ย้อนเวลากลางนารา: เมืองที่ยังหายใจอยู่จริง
ถ้าพูดถึงจังหวัดนารา (Nara) ภาพในหัวหลายคนคงเป็นสวนกวางขี้อ้อนกับพระใหญ่ไดบุตสึ (Daibutsu) แห่งวัดโทไดจิ (Todai-ji) แทบจะทันที
แต่ไม่ไกลจากแลนด์มาร์กยอดฮิตเหล่านั้น ยังมีเมืองเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอย่างสงบ พร้อมพาคุณ ย้อนเวลากลับไปสู่ญี่ปุ่นยุคเอโดะ แบบสัมผัสได้ทุกลมหายใจ สถานที่นั้นคือ “อิไมโจ” (Imai-cho 橿原市今井町) เมืองโบราณในคาชิฮาระ (Kashihara) ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นเหมือน “พิพิธภัณฑ์มีชีวิต” ของญี่ปุ่น
ใครที่หลงรักประวัติศาสตร์ บ้านไม้เก่า โรงแรมแบบโบราณ หรือกำลังมองหาโลเคชันถ่ายรูปที่ไม่ซ้ำใคร อิไมโจคือจุดหมายที่ต้องปักหมุด บทความนี้คือไกด์เที่ยวฉบับละเอียด พาเดินสำรวจอิไมโจตั้งแต่เรื่องราวในอดีต สถานที่ห้ามพลาด ร้านอาหาร คาเฟ่ชิคๆ ไปจนถึงวิธีการเดินทางและมารยาทเล็กๆ น้อยๆ ที่ควรรู้ ก่อนเก็บกระเป๋าไปย้อนเวลาให้สุดอิน
ทำไมอิไมโจถึงพิเศษ: เมืองที่กาลเวลาเหมือนหยุดเดิน
อิไมโจไม่ใช่หมู่บ้านเก่าที่เหลือไว้ให้ดูเล่น แต่ที่นี่คือ “เขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารประวัติศาสตร์ที่สำคัญแห่งชาติ” ของญี่ปุ่น หรือ Important Preservation Districts for Groups of Historic Buildings
ที่นี่มีบ้านเรือนสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603–1868) เหลืออยู่มากกว่า 500 หลัง
เป็นหนึ่งในชุมชนโบราณที่มีความหนาแน่นและสมบูรณ์ที่สุดของทั้งประเทศ
ถนนหิน บ้านไม้ และบรรยากาศโดยรวม ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในฉากหนังซามูไรแบบไม่ต้องพึ่งจินตนาการ
สิ่งที่ทำให้อิไมโจมีเสน่ห์สุดๆ
ท่องเวลาได้แบบเนียนกริบ
ที่นี่แทบไม่เห็นเสาไฟฟ้าให้เกะกะสายตา บ้านแต่ละหลังยังคงเก็บดีเทลแบบดั้งเดิมเอาไว้ครบ ทำให้คุณได้สัมผัสบรรยากาศเมืองการค้าในอดีตแบบเต็มขั้นสวรรค์ของสายถ่ายรูป
ทุกตรอกซอกซอยเหมือนถูกจัดแสงเซ็ตฉากมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกำแพงปูนสีขาว หลังคากระเบื้องเก่า หรือหน้าต่างไม้ระแนงแบบ “มุชิโกะมาโดะ” (Mushiko-mado) ล้วนถ่ายออกมาสวยชนิดไม่ต้องง้อฟิลเตอร์ตามรอยโลเคชันภาพยนตร์
ด้วยความคลาสสิกที่แทบจะไร้กาลเวลา อิไมโจจึงกลายเป็นโลเคชันถ่ายหนังและละครย้อนยุคหลายเรื่อง รวมถึงภาพยนตร์รักชื่อดังอย่าง “My Happy Marriage” (わたしの幸せな結婚) ที่ทำให้แฟนๆ แห่ตามรอยกันเพียบ
ย้อนดูประวัติอิไมโจ: จากเมืองวัดสู่เมืองพ่อค้า
ต้นกำเนิดของอิไมโจย้อนไปถึงศตวรรษที่ 16 ในฐานะ “จิไนมาจิ” (Jinaimachi) หรือเมืองที่เติบโตขึ้นรอบวัด โดยมี วัดโชเน็นจิ (Shonen-ji Temple) เป็นหัวใจของชุมชน
