Meta AI กำลังจะมีแอปเดี่ยวของตัวเอง
ตลาด GenAI ยังไม่ทันจะเย็น ก็เตรียมเดือดอีกรอบเมื่อ Meta เจ้าพ่อโซเชียลมีเดียกำลังจะปล่อยแอป Meta AI แบบสแตนด์อะโลนในไตรมาส 2/2025
ที่ผ่านมา Meta AI เปิดให้ใช้งานผ่าน Facebook, Instagram, WhatsApp และ Messenger ตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในเดือนกันยายน 2023 แต่ยังไม่มีแอปเดี่ยวเหมือนคู่แข่งอย่าง ChatGPT หรือ Perplexity
การมีแอปของตัวเอง จะทำให้ผู้ใช้เข้าถึง Meta AI ได้สะดวกขึ้น และเป็นหมากสำคัญที่ Meta หวังใช้ปูทางสู่การเป็น ผู้นำตลาด AI ภายในปี 2025 ตามเป้าหมายของ มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก ซีอีโอของบริษัท
วิสัยทัศน์ของ Meta ต่อ GenAI
Meta เริ่มฝังฟีเจอร์ GenAI ให้ถามตอบ และสร้างภาพจากคำสั่งผู้ใช้ลงในหลายแพลตฟอร์มของตัวเองแล้ว ทั้ง Facebook, Instagram, WhatsApp และ Messenger
ในรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก เคยพูดถึง Meta AI ไว้อย่างชัดเจนว่า ต้องการให้ AI ของ Meta เป็น “ผู้ช่วยอัจฉริยะที่เป็นส่วนตัว และเข้าถึงผู้คนมากกว่าพันล้านคน” พร้อมตั้งเป้าให้ Meta AI กลายเป็นหนึ่งในผู้ช่วย AI ชั้นนำของโลก
พูดง่าย ๆ คือ Meta ไม่ได้มอง Meta AI แค่เป็นฟีเจอร์เสริม แต่คือ ผลิตภัณฑ์หลักเชิงกลยุทธ์ ที่จะอยู่ใจกลางทุกแพลตฟอร์มของบริษัท
โมเดลรายได้: เตรียมเปิดแพ็กเกจสมัครสมาชิกรายเดือน
นอกจากแอปแบบสแตนด์อะโลนแล้ว ยังมีข่าวว่า Meta กำลังทดสอบบริการ สมัครสมาชิกแบบชำระเงินสำหรับ Meta AI
โมเดลนี้มีโครงคล้ายกับสิ่งที่ OpenAI และ Microsoft ทำอยู่ในตอนนี้ ที่เก็บค่ารายเดือนเพื่อแลกกับเวอร์ชันที่ฉลาดและทรงพลังขึ้นของ ChatGPT และ Copilot
Susan Li ประธานฝ่ายการเงินของ Meta เคยให้ภาพรวมไว้ว่าปัจจุบัน Meta AI ยังเน้นไปที่ “การสร้างประสบการณ์ผู้บริโภคที่ยอดเยี่ยม” เป็นหลัก แต่ที่สำคัญคือเธอก็ยอมรับตรง ๆ ว่า มีโอกาส “สร้างรายได้อย่างชัดเจน” จากโมเดลอย่างการสมัครสมาชิกแบบ พรีเมียม ในอนาคต
สรุปคือ ตอนนี้ Meta เล่นเกมระยะยาว: ให้คนใช้เยอะก่อน แล้วค่อยต่อยอดด้วยแพ็กเกจเสียเงินที่ให้ฟีเจอร์เหนือระดับ
ตัวเลขผู้ใช้: ใหญ่แต่ยังไม่สุด
ข้อมูลจาก Meta ในเดือนมกราคมระบุว่า Meta AI มีผู้ใช้งานราว 700 ล้านคนต่อเดือน เพิ่มจาก 600 ล้านคนเมื่อเดือนธันวาคม
ตัวเลขนี้ดูอลังการ แต่ก็มีข้อแม้สำคัญคือ ผู้ใช้ส่วนใหญ่เข้าถึงผ่านแพลตฟอร์มเดิมอย่าง Facebook หรือ WhatsApp ยังไม่มีแอปเดี่ยวเหมือนคู่แข่ง ทำให้
ยากจะนำไปเทียบตรง ๆ กับ ChatGPT หรือแพลตฟอร์ม GenAI อื่น ๆ
พฤติกรรมผู้ใช้อาจยังไม่ชัดว่าเข้ามาใช้ “เพราะอยากใช้ Meta AI” หรือเพราะใช้ฟีเจอร์ที่ถูกแทรกอยู่ในแอปที่ใช้ประจำอยู่แล้ว
ด้าน David Curry บรรณาธิการข้อมูลจาก Business of Apps เคยเผยว่า เว็บไซต์เดี่ยวของ Meta AI มียอดเข้าชมน้อยกว่า 10 ล้านครั้งต่อเดือน ซึ่งเขาประเมินว่า ต่ำกว่าบริการหลักอย่าง ChatGPT, Gemini และยังตามหลังผู้เล่นระดับกลางบางรายอย่าง Anthropic ด้วย
ตัวเลขเหล่านี้ทำให้การเปิดตัวแอปสแตนด์อะโลนยิ่งน่าจับตามอง เพราะจะเป็นครั้งแรกที่ Meta ได้วัดพลัง Meta AI ในสนามเดียวกับคู่แข่งแบบเต็มตัว
ศึกเดือดปี 2025: Meta AI vs คู่แข่งระดับโลก
ปี 2025 ไม่ใช่ปีที่ Meta AI จะเดินเดี่ยวในตลาด GenAI เพราะคู่แข่งหน้าเก่า–หน้าใหม่กำลังทยอยปล่อยของออกมาเต็มที่
ในกลุ่มผู้เล่นรายใหญ่ที่ถูกพูดถึงบ่อย ได้แก่
ChatGPT – นำตลาดด้านการดาวน์โหลดแอป GenAI ตามรายงาน State of Mobile 2025 ของ Sensor Tower
Google Gemini – สายเสิร์ช + GenAI ที่กำลังเชื่อมทุกบริการของ Google เข้าไว้ด้วยกัน
Doubao จาก ByteDance – ผู้เล่นจากจีนที่ใช้ฐานผู้ใช้จากอีโคซิสเท็มคอนเทนต์และวิดีโอเป็นจุดแข็ง
Copilot ของ Microsoft – ฝังลึกอยู่ใน Windows, Office และเครื่องมือทำงานระดับองค์กร
ยังไม่หมด เพราะยังมี Grok จาก xAI ของ อีลอน มัสก์ เตรียมเปิดตัวทั้งเว็บไซต์และแอปอย่างเป็นทางการในปีเดียวกัน ทำให้สนามแข่งขันยิ่งแน่น
ในบริบทนี้ การมีแอป Meta AI แบบสแตนด์อะโลนจึงไม่ใช่แค่ “ทำเพราะคนอื่นมี” แต่คือการประกาศว่า Meta พร้อมลงเล่นในสนาม GenAI ระดับฟูลเกมแบบเดียวกับคู่แข่งแล้ว
Meta AI จะปังแค่ไหนเมื่อมีแอปของตัวเอง?
เมื่อแอป Meta AI เปิดจริง คำถามใหญ่ที่ทุกคนรอดูคือ “ผู้ใช้จะยอมย้ายจากการใช้ผ่านแอปโซเชียล มาเปิดใช้แอป Meta AI โดยตรงมากแค่ไหน?”
ปัจจัยชี้ชะตาความปังของ Meta AI น่าจะอยู่ที่
ฟีเจอร์จะต่างจากคู่แข่งอย่างไร
จะผูกเข้ากับ Facebook, Instagram, WhatsApp ได้เนียนขนาดไหน
รุ่นฟรีกับรุ่นพรีเมียมจะต่างกันพอให้คนยอมควักเงินหรือไม่
สรุปแล้ว ปี 2025 จะเป็นปีที่ GenAI กลายเป็นสงคราม “แอปศูนย์กลาง” อย่างเต็มตัว และแอป Meta AI ที่กำลังจะมาในไตรมาส 2 จะเป็นหนึ่งในหมากสำคัญที่บอกได้ว่า Meta จะขึ้นเป็นผู้นำ GenAI ได้จริง หรือยังต้องเร่งเกมต่อไป

