ก่อนเสิร์ฟเมนูใหม่ ก็มาย้อนดูฟิล์มเก่าของยุนอากันหน่อย
ถ้าพูดถึงศิลปินสาวที่ทั้งบนสเตจในฐานะไอดอลก็สว่างวาบระดับเซนเตอร์วงเกิร์ลกรุ๊ปแห่งชาติ แถมในฐานะนักแสดงก็โกยรางวัลจากหลากหลายเวทีแบบไม่มีพัก หนึ่งในชื่อที่ต้องโผล่มาแน่นอนคือ อิมยุนอา หรือที่แฟนๆ รู้จักกันดีในชื่อ ยุนอา SNSD.
ตลอดเวลากว่า 10 ปีในวงการบันเทิง งานของเธอไม่ว่าจะเป็นเพลง ซีรีส์ หรือภาพยนตร์ ล้วนได้รับเสียงตอบรับดีจนพิสูจน์ให้เห็นว่าเธอทำได้หมดจริงๆ.
ล่าสุดกับซีรีส์เรื่องใหม่ Bon Appétit, Your Majesty ยุนอามารับบท ยอนจียอง เชฟสาวฝีมือระดับมิชลิน 3 ดาว ที่อยู่ดีๆ ก็ย้อนอดีต ทะลุมิติมาเจอกับกษัตริย์ผู้ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยม แต่กลับมีลิ้นสุดเทพเรื่องการรับรส.
พล็อตนี้เลยกลายเป็นซีรีส์โรแมนติกแฟนตาซีที่ทั้งสายย้อนยุคและสายรายการอาหารมีโอกาสหลงรักได้ไม่ยาก แถมฟีลดูเพลินจนมีสิทธิ์ทำให้คุณนับวันรอตอนใหม่ทุกสุดสัปดาห์แบบใจจดใจจ่อ.
ระหว่างรอเช็กอินเข้าครัวกับยอนจียองในตอนต่อไป มาลิสต์ย้อนดู 5 งานแสดงของยุนอา SNSD ที่ครบรสทั้งฟีลกู๊ด โรแมนติก แอ็กชัน และภัยพิบัติ ให้คุณได้ดื่มด่ำกับเสน่ห์การแสดงของเธอทั้งในจอเล็กและจอใหญ่กันแบบจุใจ เพื่อย้ำกันชัดๆ ว่าไม่ว่าจะในฐานะไอดอลหรือนักแสดง เธอก็เปล่งประกายจนดึงสายตาผู้ชมไปหมดทั้งจอ.
1. You Are My Destiny (2008)
หากพูดถึงจุดเริ่มต้นบนเส้นทางนักแสดงของยุนอา You Are My Destiny คือเรื่องที่ข้ามไม่ได้เลย เพราะนี่คือผลงานเต็มตัวด้านการแสดงเรื่องแรกที่ทำให้คนจำนวนมากเริ่มมองเห็นเธอในฐานะนักแสดงจริงๆ.
เธอรับบทเป็น จางแชบยอก เด็กสาวกำพร้าที่เติบโตมาอย่างลำบาก แต่ยังคงมีความฝันอยากเป็นนักออกแบบ วันหนึ่งชีวิตของเธอพลิกผันแบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อเธอตัดสินใจบริจาคดวงตาให้ลูกสาวเศรษฐี และได้ย้ายเข้าไปอยู่ในตระกูลนั้น.
แม้จะดูเหมือนชีวิตกำลังโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ความจริงกลับไม่ง่ายเลย เพราะไม่ว่าจะยังไงเธอก็ไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆ ของบ้านนี้อยู่ดี.
การแสดงในเรื่องนี้เปรียบเหมือนประตูบานใหญ่ที่เปิดรับยุนอาสู่เส้นทางนักแสดงอย่างสวยงาม แถมยังพาเธอกวาดรางวัลดาวรุ่งจากหลายเวที ตอกย้ำว่าเธอไม่ได้มีดีแค่บนเวทีคอนเสิร์ต.