ในยุคสงคราม เมืองถูกออกแบบให้มีคูน้ำและกำแพงดินล้อมรอบ เพื่อป้องกันการโจมตี เป็นเมืองเล็กๆ ที่มีทั้งศาสนาและการป้องกันในตัว
พอเข้าสู่ยุคเอโดะ บ้านเมืองสงบลง บทบาทของอิไมโจค่อยๆ เปลี่ยนจากเมืองแห่งวัด มาเป็น ศูนย์กลางการค้าสุดรุ่งเรือง ถึงขั้นมีคำกล่าวว่า
“มั่งคั่งดั่งอิไมแห่งยามาโตะ”
และถูกเปรียบว่าเป็น “เมืองซาไก (Sakai) บนบก” เทียบเคียงกับเมืองท่าซาไกในโอซาก้าที่เจริญเรื่องการค้าระหว่างประเทศ
ความมั่งคั่งทำให้เกิดการสร้างเรือนพ่อค้าที่ทั้งสวยและแข็งแรงมากมาย และบ้านเหล่านั้นนี่เอง ที่เรายังได้เห็นและเดินผ่านอยู่ทุกวันนี้
จุดห้ามพลาดในอิไมโจ: เดินเปิดประตูสู่ประวัติศาสตร์
วิธีเที่ยวอิไมโจที่ฟีลดีที่สุดคือ เดินเท้า ค่อยๆ ซึมซับบรรยากาศ แนะนำให้เริ่มต้นจากศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวเพื่อหยิบแผนที่ก่อน แล้วค่อยออกเดินเล่นชิลๆ
1. ศูนย์ข้อมูลและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอิไม
Imai Machinami Koryu Center “Hana-iraka”
อาคารไม้สไตล์ตะวันตกหลังใหญ่ดูโดดเด่น เป็นเหมือนประตูต้อนรับนักเดินทางสู่โลกของอิไมโจ
เดิมที่นี่เคยเป็นที่ทำการอำเภอและพิพิธภัณฑ์การศึกษาในสมัยเมจิ ปัจจุบันด้านในจัดแสดงโมเดลเมืองและข้อมูลสารพัดเกี่ยวกับอิไมโจ
จุดนี้ยังเป็นที่ที่คุณสามารถขอรับ แผนที่เดินเที่ยว (มีภาษาอังกฤษ) ช่วยให้วางเส้นทางได้ง่ายขึ้นมาก
2. คฤหาสน์ตระกูลอิมานิชิ
Imanishi House
หนึ่งในบ้านประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในอิไมโจ ลักษณะภายนอกดูคล้ายป้อมปราการ สะท้อนให้เห็นอำนาจและสถานะของ ตระกูลอิมานิชิ ผู้นำเมืองในอดีต
กำแพงปูนสีขาวสูงเด่น
หลังคาซ้อนหลายชั้นแบบ “ยัตสึมุเนะ-ซึคุริ” (Yatsumune-zukuri) เป็นสถาปัตยกรรมที่หาดูได้ไม่ง่าย
ด้านในยังมีพื้นที่ที่เคยใช้เป็นห้องพิจารณาคดี และคุกขังนักโทษให้เห็นอยู่ด้วย
ข้อควรรู้: การเข้าชมด้านใน ต้องจองล่วงหน้า ผ่านโทรศัพท์หรือเว็บไซต์ อย่าลืมเช็กก่อนไป
3. บ้านโบราณโคเมทานิ
Kyu Kometani Jutaku
บ้านพ่อค้าเหล็กในอดีต ที่โดดเด่นด้วย โถงดิน (Doma) ขนาดใหญ่และเตาไฟเก่า ให้บรรยากาศแบบบ้านญี่ปุ่นดั้งเดิมเต็มๆ
ไฮไลต์ของที่นี่คือ “เอ็นกาวะ” (Engawa) หรือระเบียงไม้ริมสวน ที่มองออกไปเห็นความสงบเขียวๆ แบบสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ และยังเคยถูกใช้เป็นโลเคชันถ่ายโฆษณาชื่อดังด้วย
คุณสามารถนั่งเล่น ปล่อยใจ และจินตนาการถึงชีวิตในยุคก่อนที่ระเบียงแห่งนี้ได้แบบชิลๆ ที่สำคัญคือ เข้าชมได้เลย ไม่ต้องจองล่วงหน้า
4. อิไม มาจิยะคัง
Imai Machiyakan
ที่นี่คือบ้านมาจิยะเก่าที่ถูกบูรณะใหม่ ให้กลายเป็นพื้นที่ให้คนรุ่นหลังได้ลองสัมผัสชีวิตแบบชาวเมืองในสมัยก่อน
ลองปีนบันไดไม้ขึ้นไปดูห้องใต้หลังคา
ลองจับเครื่องชั่งแบบโบราณ
ที่สำคัญ ที่นี่คือหนึ่งในโลเคชันของเรื่อง “My Happy Marriage” ทำให้มีแฟนๆ เดินทางมาตามรอยกันไม่น้อย
5. วัดโชเน็นจิ
Shonen-ji Temple
วัดสำคัญซึ่งเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของเมืองอิไมโจ แม้จะไม่ใหญ่โตเท่าวัดดังในเมืองนารา แต่บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความขรึมขลังและความสงบ
ประตูวัดหลัก ย้ายมาจากศาลเจ้าดันซัน (Danzan Shrine) ที่เมืองซากุราอิ
ตัวอุโบสถหลักมีรายละเอียดสถาปัตยกรรมที่งดงาม ควรค่าแก่การแวะชม
ที่นี่เป็นมุมสงบที่เหมาะกับการสักการะ และ สัมผัสจิตวิญญาณของเมืองอิไมโจ อย่างแท้จริง
กินให้ฟินในเมืองเก่า: ร้านอาหารและคาเฟ่ห้ามพลาด
อีกเสน่ห์ที่ทำให้อิไมโจน่าอยู่ น่าเที่ยว คือการที่มีร้านอาหารและคาเฟ่เท่ๆ ซ่อนตัวอยู่ในบ้านโบราณสไตล์มาจิยะ (Machiya) ทำให้คุณได้ทั้งกินอร่อยและอินกับบรรยากาศไปพร้อมกัน
ร้านอาหารน่าลอง
Hackberry
ร้านอาหารสไตล์ตะวันตกที่ซ่อนอยู่ในบ้านโบราณ เสิร์ฟ เซ็ตเมนูมื้อกลางวัน ที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาล เป็นการผสมความร่วมสมัยกับความเก่าได้อย่างลงตัว粋庵 (Suian)
สำหรับสายอาหารญี่ปุ่น ร้านโซบะแห่งนี้คือคำตอบ ตั้งอยู่ในบ้านเก่าบรรยากาศอบอุ่น เสิร์ฟโซบะเส้นทำมือสดใหม่ คู่กับเทมปุระกรอบๆ เคี้ยวเพลิน農家のオーベルジュ こもれび (Nouka no Auberge Komorebi)
ร้านอาหารที่เน้นผักสดจากฟาร์มโดยตรง เหมาะกับคนรักสุขภาพที่อยากลิ้มลองรสชาติแบบธรรมชาติจริงๆ
คาเฟ่สุดชิล
町家茶屋 古伊 (Machiya Chaya Furui)
คาเฟ่บรรยากาศย้อนยุคที่เหมาะกับการนั่งจิบ มัทฉะ คู่กับขนมหวานญี่ปุ่น (Wagashi) ได้ฟีลแบบชาในบ้านเก่าญี่ปุ่นแท้ๆTama
คาเฟ่เล็กๆ น่ารัก เสิร์ฟทั้งเครื่องดื่มและขนมโฮมเมด เป็นจุดพักขาและพักใจระหว่างเดินเที่ยวที่ดีมากうのまち珈琲店 (Unomachi Coffee)
คาเฟ่ชื่อดังที่มีหลายสาขา บรรยากาศในร้านตกแต่งอย่างมีสไตล์ เหมาะสำหรับการนั่งจิบกาแฟดีๆ พร้อมหยิบหนังสือสักเล่มขึ้นมาอ่าน
ของฝากท้องถิ่นที่ไม่ซ้ำใคร & สาเกที่ต้องซื้อกลับ
มาเที่ยวเมืองเก่าแบบนี้ จะกลับมือเปล่าก็ดูยังไงอยู่ ลองแวะหาของฝากที่มีเฉพาะในอิไมโจกันสักหน่อย
โรงเหล้าสาเกคาวาอิ (Kawai Shuzo)
โรงเหล้าสาเกเพียงแห่งเดียวที่ยังคงดำเนินกิจการอยู่ในอิไมโจ คุณสามารถแวะชิมและซื้อสาเกท้องถิ่นกลับไปได้ โดยเฉพาะสาเกชื่อมงคลอย่าง “出世男” (Shusse-otoko) ที่ชื่อก็ดี ความหมายก็ดีโอนิมิมิ โคล่า (Onimimi Cola)
ของฝากสุดยูนีคที่ห้ามพลาด นี่คือ คราฟต์โคล่า ที่ผลิตโดยร้านขายยาเก่าแก่ในอิไมโจ ใช้ส่วนผสมจากเครื่องเทศและสมุนไพรหลายชนิด ดื่มแล้วทั้งสดชื่นและรู้สึกดีต่อสุขภาพ แถมขวดและดีไซน์สไตล์เรโทรก็น่ารักจนอยากซื้อเก็บไว้เป็นของสะสม
