ไปเที่ยวจีนยุค 2569 ต้องเริ่มจากมือถือ ไม่ใช่เงินสด

ถ้าคุณกำลังเล็งทริปจีนในปี 2569 อยู่ในหัว เชื่อได้เลยว่า หนึ่งในคำถามใหญ่ที่ผุดขึ้นมาแน่นอนคือ
“ไปจีนยังต้องพกเงินสดเยอะ ๆ อยู่ไหม?” หรือ “ควรใช้แอปอะไรจ่ายถึงจะรอด?”
คำตอบตรง ๆ เลยคือ ตอนนี้จีนแทบจะก้าวข้ามยุคเงินสดไปไกลแล้ว การจ่ายเงินผ่านแอปบนมือถือกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันแบบเนียน ๆ ตั้งแต่เดินตลาดนัดซื้อขนม ไปจนเรียกรถแท็กซี่ หรือซื้อกาแฟดี ๆ สักแก้ว แค่ยกมือถือขึ้นมาแล้วสแกน QR ก็จบ
จีน: ดินแดนที่ QR สำคัญกว่าแบงก์

ทุกวันนี้ ถ้าคุณลองมองวิถีชีวิตคนจีนดี ๆ จะเห็นภาพชัดมากว่า มือถือคือกระเป๋าตังค์ใบหลัก ของทุกคน
ตั้งแต่วัยรุ่นในปักกิ่งที่ยืนต่อคิวซื้อสตาร์บัคส์ ไปจนถึงคุณป้าขายเกี๊ยวซ่าริมทางในตลาดท้องถิ่น สิ่งที่ยื่นให้คุณไม่ใช่ถาดเงิน แต่คือ ป้าย QR พร้อมรอยยิ้ม
โอกาสได้เห็นคนจีนจ่ายด้วยเงินสดจริง ๆ นับวันยิ่งน้อยลง
ร้านบางแห่ง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ๆ อย่างเซี่ยงไฮ้ อาจไม่อยากรับเงินสดเพราะไม่สะดวก
ถ้าคุณคิดจะพึ่งแต่เงินสดล้วน ๆ ในการเที่ยวจีน มีสิทธิ์เจอเหตุการณ์ให้เหวอ เช่น
เหลือแต่ธนบัตร แต่ร้านบอก “จ่ายผ่านแอปได้อย่างเดียว”
ต่อให้ควักเงินแบงก์ออกมาแล้ว ก็ยังโดนปฏิเสธแบบสุภาพ
สรุปให้ตรง ๆ: การเตรียมแอปจ่ายเงินบนมือถือคืออาวุธหลักของนักท่องเที่ยวต่างชาติในจีนยุคนี้
รัฐบาลจีนเองก็เห็นความสำคัญเรื่องนี้ เลยจัดทำคู่มือภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการจ่ายเงินในประเทศจีน เพื่อช่วยให้นักท่องเที่ยวเข้าใจวิธีใช้แอปกระเป๋าเงินดิจิทัลอย่าง Alipay และตัวเลือกอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น
สองเสาหลักการจ่ายเงินดิจิทัลในจีน
หัวใจของ Cashless Society ที่จีนมีอยู่ตอนนี้ แทบจะยืนอยู่บนสองชื่อใหญ่ ๆ คือ
Alipay
WeChat Pay
ทั้งสองแอปนี้คือแพลตฟอร์มที่ครองตลาดการเงินดิจิทัลในจีนอย่างแท้จริง เดินไปมุมไหนก็เห็น QR ที่เชื่อมกับสองระบบนี้ทั้งนั้น
ข่าวดีคือ ทุกวันนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะคนไทย สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้นมาก เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนที่ขั้นตอนยุ่งยากและต้องยืนยันตัวตนหลายชั้น
ตอนนี้อะไร ๆ ก็ดูเป็นมิตรมากขึ้น เพราะ
ขั้นตอนยืนยันตัวตนสำหรับนักท่องเที่ยวถูกออกแบบให้เข้าใจง่าย
หลายธนาคารในไทย รวมถึง e-Wallet ชื่อดัง เริ่มเชื่อมระบบกับฝั่งจีนเรียบร้อยแล้ว
แปลว่า คุณไม่จำเป็นต้องเปิดบัญชีธนาคารจีน ก็สามารถใช้แอปจีนจ่ายเงินได้
ทำความรู้จัก Alipay: กระเป๋าเงินดิจิทัลคู่ใจชาวจีน

