เมื่อโชค ลาภ และลาบ กลายเป็นนิทรรศการแฟชั่น
ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) พื้นที่ที่รวบรวมงานคราฟต์ไทยสุดสร้างสรรค์บนชั้น 4 และชั้น 5 ไอคอนสยาม และชั้น 3 สยามพารากอน ชวนสายศิลปะและแฟชั่นมาดูนิทรรศการป๊อปอัพสุดสนุก “ICONCRAFT X PATTERN.ERS CHOKE-LARB POP UP EXHIBITION”
นิทรรศการนี้หยิบเอาเรื่องราว “โชค–ลาภ” ความเชื่อ อาหาร และวิถีชีวิตคนเหนือ มาถ่ายทอดผ่านเสื้อผ้า ลายผ้า และเทคนิคการตัดเย็บแบบมีเอกลักษณ์ สไตล์แฟชั่นร่วมสมัยที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นไทยแบบชัดเจน
งานนี้คือส่วนหนึ่งของ Bangkok Design Week 2026 และเปิดให้เข้าชมฟรี ตั้งแต่ 20 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม
ICONCRAFT: จากหัตถศิลป์สู่ Creative Powerhouse
กลุ่มสยามพิวรรธน์ผลักดันไอคอนคราฟต์ให้เป็นมากกว่าโซนขายของคราฟต์ แต่เป็น แพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อหัตถศิลป์ไทยกับงานออกแบบร่วมสมัย
ที่นี่คือที่ที่ภูมิปัญญาไทยถูกต่อยอดให้กลายเป็นงานดีไซน์ที่ใช้ได้จริง มีคุณค่าในระดับสากล และเปิดพื้นที่ให้นักออกแบบรุ่นใหม่ได้ทดลอง เล่าเรื่อง และผลักดันแฟชั่นไทยไปข้างหน้า
นิทรรศการนี้รวบรวมผลงานแฟชั่นจากนักออกแบบรุ่นใหม่จากภาคเหนือในกลุ่ม PATTERN.ERS ทั้งหมด 4 แบรนด์ คือ
KANZ BY THAITOR
{JUN}
LONGGOY
FEEL YOUTH
และอีกหนึ่งแบรนด์ระดับตำนานในวงการภาชนะลายไทย SUCHAI CRAFT
ทุกแบรนด์ร่วมกันตีความ “ลาบ” ไม่ใช่แค่อาหาร แต่คือสัญลักษณ์ของโชคลาภ ความอุดมสมบูรณ์ และสายสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม จนกลายเป็นงานออกแบบที่เชื่อมอดีตเข้ากับชีวิตปัจจุบันได้อย่างมีชั้นเชิง
หนึ่งคอนเซ็ปต์ หลายมุมมองจาก 5 แบรนด์เหนือ
แม้ทั้ง 5 แบรนด์จะมีรากจากภาคเหนือเหมือนกัน แต่ ตัวตนและการเล่าเรื่องกลับแตกต่างอย่างชัดเจน
แต่ละแบรนด์ตีความคำว่า “โชค–ลาบ (ลาภ)” ในมุมของตัวเอง
ใช้เทคนิคผ้า การตัดเย็บ และแนวคิดดีไซน์ที่ไม่ซ้ำกัน
เล่าเรื่องทั้งวัฒนธรรม วิถีชีวิต ความเชื่อ และตัวตนของดีไซเนอร์ไปพร้อมกัน
นิทรรศการนี้จึงไม่ใช่แค่โชว์เสื้อผ้า แต่เป็น พื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองของดีไซเนอร์แฟชั่นไทย สร้างบทสนทนาใหม่ระหว่างวัฒนธรรมกับความร่วมสมัย และขยายขอบเขตของแฟชั่นไทยให้ทรงพลังยิ่งขึ้น
KANZ BY THAITOR: บาติกชิ้นเดียว ใส่ได้เหมือนสวมงานศิลปะ
เริ่มจากแบรนด์จากจังหวัดแพร่ “KANZ BY THAITOR” ที่ต่อยอดเทคนิคผ้าบาติกจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก แล้วแปลงเป็นเสื้อผ้าเรียบง่าย ใส่ได้จริง และยังคิดถึงเรื่องการใช้ได้ยาวนานและความยั่งยืน
จุดเด่นคือ
การนำ เศษผ้าเหลือใช้มาปะติดปะต่อ ให้กลายเป็นผืนผ้าใหม่
สร้างมิติของลายผ้าแบบไม่เหมือนใคร
กลายเป็น งานศิลปะที่สวมได้ มากกว่าชุดธรรมดา
ในนิทรรศการนี้ KANZ BY THAITOR ถ่ายทอดเรื่องโชคลาภผ่านคอลเลกชัน “Hom Dok – Hom Khan ฮ่มดอก ฮ่วมขัน”
