รับแอปรับแอป

เข้าใจ Agents ใน Microsoft 365 Copilot แบบครบจบ: เลือกให้ถูก เริ่มให้เป็น ไม่ต้องกระโดดไปขั้นสูงทันที

วรวิทย์ ทองดี01-30

ปูพื้นก่อน: ทำไม Agents ใน Microsoft 365 Copilot ถึงสำคัญ

หนึ่งในจุดแข็งของ Microsoft 365 Copilot คือแนวคิดเรื่อง Agents หรือผู้ช่วยอัจฉริยะที่เราสามารถออกแบบให้ทำงานแทนเราได้หลายระดับ ตั้งแต่งาน routine ไปจนถึงงานซับซ้อนแบบ end-to-end

เมื่อปล่อยให้ agents ช่วยจัดการงานบางส่วน เช่น การประมวลผลคำสั่งซื้อ หรือรวบรวมข้อมูลขาย คนทำงานก็มีเวลาไปโฟกัสกับสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่า ทั้งการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า การคิดเชิงกลยุทธ์ และการพัฒนาธุรกิจ

ผลลัพธ์คือ productivity ขององค์กรพุ่งขึ้นแทบทุกอุตสาหกรรม เมื่อใช้ agents ได้อย่างถูกที่ถูกทาง

ภาพรวม: Agents ใน Microsoft 365 Copilot มีกี่แบบ

Agents ใน Microsoft 365 Copilot ไม่ได้มีแค่ตัวเดียวทำได้ทุกอย่าง แต่ถูกออกแบบเป็น ช่วงของระดับความสามารถ (spectrum) เพื่อรองรับทั้งผู้ใช้ทั่วไป ฝ่ายธุรกิจ ไปจนถึงทีมพัฒนาและระดับองค์กร

โดยสามารถแบ่งได้คร่าว ๆ เป็น 4 กลุ่มหลัก:

  • Prebuilt agents

  • Ready-made SharePoint site agents

  • Agents สำหรับผู้ใช้ธุรกิจทั่วไป (everyday business user)

  • Advanced agents สำหรับนักพัฒนาและโซลูชันระดับองค์กร

ด้านล่างนี้คือรายละเอียดและแนวคิดการเลือกใช้แต่ละประเภท

1) Prebuilt agents: เปิดใช้แล้วไปต่อได้เลย

Prebuilt agents คือ agents แบบสำเร็จรูปที่สร้างโดย Microsoft หรือ vendor ที่ได้รับการรับรองมาแล้ว จุดเด่นคือ เปิดใช้ได้ทันที ไม่ต้องพัฒนาเอง ช่วยลดทั้งค่าใช้จ่ายและเวลาในการเริ่มต้น

หากเป็น agent จาก third-party ที่เชื่อมต่อบริการที่ต้องใช้ license ผู้ใช้ก็จำเป็นต้องมี license ที่สอดคล้องกันด้วย

ตัวอย่าง Prebuilt agents ที่เจอบ่อย เช่น

  • Prompt Coach: ช่วยออกแบบ ปรับ และขัดเกลา prompt ให้ชัดขึ้น ตอบโจทย์มากขึ้น และได้ผลลัพธ์ดีขึ้น

  • Writing Coach: ให้ feedback งานเขียน ตั้งแต่อีเมลง่าย ๆ ไปจนถึง whitepaper หรือเอกสารเชิงวิชาการ

  • Researcher agent: ช่วยค้นหาข้อมูล วิเคราะห์ และสรุปเนื้อหาให้ออกมาเป็นรายงานที่มีโครงสร้างชัดเจน

  • Analyst agent: เน้นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก สร้าง insight และ visualization เพื่อช่วยตัดสินใจ

หมายเหตุ: Prebuilt agents บางตัวถูกออกแบบให้ใช้เป็น template ต่อได้ ผู้ใช้ทั่วไปสามารถหยิบไปสร้าง agent ของตัวเองต่อยอดได้เลย

เหมาะกับใคร?

  • องค์กรที่อยากเริ่มใช้ AI เร็ว ๆ แบบไม่ต้องลงทุนพัฒนามาก

  • ทีมที่ต้องการตัวช่วยเฉพาะงาน เช่น วิเคราะห์ข้อมูล สรุปรายงาน หรือช่วยเขียน

2) Ready-made SharePoint site agents: ผู้ช่วยประจำไซต์

กลุ่มนี้คือ agents ที่ฝังมากับ SharePoint site ทำหน้าที่เข้าใจและโต้ตอบกับเนื้อหาภายในไซต์นั้นโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น

  • ตอบคำถามจากเอกสาร

  • สรุปข้อมูลและเนื้อหาในไซต์

  • ช่วยค้นหาความรู้จากเอกสารจำนวนมากอย่างเป็นระบบ

อย่างไรก็ตาม agent แบบนี้ ไม่ได้โผล่มาให้ทุกไซต์โดยอัตโนมัติ การจะใช้งานได้ต้องขึ้นกับหลายเงื่อนไข เช่น

  • ผู้ใช้มี Copilot license ที่เหมาะสม

  • สิทธิ์การเข้าถึงเนื้อหาในไซต์นั้น ๆ

  • การตั้งค่าและนโยบายระดับ tenant ที่อนุญาตให้ใช้งาน

ที่สำคัญคือ agent จะมองเห็นข้อมูลได้ เท่าที่ผู้ใช้มีสิทธิ์ เท่านั้น จึงยังคงเคารพเรื่อง security และ permission ตามมาตรฐานของ Microsoft 365

หากมีการสร้าง agent ขึ้นมา ระบบจะตั้งให้เป็น default agent ของไซต์ และผู้ดูแลสามารถเปลี่ยนให้ใช้ custom agent ในภายหลังได้

เหมาะกับใคร?

