ลัมโบร์กินีมือสองไม่ใช่ฝันไกลอีกต่อไป
เรนาสโซ มอเตอร์ ขยับเกมครั้งใหญ่ รับมือยุครถใหม่ขายยากด้วยการหันมาเน้นตลาด ลัมโบร์กินีมือสองแบบเซอร์ทิฟาย พร้อมเสริมทัพบริการหลังการขายให้แข็งแรงกว่าเดิม
เป้าหมายชัดเจนคือทำให้คนที่เคยคิดว่า “ลัมโบร์กินีไกลเกินเอื้อม” สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ในราคาที่จับต้องได้มากกว่าเดิม แต่ยังรักษาภาพลักษณ์และมาตรฐานแบรนด์ระดับซูเปอร์คาร์เอาไว้ครบถ้วน
ทุ่มงบ 200 ล้าน ลุยตลาดลัมโบร์กินีมือสองเต็มตัว
บริษัทตัดสินใจเพิ่มทุนหมุนเวียนสำหรับการทำธุรกิจลัมโบร์กินีมือสองขึ้นเป็น 200 ล้านบาทต่อปี จากเดิมที่ใช้เพียง 100 ล้านบาท
เงินก้อนนี้ถูกเตรียมไว้สำหรับ
การจัดหารถลัมโบร์กินีมือสองสภาพดีเข้ามาเสนอให้ลูกค้า
การดูแลทั้งฝั่ง รับซื้อ และ ฝากขาย ให้เจ้าของรถและคนที่อยากซื้อเจอกันในระบบที่ชัดเจนและโปร่งใส
การสร้าง ระบบนิเวศตลาดลัมโบร์กินีมือสอง ที่ช่วยพยุงและรักษาราคาขายต่อให้แข็งแรง
ที่ผ่านมา ยอดขายลัมโบร์กินีมือสองเฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 2-3 คัน ซึ่งแม้จะไม่ใช่ตัวเลขมหาศาล แต่ถือเป็นฐานธุรกิจที่มีศักยภาพ และยังช่วยทั้งรักษาฐานลูกค้าเก่าและขยายฐานลูกค้าใหม่ไปพร้อมกัน
Lamborghini Certified Pre-Owned คืออะไร?
หัวใจของตลาดลัมโบร์กินีมือสองของเรนาสโซคือโครงการ Lamborghini Certified Pre-Owned หรือโปรแกรมมือสองผ่านการรับรองจากบริษัทโดยตรง
รถทุกคันในโครงการนี้ต้องผ่านการตรวจเช็กแบบจัดหนักถึง 153 รายการ ครอบคลุมทั้ง
คุณภาพตัวรถและสภาพการใช้งาน
ประวัติการเข้ารับบริการหลังการขาย
ประวัติผู้ครอบครองและการเปลี่ยนมือ
ทั้งหมดนี้เพื่อให้ลูกค้าเห็นภาพชัดเจนว่ารถแต่ละคันมาจากไหน ผ่านอะไรมาบ้าง และยังอยู่ในมาตรฐานของบริษัทหรือไม่
ที่สำคัญ ลัมโบร์กินีทุกคันในโครงการจะได้รับ การรับประกันอย่างน้อย 1 ปี ทำให้การซื้อซูเปอร์คาร์มือสองไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเหมือนในตลาดทั่วไป
เจ้าของบริษัทคัดรถเอง คุ้มครองทั้งคุณภาพและความรู้สึก
อีกหนึ่งจุดขายที่น่าสนใจคือการที่ผู้บริหารลงมาดูละเอียดถึงระดับ “คัดรถทุกคันที่จะเข้าร่วมโครงการ”
เขาตั้งมาตรฐานชัดเจนว่า รถทุกคันต้องอยู่ในสภาพที่ เขาเองก็อยากขับและอยากขาย นั่นหมายความว่าเกณฑ์การคัดรถไม่ใช่แค่ผ่านตามเช็กลิสต์เท่านั้น แต่ยังมีความหลงใหลและความพิถีพิถันส่วนตัวเข้าไปผสมด้วย
แนวคิดสำคัญคือ
ลูกค้าต้องวางใจได้ในคุณภาพรถ
รถต้องอยู่ในระยะวอร์แรนตี
ประวัติรถต้องโปร่งใส แม้บางคันอาจจะมีชื่อผู้ถือครอบครองหลายมือ แต่ถ้าเจ้าของที่แท้จริงเป็นคนเดิม เรนาสโซก็จะอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจอย่างตรงไปตรงมา
ความโปร่งใสและความจริงใจ จึงถูกวางเป็นหัวใจของตลาดลัมโบร์กินีมือสองในแบบฉบับเรนาสโซ
ทุ่มอีก 70 ล้าน เปิดศูนย์ซ่อมสีและตัวถังมาตรฐานซูเปอร์คาร์
นอกจากการลุยตลาดมือสอง บริษัท ยังลงทุนเพิ่มอีก 70 ล้านบาท เพื่อสร้างศูนย์ซ่อมสีและตัวถังสำหรับลัมโบร์กินีและซูเปอร์คาร์ ภายใต้ชื่อ RENAZZO Body&Paint Lab
ศูนย์นี้ตั้งอยู่ใกล้โชว์รูมและศูนย์บริการลัมโบร์กินี บนถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อให้ลูกค้ามาใช้บริการได้สะดวก และอยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกับศูนย์หลักของแบรนด์