แรงบันดาลใจมาจาก หม้อดอกล้านนา หรือ “ปูรณฆฏะ” สัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์และความโชคดีในคติความเชื่อล้านนา
แบรนด์นำความหมายเหล่านี้มาตัดทอนเป็นลายใหม่ ๆ แล้วผสมกับลวดลายดอกไม้บาติกจากรุ่นพ่อแม่ ให้กลายเป็นเสื้อผ้าร่วมสมัยในแบบ KANZ BY THAITOR ที่หยิบมาใส่ได้ทุกวัน แต่ยังเต็มไปด้วยชั้นเชิงและความหมาย
{JUN}: ลาบ ความลี้ลับของลาภ และโลกของผู้ชายเหนือ
ต่อมาคือ “{JUN}” แบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายจากเชียงใหม่ ที่ชอบหยิบดีเทลเครื่องแต่งกายผู้ชายจากประเทศต่าง ๆ ในเอเชียมาลดทอนให้เรียบง่าย แล้วเย็บด้วยผ้าทอคุณภาพจากเชียงใหม่ โดยช่างฝีมือท้องถิ่น
นอกจากเรื่องดีไซน์ แบรนด์ยังให้ความสำคัญกับ
การสร้างงานให้ชุมชน
การกระจายรายได้ให้คนท้องถิ่น
ในงานนี้ {JUN} นำเสนอคอลเลกชัน “S-LาrB สะ-ลาบ” ที่ย้อนไปเล่าความหมายของ “ลาบ” ในสมัยก่อน
ลาบไม่ใช่อาหารธรรมดา แต่เป็นอาหารของคนชั้นสูง เพราะการทำลาบหนึ่งครั้งต้องใช้วัตถุดิบจำนวนมาก ใช้สัตว์ใหญ่ ใช้เครื่องเทศหลากชนิด และมีขั้นตอนซับซ้อน สะท้อนทั้งฐานะ ความพร้อม และความร่วมมือของคนทั้งหมู่บ้าน
ลาบยังเป็นอาหารที่ผูกกับพิธีและความเชื่อเรื่อง “ลาภ”
กินในงานมงคล เช่น ขึ้นบ้านใหม่ แต่งงาน บวชลูกแก้ว
เป็นกิจกรรมที่ดึงผู้คนมาร่วมแรงร่วมใจกัน
ครัวกลายเป็นพื้นที่ของผู้ชายเหนือโดยเฉพาะในช่วง “การลาบ”
คนที่ทำลาบอร่อยมักถูกเรียกว่า “สล่าลาบ” ด้วยความเคารพ
{JUN} จึงหยิบเรื่องราว “สล่าลาบ” มาแปลความใหม่ผ่านดีไซน์และฟังก์ชันร่วมสมัย จนกลายเป็นคอลเลกชัน “S-LาrB” ที่ไม่เพียงเล่าเรื่องทักษะและความประณีต แต่ยังสื่อถึง จิตวิญญาณของการทำลาบ ในรูปของเสื้อผ้าที่เหมือนพกโชคลาภและความรุ่งเรืองติดตัว
LONGGOY: ถ้าอยากมีโชค ฝีมือต้องนำหน้าก่อน
สำหรับ “LONGGOY” แบรนด์นี้คือการเล่าล้านนาในรูปแบบใหม่ ผ่านเสื้อผ้าที่ผสม ความเก่า กับความใหม่ เข้าไว้ด้วยกัน
แบรนด์ใช้เทคนิคการกัดสีและวัตถุดิบจากเชียงใหม่ สร้างชิ้นงานที่มีบุคลิกชัด เหมือนพกวัฒนธรรมล้านนาเดินทางไปกับผู้สวมใส่ในทุกคอลเลกชัน
แนวคิดสำคัญที่ LONGGOY อยากบอกผ่านนิทรรศการนี้คือประโยคที่คมมากว่า
“ถ้าคุณอยากโชคดี ฝีมือคุณต้องดีมาก่อนมีโชค”
ในมุมมองของแบรนด์ คนมักมองคนเหนือว่าเชื่องช้า เนิบ ๆ ซึ่งอาจเป็นทั้งข้อดีและข้อเสียในยุคที่โลกหมุนเร็ว หากอยากตามโลกให้ทันหรือก้าวนำคนอื่น เราต้องทำให้ดีและมากกว่าคนอื่นในแบบของเราเอง
แบรนด์เชื่อว่า
ความปรารถนา
การลงมือทำ
การพัฒนาตัวเอง
และโชค
เมื่อรวมกันแล้วจึงจะกลายเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ซึ่งใน 4 อย่างนี้ มีถึง 3 อย่างที่เราควบคุมได้เอง โชคเป็นเพียงปัจจัยสุดท้ายที่ตามมาเท่านั้น
คอลเลกชันของ LONGGOY ในงานนี้จึงเหมือนการประกาศชัด ๆ ว่า “อยากโชคดี ต้องลงมือก่อนเสมอ” แล้วค่อยให้โชคมาช่วยผลักเราไปไกลขึ้น
FEEL YOUTH: แฟชั่นเลือดควาย สีทอง และพลังลาภ
ถัดมาคือ “FEEL YOUTH” แบรนด์จากเชียงใหม่ที่หยิบเอา สีสัน ศิลปะ และธรรมชาติรอบตัว มาตีความเป็นเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยความสนุก ความงาม และความเยาว์
