รับแอปรับแอป

โชค–ลาบ–ลาภ: เมื่อแฟชั่นเหนือระเบิดพลังคราฟต์กลางไอคอนสยาม

วิทยา พูนทรัพย์01-30

เมื่อโชค ลาภ และลาบ กลายเป็นนิทรรศการแฟชั่น

ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) พื้นที่ที่รวบรวมงานคราฟต์ไทยสุดสร้างสรรค์บนชั้น 4 และชั้น 5 ไอคอนสยาม และชั้น 3 สยามพารากอน ชวนสายศิลปะและแฟชั่นมาดูนิทรรศการป๊อปอัพสุดสนุก “ICONCRAFT X PATTERN.ERS CHOKE-LARB POP UP EXHIBITION”

นิทรรศการนี้หยิบเอาเรื่องราว “โชค–ลาภ” ความเชื่อ อาหาร และวิถีชีวิตคนเหนือ มาถ่ายทอดผ่านเสื้อผ้า ลายผ้า และเทคนิคการตัดเย็บแบบมีเอกลักษณ์ สไตล์แฟชั่นร่วมสมัยที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นไทยแบบชัดเจน

งานนี้คือส่วนหนึ่งของ Bangkok Design Week 2026 และเปิดให้เข้าชมฟรี ตั้งแต่ 20 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม

ICONCRAFT: จากหัตถศิลป์สู่ Creative Powerhouse

กลุ่มสยามพิวรรธน์ผลักดันไอคอนคราฟต์ให้เป็นมากกว่าโซนขายของคราฟต์ แต่เป็น แพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อหัตถศิลป์ไทยกับงานออกแบบร่วมสมัย

ที่นี่คือที่ที่ภูมิปัญญาไทยถูกต่อยอดให้กลายเป็นงานดีไซน์ที่ใช้ได้จริง มีคุณค่าในระดับสากล และเปิดพื้นที่ให้นักออกแบบรุ่นใหม่ได้ทดลอง เล่าเรื่อง และผลักดันแฟชั่นไทยไปข้างหน้า

นิทรรศการนี้รวบรวมผลงานแฟชั่นจากนักออกแบบรุ่นใหม่จากภาคเหนือในกลุ่ม PATTERN.ERS ทั้งหมด 4 แบรนด์ คือ

  • KANZ BY THAITOR

  • {JUN}

  • LONGGOY

  • FEEL YOUTH

และอีกหนึ่งแบรนด์ระดับตำนานในวงการภาชนะลายไทย SUCHAI CRAFT

ทุกแบรนด์ร่วมกันตีความ “ลาบ” ไม่ใช่แค่อาหาร แต่คือสัญลักษณ์ของโชคลาภ ความอุดมสมบูรณ์ และสายสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม จนกลายเป็นงานออกแบบที่เชื่อมอดีตเข้ากับชีวิตปัจจุบันได้อย่างมีชั้นเชิง

หนึ่งคอนเซ็ปต์ หลายมุมมองจาก 5 แบรนด์เหนือ

แม้ทั้ง 5 แบรนด์จะมีรากจากภาคเหนือเหมือนกัน แต่ ตัวตนและการเล่าเรื่องกลับแตกต่างอย่างชัดเจน

  • แต่ละแบรนด์ตีความคำว่า “โชค–ลาบ (ลาภ)” ในมุมของตัวเอง

  • ใช้เทคนิคผ้า การตัดเย็บ และแนวคิดดีไซน์ที่ไม่ซ้ำกัน

  • เล่าเรื่องทั้งวัฒนธรรม วิถีชีวิต ความเชื่อ และตัวตนของดีไซเนอร์ไปพร้อมกัน

นิทรรศการนี้จึงไม่ใช่แค่โชว์เสื้อผ้า แต่เป็น พื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองของดีไซเนอร์แฟชั่นไทย สร้างบทสนทนาใหม่ระหว่างวัฒนธรรมกับความร่วมสมัย และขยายขอบเขตของแฟชั่นไทยให้ทรงพลังยิ่งขึ้น

