Meta AI กำลังจะรู้ใจเรา…เพราะอ่านแชทเรา

Meta เตรียมดึงข้อมูลจากการแชทกับ AI ของผู้ใช้บน Facebook, Instagram, WhatsApp และ Messenger มาใช้ปรับแต่งคอนเทนต์และโฆษณาในฟีดให้ตรงความสนใจมากขึ้น โดยเริ่มใช้จริงตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025
ประเด็นสำคัญคือ ผู้ใช้จะไม่สามารถ “ปิด” การเก็บข้อมูลการแชทกับ AI ได้โดยตรง นั่นหมายความว่าทุกคำถาม ทุกบทสนทนากับ Meta AI มีโอกาสถูกนำไปใช้เพื่อปรับโฆษณาที่เราเห็น
แชทอะไรกับ Meta AI เขาเอาไปทำอะไรบ้าง?
การสนทนากับ Meta AI ทั้งแบบข้อความและเสียง จะถูกนำไปใช้ในการปรับแต่งสิ่งต่าง ๆ บนแพลตฟอร์ม เช่น
โพสต์ที่ถูกแนะนำบนฟีด
Reels ที่ถูกดันขึ้นมาให้ดู
โฆษณาที่แสดงระหว่างการเลื่อนฟีด
คอนเทนต์แนะนำรูปแบบอื่น ๆ
Meta ระบุว่าการใช้ข้อมูลจากการแชทกับ AI นี้ จะช่วยให้ระบบแนะนำคอนเทนต์ได้แม่นยำขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้ “มีแนวโน้มเจอสิ่งที่ตัวเองสนใจจริง ๆ” มากกว่าเดิม

ลองนึกภาพง่าย ๆ:
ถ้าเราแชทกับ AI เรื่องวิธีเลือกรองเท้าวิ่ง
ระบบก็จะจับได้ว่าเราสนใจ “รองเท้าวิ่ง”
จากนั้นโฆษณารองเท้าวิ่งหรือสินค้าที่เกี่ยวข้องก็จะโผล่ในฟีด เหมือนเวลาเรากดถูกใจเพจสินค้าแนวนี้ไว้ก่อนหน้า
สรุปคือ แชท = สัญญาณความสนใจชั้นดีสำหรับระบบโฆษณา

ปิดไม่ได้ แต่พอ “บังคับทิศทาง” โฆษณาได้บ้าง
ตอนนี้ยังไม่มีวิธีปิดการใช้ข้อมูลจาก Meta AI เพื่อกำหนดเป้าหมายโฆษณาโดยเฉพาะ แต่ผู้ใช้ยังพอจัดการสิ่งที่ตัวเองเห็นได้ผ่าน Ad Preferences (การตั้งค่าโฆษณา) และการควบคุมฟีด
สิ่งที่เราทำได้ เช่น
จำกัดโฆษณาจากหัวข้อบางประเภทที่ไม่อยากเห็น
บล็อกบัญชีผู้ลงโฆษณาเป็นราย ๆ ไป
อย่างไรก็ตาม ต่อให้เราปรับการตั้งค่าโฆษณาแล้ว ก็ยังไม่มีตัวเลือก “ไม่ให้ Meta ใช้การแชทกับ AI เลย” อยู่ดี
และการโต้ตอบกับ Meta AI ยังถูกใช้ข้ามแอปในเครือ Meta ที่เชื่อมกับ Accounts Center เดียวกันด้วย เช่น Facebook และ Instagram หมายความว่า
แชทกับ AI ในแอปหนึ่ง
ข้อมูลอาจไปมีผลกับคอนเทนต์และโฆษณาที่เห็นในอีกแอปที่เชื่อมบัญชีเดียวกัน
สุดท้ายแล้ว ถ้าไม่อยากให้แชทกับ AI ถูกใช้มาปรับแต่งคอนเทนต์หรือโฆษณา วิธีที่ชัดที่สุดในตอนนี้คือ “หยุดใช้ Meta AI”
ข้อยกเว้น: หัวข้ออ่อนไหวที่ Meta บอกว่าจะไม่แตะ
Meta ระบุว่าจะไม่ใช้หัวข้อที่ละเอียดอ่อนบางประเภทมาช่วยกำหนดโฆษณา เช่น
รสนิยมทางเพศ
การเมือง
สุขภาพ
เชื้อชาติหรือชาติพันธุ์
ความเชื่อทางปรัชญา
การเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน

อย่างไรก็ตาม ถึงจะมีข้อยกเว้นด้าน “หัวข้อ” ระบบก็ยังสามารถใช้สัญญาณอื่น ๆ จากแชท เช่น ความสนใจสินค้า กิจกรรม ไลฟ์สไตล์ ฯลฯ เพื่อปรับโฆษณาให้ตรงโปรไฟล์เราได้อยู่ดี
เริ่มเมื่อไหร่? ใครโดน ใครรอด
Meta มีแผนเริ่มใช้ AI เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวเชิงประสบการณ์ (personalization) ในวันที่ 16 ธันวาคม 2025
สิ่งที่น่าสนใจคือ:
แชทกับ AI ก่อนวันที่ 16 ธ.ค. 2025 จะไม่ถูกนำมาใช้ ในระบบโฆษณา
ผู้ใช้จะได้รับการแจ้งเตือน ภายในแอป และผ่านอีเมลก่อนมีการเปลี่ยนแปลง
ด้านพื้นที่ใช้งาน แผนนี้เตรียมบังคับใช้กับผู้ใช้แทบทุกประเทศทั่วโลก ยกเว้น
สหภาพยุโรป (EU)
สหราชอาณาจักร (UK)
เกาหลีใต้
สายใช้ AI ต้องคิดเพิ่มอีกชั้น
สำหรับคนที่ใช้ Meta AI เป็นผู้ช่วยประจำวัน ไม่ว่าจะถามหาสินค้า รีเสิร์ชข้อมูล หรือไอเดียต่าง ๆ ต้องมองให้ลึกกว่าสะดวกอย่างเดียว เพราะทุกคำถามอาจสะท้อน “ตัวตนเชิงความสนใจ” ของเราออกไปให้ระบบโฆษณาเรียนรู้
สรุปมุมมองผู้ใช้:
ถ้าโอเคกับโฆษณาแบบเฉพาะทางมากขึ้น การแชทกับ Meta AI ก็ช่วยให้ฟีดตรงใจขึ้นได้
แต่ถ้ารู้สึกไม่สบายใจกับการที่แชทถูกนำไปใช้แบบบังคับ ทางเลือกที่แรงแต่ชัดคือ ลด หรือหยุดใช้ Meta AI ไปเลย
ยุคนี้คอนเทนต์และโฆษณาที่เราเห็น ไม่ได้ถูกกำหนดแค่จากสิ่งที่กดไลก์หรือกดติดตามอีกต่อไป แต่รวมไปถึง ทุกประโยคที่เราพิมพ์คุยกับ AI ด้วยเช่นกัน
ใครที่ใช้ AI เป็นผู้ช่วยคอนเทนต์หรือช่วยคิดงานในชีวิตประจำวัน ลองกลับไปทบทวนอีกครั้งว่าเราอยากให้แพลตฟอร์มรู้เกี่ยวกับเราในระดับไหน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเดินเกมกับ Meta AI ยังไงต่อไป