Alipay คือแอปที่ถูกสร้างขึ้นโดยกลุ่ม Alibaba เพื่อเป็นโครงสร้างหลักด้านการเงินดิจิทัลของจีน ถ้าพูดถึงชื่อนี้ในจีน แทบไม่มีใครไม่รู้จัก
สิ่งที่ทำให้ Alipay โดดเด่นคือ มันไม่ใช่แค่แอปไว้จ่ายเงินธรรมดา ๆ แต่คือแพลตฟอร์มการใช้ชีวิตแบบครบวงจร
ตัวอย่างสิ่งที่ทำผ่าน Alipay ได้ มีตั้งแต่
จ่ายค่าสินค้าในร้านค้าต่าง ๆ
ช้อปออนไลน์
จ่ายบิลค่าน้ำค่าไฟ
ซื้อตั๋วรถไฟหรือจองบริการเดินทาง
ซื้อประกันเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบสั้น ๆ
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าคุณมี Alipay อยู่ในมือถือ ก็แทบจะใช้ชีวิตในจีนได้ลื่นไหลขึ้นหลายเท่า
สมัคร Alipay ยังไงสำหรับนักท่องเที่ยว

Alipay เปิดทางให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถลงทะเบียนได้ง่ายขึ้น โดยมีฟีเจอร์สำหรับคนที่ไม่ได้ถือบัตรประชาชนจีน แต่ใช้พาสปอร์ตแทน
ภาพรวมขั้นตอนสำคัญจะมีประมาณนี้:
ดาวน์โหลดแอป Alipay จากสโตร์ในมือถือ
เลือกโหมดสำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้ใช้ต่างชาติ
ลงทะเบียนด้วยหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้งานได้
เตรียมพาสปอร์ตเพื่อใช้ตอนยืนยันตัวตน
ยืนยันตัวตนบน Alipay ให้พร้อมใช้งานจริง

การยืนยันตัวตน (Verification) เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะปลดล็อกการใช้งาน Alipay ให้เต็มประสิทธิภาพสำหรับนักท่องเที่ยว
โดยทั่วไปแล้ว คุณจะต้อง
กรอกข้อมูลส่วนตัวตามพาสปอร์ต
อัปโหลดรูปหรือทำตามขั้นตอนยืนยันที่ระบบขอ
รอระบบตรวจสอบและอนุมัติ
เมื่อผ่านขั้นตอนนี้แล้ว คุณก็พร้อมจะผูกบัตรและเริ่มจ่ายเงินได้แล้ว
ผูกบัตรธนาคารไทยกับ Alipay

จุดที่ทำให้คนไทยยิ้มออก คือ ตอนนี้สามารถผูกบัตรจากธนาคารในไทยเข้ากับ Alipay ได้ โดยไม่ต้องมีบัญชีเงินฝากในจีน
ภาพรวมสิ่งที่ต้องเตรียม ได้แก่
บัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตที่รองรับการใช้จ่ายต่างประเทศ
ข้อมูลบัตร เช่น หมายเลข วันหมดอายุ และรหัสความปลอดภัย
หลังจากผูกบัตรเรียบร้อย เวลาใช้จ่ายในจีน ระบบจะตัดวงเงินผ่านบัตรไทยของคุณโดยอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน ณ ขณะนั้น ทำให้คุณไม่ต้องพกเงินสดไปแลกเป็นหยวนเยอะ ๆ ตั้งแต่แรก
วิธีจ่ายเงินด้วย Alipay ให้ลื่นไหล

การจ่ายเงินในจีนด้วย Alipay มีฟีเจอร์หลัก ๆ ที่นักท่องเที่ยวใช้กันบ่อย เช่น
เปิดหน้าจอ QR ของตัวเองให้ร้านค้าสแกน
สแกน QR ของร้านค้าแล้วใส่จำนวนเงิน
ใช้ Alipay จองบริการต่าง ๆ เช่น ตั๋วเข้าชม หรือค่าเดินทางบางประเภท
ข้อดีคือ ทุกอย่างจบในไม่กี่วินาที ไม่ต้องนับแบงก์ ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทอน
WeChat Pay: เมื่อโซเชียลและการเงินรวมอยู่ในแอปเดียว

