รับแอปรับแอป

คุยกับ Meta AI ทีเดียว กระทบโฆษณาทั้งฟีด – รู้ให้ทันก่อนถึงปลายปี 2025

ศุภวัฒน์ บุญศรี01-29

Meta AI กำลังจะรู้ใจเรา…เพราะอ่านแชทเรา

Meta เตรียมดึงข้อมูลจากการแชทกับ AI ของผู้ใช้บน Facebook, Instagram, WhatsApp และ Messenger มาใช้ปรับแต่งคอนเทนต์และโฆษณาในฟีดให้ตรงความสนใจมากขึ้น โดยเริ่มใช้จริงตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025

ประเด็นสำคัญคือ ผู้ใช้จะไม่สามารถ “ปิด” การเก็บข้อมูลการแชทกับ AI ได้โดยตรง นั่นหมายความว่าทุกคำถาม ทุกบทสนทนากับ Meta AI มีโอกาสถูกนำไปใช้เพื่อปรับโฆษณาที่เราเห็น

แชทอะไรกับ Meta AI เขาเอาไปทำอะไรบ้าง?

การสนทนากับ Meta AI ทั้งแบบข้อความและเสียง จะถูกนำไปใช้ในการปรับแต่งสิ่งต่าง ๆ บนแพลตฟอร์ม เช่น

  • โพสต์ที่ถูกแนะนำบนฟีด

  • Reels ที่ถูกดันขึ้นมาให้ดู

  • โฆษณาที่แสดงระหว่างการเลื่อนฟีด

  • คอนเทนต์แนะนำรูปแบบอื่น ๆ

Meta ระบุว่าการใช้ข้อมูลจากการแชทกับ AI นี้ จะช่วยให้ระบบแนะนำคอนเทนต์ได้แม่นยำขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้ “มีแนวโน้มเจอสิ่งที่ตัวเองสนใจจริง ๆ” มากกว่าเดิม

ลองนึกภาพง่าย ๆ:

  • ถ้าเราแชทกับ AI เรื่องวิธีเลือกรองเท้าวิ่ง

  • ระบบก็จะจับได้ว่าเราสนใจ “รองเท้าวิ่ง”

  • จากนั้นโฆษณารองเท้าวิ่งหรือสินค้าที่เกี่ยวข้องก็จะโผล่ในฟีด เหมือนเวลาเรากดถูกใจเพจสินค้าแนวนี้ไว้ก่อนหน้า

สรุปคือ แชท = สัญญาณความสนใจชั้นดีสำหรับระบบโฆษณา

ปิดไม่ได้ แต่พอ “บังคับทิศทาง” โฆษณาได้บ้าง

ตอนนี้ยังไม่มีวิธีปิดการใช้ข้อมูลจาก Meta AI เพื่อกำหนดเป้าหมายโฆษณาโดยเฉพาะ แต่ผู้ใช้ยังพอจัดการสิ่งที่ตัวเองเห็นได้ผ่าน Ad Preferences (การตั้งค่าโฆษณา) และการควบคุมฟีด

สิ่งที่เราทำได้ เช่น

  • จำกัดโฆษณาจากหัวข้อบางประเภทที่ไม่อยากเห็น

  • บล็อกบัญชีผู้ลงโฆษณาเป็นราย ๆ ไป

อย่างไรก็ตาม ต่อให้เราปรับการตั้งค่าโฆษณาแล้ว ก็ยังไม่มีตัวเลือก “ไม่ให้ Meta ใช้การแชทกับ AI เลย” อยู่ดี

และการโต้ตอบกับ Meta AI ยังถูกใช้ข้ามแอปในเครือ Meta ที่เชื่อมกับ Accounts Center เดียวกันด้วย เช่น Facebook และ Instagram หมายความว่า

  • แชทกับ AI ในแอปหนึ่ง

  • ข้อมูลอาจไปมีผลกับคอนเทนต์และโฆษณาที่เห็นในอีกแอปที่เชื่อมบัญชีเดียวกัน

สุดท้ายแล้ว ถ้าไม่อยากให้แชทกับ AI ถูกใช้มาปรับแต่งคอนเทนต์หรือโฆษณา วิธีที่ชัดที่สุดในตอนนี้คือ “หยุดใช้ Meta AI”

ข้อยกเว้น: หัวข้ออ่อนไหวที่ Meta บอกว่าจะไม่แตะ

Meta ระบุว่าจะไม่ใช้หัวข้อที่ละเอียดอ่อนบางประเภทมาช่วยกำหนดโฆษณา เช่น

  • รสนิยมทางเพศ

  • การเมือง

  • สุขภาพ

  • เชื้อชาติหรือชาติพันธุ์

  • ความเชื่อทางปรัชญา

  • การเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน

อย่างไรก็ตาม ถึงจะมีข้อยกเว้นด้าน “หัวข้อ” ระบบก็ยังสามารถใช้สัญญาณอื่น ๆ จากแชท เช่น ความสนใจสินค้า กิจกรรม ไลฟ์สไตล์ ฯลฯ เพื่อปรับโฆษณาให้ตรงโปรไฟล์เราได้อยู่ดี

เริ่มเมื่อไหร่? ใครโดน ใครรอด

Meta มีแผนเริ่มใช้ AI เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวเชิงประสบการณ์ (personalization) ในวันที่ 16 ธันวาคม 2025

สิ่งที่น่าสนใจคือ:

  • แชทกับ AI ก่อนวันที่ 16 ธ.ค. 2025 จะไม่ถูกนำมาใช้ ในระบบโฆษณา

  • ผู้ใช้จะได้รับการแจ้งเตือน ภายในแอป และผ่านอีเมลก่อนมีการเปลี่ยนแปลง

ด้านพื้นที่ใช้งาน แผนนี้เตรียมบังคับใช้กับผู้ใช้แทบทุกประเทศทั่วโลก ยกเว้น

  • สหภาพยุโรป (EU)

  • สหราชอาณาจักร (UK)

  • เกาหลีใต้

สายใช้ AI ต้องคิดเพิ่มอีกชั้น

สำหรับคนที่ใช้ Meta AI เป็นผู้ช่วยประจำวัน ไม่ว่าจะถามหาสินค้า รีเสิร์ชข้อมูล หรือไอเดียต่าง ๆ ต้องมองให้ลึกกว่าสะดวกอย่างเดียว เพราะทุกคำถามอาจสะท้อน “ตัวตนเชิงความสนใจ” ของเราออกไปให้ระบบโฆษณาเรียนรู้

สรุปมุมมองผู้ใช้:

  • ถ้าโอเคกับโฆษณาแบบเฉพาะทางมากขึ้น การแชทกับ Meta AI ก็ช่วยให้ฟีดตรงใจขึ้นได้

  • แต่ถ้ารู้สึกไม่สบายใจกับการที่แชทถูกนำไปใช้แบบบังคับ ทางเลือกที่แรงแต่ชัดคือ ลด หรือหยุดใช้ Meta AI ไปเลย

ยุคนี้คอนเทนต์และโฆษณาที่เราเห็น ไม่ได้ถูกกำหนดแค่จากสิ่งที่กดไลก์หรือกดติดตามอีกต่อไป แต่รวมไปถึง ทุกประโยคที่เราพิมพ์คุยกับ AI ด้วยเช่นกัน

ใครที่ใช้ AI เป็นผู้ช่วยคอนเทนต์หรือช่วยคิดงานในชีวิตประจำวัน ลองกลับไปทบทวนอีกครั้งว่าเราอยากให้แพลตฟอร์มรู้เกี่ยวกับเราในระดับไหน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเดินเกมกับ Meta AI ยังไงต่อไป