KANZ BY THAITOR: บาติกชิ้นเดียว ใส่ได้เหมือนสวมงานศิลปะ

เริ่มจากแบรนด์จากจังหวัดแพร่ “KANZ BY THAITOR” ที่ต่อยอดเทคนิคผ้าบาติกจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก แล้วแปลงเป็นเสื้อผ้าเรียบง่าย ใส่ได้จริง และยังคิดถึงเรื่องการใช้ได้ยาวนานและความยั่งยืน

จุดเด่นคือ

  • การนำ เศษผ้าเหลือใช้มาปะติดปะต่อ ให้กลายเป็นผืนผ้าใหม่

  • สร้างมิติของลายผ้าแบบไม่เหมือนใคร

  • กลายเป็น งานศิลปะที่สวมได้ มากกว่าชุดธรรมดา

ในนิทรรศการนี้ KANZ BY THAITOR ถ่ายทอดเรื่องโชคลาภผ่านคอลเลกชัน “Hom Dok – Hom Khan ฮ่มดอก ฮ่วมขัน”

แรงบันดาลใจมาจาก หม้อดอกล้านนา หรือ “ปูรณฆฏะ” สัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์และความโชคดีในคติความเชื่อล้านนา

แบรนด์นำความหมายเหล่านี้มาตัดทอนเป็นลายใหม่ ๆ แล้วผสมกับลวดลายดอกไม้บาติกจากรุ่นพ่อแม่ ให้กลายเป็นเสื้อผ้าร่วมสมัยในแบบ KANZ BY THAITOR ที่หยิบมาใส่ได้ทุกวัน แต่ยังเต็มไปด้วยชั้นเชิงและความหมาย

{JUN}: ลาบ ความลี้ลับของลาภ และโลกของผู้ชายเหนือ

ต่อมาคือ “{JUN}” แบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายจากเชียงใหม่ ที่ชอบหยิบดีเทลเครื่องแต่งกายผู้ชายจากประเทศต่าง ๆ ในเอเชียมาลดทอนให้เรียบง่าย แล้วเย็บด้วยผ้าทอคุณภาพจากเชียงใหม่ โดยช่างฝีมือท้องถิ่น

นอกจากเรื่องดีไซน์ แบรนด์ยังให้ความสำคัญกับ

  • การสร้างงานให้ชุมชน

  • การกระจายรายได้ให้คนท้องถิ่น

ในงานนี้ {JUN} นำเสนอคอลเลกชัน “S-LาrB สะ-ลาบ” ที่ย้อนไปเล่าความหมายของ “ลาบ” ในสมัยก่อน

ลาบไม่ใช่อาหารธรรมดา แต่เป็นอาหารของคนชั้นสูง เพราะการทำลาบหนึ่งครั้งต้องใช้วัตถุดิบจำนวนมาก ใช้สัตว์ใหญ่ ใช้เครื่องเทศหลากชนิด และมีขั้นตอนซับซ้อน สะท้อนทั้งฐานะ ความพร้อม และความร่วมมือของคนทั้งหมู่บ้าน

ลาบยังเป็นอาหารที่ผูกกับพิธีและความเชื่อเรื่อง “ลาภ”

  • กินในงานมงคล เช่น ขึ้นบ้านใหม่ แต่งงาน บวชลูกแก้ว

  • เป็นกิจกรรมที่ดึงผู้คนมาร่วมแรงร่วมใจกัน

  • ครัวกลายเป็นพื้นที่ของผู้ชายเหนือโดยเฉพาะในช่วง “การลาบ”

คนที่ทำลาบอร่อยมักถูกเรียกว่า “สล่าลาบ” ด้วยความเคารพ

{JUN} จึงหยิบเรื่องราว “สล่าลาบ” มาแปลความใหม่ผ่านดีไซน์และฟังก์ชันร่วมสมัย จนกลายเป็นคอลเลกชัน “S-LาrB” ที่ไม่เพียงเล่าเรื่องทักษะและความประณีต แต่ยังสื่อถึง จิตวิญญาณของการทำลาบ ในรูปของเสื้อผ้าที่เหมือนพกโชคลาภและความรุ่งเรืองติดตัว

LONGGOY: ถ้าอยากมีโชค ฝีมือต้องนำหน้าก่อน

สำหรับ “LONGGOY” แบรนด์นี้คือการเล่าล้านนาในรูปแบบใหม่ ผ่านเสื้อผ้าที่ผสม ความเก่า กับความใหม่ เข้าไว้ด้วยกัน

แบรนด์ใช้เทคนิคการกัดสีและวัตถุดิบจากเชียงใหม่ สร้างชิ้นงานที่มีบุคลิกชัด เหมือนพกวัฒนธรรมล้านนาเดินทางไปกับผู้สวมใส่ในทุกคอลเลกชัน

แนวคิดสำคัญที่ LONGGOY อยากบอกผ่านนิทรรศการนี้คือประโยคที่คมมากว่า

“ถ้าคุณอยากโชคดี ฝีมือคุณต้องดีมาก่อนมีโชค”

ในมุมมองของแบรนด์ คนมักมองคนเหนือว่าเชื่องช้า เนิบ ๆ ซึ่งอาจเป็นทั้งข้อดีและข้อเสียในยุคที่โลกหมุนเร็ว หากอยากตามโลกให้ทันหรือก้าวนำคนอื่น เราต้องทำให้ดีและมากกว่าคนอื่นในแบบของเราเอง

แบรนด์เชื่อว่า

  • ความปรารถนา

  • การลงมือทำ

  • การพัฒนาตัวเอง

  • และโชค

เมื่อรวมกันแล้วจึงจะกลายเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ซึ่งใน 4 อย่างนี้ มีถึง 3 อย่างที่เราควบคุมได้เอง โชคเป็นเพียงปัจจัยสุดท้ายที่ตามมาเท่านั้น

คอลเลกชันของ LONGGOY ในงานนี้จึงเหมือนการประกาศชัด ๆ ว่า “อยากโชคดี ต้องลงมือก่อนเสมอ” แล้วค่อยให้โชคมาช่วยผลักเราไปไกลขึ้น

FEEL YOUTH: แฟชั่นเลือดควาย สีทอง และพลังลาภ

ถัดมาคือ “FEEL YOUTH” แบรนด์จากเชียงใหม่ที่หยิบเอา สีสัน ศิลปะ และธรรมชาติรอบตัว มาตีความเป็นเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยความสนุก ความงาม และความเยาว์

เป้าหมายคือให้ทุกคนได้ “Feel Youth” ในแบบของตัวเอง ผ่านเสื้อผ้าที่มีชีวิตชีวา

ในนิทรรศการนี้ FEEL YOUTH นำเสนอผลงานในธีม “โชก–ลาภ” ผ่านชุดสีแดง–ทองที่สะดุดตามาก เพราะใช้การย้อมจาก

  • เลือดควาย ผสมกับวัสดุจากธรรมชาติและเคมี

  • สีแดงที่สื่อถึงการโชกไปด้วยเลือด เหมือนจิตวิญญาณของควายในเมนูลาบดิบ

  • สีทองที่แทนความโชคดี และคำว่า “ลาบ / ลาภ” ที่พ้องเสียงกัน

ผลงานนี้จึงไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่คือ ศิลปะบนเสื้อผ้าที่เล่าเรื่องลาบดิบในฐานะสัญลักษณ์ของโชคลาภและความอุดมสมบูรณ์

เลือดควาย ซึ่งเป็นหัวใจของอาหารจานนี้ ถูกดึงมาใช้เป็น “สี” สำหรับย้อมผ้า ผ่านเทคนิคเฉพาะของ FEEL YOUTH ทำให้เสื้อแต่ละชิ้นกลายเป็นการตีความวัฒนธรรมในมิติที่เข้มข้นทั้งภาพและความหมาย

SUCHAI CRAFT: ภาชนะลายไทยที่เทิร์นตัวเองให้โมเดิร์น

อีกแบรนด์ที่มาเติมเลเยอร์ให้กับนิทรรศการนี้คือ “SUCHAI CRAFT” เจ้าของงานภาชนะอลูมิเนียมลายไทยที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 50 ปี

แบรนด์นี้เลือกไม่หยุดอยู่แค่ภาพจำเดิม ๆ แต่ พลิกโฉมภาชนะลายไทยให้ร่วมสมัยมากขึ้น โดยการ

  • เพิ่มสีสันที่หลากหลาย

  • ออกแบบฟังก์ชันการใช้งานรูปแบบใหม่

  • เปลี่ยนภาพจำให้เป็นของแต่งบ้านและของใช้ที่หยิบมาใช้ได้ทุกวัน

ในนิทรรศการนี้ SUCHAI CRAFT นำเสนอชุดผลงาน “เลิศ ลาภ” ที่ใช้สีสันอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาผูกกับแนวคิดสีมงคล

จุดน่าสนใจคือ

  • แบรนด์มองว่าเรื่องสีเป็นเรื่องส่วนตัวมาก ๆ

  • เราทุกคนสามารถ สร้าง “สีแห่งโชคลาภ” ของตัวเองได้

พวกเขาเลือกใช้โทน ฟ้า–น้ำเงิน ซึ่งมักถูกมองว่าไม่เหมาะกับอาหาร มาผสมกับโทนนิลกาฬและเงิน กลายเป็นสินค้าตกแต่งโต๊ะอาหาร เช่น ถาด ชาม ขัน เหยือก ที่ทำให้โต๊ะดูหรูหราและมีสไตล์ขึ้นทันที

สารสำคัญคือการสื่อว่า ถ้าเป็นสีที่เราเชื่อและใช้ถูกกาลเทศะ สีใดก็กลายเป็นสีแห่งความ “เลิศ” ที่พาเราไปสู่ “ลาภ” ได้ทั้งนั้น

นิทรรศการที่พาแฟชั่น วัฒนธรรม และโชคลาภมาเจอกัน

นิทรรศการ “ICONCRAFT X PATTERN.ERS CHOKE-LARB POP UP EXHIBITION” คือหนึ่งในไฮไลต์ของเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ (Bangkok Design Week 2026) ที่ใครอินกับงานออกแบบและวัฒนธรรมไม่ควรพลาด

นิทรรศการนี้ทำให้เราได้เห็นว่า

  • งานแฟชั่นไทยร่วมสมัย สามารถเล่าวัฒนธรรมท้องถิ่นได้ลึกซึ้งมาก

  • ความเป็น “เหนือ” ไม่ได้อยู่แค่ในสำเนียง แต่อยู่ในลายผ้า รูปทรงเสื้อผ้า ภาชนะ และวิธีคิด

  • แนวคิดเรื่อง โชค–ลาภ–ลาบ ถูกแปลเป็นเสื้อผ้าและวัตถุที่จับต้องได้อย่างมีชั้นเชิง

ที่สำคัญ นิทรรศการยังเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้สัมผัสพลังของนักออกแบบรุ่นใหม่อย่างใกล้ชิด และเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาไทยในมุมที่สดใหม่ขึ้นมาก

นิทรรศการจัดแสดงตั้งแต่ 20 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม ใครหลงรักงานคราฟต์ แฟชั่น และเรื่องเล่าวัฒนธรรมในรูปแบบใหม่ ๆ ต้องลองไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง