รับแอปรับแอป

PVH จับมือ OpenAI: เมื่อยักษ์แฟชั่นหันมาเร่งเครื่องด้วย AI เต็มสูบ

ปฏิภาณ รุ่งเรือง01-30

PVH x OpenAI: เมื่อรันเวย์มาเจอกับปัญญาประดิษฐ์

บริษัทแม่สายแฟสุดยักษ์ของโลกอย่าง PVH Corp. ผู้อยู่เบื้องหลัง Calvin Klein และ Tommy Hilfiger กำลังยกระดับเกมครั้งใหญ่ ด้วยการดึงเทคโนโลยี AI จาก OpenAI เข้ามาเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ใหม่ภายใต้แผน PVH+

นี่ไม่ใช่แค่การ “ลองใช้ AI ดู” แบบผิวเผิน แต่คือการเอา AI เข้ามาปรับทั้งโครงสร้างการทำงาน โมเดลธุรกิจ และวัฒนธรรมองค์กรให้ทันยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง

วิสัยทัศน์เบื้องหลังแผน PVH+

สเตฟาน ลาร์สสัน (Stefan Larsson) ซีอีโอของ PVH Corp. เดินหน้ารีดีไซน์บริษัทครั้งใหญ่ ตั้งแต่วันที่เขาวางแผน PVH+ เมื่อราว 4 ปีก่อน โดยโฟกัสหลักของแผนนี้คือ

  • กลยุทธ์การตลาดแบบแม่นยำและขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

  • การให้ความสำคัญกับสินค้า core ของแบรนด์

  • การใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนธุรกิจ

การจับมือกับ OpenAI ในวันนี้ จึงไม่ใช่การเริ่มต้น แต่คือ อีกก้าวสำคัญ ในการต่อยอดวิสัยทัศน์ที่วางไว้มานานแล้ว

ลาร์สสันมองว่า การร่วมงานครั้งนี้จะเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่โมเดลการทำงานที่ใช้ข้อมูลเป็นศูนย์กลาง และช่วยให้บริษัทตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ได้อย่างรวดเร็วและเฉียบคมยิ่งขึ้น

AI เข้าไปอยู่ตรงไหนในธุรกิจแฟชั่น?

PVH ระบุชัดเจนว่า ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่แค่การทดลองเล่น AI แบบฉาบฉวย แต่จะเป็นการพัฒนาความสามารถด้าน AI แบบ “เฉพาะทาง” แล้วเอาไปฝังในทุกจุดของการดำเนินงาน

โดยเป้าหมายของการผสาน AI เข้ากับระบบของบริษัทคือการสร้างเวิร์กโฟลว์ใหม่ที่ ทันสมัย คล่องตัว และครอบคลุมทั้งวงจรธุรกิจ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เช่น

  • การพัฒนาผลิตภัณฑ์และออกแบบ
    ใช้ AI ช่วยทีมดีไซน์คิดไอเดียใหม่ๆ ได้อิสระขึ้น ลองคอนเซ็ปต์หลากหลายได้เร็วขึ้น ลดเวลาในการทำรีเสิร์ชและทดลอง

  • การคาดการณ์ดีมานด์ (Demand Forecasting)
    นำระบบคาดการณ์อัจฉริยะมาช่วยประเมินความต้องการของตลาดในอนาคต ทำให้สั่งผลิตได้แม่นขึ้น ลดโอกาสของการผลิตเกินหรือผลิตขาด

  • การบริหารสินค้าคงคลัง (Inventory Optimization)
    ใช้ข้อมูลจากตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคมาช่วยจัดการสต๊อกในแต่ละพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

  • การตลาดและการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค
    ทำคอนเทนต์และแคมเปญที่ตอบโจทย์เป็นรายบุคคลมากขึ้น สร้างประสบการณ์ที่รู้สึกว่า “แบรนด์เข้าใจเรา” จริงๆ

พูดง่ายๆ คือ AI จะไม่ใช่แค่เครื่องมือเสริม แต่คือการ ฝังเข้าไปในระบบการทำงานทั้งชุด ของ PVH

