลี โดยเฉพาะการเดินและใช้ขนส่งสาธารณะ
Papago – แอปแปลภาษาเกาหลี–ไทย ใช้งานง่าย ทั้งข้อความและเสียง
Subway Korea – ใช้เช็กเส้นทางรถไฟใต้ดินอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนสายไม่งง
6. เรื่องกินที่สายกินต้องรู้ก่อนลุยร้านดัง
อาหารเกาหลีส่วนใหญ่เสิร์ฟเป็นเซ็ต มีข้าวและเครื่องเคียงต่าง ๆ เช่น กิมจิ ซุป และผักดอง
ร้านส่วนมาก ไม่มีน้ำแข็ง บริการ มักจะมีแต่น้ำเปล่าหรือชาร้อนให้ฟรี
ถ้าไม่ชินกับรสชาติ แนะนำพก น้ำพริก น้ำปลา หรือซอสพริก ติดตัวไว้เล็กน้อย ช่วยให้กินได้แฮปปี้ขึ้นเยอะ
เบียร์และโซจูหาได้ทั่วไป ราคาโดยประมาณ 3,000–5,000 วอน
ระวังเรื่องผลไม้ เพราะ ผลไม้หลายชนิดห้ามนำกลับเข้าประเทศไทย ควรกินให้จบในทริป
7. ของใช้จำเป็นที่ควรอยู่ในกระเป๋าเสมอ
ยาประจำตัว พร้อมฉลาก หรือใบรับรองแพทย์ถ้ายาเป็นกลุ่มควบคุม
เสื้อกันฝน ร่มพับ หมวก ผ้าพันคอ และรองเท้าที่เดินได้ทั้งวันโดยไม่กัด
ปลั๊กแปลงแบบ Universal Adapter เพราะปลั๊กที่เกาหลีใช้แบบขากลม 2 ขา
ของใช้จุกจิกที่ช่วยชีวิตเวลาอากาศแรง: ครีมกันแดด ลิปมัน ทิชชู่เปียก และแผ่นร้อนสำหรับหน้าหนาว
8. ศุลกากร: ขากลับไทยต้องรู้กติกา
ของที่นำกลับไทยได้โดยไม่ต้องสำแดง
บุหรี่ไม่เกิน 200 มวน
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่เกิน 1 ลิตร
ของใช้ส่วนตัวมูลค่ารวมไม่เกิน 20,000 บาท
ของต้องห้ามเด็ดขาดยังคงมี เช่น ยาเสพติด สื่อลามก ธนบัตรปลอม และอาวุธต่าง ๆ
9. เช็กลิสต์สั้น ๆ ก่อนออกเดินทาง
ก่อนปิดกระเป๋า ลองไล่ดูให้ครบทุกข้อ
พาสปอร์ต + K-ETA (หากจำเป็นตามช่วงอายุ)
เงินวอนที่แลกไว้ล่วงหน้า
เสื้อผ้าตามฤดูกาลที่ไป
ปลั๊กแปลง + Power Bank (ขนาดถูกต้องและใส่กระเป๋าถือ)
ยาและอุปกรณ์สุขภาพ
แอปสำคัญดาวน์โหลดครบ
เช็กสัมภาระว่ามีของต้องห้ามหรือไม่
เอกสารเพิ่มเติมสำหรับผู้เดินทางที่อายุต่ำกว่า 18 ปี
✈️ เมื่อเตรียมทุกอย่างเรียบร้อย ก็พร้อมออกเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์เกาหลีใต้อย่างมั่นใจ “안녕히 가세요 – ขอให้เดินทางปลอดภัยและเต็มไปด้วยความทรงจำดี ๆ”
ของฝากจากเกาหลีสำหรับสายกินสายช้อป: ไปทั้งทีต้องหิ้วอะไรกลับมาบ้าง
เกาหลีใต้ไม่ได้มีดีแค่ซีรีส์ อปป้า หรือแฟชั่นสุดล้ำ แต่ยังเป็นสวรรค์ของฝากที่คนไทยนิยมซื้อกลับบ้าน ใครกำลังมองหาของฝากให้ครอบครัว คนพิเศษ หรือเอาไว้ใช้เอง มาดู 5 ไอเท็มยอดฮิตที่ห้ามพลาด เมื่อไปเยือนดินแดนโสมขาว
1. โสมเกาหลี (Ginseng): ของดีเพื่อสุขภาพที่ใครได้ก็ปลื้ม
โสมเกาหลีคือของฝากระดับตำนาน ชื่อเสียงโด่งดังมานานในสายสมุนไพรบำรุงร่างกาย มีบันทึกโบราณระบุว่า โสมคุณภาพดีที่สุดในโลกมาจากเกาหลี เพราะสภาพดินฟ้าอากาศเหมาะกับการเพาะปลูกที่สุด
จุดเด่นของโสมเกาหลี
ช่วยบำรุงร่างกาย เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า
ส่งเสริมระบบไหลเวียนโลหิต
เสริมภูมิคุ้มกัน เหมาะกับคนทำงานหนักหรือพักผ่อนน้อย
รูปแบบผลิตภัณฑ์ที่นิยมซื้อเป็นของฝาก เช่น
ชาโสมแบบซอง ชงดื่มง่าย
ผงโสมสำหรับชงหรือผสมอาหาร
โสมสกัดเข้มข้นในหลอดหรือน้ำดื่ม
ลูกอมโสม เคี้ยวง่าย พกสะดวก
💡 เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเป็นของฝากให้ผู้ใหญ่ หรือคนที่ใส่ใจสุขภาพเป็นพิเศษ