อีกเสาหลักที่คุณหนีไม่พ้นถ้าไปจีนคือ WeChat Pay ซึ่งถูกฝังอยู่ในแอป WeChat
WeChat สำหรับคนจีนไม่ได้เป็นแค่แอปแชท แต่มันคือโลกออนไลน์อีกใบหนึ่งที่รวมฟีเจอร์แบบ
แชทคุยกับเพื่อนและครอบครัว
โพสต์ Moments คล้ายไทม์ไลน์หรือฟีดข่าว
ติดตามข่าวสารหรือบัญชีทางการต่าง ๆ
ใช้เป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลผ่าน WeChat Pay
พอเอาฟีเจอร์จ่ายเงินมารวมเข้าไปด้วย ก็เลยไม่แปลกที่ WeChat กลายเป็นแอปที่แทบจะเปิดทั้งวันของคนจีนส่วนใหญ่
วิธีสมัคร WeChat สำหรับนักท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยวสามารถสมัคร WeChat ได้ง่าย ๆ เพียง
ดาวน์โหลดแอป WeChat
ลงทะเบียนด้วยเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้งานได้
ตั้งรหัสผ่านและยืนยันตัวตนตามขั้นตอนในแอป
หลังจากมีบัญชี WeChat แล้ว จึงค่อยเริ่มตั้งค่าเพื่อใช้งาน WeChat Pay ต่อไป
ผูกบัตรธนาคารไทยกับ WeChat Pay

เช่นเดียวกับ Alipay ตอนนี้ WeChat Pay ก็เปิดให้ผู้ใช้ต่างชาติผูกบัตรจากธนาคารต่างประเทศ ได้ รวมถึงบัตรจากธนาคารไทยบางแห่งที่รองรับการใช้งานข้ามประเทศ
หลักการคล้ายกัน คือ
กรอกข้อมูลบัตร
ยืนยันตัวตนและยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย คุณก็สามารถใช้ WeChat Pay จ่ายตามร้านค้าที่รองรับได้ทันที
วิธีจ่ายเงินด้วย WeChat Pay