เป้าหมายคือให้ทุกคนได้ “Feel Youth” ในแบบของตัวเอง ผ่านเสื้อผ้าที่มีชีวิตชีวา
ในนิทรรศการนี้ FEEL YOUTH นำเสนอผลงานในธีม “โชก–ลาภ” ผ่านชุดสีแดง–ทองที่สะดุดตามาก เพราะใช้การย้อมจาก
เลือดควาย ผสมกับวัสดุจากธรรมชาติและเคมี
สีแดงที่สื่อถึงการโชกไปด้วยเลือด เหมือนจิตวิญญาณของควายในเมนูลาบดิบ
สีทองที่แทนความโชคดี และคำว่า “ลาบ / ลาภ” ที่พ้องเสียงกัน
ผลงานนี้จึงไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่คือ ศิลปะบนเสื้อผ้าที่เล่าเรื่องลาบดิบในฐานะสัญลักษณ์ของโชคลาภและความอุดมสมบูรณ์
เลือดควาย ซึ่งเป็นหัวใจของอาหารจานนี้ ถูกดึงมาใช้เป็น “สี” สำหรับย้อมผ้า ผ่านเทคนิคเฉพาะของ FEEL YOUTH ทำให้เสื้อแต่ละชิ้นกลายเป็นการตีความวัฒนธรรมในมิติที่เข้มข้นทั้งภาพและความหมาย
SUCHAI CRAFT: ภาชนะลายไทยที่เทิร์นตัวเองให้โมเดิร์น
อีกแบรนด์ที่มาเติมเลเยอร์ให้กับนิทรรศการนี้คือ “SUCHAI CRAFT” เจ้าของงานภาชนะอลูมิเนียมลายไทยที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 50 ปี
แบรนด์นี้เลือกไม่หยุดอยู่แค่ภาพจำเดิม ๆ แต่ พลิกโฉมภาชนะลายไทยให้ร่วมสมัยมากขึ้น โดยการ
เพิ่มสีสันที่หลากหลาย
ออกแบบฟังก์ชันการใช้งานรูปแบบใหม่
เปลี่ยนภาพจำให้เป็นของแต่งบ้านและของใช้ที่หยิบมาใช้ได้ทุกวัน
ในนิทรรศการนี้ SUCHAI CRAFT นำเสนอชุดผลงาน “เลิศ ลาภ” ที่ใช้สีสันอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาผูกกับแนวคิดสีมงคล
จุดน่าสนใจคือ
แบรนด์มองว่าเรื่องสีเป็นเรื่องส่วนตัวมาก ๆ
เราทุกคนสามารถ สร้าง “สีแห่งโชคลาภ” ของตัวเองได้
พวกเขาเลือกใช้โทน ฟ้า–น้ำเงิน ซึ่งมักถูกมองว่าไม่เหมาะกับอาหาร มาผสมกับโทนนิลกาฬและเงิน กลายเป็นสินค้าตกแต่งโต๊ะอาหาร เช่น ถาด ชาม ขัน เหยือก ที่ทำให้โต๊ะดูหรูหราและมีสไตล์ขึ้นทันที
สารสำคัญคือการสื่อว่า ถ้าเป็นสีที่เราเชื่อและใช้ถูกกาลเทศะ สีใดก็กลายเป็นสีแห่งความ “เลิศ” ที่พาเราไปสู่ “ลาภ” ได้ทั้งนั้น
นิทรรศการที่พาแฟชั่น วัฒนธรรม และโชคลาภมาเจอกัน
นิทรรศการ “ICONCRAFT X PATTERN.ERS CHOKE-LARB POP UP EXHIBITION” คือหนึ่งในไฮไลต์ของเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ (Bangkok Design Week 2026) ที่ใครอินกับงานออกแบบและวัฒนธรรมไม่ควรพลาด
นิทรรศการนี้ทำให้เราได้เห็นว่า
งานแฟชั่นไทยร่วมสมัย สามารถเล่าวัฒนธรรมท้องถิ่นได้ลึกซึ้งมาก
ความเป็น “เหนือ” ไม่ได้อยู่แค่ในสำเนียง แต่อยู่ในลายผ้า รูปทรงเสื้อผ้า ภาชนะ และวิธีคิด
แนวคิดเรื่อง โชค–ลาภ–ลาบ ถูกแปลเป็นเสื้อผ้าและวัตถุที่จับต้องได้อย่างมีชั้นเชิง
ที่สำคัญ นิทรรศการยังเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้สัมผัสพลังของนักออกแบบรุ่นใหม่อย่างใกล้ชิด และเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาไทยในมุมที่สดใหม่ขึ้นมาก
นิทรรศการจัดแสดงตั้งแต่ 20 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม ใครหลงรักงานคราฟต์ แฟชั่น และเรื่องเล่าวัฒนธรรมในรูปแบบใหม่ ๆ ต้องลองไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง

