รับแอปรับแอป

ไปจีนไม่ง้อเงินสด! คู่มือ Alipay และ WeChat Pay สำหรับมือใหม่สายเที่ยวปี 2569

ศุภกร วงศ์ทอง01-30

ไปเที่ยวจีนยุค 2569 ต้องเริ่มจากมือถือ ไม่ใช่เงินสด

ถ้าคุณกำลังเล็งทริปจีนในปี 2569 อยู่ในหัว เชื่อได้เลยว่า หนึ่งในคำถามใหญ่ที่ผุดขึ้นมาแน่นอนคือ

“ไปจีนยังต้องพกเงินสดเยอะ ๆ อยู่ไหม?” หรือ “ควรใช้แอปอะไรจ่ายถึงจะรอด?”

คำตอบตรง ๆ เลยคือ ตอนนี้จีนแทบจะก้าวข้ามยุคเงินสดไปไกลแล้ว การจ่ายเงินผ่านแอปบนมือถือกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันแบบเนียน ๆ ตั้งแต่เดินตลาดนัดซื้อขนม ไปจนเรียกรถแท็กซี่ หรือซื้อกาแฟดี ๆ สักแก้ว แค่ยกมือถือขึ้นมาแล้วสแกน QR ก็จบ

จีน: ดินแดนที่ QR สำคัญกว่าแบงก์

ทุกวันนี้ ถ้าคุณลองมองวิถีชีวิตคนจีนดี ๆ จะเห็นภาพชัดมากว่า มือถือคือกระเป๋าตังค์ใบหลัก ของทุกคน

ตั้งแต่วัยรุ่นในปักกิ่งที่ยืนต่อคิวซื้อสตาร์บัคส์ ไปจนถึงคุณป้าขายเกี๊ยวซ่าริมทางในตลาดท้องถิ่น สิ่งที่ยื่นให้คุณไม่ใช่ถาดเงิน แต่คือ ป้าย QR พร้อมรอยยิ้ม

  • โอกาสได้เห็นคนจีนจ่ายด้วยเงินสดจริง ๆ นับวันยิ่งน้อยลง

  • ร้านบางแห่ง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ๆ อย่างเซี่ยงไฮ้ อาจไม่อยากรับเงินสดเพราะไม่สะดวก

ถ้าคุณคิดจะพึ่งแต่เงินสดล้วน ๆ ในการเที่ยวจีน มีสิทธิ์เจอเหตุการณ์ให้เหวอ เช่น

  • เหลือแต่ธนบัตร แต่ร้านบอก “จ่ายผ่านแอปได้อย่างเดียว”

  • ต่อให้ควักเงินแบงก์ออกมาแล้ว ก็ยังโดนปฏิเสธแบบสุภาพ

สรุปให้ตรง ๆ: การเตรียมแอปจ่ายเงินบนมือถือคืออาวุธหลักของนักท่องเที่ยวต่างชาติในจีนยุคนี้

รัฐบาลจีนเองก็เห็นความสำคัญเรื่องนี้ เลยจัดทำคู่มือภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการจ่ายเงินในประเทศจีน เพื่อช่วยให้นักท่องเที่ยวเข้าใจวิธีใช้แอปกระเป๋าเงินดิจิทัลอย่าง Alipay และตัวเลือกอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น

สองเสาหลักการจ่ายเงินดิจิทัลในจีน

หัวใจของ Cashless Society ที่จีนมีอยู่ตอนนี้ แทบจะยืนอยู่บนสองชื่อใหญ่ ๆ คือ

  • Alipay

  • WeChat Pay

ทั้งสองแอปนี้คือแพลตฟอร์มที่ครองตลาดการเงินดิจิทัลในจีนอย่างแท้จริง เดินไปมุมไหนก็เห็น QR ที่เชื่อมกับสองระบบนี้ทั้งนั้น

ข่าวดีคือ ทุกวันนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะคนไทย สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้นมาก เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนที่ขั้นตอนยุ่งยากและต้องยืนยันตัวตนหลายชั้น

ตอนนี้อะไร ๆ ก็ดูเป็นมิตรมากขึ้น เพราะ

  • ขั้นตอนยืนยันตัวตนสำหรับนักท่องเที่ยวถูกออกแบบให้เข้าใจง่าย

  • หลายธนาคารในไทย รวมถึง e-Wallet ชื่อดัง เริ่มเชื่อมระบบกับฝั่งจีนเรียบร้อยแล้ว

แปลว่า คุณไม่จำเป็นต้องเปิดบัญชีธนาคารจีน ก็สามารถใช้แอปจีนจ่ายเงินได้

ทำความรู้จัก Alipay: กระเป๋าเงินดิจิทัลคู่ใจชาวจีน

Alipay คือแอปที่ถูกสร้างขึ้นโดยกลุ่ม Alibaba เพื่อเป็นโครงสร้างหลักด้านการเงินดิจิทัลของจีน ถ้าพูดถึงชื่อนี้ในจีน แทบไม่มีใครไม่รู้จัก

สิ่งที่ทำให้ Alipay โดดเด่นคือ มันไม่ใช่แค่แอปไว้จ่ายเงินธรรมดา ๆ แต่คือแพลตฟอร์มการใช้ชีวิตแบบครบวงจร

ตัวอย่างสิ่งที่ทำผ่าน Alipay ได้ มีตั้งแต่

  • จ่ายค่าสินค้าในร้านค้าต่าง ๆ

  • ช้อปออนไลน์

  • จ่ายบิลค่าน้ำค่าไฟ

  • ซื้อตั๋วรถไฟหรือจองบริการเดินทาง

  • ซื้อประกันเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบสั้น ๆ

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าคุณมี Alipay อยู่ในมือถือ ก็แทบจะใช้ชีวิตในจีนได้ลื่นไหลขึ้นหลายเท่า

สมัคร Alipay ยังไงสำหรับนักท่องเที่ยว

Alipay เปิดทางให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถลงทะเบียนได้ง่ายขึ้น โดยมีฟีเจอร์สำหรับคนที่ไม่ได้ถือบัตรประชาชนจีน แต่ใช้พาสปอร์ตแทน

ภาพรวมขั้นตอนสำคัญจะมีประมาณนี้:

  • ดาวน์โหลดแอป Alipay จากสโตร์ในมือถือ

  • เลือกโหมดสำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้ใช้ต่างชาติ

  • ลงทะเบียนด้วยหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้งานได้

  • เตรียมพาสปอร์ตเพื่อใช้ตอนยืนยันตัวตน

ยืนยันตัวตนบน Alipay ให้พร้อมใช้งานจริง

การยืนยันตัวตน (Verification) เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะปลดล็อกการใช้งาน Alipay ให้เต็มประสิทธิภาพสำหรับนักท่องเที่ยว

โดยทั่วไปแล้ว คุณจะต้อง

  • กรอกข้อมูลส่วนตัวตามพาสปอร์ต

  • อัปโหลดรูปหรือทำตามขั้นตอนยืนยันที่ระบบขอ

  • รอระบบตรวจสอบและอนุมัติ

เมื่อผ่านขั้นตอนนี้แล้ว คุณก็พร้อมจะผูกบัตรและเริ่มจ่ายเงินได้แล้ว

ผูกบัตรธนาคารไทยกับ Alipay

จุดที่ทำให้คนไทยยิ้มออก คือ ตอนนี้สามารถผูกบัตรจากธนาคารในไทยเข้ากับ Alipay ได้ โดยไม่ต้องมีบัญชีเงินฝากในจีน

ภาพรวมสิ่งที่ต้องเตรียม ได้แก่

  • บัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตที่รองรับการใช้จ่ายต่างประเทศ

  • ข้อมูลบัตร เช่น หมายเลข วันหมดอายุ และรหัสความปลอดภัย

หลังจากผูกบัตรเรียบร้อย เวลาใช้จ่ายในจีน ระบบจะตัดวงเงินผ่านบัตรไทยของคุณโดยอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน ณ ขณะนั้น ทำให้คุณไม่ต้องพกเงินสดไปแลกเป็นหยวนเยอะ ๆ ตั้งแต่แรก

วิธีจ่ายเงินด้วย Alipay ให้ลื่นไหล

การจ่ายเงินในจีนด้วย Alipay มีฟีเจอร์หลัก ๆ ที่นักท่องเที่ยวใช้กันบ่อย เช่น

  • เปิดหน้าจอ QR ของตัวเองให้ร้านค้าสแกน

  • สแกน QR ของร้านค้าแล้วใส่จำนวนเงิน

  • ใช้ Alipay จองบริการต่าง ๆ เช่น ตั๋วเข้าชม หรือค่าเดินทางบางประเภท

ข้อดีคือ ทุกอย่างจบในไม่กี่วินาที ไม่ต้องนับแบงก์ ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทอน

WeChat Pay: เมื่อโซเชียลและการเงินรวมอยู่ในแอปเดียว

อีกเสาหลักที่คุณหนีไม่พ้นถ้าไปจีนคือ WeChat Pay ซึ่งถูกฝังอยู่ในแอป WeChat

WeChat สำหรับคนจีนไม่ได้เป็นแค่แอปแชท แต่มันคือโลกออนไลน์อีกใบหนึ่งที่รวมฟีเจอร์แบบ

  • แชทคุยกับเพื่อนและครอบครัว

  • โพสต์ Moments คล้ายไทม์ไลน์หรือฟีดข่าว

  • ติดตามข่าวสารหรือบัญชีทางการต่าง ๆ

  • ใช้เป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลผ่าน WeChat Pay

พอเอาฟีเจอร์จ่ายเงินมารวมเข้าไปด้วย ก็เลยไม่แปลกที่ WeChat กลายเป็นแอปที่แทบจะเปิดทั้งวันของคนจีนส่วนใหญ่

วิธีสมัคร WeChat สำหรับนักท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยวสามารถสมัคร WeChat ได้ง่าย ๆ เพียง

  • ดาวน์โหลดแอป WeChat

  • ลงทะเบียนด้วยเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้งานได้

  • ตั้งรหัสผ่านและยืนยันตัวตนตามขั้นตอนในแอป

หลังจากมีบัญชี WeChat แล้ว จึงค่อยเริ่มตั้งค่าเพื่อใช้งาน WeChat Pay ต่อไป

ผูกบัตรธนาคารไทยกับ WeChat Pay

เช่นเดียวกับ Alipay ตอนนี้ WeChat Pay ก็เปิดให้ผู้ใช้ต่างชาติผูกบัตรจากธนาคารต่างประเทศ ได้ รวมถึงบัตรจากธนาคารไทยบางแห่งที่รองรับการใช้งานข้ามประเทศ

หลักการคล้ายกัน คือ

  • กรอกข้อมูลบัตร

  • ยืนยันตัวตนและยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย คุณก็สามารถใช้ WeChat Pay จ่ายตามร้านค้าที่รองรับได้ทันที

วิธีจ่ายเงินด้วย WeChat Pay

WeChat Pay ใช้งานไม่ต่างจาก Alipay มากนัก โดยหลัก ๆ จะมีสองโหมดที่ต้องคุ้นเคย คือ

  • เปิด QR ของคุณให้ร้านค้าสแกนเพื่อหักยอด

  • ใช้ฟังก์ชันสแกน QR ของร้านค้าแล้วระบุจำนวนเงิน

ข้อดีคือ ถ้าคุณใช้ WeChat อยู่แล้วเพื่อแชทกับคนท้องถิ่น การมี WeChat Pay อยู่ในแอปเดียวกันก็ช่วยให้ทุกอย่างรวมศูนย์อยู่ในที่เดียว

ทางเลือกใหม่ของคนไทย: ใช้ระบบไทยเชื่อมระบบจีน

นอกจากการใช้ Alipay และ WeChat Pay แบบตรง ๆ แล้ว ตอนนี้ ธนาคารและ e-Wallet ในไทยหลายเจ้าได้เชื่อมต่อระบบกับแพลตฟอร์มการจ่ายเงินในจีน ทำให้เวลาคุณสแกนจ่ายในจีน เงินจะถูกตัดจากบัญชีหรือวอลเล็ตในไทยทันที

ข้อดีของทางเลือกนี้ ได้แก่

  • ไม่ต้องผูกบัตรโดยตรงกับแอปจีนก็ยังจ่ายได้

  • ใช้งานแอปที่คุ้นเคยจากฝั่งไทย แต่ไปจ่ายเงินในจีนได้สบาย ๆ

  • ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่ายจากสรุปยอดในแอปธนาคารไทย

Alipay vs WeChat Pay: เลือกอะไรดี?