2. The K2 (2016)
ถ้าให้นึกถึงผลงานที่ทั้งเข้มข้น ดราม่าหนัก และลุ้นระทึกในเวลาเดียวกัน The K2 ต้องติดลิสต์อันดับต้นๆ แน่นอน.
จากภาพจำของยุนอาที่มักจะสดใสและดูเป็นแสงสว่าง ในเรื่องนี้เธอขอหักมุมด้วยการสวมคาแรกเตอร์ที่มีความหม่นและซับซ้อนขึ้นอย่างชัดเจน.
เธอรับบทเป็น โกอันนา ลูกสาวนอกสมรสของนักการเมืองใหญ่ ที่ถูกกักตัวให้อยู่แต่ในบ้านจากปมในอดีตบางอย่าง โลกของเธอเต็มไปด้วยข้อจำกัดและความหวาดกลัว จนวันที่ได้เจอกับอดีตทหารรับจ้างที่ใช้ชื่อว่า ‘K2’ ซึ่งผันตัวมาเป็นบอดี้การ์ด.
ซีรีส์เรื่องนี้คือการผสมกันของแอ็กชันระทึกขวัญและดราม่าการเมืองแบบจัดเต็ม แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน หลายคนก็ยังยกให้เป็นหนึ่งในเรื่องที่อยู่ในลิสต์โปรดตลอดกาลของยุนอา.
3. Exit (2019)
จากละครเย็นและซีรีส์ มาต่อที่ฝั่งภาพยนตร์กันบ้างกับ Exit หนังแอ็กชันคอมเมดี้แนวภัยพิบัติที่ทั้งลุ้นทั้งหัวเราะ.
เนื้อเรื่องเล่าถึงชายหนุ่มที่ชีวิตไม่ไปไหนไกล ว่างงานและยังอยู่กับพ่อแม่ จนวันหนึ่งเขาได้กลับมาเจอรักแรกอย่าง อึยจู (ยุนอา) ผู้จัดการร้านในโรงแรมที่เป็นทั้งพลังใจและตัวแทนความทรงจำดีๆ.
ทุกอย่างเหมือนจะไปได้สวย จนกระทั่งมีแก๊สพิษลึกลับปกคลุมทั้งเมือง กลายเป็นสถานการณ์สุดโกลาหลที่บังคับให้ทุกคนต้องวิ่งหนีตายและหาวิธีเอาชีวิตรอด.
ตัวละครหลักจึงต้องงัดสกิลปีนเขาที่ไม่มีใครคิดว่าจะได้ใช้จริง มาเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยอพยพผู้คนจากตึกสูง.
หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จทั้งในแง่รายได้และคำวิจารณ์ แถมยังส่งยุนอาให้คว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงฝั่งภาพยนตร์จากหลายเวทีไปครอง เป็นการการันตีว่าเธอเอาอยู่แม้ในหนังแนวภัยพิบัติที่ต้องใช้ทั้งพลังและอารมณ์.
4. Big Mouth (2022)
ในยุคที่ทุกคนพูดถึงกันสนั่นโซเชียลว่า “ใครคือ Big Mouse ตัวจริง?” ชื่อของซีรีส์ Big Mouth ก็กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์แบบเลี่ยงไม่ได้.
เรื่องราวเริ่มจาก พัคชางโฮ (อีจงซอก) ทนายท้ายแถวที่คนชอบมองว่าเก่งแต่ปากจนได้ฉายา ‘Big Mouth’ แต่แล้วชีวิตก็พลิกผันเมื่อเขาถูกเข้าใจผิดว่าเป็น Big Mouse นักต้มตุ๋นระดับตำนาน.
เขาจำเป็นต้องใช้สกิลปากเก่งเล่นตามน้ำเพื่อเอาตัวรอด ปกป้องคนที่ตัวเองรัก และในเวลาเดียวกันก็ต้องค่อยๆ ขุดความจริงเพื่อตามหาตัวตนบิ๊กเมาส์ที่แท้จริงที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง.
ยุนอาสวมบท โกมีโฮ ภรรยาพยาบาลที่หัวใจกล้าหาญ ดื้อด้านในทางที่ถูกต้อง และยืนหยัดเพื่อความยุติธรรมเป็นอันดับหนึ่ง.
เธอไม่ได้เป็นแค่คนข้างๆ แต่คือหนึ่งในแรงผลักสำคัญที่ช่วยดันพัคชางโฮให้ขึ้นไปยืนในเกมใหญ่ได้อย่างเต็มตัว.
ซีรีส์เรื่องนี้ทำให้คนดูลุ้นกันทุกสัปดาห์จนเรตติ้งทะลุเลขสองหลัก และยังพายุนอาคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมฝั่งมินิซีรีส์ รวมถึงรางวัล Best Couple Award จาก MBC Drama Awards มาครองแบบสมศักดิ์ศรี.
5. King The Land (2023)
มาถึงผลงานที่ยังทำให้หลายคนยิ้มไม่หุบกับเคมีหวานๆ สไตล์ไอดอลเจนสองอย่าง King The Land ซีรีส์ที่สร้างเสียงฮือฮาตั้งแต่ประกาศรายชื่อนักแสดงนำ.
เรื่องนี้จับเอา ยุนอา SNSD มาประกบคู่กับ อีจุนโฮ 2PM ในแนวโรแมนติกคอมเมดี้ที่ใช้โรงแรม King Hotel เป็นฉากหลังของความรัก.
จุนโฮรับบทเป็น กูวอน ทายาทตระกูลแชบอลเจ้าของ King Group ที่เกลียดรอยยิ้มเสแสร้งแบบเข้าเส้น ในขณะที่ยุนอารับบท ชอนซารัง พนักงานต้อนรับสาวผู้มาพร้อมรอยยิ้มสดใสและพลังบวกที่พร้อมกระจายให้ทุกคน.
แน่นอนว่ามุมมองต่อโลกที่ต่างกันสุดขั้ว ทำให้ทั้งคู่ปะทะกันอยู่บ่อยๆ ในช่วงแรก แต่ยิ่งได้ใกล้กันมากเท่าไร ความสัมพันธ์ก็ยิ่งค่อยๆ เปลี่ยนจากการปะทะเป็นความผูกพันที่น่าลุ้นตาม.
อีกหนึ่งโมเมนต์ที่กลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง คือฉากที่ทีมงานโรงแรมยกก๊วนกันมาเที่ยวเมืองไทย พร้อมหยิบเอา ซอฟต์พาวเวอร์แบบไทยๆ มาถ่ายทอดผ่านงานภาพโทนเกาหลีได้อย่างลงตัว จนผู้ชมหลายคนอยากแพ็กกระเป๋ามาตามรอยกันจริงจัง.
ปิดท้าย: จากเซนเตอร์แห่งชาติสู่นักแสดงหลากรสตัวจริง
ไม่ว่าคุณจะรู้จักยุนอาในฐานะไอดอลจากยุคเจนสอง หรือเพิ่งมาตกหลุมรักเธอจากซีรีส์ยุคหลังๆ แค่ไล่ดูทั้ง 5 เรื่องนี้ก็พอจะเห็นแล้วว่า เส้นทางการแสดงของเธอพัฒนาและหลากมิติแค่ไหน.
จากเด็กสาวกำพร้าใน You Are My Destiny
สู่ลูกสาวนักการเมืองผู้โดดเดี่ยวใน The K2
กระโดดหนีแก๊สพิษใน Exit
ยืนหยัดเพื่อความยุติธรรมใน Big Mouth
ไปจนถึงพนักงานต้อนรับสายพลังบวกใน King The Land
ทั้งหมดนี้คือการปูทางอย่างสวยงามก่อนที่เธอจะมาสวมบทเชฟมิชลินย้อนเวลาสุดยูนีกใน Bon Appétit, Your Majesty.
ถ้าดูครบทั้งลิสต์นี้แล้วค่อยกลับไปเสิร์ฟเมนูใหม่จากยอนจียอง รับรองว่าคุณจะยิ่งอินกับการแสดงของยุนอามากขึ้นอีกหลายระดับเลยทีเดียว.

