รับแอปรับแอป

10 เรื่องลับของเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ ที่ทำให้คนรักเที่ยวทะเลต้องหลงรัก

ภาคภูมิ ศรีสุข01-29

เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์: หมู่เกาะเล็ก ๆ แต่เสน่ห์ไม่เล็กเลย

ก่อนจะพาไปเจาะลึกทีละข้อ มารู้จักภาพรวมของเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์กันแบบรวบรัดสักหน่อย

  • ประชากร: ราว ๆ 110,000 คน บรรยากาศชิลมาก ไม่แออัด

  • เมืองหลวง: คิงส์ทาวน์ เมืองท่าเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา

  • ภาษาราชการ: ภาษาอังกฤษ ใช้สื่อสารท่องเที่ยวได้สบาย

  • สกุลเงิน: ดอลลาร์แคริบเบียนตะวันออก (XCD)

  • การปกครอง: ระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ภายใต้ระบอบกษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญ

  • ศาสนาหลัก: ศาสนาคริสต์

  • ภูมิประเทศ: เป็นประเทศเกาะในทะเลแคริบเบียน ประกอบด้วยเกาะหลักชื่อเซนต์วินเซนต์ และหมู่เกาะเล็ก ๆ ที่เรียกรวม ๆ ว่าเกรนาดีนส์

ประเทศนี้เล็กก็จริง แต่เต็มไปด้วยรายละเอียดน่าสนใจที่ต้องเล่าแบบยาว ๆ

1. หมู่เกาะภูเขาไฟ ที่ยังมีภูเขาไฟคุกรุ่นอยู่จริง

เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ตั้งอยู่ทางตะวันออกของทะเลแคริบเบียน เกาะส่วนใหญ่เกิดจากภูเขาไฟ และเกาะหลักของเซนต์วินเซนต์ก็คือบ้านของภูเขาไฟสตราโตที่ยังมีชีวิตอยู่ ชื่อว่า ลา ซูฟรีแยร์

ภูเขาไฟลูกนี้เพิ่งปะทุครั้งล่าสุดในเดือนเมษายน 2021 และยังคงถูกจับตาอย่างใกล้ชิดโดยเจ้าหน้าที่และนักวิทยาศาสตร์เพื่อดูสัญญาณของการเคลื่อนไหวใต้ดิน แม้การปะทุจะไม่เกิดขึ้นบ่อย แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจชัดเจนถึงพลังทางธรณีวิทยาที่คอยปั้นแต่งภูมิประเทศของภูมิภาคนี้อยู่ตลอดเวลา

ถึงจะมีภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่น เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ก็ยังเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม เพราะภูมิทัศน์เขียวชอุ่มตัดกับทะเลสีฟ้าใสราวภาพวาด และชายหาดที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ

2. หมู่เกาะ 32 เกาะ บางเกาะปล่อยให้ธรรมชาติดูแล

ประเทศนี้ประกอบด้วยเกาะและเกาะเล็กรวม 32 แห่ง กระจายอยู่กลางทะเลสีฟ้าใสของแคริบเบียนใต้

  • บางเกาะมีคนอาศัยอยู่หนาแน่น เช่น เกาะหลักเซนต์วินเซนต์ รวมถึงเกาะยอดฮิตอย่างเบเกีย มัสติก และเกาะยูเนียน

  • อีกหลายเกาะยังคงว่างเปล่า ไม่มีผู้คน หรือมีคนอยู่เพียงเล็กน้อย

เกาะที่ไม่มีคนอาศัยมักเต็มไปด้วยชายหาดเงียบสงบ น้ำทะเลใสสะอาด ระบบนิเวศยังสมบูรณ์ เหมาะมากสำหรับ

  • การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

  • ล่องเรือยอชท์

  • การหลบไปพักแบบเงียบ ๆ ตัดขาดจากโลกโซเชียลชั่วคราว

ไม่ว่าจะเดินตลาดบนเกาะที่มีชีวิตชีวา หรือหลบไปนอนฟังเสียงคลื่นบนเกาะร้างธรรมชาติ เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ก็มีประสบการณ์ให้ครบทุกอารมณ์ ทั้งสายผจญภัยและสายพักผ่อน

3. สวรรค์ของคนรักดำน้ำ

น้ำทะเลรอบหมู่เกาะแห่งนี้ใสปิ๊งเป็นสีฟ้าอมเขียว และเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์จึงขึ้นชื่อเรื่อง จุดดำน้ำที่สวยและหลากหลายมาก

ที่นี่มีทั้ง

  • แนวปะการัง

  • ถ้ำใต้น้ำ

  • ซากเรือจม

ซึ่งช่วยให้นักดำน้ำได้สำรวจโลกใต้ทะเลที่เต็มไปด้วยสีสัน

จุดดำน้ำที่โดดเด่น เช่น

  • อุทยานทางทะเลโทบาโกเคย์ส์ – ขึ้นชื่อเรื่องสวนปะการังที่ยังคงความบริสุทธิ์ และฝูงสัตว์น้ำที่อุดมสมบูรณ์

  • อุทยานประติมากรรมใต้น้ำใกล้เกรนาดา – การผสมผสานระหว่างศิลปะกับการอนุรักษ์ทะเลที่ไม่เหมือนใคร

ไม่ว่าคุณจะเพิ่งหัดดำน้ำ หรือเป็นนักดำน้ำมากประสบการณ์ ที่นี่ก็มีโลกใต้น้ำให้ค้นพบในระดับที่เหมาะกับคุณเสมอ

4. วินซี มาส: คาร์นิวัลที่ทำให้ทั้งเกาะเต้นไปพร้อมกัน

วินซี มาส (Vincy Mas) คือเทศกาลคาร์นิวัลประจำปีของประเทศ จัดขึ้นราวเดือนมิถุนายนและไปจบเอาช่วงต้นเดือนกรกฎาคม

งานนี้ไม่ใช่แค่เทศกาล แต่เป็นการปล่อยพลังความสนุกของทั้งประเทศ

ภายในงานจะมี

  • ขบวนพาเหรดสีสันจัดเต็ม

  • การแข่งขันดนตรี

  • ปาร์ตี้ริมถนน

  • การแสดงเชิงวัฒนธรรม

ผู้คนจะแต่งชุดแฟนซีและชุดพื้นเมืองสุดอลังการ เต้นไปกับเสียงดนตรีจังหวะมัน ๆ สร้างบรรยากาศคึกคักไปทั่วทั้งเกาะ

วินซี มาสคือหน้าตาของจิตวิญญาณชาวเกาะ สะท้อนมรดกทางวัฒนธรรมอันหลากหลายและความมีชีวิตชีวาที่ดึงดูดทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวให้กลับมาซ้ำ

5. น้ำตกซ่อนตัวในป่าฝนเขียวชอุ่ม

นอกจากทะเล เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ยังเป็นบ้านของน้ำตกสวย ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในผืนป่าร้อนชื้น

น้ำตกที่โดดเด่น เช่น

  • ทรินิตี้ ฟอลส์ – ตั้งอยู่บนเกาะเซนต์วินเซนต์ น้ำตกพุ่งลงมาจากหน้าผาหินขรุขระ ท่ามกลางป่าฝนหนาทึบ เป็นทั้งวิวสวยและจุดลงเล่นน้ำสุดสดชื่น

  • ดาร์ค วิว ฟอลส์ – อยู่บนเกาะหลักเช่นกัน มีน้ำตกสองสายไหลลงสู่แอ่งน้ำใส เป็นมุมพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติแบบสงบ ๆ

  • ในหมู่เกาะเกรนาดีนส์ก็มี ยูเนียน ฟอลส์ บนเกาะยูเนียน ที่ไม่เพียงมีน้ำตกสวย แต่ยังมองเห็นวิวพาโนรามาของเกาะและทะเลโดยรอบ

น้ำตกเหล่านี้เป็นทั้งจุดเช็กอิน สถานที่เดินป่า และสวรรค์ของคนรักธรรมชาติในที่เดียว

6. อาหารพื้นถิ่น: ฟิลลิ่งแคริบเบียน ผสมแอฟริกันและยุโรป

วัฒนธรรมอาหารของเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์สะท้อนรากลึกทางประวัติศาสตร์ ทั้งอิทธิพลจากแอฟริกา แคริบเบียน และยุโรป ผสมออกมาเป็นจานอร่อยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

วัตถุดิบหลักที่มักได้เห็นในจานอาหาร คือ

  • อาหารทะเลสด ๆ

  • ผลไม้เมืองร้อน

  • ซุปและแกงที่รสจัดและหอมเครื่องเทศ

เมนูที่ควรลอง เช่น

  • ฟรายด์ แจ็ค – แป้งทอดกรอบนุ่ม กินคู่ปลาเค็มหรือปลาแฮร์ริ่งรมควัน อิ่มง่ายแต่ฟิน

  • ซุปคาลลาลู – ซุปเข้มข้นทำจากใบดาชีนและกะทิ หอมมันสไตล์แคริบเบียน

  • ขนมปังผลไม้ย่าง (Roasted breadfruit) – เครื่องเคียงยอดนิยมที่เข้าคู่กับหลายเมนูหลัก

  • เบคส์ (Bakes) – แป้งทอดอีกแบบหนึ่งที่มักเสิร์ฟเป็นมื้อเช้า

  • แบล็ค เค้ก – เค้กผลไม้เนื้อแน่น รสชาติลึกและเข้ม มักทำในโอกาสพิเศษ

ใครชอบลองรสชาติใหม่ ๆ ที่ยังคงกลิ่นอายบ้าน ๆ ของคนท้องถิ่น เมืองนี้คือพื้นที่เล่นสนุกของต่อมรับรสอย่างแท้จริง

7. ชายหาดทรายขาวก็มี ทรายดำก็โดดเด่น

หนึ่งในเสน่ห์ของประเทศนี้คือชายหาดที่หลากหลาย ทั้งในโทนสีและบรรยากาศ

ชายหาดทรายขาวที่ขึ้นชื่อ เช่น

  • ชายหาดเจ้าหญิงมาร์กาเร็ต บนเกาะเบเกีย

  • ชายหาดโลเวอร์เบย์ บนเกาะไมโร

สองแห่งนี้มีเอกลักษณ์คล้ายกันคือทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสจนเห็นพื้น และอารมณ์สงบ เหมาะสำหรับ

  • ว่ายน้ำ

  • อาบแดด

  • เล่นกีฬาทางน้ำ

ในอีกฝั่งหนึ่งก็มีชายหาดที่ปูไปด้วย ทรายดำภูเขาไฟ เช่น

  • บัคคาเมนต์เบย์ บนเซนต์วินเซนต์

  • ชายหาดริชมอนด์ บนเบเกีย

ทรายดำจากภูเขาไฟให้ภาพที่ตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าอย่างชัดเจน เป็นความสวยแบบดิบ ๆ ที่แตกต่างจากหาดขาวนุ่ม หากคุณอยากสัมผัสบรรยากาศทะเลสองสไตล์ในประเทศเดียว ที่นี่ตอบโจทย์มาก

8. นกแก้วประจำชาติ ที่กำลังเสี่ยงหายไปจากป่า

นกประจำชาติของประเทศนี้คือ นกแก้วเซนต์วินเซนต์ หรือชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Amazona guildingii เป็นสายพันธุ์เฉพาะถิ่นที่หาที่อื่นไม่ได้

แต่ความพิเศษก็มาพร้อมความเปราะบาง นกชนิดนี้ถูกจัดให้เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจาก

  • การสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัย

  • การล่า

  • การค้าสัตว์เลี้ยงอย่างผิดกฎหมาย

มีความพยายามมากมายในการปกป้องนกชนิดนี้ ทั้งด้าน

  • การอนุรักษ์ผืนป่า

  • มาตรการต่อต้านการลักลอบล่า

  • การให้ความรู้แก่สาธารณะเพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาสายพันธุ์ท้องถิ่นนี้ไว้

การได้เห็นพวกมันในธรรมชาติ ไม่ใช่แค่สวย แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจว่า ความงามของโลกธรรมชาติจำเป็นต้องได้รับการปกป้องเสมอ

9. ระบบเรือเฟอร์รี่: เส้นเลือดหลักของการเดินทางระหว่างเกาะ

การข้ามไปมาระหว่างเกาะในเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะมีบริการเรือเฟอร์รี่เชื่อมต่อเกาะต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

เส้นทางเฟอร์รี่ยอดนิยมเชื่อมเกาะหลักเซนต์วินเซนต์กับเกาะอื่น ๆ เช่น

  • เบเกีย

  • มัสติก

  • คาโนวาน

  • เกาะยูเนียน

  • ไมโร

เรือเฟอร์รี่ไม่เพียงเป็นวิธีเดินทางที่สะดวก แต่ยังให้วิวแบบโรงหนังจอยักษ์กลางทะเล ผู้โดยสารสามารถนั่งชมทะเลแคริบเบียนระยิบระยับระหว่างเดินทางจากเกาะหนึ่งไปอีกเกาะหนึ่งได้แบบเพลิน ๆ

ความถี่ของเรือและการให้บริการอาจเปลี่ยนไปตาม

  • สภาพอากาศ

  • ฤดูกาลท่องเที่ยว

  • ปริมาณผู้โดยสาร

ดังนั้น หากวางแผนเดินทางในช่วงไฮซีซัน การเช็กตารางเรือและจองล่วงหน้าไว้ย่อมสบายใจกว่า

หมายเหตุเล็ก ๆ สำหรับสายขับรถ: ก่อนเดินทางควรตรวจสอบเงื่อนไขว่าคุณจำเป็นต้องมีเอกสารอนุญาตขับรถพิเศษหรือไม่ โดยเฉพาะหากตั้งใจจะเช่ารถขับเองบนเกาะ

10. จุดชมโลมาและวาฬในแคริบเบียน

ทะเลรอบเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์คือบ้านของสัตว์ทะเลหลากหลายชนิด โดยเฉพาะโลมาและวาฬที่มักอพยพผ่านบริเวณนี้

โลมาที่มักพบเห็น เช่น

  • โลมาสปินเนอร์

  • โลมาจมูกขวด

  • โลมาลายจุด

ส่วนวาฬที่พอมีโอกาสได้เจอ ได้แก่

  • วาฬหลังค่อม

  • วาฬสเปิร์ม

  • วาฬไพลอต

มีบริษัททัวร์หลายแห่งจัดทริปล่องเรือเพื่อ ชมโลมาและวาฬโดยเฉพาะ นักท่องเที่ยวจะได้เห็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเลเหล่านี้ในถิ่นอาศัยจริง พร้อมฟังไกด์อธิบายเรื่อง

  • พฤติกรรม

  • ระบบนิเวศ

  • สถานะการอนุรักษ์ของแต่ละสายพันธุ์

ช่วงเวลาที่เหมาะกับการชมแตกต่างกันตามพฤติกรรมการอพยพของแต่ละชนิด แต่โดยทั่วไป ช่วงที่มีโอกาสเจอสูงที่สุดคือราวเดือนธันวาคมถึงเมษายน

สรุป: หมู่เกาะที่มีทั้งภูเขาไฟ น้ำตก ทะเล และวัฒนธรรมในที่เดียว

เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์อาจไม่ได้เป็นชื่อที่คุ้นหูทุกคน แต่เมื่อได้รู้จักใกล้ ๆ จะเห็นเลยว่า

  • มีทั้งภูเขาไฟที่ยังมีชีวิต

  • หมู่เกาะร้างเงียบสงบกลางทะเลสีฟ้า

  • จุดดำน้ำระดับท็อปของแคริบเบียน

  • คาร์นิวัลสีสันจัดเต็ม

  • น้ำตกซ่อนตัวในป่าฝน

  • อาหารพื้นถิ่นที่รสชาติจริงใจ

  • ชายหาดทั้งทรายขาวและทรายดำ

  • นกประจำชาติหายาก

  • การเดินทางระหว่างเกาะที่สะดวก

  • และโลมา–วาฬที่ว่ายวนอยู่รายรอบ

สำหรับคนที่มองหาทริปทะเลที่มากกว่าแค่นั่งริมชายหาด เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์คือหนึ่งในหมู่เกาะที่ควรอยู่ในลิสต์อย่างยิ่ง