ทั้ง Alipay และ WeChat Pay ต่างก็มีข้อดีของตัวเอง และที่สำคัญคือ ส่วนใหญ่ร้านค้าในจีนรองรับทั้งสองระบบ

มุมเปรียบเทียบแบบเข้าใจง่าย ๆ คือ

  • ถ้าคุณเน้นการจ่ายเงิน จองบริการ ช้อป และทำเรื่องการเงินเป็นหลัก Alipay คือสายจริงจังเรื่องการเงินโดยตรง

  • ถ้าคุณอยากแชท คุยกับคนจีน ใช้โซเชียล และจ่ายเงินไปพร้อมกัน WeChat Pay จะตอบโจทย์มากกว่า เพราะอยู่ในแอปเดียวกับการสื่อสารทั้งหมด

หลายคนเลือกใช้ ทั้งสองแอปคู่กัน เพื่อให้แน่ใจว่าไปที่ไหนก็จ่ายได้

คำถามยอดฮิตเรื่องเงินดิจิทัลในจีน

เวลาคนไทยคิดจะไปเที่ยวจีน มักมีข้อสงสัยคล้าย ๆ กัน เช่น

  • ถ้าไม่มีบัญชีธนาคารจีน จะใช้แอปจ่ายเงินได้ไหม?

  • ใช้บัตรจากธนาคารไทยผูกได้หรือเปล่า?

  • ถ้าเน็ตมือถือหลุดระหว่างจ่ายเงินจะทำยังไง?

  • ต้องเตรียมเงินสดเผื่อไว้เท่าไหร่ดี?

คำตอบโดยรวมคือ ทุกอย่างเริ่มง่ายขึ้นมากสำหรับนักท่องเที่ยว ขอแค่คุณเตรียม

  • มือถือที่ติดตั้งแอปพร้อมใช้งาน

  • อินเทอร์เน็ตที่เสถียรระหว่างอยู่ในจีน

  • บัตรธนาคารหรือ e-Wallet ที่รองรับการใช้จ่ายต่างประเทศ

และควรมีเงินสดติดตัวเล็กน้อยสำหรับสถานการณ์ที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้น

เคล็ดลับเล็ก ๆ สำหรับคนไทยให้เที่ยวจีนได้แบบไม่สะดุด

เพื่อให้ทริปจีนของคุณลื่นไหลขึ้น ลองเช็กสิ่งเหล่านี้ล่วงหน้า

  • ลงทะเบียนและยืนยันตัวตนใน Alipay/WeChat Pay ตั้งแต่ก่อนเดินทาง

  • ทดลองผูกบัตรธนาคารไทย หรือเช็กกับธนาคารว่ารองรับการใช้ในจีนหรือไม่

  • เตรียมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตหรือซิมโรมมิ่งให้พร้อม เพราะ ไม่มีเน็ต = จ่ายไม่ได้ ในหลายสถานการณ์

  • จดหรือแคปหน้าจอ QR สำคัญ ๆ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

ยิ่งเตรียมพร้อมมากเท่าไหร่ คุณยิ่งใช้เวลาในจีนไปกับการเที่ยว มากกว่ามานั่งเครียดเรื่องจ่ายเงิน

สรุป: พกมือถือเครื่องเดียว เที่ยวจีนได้แบบ Cashless

จีนในปี 2569 ไม่ได้เป็นแค่ประเทศที่เต็มไปด้วย Landmark สุดอลังการ แต่ยังเป็นตัวอย่างของสังคมไร้เงินสดที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

นักท่องเที่ยวไทยสามารถใช้

  • Alipay

  • WeChat Pay

  • รวมถึงตัวเลือกจากธนาคารไทยและ e-Wallet ที่เชื่อมระบบกับจีน

เพื่อจ่ายเงินได้อย่างสะดวกสบายในทุกเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หรือซีอาน

สรุปให้สั้น ๆ:

  • พกมือถือที่ผูกช่องทางการชำระเงินไว้เรียบร้อย

  • เตรียมอินเทอร์เน็ตให้พร้อม

  • มีเงินสดสำรองนิดหน่อย

เท่านี้คุณก็พร้อมใช้ชีวิตแบบ Cashless เต็มรูปแบบในจีน เดินกิน เดินเที่ยว เดินช้อป ได้แบบไม่สะดุดทุกมื้อ ทุกวันตลอดทริปแล้ว