WeChat Pay ใช้งานไม่ต่างจาก Alipay มากนัก โดยหลัก ๆ จะมีสองโหมดที่ต้องคุ้นเคย คือ
เปิด QR ของคุณให้ร้านค้าสแกนเพื่อหักยอด
ใช้ฟังก์ชันสแกน QR ของร้านค้าแล้วระบุจำนวนเงิน
ข้อดีคือ ถ้าคุณใช้ WeChat อยู่แล้วเพื่อแชทกับคนท้องถิ่น การมี WeChat Pay อยู่ในแอปเดียวกันก็ช่วยให้ทุกอย่างรวมศูนย์อยู่ในที่เดียว
ทางเลือกใหม่ของคนไทย: ใช้ระบบไทยเชื่อมระบบจีน
นอกจากการใช้ Alipay และ WeChat Pay แบบตรง ๆ แล้ว ตอนนี้ ธนาคารและ e-Wallet ในไทยหลายเจ้าได้เชื่อมต่อระบบกับแพลตฟอร์มการจ่ายเงินในจีน ทำให้เวลาคุณสแกนจ่ายในจีน เงินจะถูกตัดจากบัญชีหรือวอลเล็ตในไทยทันที
ข้อดีของทางเลือกนี้ ได้แก่
ไม่ต้องผูกบัตรโดยตรงกับแอปจีนก็ยังจ่ายได้
ใช้งานแอปที่คุ้นเคยจากฝั่งไทย แต่ไปจ่ายเงินในจีนได้สบาย ๆ
ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่ายจากสรุปยอดในแอปธนาคารไทย
Alipay vs WeChat Pay: เลือกอะไรดี?
ทั้ง Alipay และ WeChat Pay ต่างก็มีข้อดีของตัวเอง และที่สำคัญคือ ส่วนใหญ่ร้านค้าในจีนรองรับทั้งสองระบบ
มุมเปรียบเทียบแบบเข้าใจง่าย ๆ คือ
ถ้าคุณเน้นการจ่ายเงิน จองบริการ ช้อป และทำเรื่องการเงินเป็นหลัก Alipay คือสายจริงจังเรื่องการเงินโดยตรง
ถ้าคุณอยากแชท คุยกับคนจีน ใช้โซเชียล และจ่ายเงินไปพร้อมกัน WeChat Pay จะตอบโจทย์มากกว่า เพราะอยู่ในแอปเดียวกับการสื่อสารทั้งหมด
หลายคนเลือกใช้ ทั้งสองแอปคู่กัน เพื่อให้แน่ใจว่าไปที่ไหนก็จ่ายได้
คำถามยอดฮิตเรื่องเงินดิจิทัลในจีน
เวลาคนไทยคิดจะไปเที่ยวจีน มักมีข้อสงสัยคล้าย ๆ กัน เช่น
ถ้าไม่มีบัญชีธนาคารจีน จะใช้แอปจ่ายเงินได้ไหม?
ใช้บัตรจากธนาคารไทยผูกได้หรือเปล่า?
ถ้าเน็ตมือถือหลุดระหว่างจ่ายเงินจะทำยังไง?
ต้องเตรียมเงินสดเผื่อไว้เท่าไหร่ดี?
คำตอบโดยรวมคือ ทุกอย่างเริ่มง่ายขึ้นมากสำหรับนักท่องเที่ยว ขอแค่คุณเตรียม
มือถือที่ติดตั้งแอปพร้อมใช้งาน
อินเทอร์เน็ตที่เสถียรระหว่างอยู่ในจีน
บัตรธนาคารหรือ e-Wallet ที่รองรับการใช้จ่ายต่างประเทศ
และควรมีเงินสดติดตัวเล็กน้อยสำหรับสถานการณ์ที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้น
เคล็ดลับเล็ก ๆ สำหรับคนไทยให้เที่ยวจีนได้แบบไม่สะดุด
เพื่อให้ทริปจีนของคุณลื่นไหลขึ้น ลองเช็กสิ่งเหล่านี้ล่วงหน้า
ลงทะเบียนและยืนยันตัวตนใน Alipay/WeChat Pay ตั้งแต่ก่อนเดินทาง
ทดลองผูกบัตรธนาคารไทย หรือเช็กกับธนาคารว่ารองรับการใช้ในจีนหรือไม่
เตรียมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตหรือซิมโรมมิ่งให้พร้อม เพราะ ไม่มีเน็ต = จ่ายไม่ได้ ในหลายสถานการณ์
จดหรือแคปหน้าจอ QR สำคัญ ๆ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
ยิ่งเตรียมพร้อมมากเท่าไหร่ คุณยิ่งใช้เวลาในจีนไปกับการเที่ยว มากกว่ามานั่งเครียดเรื่องจ่ายเงิน
สรุป: พกมือถือเครื่องเดียว เที่ยวจีนได้แบบ Cashless
จีนในปี 2569 ไม่ได้เป็นแค่ประเทศที่เต็มไปด้วย Landmark สุดอลังการ แต่ยังเป็นตัวอย่างของสังคมไร้เงินสดที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
นักท่องเที่ยวไทยสามารถใช้
Alipay
WeChat Pay
รวมถึงตัวเลือกจากธนาคารไทยและ e-Wallet ที่เชื่อมระบบกับจีน
เพื่อจ่ายเงินได้อย่างสะดวกสบายในทุกเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หรือซีอาน
สรุปให้สั้น ๆ:
พกมือถือที่ผูกช่องทางการชำระเงินไว้เรียบร้อย
เตรียมอินเทอร์เน็ตให้พร้อม
มีเงินสดสำรองนิดหน่อย
เท่านี้คุณก็พร้อมใช้ชีวิตแบบ Cashless เต็มรูปแบบในจีน เดินกิน เดินเที่ยว เดินช้อป ได้แบบไม่สะดุดทุกมื้อ ทุกวันตลอดทริปแล้ว

