Beyond Festivity: คริสต์มาสที่มากกว่าการเฉลิมฉลอง

วาฬมีปีก | Flying Whale จับมือกับเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เปิดพื้นที่ศิลปะสุดอบอุ่นในนิทรรศการ Beyond Festivity เปลี่ยนบรรยากาศคริสต์มาสให้กลายเป็นมุมหยุดพักใจกลางห้าง ในมุมมองร่วมสมัย นุ่มนวล และเป็นกันเอง
นิทรรศการครั้งนี้ถือเป็นการต้อนรับโซนใหม่ของชั้น 5 หลังการรีโนเวตครั้งใหญ่ของเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ผ่านผลงานของศิลปินและนักวาดภาพประกอบทั้งหมด 7 คน ที่ชวนทุกคนมาชะลอจังหวะชีวิต แล้วมองหา ความหมายที่ “มากกว่าการเฉลิมฉลอง” ของเทศกาลปลายปี
คอนเซ็ปต์: เมื่อคริสต์มาสคือช่วงเวลาได้พักหายใจ
Beyond Festivity เป็นนิทรรศการกลุ่มที่วาฬมีปีกรับหน้าที่คัดสรรและดูแลการจัดแสดงอย่างครบวงจร โดยเชิญศิลปินและนักวาดภาพประกอบ 7 คนมาสร้างสรรค์ผลงานใหม่ทั้งหมด แต่ละชิ้นเล่าเรื่องผ่านลายเส้นและภาษาภาพที่ดูง่าย แต่ซ่อนความรู้สึกและความคิดลึก ๆ ไว้แบบน่าค้นหา

แรงบันดาลใจของนิทรรศการเริ่มต้นจากคำถามว่า ในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน มาตรฐานสูง และความพยายามพิสูจน์ตัวเองอยู่ตลอดเวลา เรายังเหลือโอกาสให้ตัวเองได้หยุดพักบ้างไหม?
นิทรรศการจึงหยิบเทศกาลคริสต์มาสมามองใหม่ ไม่ใช่แค่ช่วงเวลาแห่งงานปาร์ตี้หรือแสงไฟ แต่คือช่วงที่เรายอมให้ตัวเองลดสปีดชีวิต วางเรื่องเป้าหมายไว้ข้าง ๆ แล้วหันมามองความสุขเล็ก ๆ ที่เคยหลุดมือไป
ความหมายเหล่านี้อาจมาในรูปของ
ความสงบที่แอบซ่อนอยู่ในวันธรรมดา
ความอบอุ่นของบ้านและคนที่เรารัก
ความคิดถึงใครสักคนในวันที่อากาศเย็นลง
ความสุขเล็ก ๆ ระหว่างปีที่เราเคยมองข้าม

สิ่งที่รอให้คุณไปสัมผัสในงาน
นิทรรศการไม่ได้มีแค่การชมงานศิลปะและเปิดให้สะสมผลงานของศิลปินทั้ง 7 คนเท่านั้น แต่ยังออกแบบกิจกรรมให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ด้วย
1. The Hearth of Time: แลนด์มาร์กเตาผิงกลางเวลา
จุดไฮไลต์ของงานคือ installation ชิ้นใหญ่ที่ผสมสองภาพจำเข้าด้วยกัน
เตาผิง ที่เล่าเรื่องความอบอุ่นและความสงบแบบบ้านในฤดูหนาวสไตล์ตะวันตก
นาฬิกาไร้เข็ม ที่ใช้เป็นสัญลักษณ์ของช่วงเวลาที่เราอนุญาตให้ตัวเองได้หยุดพักจริง ๆ
ภายในงานชิ้นนี้ยังประดับด้วยองค์ประกอบจากผลงานของทั้ง 7 ศิลปิน ทำให้กลายเป็นจุดรวมบรรยากาศของทั้งนิทรรศการในที่เดียว
2. Letter Between Moments: เขียนความหมายที่คุณอยากเก็บไว้
อีกหนึ่งโซนที่ชวนให้เราได้หยุดคิดคือพื้นที่เขียนและติดการ์ดบนผนัง ผู้ชมสามารถเขียนเล่าความหมายของเทศกาลคริสต์มาสในแบบของตัวเอง หรือเล่าคุณค่าของ “ช่วงเวลาหยุดพัก” ที่อยากมอบให้ตัวเอง
ท้ายกิจกรรม คุณยังสามารถเลือกหยิบการ์ดจากศิลปินทั้ง 7 คน และจากวาฬมีปีกกลับไปเก็บไว้เป็นของขวัญเล็ก ๆ จากนิทรรศการด้วย

3. Workshop Zone: เวิร์กชอปงานศิลปะธีมคริสต์มาส
ในโซนเวิร์กชอป จะมีศิลปินบางส่วนจากทั้ง 7 คนหมุนเวียนกันมาชวนทุกคนลงมือทำงานน่ารัก ๆ ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น
การทำตุ๊กตากระดาษในสไตล์อบอุ่น
การสร้างชิ้นงาน Memorable Polaroid ที่พกความทรงจำกลับบ้านไปด้วย
4. “Home is where the cat is”: แมวในชุดบ้านสุดขี้อ้อน
หนึ่งในชิ้นงานพิเศษของนิทรรศการคือประติมากรรมแมวที่ดูเหมือนกำลังสวม “ชุดบ้าน” และตกแต่งด้วยของประดับคริสต์มาสอย่างน่าเอ็นดู เป็นผลงานร่วมกันระหว่าง Tum Ulit และศิลปินรับเชิญ Pakteemo (ภัคธีมา วานิชย์หานนท์)

5. มุมของที่ระลึก: พกความอบอุ่นกลับบ้าน
สายสะสมต้องไม่พลาดโซนของที่ระลึกที่รวบรวมสินค้าจำนวนจำกัดและของใช้จากผลงานของทั้ง 7 ศิลปิน ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับนิทรรศการนี้เท่านั้น ใครกำลังมองหาของขวัญชิ้นเล็กแต่มีเรื่องราว น่าจะได้ไอเดียจากมุมนี้กลับไปเพียบ

เข้าชมฟรี: รายละเอียดการจัดแสดง
นิทรรศการ Beyond Festivity
เปิดให้เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
จัดแสดงระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน – 14 ธันวาคม 2568
พิกัด: ลานกิจกรรม ชั้น 5 เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า
ใครอยากหาเวลาแวะมาหลบเสียงรบกวนและลองมองคริสต์มาสในมุมที่นุ่มขึ้น ละมุนขึ้น นี่คือพื้นที่ที่เหมาะจะมานั่งพักใจกลางห้างอย่างแท้จริง

แพลตฟอร์มที่อยู่เบื้องหลังนิทรรศการ
วาฬมีปีก | Flying Whale คือสื่อและแพลตฟอร์มออนไลน์ที่โฟกัสเรื่องการท่องเที่ยว ศิลปะ และวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับนิทรรศการ พื้นที่สาธารณะ พิพิธภัณฑ์ ไปจนถึงอีเวนต์สร้างสรรค์ ทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะในญี่ปุ่น
จุดเด่นของเนื้อหาคือการเล่า “เบื้องหลัง” ผ่านแง่มุมอย่าง
แนวคิดและกระบวนการคิดของศิลปินและครีเอเตอร์
ความรู้สึกและแรงบันดาลใจที่ถูกซ่อนอยู่ในผลงาน
ประเด็นทางสังคมที่ถูกสอดแทรกไว้ในงานศิลปะ
ทั้งหมดนี้ถูกถ่ายทอดผ่านงานเขียน ภาพถ่าย และคลิปวิดีโอสั้น พร้อมรายละเอียดสถานที่และกิจกรรมแบบลงลึก เพื่อให้ผู้ติดตามสามารถตามรอยไปสัมผัสประสบการณ์จริงได้ด้วยตัวเอง

ทำความรู้จัก 7 ศิลปินใน Beyond Festivity

1. Tum Ulit (ณฐกร อุลิตร)
Tum Ulit จบการศึกษาด้านการผลิตแอนิเมชันจากวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นศิลปินและนักวาดการ์ตูนที่มียอดผู้ติดตามรวมทุกแพลตฟอร์มมากกว่า 1.7 ล้านคน
เอกลักษณ์ของเขาคือการเล่าเรื่องผ่านการ์ตูนช่อง (comics) ที่ใช้เพียง “ภาพ” ไม่มีตัวอักษรเลยแม้แต่คำเดียว ทำให้งานของเขาข้ามกำแพงภาษาและสื่อสารกับผู้ชมได้ทั่วโลก เนื้อหาในแต่ละเรื่องมักสะท้อนอารมณ์ ความรู้สึก และสถานการณ์ที่หลายคนเคยผ่าน จนผู้ชมมักมองเห็นตัวเองในตัวละครต่าง ๆ
Tum Ulit เคยร่วมแสดงนิทรรศการกลุ่มมาแล้วหลายครั้ง ก่อนจะสร้างปรากฏการณ์จากนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรก “Who’s Cutting Onions ?” ที่ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก

2. faan.peeti (ปีติชา คงฤทธิ์)
faan.peeti มีพื้นฐานจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และต่อปริญญาโทด้าน Communication Design: Illustration ที่ Kingston University ในสหราชอาณาจักร
เธอหลงรักการวาดด้วยลายเส้นละเอียดอ่อน ถ่ายทอดโลกที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ พืชพรรณ สัตว์พูดได้ และภูตตัวจิ๋ว แรงบันดาลใจสำคัญมาจากความทรงจำวัยเด็กและเทพนิยาย
ศิลปินเชื่อว่าจิตวิญญาณความเป็นเด็กยังซ่อนอยู่ในตัวผู้ใหญ่ทุกคน ผลงานของเธอจึงเปรียบเสมือนการเตือนให้เราเห็นคุณค่าของปัจจุบัน และเชื่อในพลังจากภายในที่คอยประคองให้เราก้าวต่อไปได้ เธอเคยมีนิทรรศการเดี่ยว “Yindee’s Mysterious Friends” ที่ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก และร่วมแสดงในนิทรรศการกลุ่มอีกหลายครั้ง

3. katangg (ภพสรรค์ ธำรงพิพัฒน์)
katangg จบการศึกษาจากคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ทำงานได้ทั้งในสายประติมากรรมและจิตรกรรม โดยเลือกเทคนิคให้สอดคล้องกับเรื่องที่อยากเล่าในแต่ละชิ้น
ผลงานของเขาโดดเด่นด้วยการใช้สัญลักษณ์หลากหลายมาร้อยเรียงเข้าด้วยกันเพื่อพุ่งไปสู่ประเด็นหลักเดียวอย่างลึกซึ้ง หัวข้อที่เขาสนใจมากเป็นพิเศษคือเรื่อง “ความทรงจำ” ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากคุณยายที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์
ตัวละครประจำตัวของเขาอย่าง “จ๋อย” อ่านได้ทั้งแบบไทยว่า “จ๋อย” ในความหมายซึม ๆ และแบบอังกฤษว่า “Joy” ในความหมายความสุข สองความหมายนี้ทำหน้าที่สะท้อนทั้งอารมณ์ของศิลปิน และภาวะอารมณ์ที่สลับไปมาของผู้ป่วยอัลไซเมอร์ด้วย
เขาเคยจัดแสดงผลงานมาแล้วหลายครั้ง รวมถึงนิทรรศการเดี่ยวสองครั้งที่ PLAY art house ได้แก่ “Best before ความทรงจำของฉันมีวันหมดอายุ” และ “Adoubt time คำสารภาพของคนไม่อยากโต”

4. 2an. หรือ “สองอัน” (อัญชิสา ติระชูศักดิ์)
2an. จบการศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นศิลปินและนักวาดภาพประกอบที่หลงใหลในท้องฟ้าและภูมิทัศน์ธรรมชาติ
เธอมักหยิบภาพจากสถานที่ที่เคยเดินทางไปแล้วรู้สึกประทับใจกลับมาสร้างใหม่ ด้วยโทนสีสบายตา และบรรยากาศที่แฝงกลิ่นอายแฟนตาซี ปัจจุบันเธอกำลังสนใจการเติมองค์ประกอบเหนือจริงผ่านเหล่าสัตว์ทะเลนานาชนิด โดยเฉพาะ “วาฬ” ที่สำหรับเธอเป็นสัญลักษณ์ของทั้งความอิสระและความอบอุ่น
งานของเธอจึงมักตั้งใจส่งต่อความผ่อนคลายและการเยียวยาหัวใจให้กับผู้ชม นอกจากงานภาพ เธอยังต่อยอดคาแรกเตอร์ไปสู่ของใช้และสินค้าน่ารักมากมาย และเคยจัดนิทรรศการเดี่ยว “Run away with me” ที่ The CAS House รวมถึงร่วมแสดงในงานกลุ่มหลายครั้ง

5. May&Clay (กมลชนก ภาณุเวศย์)
May&Clay จบการศึกษาด้านการออกแบบ (เซรามิก) จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยได้รับทุนจากมูลนิธิ A&H Fujimoto Foundation ทั้งระหว่างเรียนและหลังเรียนจบ เพื่อไปฝึกปฏิบัติงานด้านเซรามิกที่ญี่ปุ่นเป็นเวลา 3 เดือน
เธอเป็นศิลปินและนักออกแบบที่ถนัดงานเซรามิก ควบคู่ไปกับการวาดภาพ บางส่วนของผลงานได้แรงบันดาลใจจากบรรยากาศอันอบอุ่นแบบ Studio Ghibli ทำให้แต่ละชิ้นมักซ่อนอารมณ์ลึก ๆ และมุมมองเชิงปรัชญาว่าด้วยธรรมชาติและความสัมพันธ์
หนึ่งในตัวละครเด่นคือ “Merri May” เด็กหญิงวัย 9 ขวบผู้รักอิสระ กล้าหาญ และพร้อมผจญภัย ซึ่งมักปรากฏในโลกแฟนตาซีที่เธอสร้างขึ้น เธอเคยแสดงผลงานทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมถึงเข้าร่วมโครงการศิลปินในพำนักในหลายเมืองใหญ่แถบเอเชียตะวันออก

6. Pou Rawiwan (ระวิวรรณ จันทร์เนตร)
Pou Rawiwan จบปริญญาตรีสาขาการสื่อสารมวลชน (การโฆษณา) จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และต่อปริญญาโทด้าน Tourism and Hospitality ที่ Bournemouth University สหราชอาณาจักร
เธอเป็นศิลปินและนักออกแบบมากประสบการณ์ เจ้าของแบรนด์ผ้าพันคอแฮนด์เมด Lunar Queen Scarf ที่มีเอกลักษณ์อยู่ที่ลวดลายสีน้ำฝีมือเธอเอง เส้นทางในฐานะศิลปินเริ่มจริงจังหลังจากได้เข้าร่วมเป็นศิลปินในพำนักของ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา
ผลงานของเธอมีทั้งสีน้ำและสีอะคริลิก เล่าความสัมพันธ์อันอบอุ่นผ่านคู่ตัวละคร “หมีขาว” และ “เด็กผู้หญิง” ท่ามกลางฉากหลังที่งดงาม จนผู้ชมมักรู้สึกทั้งอิ่มเอมและชุ่มหัวใจ เธอเคยร่วมแสดงงานในหลายอาร์ตแฟร์และเทศกาลศิลปะมาแล้ว

7. PYH (ณฐพล ภาคภูมิกมลเลิศ)
PYH จบจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นศิลปินและนักวาดภาพประกอบรุ่นใหม่ที่หลงใหลการสร้างโลกเหนือจริงที่เต็มไปด้วยสัตว์หลากหลายชนิดอยู่ร่วมกันราวกับฉากในความฝัน
ผลงานของเขาโดดเด่นด้วยพื้นผิวที่อัดแน่นไปด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ ตัวละครสำคัญที่มักปรากฏคือเด็กชายผมสีทองในชุดผ้าดิบ ซึ่งใช้แทนตัวศิลปินและสื่อถึงความเป็นตัวของตัวเอง
งานของ PYH มักสะท้อนมุมมองต่อเหตุการณ์รอบตัว รวมถึงวิธีคิดในการรับมือกับปัญหาต่าง ๆ อย่างมีความหวัง เขาเป็นหนึ่งใน BKKIF Artist ติดต่อกันสองปี (2567/2568) และยังเคยมีผลงานเข้ารอบ Finalists พร้อมจัดแสดงในงาน Busan Illustration Fair 2025 ที่ประเทศเกาหลีใต้

ถ้าคุณกำลังเหนื่อย นี่คือนิทรรศการที่ควรแวะไป
Beyond Festivity ไม่ได้ชวนให้มาดูแค่ไฟคริสต์มาสหรือรูปสวย ๆ แต่ชวนมาลองถามตัวเองว่า “เรากำลังใช้ชีวิตเพื่ออะไร และเราให้รางวัลตัวเองด้วยการหยุดพักบ้างหรือเปล่า”
บางทีการเดินหลบเข้ามาในมุมเล็ก ๆ บนชั้น 5 เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า อาจกลายเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ทำให้คุณรู้สึกว่า ทั้งปีที่ผ่านมานั้นคุ้มค่าที่ได้พาตัวเองมาพักใจตรงนี้สักหน่อยก็ได้