รองรับรถเข้าซ่อมได้มากถึง 40 คันต่อเดือน และไม่ได้เปิดรับเฉพาะลัมโบร์กินีเท่านั้น แต่ยัง เปิดกว้างสำหรับรถยนต์ทั่วไปทุกเซ็กเมนต์ ด้วย
เจ้าของรถทุกประเภทจึงสามารถนำรถเข้ามาดูแลเรื่องสีและตัวถังภายใต้มาตรฐานระดับซูเปอร์คาร์ได้ โดยไม่ถูกจำกัดว่าต้องขับรถหรูราคาเป็นสิบล้านเท่านั้น
เปิดบริการให้รถทุกเซ็กเมนต์ แต่คงมาตรฐานซูเปอร์คาร์
แนวคิดของ RENAZZO Body&Paint Lab คือการทำให้คนใช้รถทั่วไปได้สัมผัสมาตรฐานการดูแลแบบเดียวกับซูเปอร์คาร์
ไม่จำกัดยี่ห้อ ไม่จำกัดรุ่น
ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นรถหรูระดับบนเท่านั้น
แต่ทุกคันที่เข้ามาใช้บริการจะได้รับการดูแลตามมาตรฐานลัมโบร์กินีเหมือนกันทั้งหมด
นี่คือการใช้ความเชี่ยวชาญจากโลกซูเปอร์คาร์ มายกระดับประสบการณ์ให้กับเจ้าของรถทุกกลุ่ม
ยอดขายปีนี้ ต่ำสุดในรอบ 8 ปี แต่คือแผนที่วางไว้
ในฝั่งของรถใหม่ ปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายลัมโบร์กินีไว้ที่ 28 คัน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจมาในช่วง 8 ปีหลัง
สาเหตุหลักมาจาก
ภาพรวมเศรษฐกิจที่ทำให้ลูกค้าระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
ปีนี้มีสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดไม่มากนัก
แต่ตัวเลขที่ลดลงไม่ได้หมายความว่าบริษัทกำลังมีปัญหา ตรงกันข้าม นี่คือ การวางแผนล่วงหน้า ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงด้านภาษีในอนาคต
ภาษีใหม่ปี 2569 : ราคาอาจลดลง 15% ลูกค้าขอเลื่อนได้
ในปี 2569 จะมีการปรับโครงสร้างภาษีใหม่ทำให้ราคารถที่จะส่งมอบในปีหน้าอาจ ลดลงประมาณ 15%
บริษัทจึงเลือกที่จะสื่อสารกับลูกค้าอย่างตรงไปตรงมา ว่าหากต้องการเลื่อนรับมอบรถไปปีหน้าเพื่อให้ได้ราคาที่ดีกว่า ก็สามารถทำได้ และทางบริษัทพร้อมดูแลรถที่ลูกค้าขอเลื่อนรับมอบให้เป็นอย่างดี
นี่จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าแบบ ระยะยาวมากกว่าคิดแค่ยอดขายรายปี
มองไปข้างหน้า : เป้าปี 2569 กับภาพรวมตลาดซูเปอร์คาร์ไทย
สำหรับปี 2569 บริษัทคาดว่ายอดขายลัมโบร์กินีจะฟื้นกลับขึ้นมาที่ประมาณ 50 คันต่อปี
เมื่อมองภาพรวมตลาดซูเปอร์คาร์ในประเทศไทย พบว่ามีความต้องการคร่าว ๆ ดังนี้
รถราคา 12–20 ล้านบาท มีความต้องการราว 500 คันต่อปี
รถราคามากกว่า 20 ล้านบาทขึ้นไป มีความต้องการประมาณ 200 คันต่อปี
จากตัวเลขเหล่านี้ เรนาสโซจึงวางแผนไว้ล่วงหน้าแล้วว่า ปีนี้จะเป็นปีแห่งการ เตรียมตัวและปรับโครงสร้างธุรกิจ ทั้งด้านภาษี สภาพคล่อง และการรองรับดีมานด์ในอนาคต
ลูกค้าที่เลือกเลื่อนการรับรถไปปีหน้าก็จะได้ประโยชน์จากราคาที่ดีขึ้น ส่วนบริษัทเองก็ได้เวลาในการวางกลยุทธ์ให้ธุรกิจเดินหน้าอย่างมั่นคง
สรุป : เมื่อซูเปอร์คาร์จับต้องได้ง่ายขึ้น
การทุ่มงบกว่า 200 ล้านบาท ลุยตลาดลัมโบร์กินีมือสอง พร้อมเสริมด้วยศูนย์ซ่อมสีและตัวถังระดับซูเปอร์คาร์มูลค่า 70 ล้านบาท ไม่ได้เป็นแค่การหนีปัญหาตลาดรถใหม่ซบเซา
แต่คือการสร้าง ทางเลือกใหม่ให้คนรักซูเปอร์คาร์ ได้เข้าใกล้ลัมโบร์กินีมากขึ้น ทั้งในมุมของราคา การรับประกัน คุณภาพ และบริการหลังการขาย
สำหรับสายตลาดนัดมือสองและคนที่หลงใหลในรถหรูมือสอง นี่คือสัญญาณชัด ๆ ว่า ตลาดลัมโบร์กินีมือสองในไทยกำลังน่าสนใจขึ้นเรื่อย ๆ
ใครกำลังเล็งซูเปอร์คาร์คันแรกในชีวิต อาจถึงเวลามองตลาด “Certified Pre-Owned” ให้จริงจังมากกว่าที่เคยแล้วก็ได้

