รับแอปรับแอป

ยกแก้วสู่ยุโรป: 5 เครื่องดื่มที่เปลี่ยนทริปธรรมดาให้เป็นทริปสุดหรู

อภิชาติ สุนทร01-30

เปิดประตูสู่ยุโรปผ่าน “รสชาติในแก้ว”

ทวีปยุโรปไม่ได้มีดีแค่สถาปัตยกรรมสุดอลังการ ถนนสายประวัติศาสตร์ หรือแฟชั่นระดับโลกเท่านั้น แต่ยังซ่อนเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งที่หลายคนตกหลุมรักตั้งแต่จิบแรก นั่นคือ ศิลปะแห่งการสร้างสรรค์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ผูกเรื่องราว วัฒนธรรม และความพิถีพิถันเอาไว้ในทุกหยด

เครื่องดื่มเหล่านี้ไม่ได้เกิดมาแค่เพื่อ “ดื่มให้ชื่นคอ” แต่เพื่อ เติมบรรยากาศและสร้างความทรงจำพิเศษ ให้ทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นทริปโรแมนติก มื้ออาหารสุดพรีเมียม หรือค่ำคืนฉลองความสำเร็จในต่างแดน

ทำความรู้จักโลกของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยุโรป

ก่อนจะยกแก้ว เรามารู้จักภาพรวมของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากยุโรปกันก่อน โดยสามารถแบ่งออกได้คร่าว ๆ เป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้

  • ไวน์ (Wine) – ผลิตจากองุ่นหลากสายพันธุ์หรือผลไม้ชนิดต่าง ๆ เป็นเครื่องดื่มที่สะท้อนทั้งภูมิอากาศ ดิน และฝีมือผู้ทำไวน์อย่างมีศิลปะ

  • เบียร์ (Beer) – หนึ่งในเครื่องดื่มเก่าแก่ที่สุดของมนุษยชาติ แต่ละถิ่น แต่ละเมืองมีสูตรและสไตล์เฉพาะตัวที่บ่งบอกเอกลักษณ์ท้องถิ่นได้อย่างชัดเจน

  • สุรากลั่น (Spirits) – เช่น วิสกี้ วอดก้า หรือจิน ที่ผ่านกระบวนการผลิตและการบ่มอย่างซับซ้อน ให้รสเข้มข้น ลุ่มลึก เหมาะกับการจิบช้า ๆ เพื่อซึมซับรายละเอียดของรสชาติ

และนี่คือ 5 เครื่องดื่มยุโรป ที่ควรลองสักครั้งในชีวิต หากมีโอกาสไปเยือนถึงถิ่นต้นกำเนิด

1. แชมเปญ Champagne – ฝรั่งเศส

เมื่อพูดถึง “แชมเปญ” ภาพของความหรูหรา แก้วคริสตัลใส และเสียงเปิดขวดในงานฉลองมักจะลอยขึ้นมาในหัวทันที แชมเปญจึงไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่มันคือ สัญลักษณ์ของการเฉลิมฉลองและช่วงเวลาสุดพิเศษ

แชมเปญที่แท้จริงต้องมาจากแคว้น Champagne ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศสเท่านั้น และใช้วิธีหมักซ้ำในขวดจนเกิดฟองละเอียดเนียน เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รสชาติที่ซับซ้อนนั้นเกิดจากการผสมองุ่นหลัก 3 สายพันธุ์ ได้แก่ Chardonnay, Pinot Noir และ Pinot Meunier ที่ให้ทั้งความหอมสดชื่นและมิติรสชาติที่ลุ่มลึก

สิ่งที่ทำให้แชมเปญพิเศษ คือมันถูกออกแบบมาเพื่อ เติมเต็มช่วงเวลาแห่งความทรงจำ มากกว่าจะใช้ดื่มดับกระหาย ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงาน คืนข้ามปี หรือจังหวะฉลองความสำเร็จในชีวิต ฟองระยิบระยับและกลิ่นหอมละเมียดจะพาให้บรรยากาศทั้งงานดูหรูหราขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

2. ไวน์แดงจากทัสคานี Tuscan Red Wine – อิตาลี

ถ้าพูดถึงประเทศที่มีไวน์เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตอย่างแท้จริง อิตาลีต้องติดอันดับต้น ๆ และเมื่อพูดถึงไวน์แดงระดับโลก ชื่อที่ไม่เคยหลุดวงการคือ ทัสคานี (Tuscany)

ไวน์แดงจากทัสคานีมักทำจากองุ่นพันธุ์ Sangiovese ที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติกลมกล่อมและโครงสร้างชัดเจน ในหนึ่งแก้ว คุณจะพบโน้ตของผลไม้แดงสดอย่างเชอร์รีและราสป์เบอร์รี ตามด้วยกลิ่นเครื่องเทศบางเบา และสัมผัสของโอ๊กจากการบ่มที่ยาวนาน ทำให้ได้รสชาติที่ทั้งหวานบาง ๆ ขมนิด ๆ และเปรี้ยวอ่อน ๆ ที่ช่วยตัดเลี่ยนอาหารได้ดี

เมื่อยกแก้วไวน์แดงทัสคานี คุณไม่ได้เพียงแค่ดื่มไวน์ แต่กำลังสัมผัสทั้ง ศิลปะการบ่มไวน์ของอิตาลี และ ไลฟ์สไตล์การกินดื่มแบบอิตาเลียนแท้ ๆ ที่มักจับคู่ไวน์กับพาสต้า สเต๊ก หรือชีสคุณภาพดี ทุกจิบจึงช่วยยกระดับมื้ออาหารธรรมดาให้กลายเป็นมื้อหรูที่น่าจดจำ

3. เบียร์เยอรมัน German Beer – เยอรมนี

เยอรมนีคือสวรรค์ของคนรักเบียร์ตัวจริง เพราะที่นี่มีทั้งประวัติศาสตร์ การควบคุมคุณภาพ และวัฒนธรรมการดื่มที่จริงจังสุด ๆ เบียร์เยอรมันจึงไม่ใช่แค่เครื่องดื่มคลายร้อน แต่ยังเป็น ตัวแทนของเอกลักษณ์และวิถีชีวิตท้องถิ่น อีกด้วย

แต่ละภูมิภาคในเยอรมนีมีสไตล์เบียร์ของตัวเอง ตั้งแต่ Lager สีทองใส ดื่มง่าย สดชื่น ไปจนถึง Weissbier เบียร์ข้าวสาลีที่มีกลิ่นผลไม้และกลิ่นยีสต์ที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึง Dunkel เบียร์สีเข้ม รสชาติมอลต์และคาราเมลเด่นชัด ทุกรสล้วนเกิดจากสมดุลที่คำนึงถึงรายละเอียดของการหมักอย่างพิถีพิถัน

ส่วนใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศการดื่มเบียร์แบบจัดเต็ม ลองนึกภาพการนั่งอยู่ท่ามกลางผู้คนนับพันในเทศกาล Oktoberfest ที่เมืองมิวนิก แก้วเบียร์สดในมือ อาหารท้องถิ่นบนโต๊ะ และเสียงหัวเราะรอบตัว นั่นคือประสบการณ์ที่ทำให้คำว่า “ดื่มเบียร์เยอรมัน” สมบูรณ์แบบยิ่งกว่าที่เคยจินตนาการ

4. เนโกรนี Negroni – อิตาลี

หากไวน์แดงคือคู่หูของโต๊ะอาหารอิตาเลียนแล้ว เนโกรนี (Negroni) ก็คือไอคอนของโลกค็อกเทลจากอิตาลีที่หลายคนยกให้เป็นหนึ่งในค็อกเทลคลาสสิกที่ต้องลองสักครั้ง

เนโกรนีกำเนิดขึ้นที่เมืองฟลอเรนซ์ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 และโด่งดังไปทั่วโลกด้วยสูตรที่เรียบง่ายแต่เป๊ะ ประกอบด้วย จิน เวอร์มุทหวาน และคัมพารี ผสมออกมาเป็นรสชาติที่บาลานซ์ระหว่างความหวานและความขม กลิ่นสมุนไพรแผ่ว ๆ ผสานกับโทนส้มสดใส ทำให้ทั้งเข้ม ลึก แต่ยังคงความสดชื่นอยู่ในเวลาเดียวกัน

ความพิเศษของเนโกรนีคือ มันไม่ได้เป็นแค่เครื่องดื่มเรียกอารมณ์ แต่ยังสะท้อน ศิลปะการดื่มแบบอิตาเลียน ที่เน้นอรรถรส บรรยากาศ และความเนิบช้าแบบมีสไตล์ เหมาะกับคนที่ชอบรสชัด มีเอกลักษณ์ และกำลังมองหาเครื่องดื่มที่ทั้งหรู ทั้งเท่ ในแก้วเดียว

5. สก็อตช์วิสกี้ Scotch Whisky – สกอตแลนด์

ถ้าพูดถึงสุรากลั่นที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน ทั้งนิ่ง ขรึม และเต็มไปด้วยเรื่องราวในแก้วเดียว สก็อตช์วิสกี้ คือหนึ่งในตัวแทนที่โดดเด่นที่สุดจากสกอตแลนด์

สก็อตช์วิสกี้คือผลลัพธ์ของการผสมผสานระหว่างภูมิประเทศ ภูเขา อากาศ และแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์ ข้าวบาร์เลย์ถูกคัดเลือกอย่างใส่ใจ ผ่านกระบวนการกลั่นและบ่มในถังไม้โอ๊กเป็นเวลาหลายปี เพื่อให้ได้รสชาติที่ทั้งซับซ้อนและนุ่มลึก

กลิ่นแรกมักจะเป็น โทนควันอ่อน ๆ เคล้ากลิ่นวานิลลา ก่อนจะต่อด้วยโน้ตของผลไม้แห้ง น้ำผึ้ง และเครื่องเทศบางเบา เมื่อจิบลงไปจะรู้สึกถึงทั้งความหวานจาง ๆ ความขมนิด ๆ และสัมผัสของไม้โอ๊กที่ทำให้รสชาติยาวนานในปาก

สำหรับสายจับคู่รสชาติ สก็อตช์วิสกี้เข้ากันได้ดีกับ ช็อกโกแลตดำ ชีสที่บ่มจนได้รสเข้ม หรือสเต๊กคุณภาพดี การดื่มไปพร้อมกับอาหารเหล่านี้จะช่วยดึงเสน่ห์ของทั้งอาหารและวิสกี้ให้ชัดขึ้น จนกลายเป็นประสบการณ์การชิมที่สมบูรณ์แบบ

ปิดท้าย: ดื่มเพื่อเข้าใจ “จิตวิญญาณของยุโรป”

ทั้ง 5 เครื่องดื่มจากยุโรปนี้ ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่ยังเป็นเหมือน หน้าต่างให้เราได้มองเข้าไปในวัฒนธรรม วิถีชีวิต และเรื่องราวของแต่ละประเทศ

ถ้ามีโอกาสได้เดินทางไปเยือนถึงถิ่น ลองให้เวลากับการนั่งจิบอย่างตั้งใจ ไม่เร่งรีบ ฟังเรื่องเล่าจากคนท้องถิ่น หรือมองผู้คนรอบตัวไปพร้อมกับยกแก้ว คุณอาจค้นพบว่า บางครั้งการเดินทางที่น่าจดจำที่สุด ไม่ได้อยู่แค่ในภาพถ่าย แต่อยู่ใน “หนึ่งจิบที่ไม่มีวันลืม” ต่างหาก