2. กิมจิ (Kimchi): รสชาติประจำชาติในแพ็กเดียว
ถ้าพูดถึงเกาหลีแล้วไม่พูดถึงกิมจิ ก็คงเหมือนไปไม่ถึง กิมจิคืออาหารหมักที่แทบจะขาดไม่ได้ในทุกมื้อของชาวเกาหลี แถมยังมีหลากหลายสูตร ทั้งตามฤดูกาลและแต่ละท้องถิ่น
กิมจิยอดฮิต
กิมจิผักกาดขาว – นิยมในช่วงฤดูใบไม้ผลิ
กิมจิแตงกวาสอดไส้ – สดชื่นเหมาะกับหน้าร้อน
กิมจิหัวไชเท้า – เคี้ยวกรุบ รสจัดจ้านในฤดูใบไม้ร่วง
กิมจิหลายชนิดที่ทำเก็บไว้กินในหน้าหนาว เรียกว่า กิมจัง
กิมจิแบบบรรจุถุงสุญญากาศสำหรับส่งออก เก็บได้นานและขนกลับไทยสะดวก เหมาะอย่างมากสำหรับ สายกินที่อยากต่ออายุมื้อเกาหลีที่บ้าน
❗️อย่าลืมตรวจสอบกฎการนำเข้าอาหารตอนขากลับเข้าไทย เพื่อไม่ให้ของฝากต้องจบที่ด่านตรวจ
3. สาหร่ายหินอบแห้ง (Dolgim): ของกินเล่นดีต่อใจและสุขภาพ
สาหร่ายอบแห้งจากเกาหลีขึ้นชื่อไม่แพ้กิมจิ โดยเฉพาะ โดกิม (Dolgim) หรือสาหร่ายหิน ที่เติบโตในแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติแถบภูเขาทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ
คุณค่าทางโภชนาการของสาหร่ายเกาหลี
อุดมด้วยแร่ธาตุ วิตามินบี และธาตุเหล็ก
ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล
ดีต่อสุขภาพหัวใจ และเหมาะกับคนที่ควบคุมน้ำหนัก
ส่วนใหญ่จะอบด้วยน้ำมันงาและโรยเกลือเล็กน้อย ให้รสชาติเข้มข้น หอมมันแต่ยังคงความเฮลท์ตี้ แตกต่างจากสาหร่ายญี่ปุ่นที่มักเน้นรสซอส
📦 เหมาะซื้อเป็นแพ็กใหญ่ ยกลัง หรือแบบซองแยกแพ็ก เอาไว้แจกเพื่อนร่วมงานหรือคนในครอบครัวก็สะดวก
4. อัญมณีและเครื่องประดับ: ของขวัญสุดหรูจากเกาหลี
นอกจากของกิน เกาหลี่ยังมีชื่อเสียงเรื่องอัญมณีและเครื่องประดับ โดยเฉพาะหินสีต่าง ๆ ที่นิยมนำมาทำเป็นของที่ระลึกระดับพรีเมียม
ตัวอย่างอัญมณีที่มักเห็นบ่อย
Amethyst – หินสีม่วงที่หลายคนเชื่อว่าช่วยเสริมพลังด้านบวกและปกป้องจากพลังลบ
Smoky Topaz – หินสีทองเข้มที่ให้ความรู้สึกมั่นคงและหนักแน่น
สามารถเลือกได้ตั้งแต่เม็ดหินเดี่ยว ไปจนถึงงานเครื่องประดับสำเร็จรูป เช่น แหวน สร้อยคอ และต่างหู พบได้ตามห้าง ร้านเฉพาะทาง ไปจนถึงดิวตี้ฟรี
🎀 เหมาะอย่างยิ่งเป็นของขวัญสำหรับคนพิเศษ หรือของที่ระลึกสไตล์หรูหราให้ตัวเอง
5. ของที่ระลึกพื้นเมือง: เล็กน้อยแต่เต็มไปด้วยความทรงจำ
สายช้อปที่ชอบของน่ารัก ราคาน่าคบ และพกพาง่าย ต้องห้ามพลาดโซนของที่ระลึกพื้นเมืองจากเกาหลี ซึ่งมีให้เลือกสารพัด
ไอเดียของฝากยอดนิยม
พวงกุญแจหรือตุ๊กตาในชุดประจำชาติเกาหลี
ชุดแก้วเหล้าเล็ก หรือน้ำชาสไตล์เกาหลี
ช้อนตะเกียบทองเหลือง หรือแบบลายดั้งเดิม
กระเป๋าผ้า ปากกา และของใช้ลายสัญลักษณ์ประจำชาติ
🛒 เคล็ดลับเล็ก ๆ: หากอยากได้ราคาน่ารัก ลองมองหาร้านแผงลอยหรือรถกระบะขายของหน้าร้านอาหาร มักจะได้ราคาดีกว่าร้านในแหล่งท่องเที่ยวหลัก
✅ เหมาะสำหรับซื้อไปแจกเพื่อนร่วมงาน กลุ่มเพื่อน หรือเป็นของฝากกระจายความฟินหลังกลับจากทริป
เมื่อเตรียมตัวก่อนเดินทางอย่างละเอียด และรู้แล้วว่าจะหิ้วอะไรกลับไทย ทริปเกาหลีของคุณก็จะไม่ใช่แค่การไปเที่ยว แต่เป็นทริปที่ ทั้งกิน ทั้งช้อป ทั้งฟิน ครบทุกมิติในครั้งเดียว