  • ทีมงานที่ใช้ SharePoint เป็น knowledge hub

  • องค์กรที่มีเอกสารจำนวนมากและต้องการตัวช่วยดึงข้อมูลมาใช้ให้เร็วขึ้น

3) Agents สำหรับผู้ใช้ธุรกิจทั่วไป: ไม่เขียนโค้ดก็สร้างได้

กลุ่มนี้ออกแบบมาสำหรับ ผู้ใช้ธุรกิจ (business user) ที่ไม่ถนัดเรื่องการเขียนโค้ด แต่ต้องการมี agent เป็นของตัวเองเพื่อช่วยงานประจำวัน

ผู้ใช้สามารถสร้าง agents ผ่าน SharePoint หรือ Copilot Chat โดยเน้นให้

  • ใช้งานง่าย ไม่ต้องมีพื้นฐานด้าน dev

  • ปลอดภัย และควบคุมได้

  • ขอบเขตชัดเจน ว่า agent เข้าถึงอะไรได้บ้าง

สิ่งที่ผู้ใช้ทำได้ เช่น

  • เลือกใช้ template ที่มีให้

  • กำหนดกติกา วิธีตอบ และขอบเขตข้อมูลที่ agent ใช้งาน

Agents กลุ่มนี้ถูกออกแบบมาให้ ไม่ใช้ generative AI ขั้นสูง เพื่อลดความซับซ้อนและลดความเสี่ยง แต่ยังให้ประโยชน์เต็ม ๆ ในด้าน

  • ใช้งานง่าย ไม่ต้องเขียนโค้ด

  • ช่วยงานเฉพาะทาง ตามบริบทหรือโจทย์ที่กำหนดให้

  • เคารพ permission และ security model ของ Microsoft 365 อย่างเคร่งครัด

เหมาะกับใคร?

  • ฝ่ายธุรกิจที่อยากเริ่มสร้าง AI agent เองแบบ low-code / no-code

  • ทีมที่ต้องการผู้ช่วยในบริบทงานเฉพาะ เช่น ทีมขาย ทีม HR ทีมการเงิน

4) Advanced agents: เวทีของนักพัฒนาและโซลูชันระดับองค์กร

Advanced agents ถูกออกแบบมาสำหรับนักพัฒนาและทีมเทคนิค ที่ต้องการสร้างโซลูชันแบบ ปรับแต่งได้ลึกและซับซ้อน โดยใช้เครื่องมืออย่าง Copilot Studio หรือ Visual Studio Code

จุดเด่นของกลุ่มนี้ ได้แก่

  • รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลจากหลายแหล่งผ่าน connectors กว่า 1,000+ รายการ ทั้งแบบสำเร็จรูปและ custom

  • ใช้ generative AI เพื่อสร้างคำตอบ แนะนำการทำงาน หรือดำเนิน action ที่ซับซ้อนได้

  • มีเครื่องมือแบบศูนย์กลางสำหรับการ deployment, governance และ compliance ช่วยให้ควบคุมระดับองค์กรได้จริง

เหมาะกับ use case ที่ต้องการความสามารถระดับ enterprise เช่น

  • automation ข้ามระบบหลายแพลตฟอร์ม

  • intelligent workflow ที่ให้ agent ตัดสินใจและลงมือทำตามเงื่อนไข

  • agent ที่ทำงานแทนทั้งทีมในบางขั้นตอนของกระบวนการทำงาน

เหมาะกับใคร?

  • ทีมพัฒนา (Dev / IT / Automation)

  • องค์กรที่มีข้อมูลและกระบวนการซับซ้อน ต้องการโซลูชัน AI ที่ integrate กับระบบเดิม

สรุปแนวทางเลือกใช้: เริ่มจากให้ AI “ช่วย” แล้วค่อยให้มัน “ทำแทน”

Agents ใน Microsoft 365 ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้มีตัวเดียวจบทุกโจทย์ แต่เป็น spectrum ของความสามารถ ที่องค์กรสามารถไล่ระดับการใช้งานได้ตามความพร้อม

แนวคิดในการวางกลยุทธ์คือ:

  • เริ่มจาก Prebuilt agents หรือ agents สำหรับผู้ใช้ทั่วไป เพื่อให้ทีมคุ้นเคยกับการทำงานร่วมกับ AI

  • ใช้ Ready-made SharePoint site agents เพื่อเปลี่ยนคลังเอกสารให้กลายเป็น knowledge assistant

  • เมื่อข้อมูล กระบวนการ และ governance เริ่มนิ่ง ค่อยขยับไปใช้ Advanced agents เพื่อสร้างโซลูชัน AI ที่ทำงานแทนทั้ง process หรือทั้งทีม

คิดให้ง่ายคือ:

  • ระยะแรก: ให้ AI ช่วยเรา ทำงานให้เร็วขึ้น

  • ระยะถัดไป: ค่อยพัฒนาไปสู่จุดที่ AI ทำแทนเราในบางส่วน อย่างมั่นใจ ภายใต้กรอบการควบคุมและความปลอดภัยที่รับได้

องค์กรที่ค่อย ๆ ไต่ระดับการใช้ agents อย่างมีแผน จะได้ประโยชน์จาก AI สูงสุด โดยไม่ต้องเสี่ยงกระโดดไปขั้นสูงเกินความพร้อมของทีมและระบบ