เสียงจาก OpenAI: AI จะเปลี่ยนอุตสาหกรรมทั้งวงการ

จานคาร์โล “GC” ลิโอเน็ตติ (Giancarlo “GC” Lionetti) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์ของ OpenAI มองว่าการนำ AI ไปใช้ในองค์กรขนาดใหญ่ระดับ PVH จะช่วย

  • ลดจุดติดขัดในกระบวนการทำงานเดิม

  • เพิ่มพลังด้านความคิดสร้างสรรค์ให้ทีมภายใน

  • เร่งการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมแฟชั่นโดยรวมให้เดินหน้าเร็วขึ้น

ด้าน OpenAI เองก็เสริมในบล็อกของบริษัทว่า AI จะช่วยให้

  • ทีมพัฒนาและออกแบบสินค้า ปลดล็อกความคิดสร้างสรรค์ ค้นหาไอเดียใหม่ๆ ได้อย่างเป็นอิสระมากขึ้น

  • ทีมวางแผนใช้ ระบบคาดการณ์อัจฉริยะ เพื่อวางแผนและจัดการทรัพยากรอย่างแม่นยำ

  • ทีมการตลาดสร้าง การมีส่วนร่วมแบบเฉพาะบุคคล ให้ผู้บริโภครู้สึกว่าประสบการณ์ที่ได้รับถูกออกแบบมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ

AI กับคำถามใหญ่ของวงการแฟชั่น

แม้วันนี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่า AI จะเปลี่ยนแบรนด์แฟชั่น อุตสาหกรรมโดยรวม และสังคมในระยะยาวอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดคือ คำถามเหล่านี้ กำลังจะเริ่มได้รับคำตอบจากเคสจริง อย่าง PVH

นับตั้งแต่ OpenAI เปิดตัว ChatGPT ต่อสาธารณะเมื่อ 3 ปีก่อน โลกก็เริ่มเห็นชัดว่าเทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์เดินหน้าไปไกลแค่ไหน และตอนนี้บริษัทแฟชั่นหัวก้าวหน้าเริ่มมองออกแล้วว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เทรนด์ แต่เป็น เครื่องเร่งความเปลี่ยนแปลง ระดับโครงสร้าง

PVH จึงไม่ใช่รายเดียวที่ลงสนามนี้

ไม่ใช่แค่ PVH: แฟชั่นกำลังเข้าสู่ยุค “AI-first”

ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา Levi Strauss & Co. ก็เผยว่า บริษัทได้พัฒนา “super-agent” บนโครงสร้าง agentic ที่ฝังอยู่ใน Microsoft Teams

เมื่อนำไปทำงานร่วมกับเครื่องมือ AI อื่นๆ ระบบนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในร้านค้าปลีกยุคใหม่ ตั้งแต่การตอบคำถามหน้างาน ไปจนถึงการช่วยพนักงานตัดสินใจได้เร็วและดียิ่งขึ้น

ภาพรวมของวงการจึงเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่า

  • แบรนด์แฟชั่นระดับโลกกำลังจริงจังกับ AI มากกว่าแค่คำว่า “นวัตกรรม”

  • การแข่งกันในอนาคตจะไม่ใช่แค่เรื่องดีไซน์กับราคา แต่คือ ใครใช้ข้อมูลและ AI ได้คมกว่า เร็วกว่า และยืดหยุ่นกว่า

สรุป: แฟชั่นยุคใหม่ = ดีไซน์ + ข้อมูล + AI

การจับมือกันของ PVH และ OpenAI คือหนึ่งในเคสตัวอย่างที่ชัดที่สุดว่า อุตสาหกรรมแฟชั่นกำลังเข้าสู่เฟสใหม่ ที่ดีไซน์และความคิดสร้างสรรค์จะเดินไปพร้อมกับข้อมูลและ AI

สำหรับคนทำงานยุคนี้ ข้อความสำคัญมีเพียงอย่างเดียวคือ:
คุณจะยอมเป็นผู้ชมของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ หรือจะใช้ AI เป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพงานของตัวเองตั้งแต่วันนี้?