มารยาทและสิ่งที่ควรรู้ก่อนเดินเที่ยวอิไมโจ
อย่าลืมว่า อิไมโจยังเป็นย่านที่มีผู้คนอาศัยอยู่จริง ไม่ใช่เมืองจำลองหรือฉากถ่ายละครที่สร้างขึ้นมาใหม่ การเคารพพื้นที่และคนในชุมชนจึงสำคัญมาก
สิ่งที่ควรระวังและปฏิบัติ
เคารพความเป็นส่วนตัว
หลีกเลี่ยงการส่งเสียงดัง
ห้ามเข้าไปในบริเวณบ้านที่ไม่ได้เปิดให้เข้าชม
อย่าถ่ายรูปผู้อยู่อาศัยโดยไม่ได้รับอนุญาต
เช็กเวลาเปิด–ปิด
บ้านโบราณและร้านค้าหลายแห่งมีเวลาเปิด–ปิดชัดเจน บางวันอาจปิดโดยเฉพาะวันธรรมดา ควรเช็กข้อมูลล่วงหน้า โดยเฉพาะ คฤหาสน์อิมานิชิ ที่ต้องทำการจองก่อนเลือกรองเท้าที่เดินสบาย
เมืองนี้เหมาะกับการเดินชมบรรยากาศทีละมุม ดังนั้นรองเท้าดีๆ ที่เดินแล้วไม่กัดคือเพื่อนที่ดีที่สุดของคุณเตรียมเงินสดให้พร้อม
ร้านเล็กๆ และบางร้านอาหาร อาจไม่รองรับบัตรเครดิต การพกเงินสดติดตัวไว้ จะช่วยให้ใช้จ่ายได้สะดวกกว่าเยอะ
วิธีเดินทางไปอิไมโจ (Access)
การเดินทางไปอิไมโจสะดวกกว่าที่คิด และ รถไฟคือวิธีที่แนะนำที่สุด
โดยรถไฟ
สถานีที่ใกล้อิไมโจมากที่สุดคือ
Kintetsu Yagi-Nishiguchi (八木西口駅)
เดินต่อประมาณ 5–8 นาที (ใกล้ที่สุด)JR Unebi (畝傍駅)
เดินประมาณ 10 นาทีKintetsu Yamato-Yagi (大和八木駅)
เป็นสถานีใหญ่ มีรถไฟด่วนจอด จากที่นี่เดินประมาณ 15 นาทีจึงจะถึงอิไมโจ
ตัวอย่างการเดินทางจากเมืองใหญ่
จากโอซาก้า (Osaka)
นั่งรถไฟ Kintetsu Limited Express หรือ Express จากสถานี Osaka-Namba ไปลงสถานี Yamato-Yagi ใช้เวลาราว 30–40 นาทีจากเกียวโต (Kyoto)
นั่งรถไฟ Kintetsu Limited Express หรือ Express จากสถานี Kyoto ไปสถานี Yamato-Yagi ใช้เวลาประมาณ 50–60 นาทีจากนารา (Nara)
นั่ง Kintetsu จากสถานี Kintetsu-Nara ไปเปลี่ยนขบวนที่สถานี Yamato-Saidaiji จากนั้นมุ่งหน้าไป Yamato-Yagi ใช้เวลารวมประมาณ 30 นาที
จากสถานี Yamato-Yagi คุณเลือกได้สองแบบ
เดินต่อชิลๆ ไปยังอิไมโจ
หรือนั่งรถไฟสาย Kintetsu Kashihara Line ต่ออีกหนึ่งป้าย ไปลงที่ Yagi-Nishiguchi เพื่อเดินใกล้ขึ้น
สรุป: อิไมโจ เมืองเล็กๆ ที่เก็บเสน่ห์ญี่ปุ่นวันวานไว้ครบถ้วน
อิไมโจคือ อัญมณีล้ำค่าของจังหวัดนารา ที่ให้ประสบการณ์ต่างออกไปจากการเที่ยวเส้นทางหลักอย่างชัดเจน
ที่นี่คือจุดที่ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คนยังคงเดินหน้าควบคู่กันไปอย่างงดงาม ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในหนังสือหรือพิพิธภัณฑ์
ถ้าคุณอยาก
หลบจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่
เดินช้าๆ ในเมืองเก่าที่ทุกมุมมีเรื่องเล่า
ถ่ายรูปสวยๆ ท่ามกลางบ้านเอโดะที่ยังมีคนอาศัยอยู่จริง
การเพิ่ม “อิไมโจ” ลงในแผนเที่ยวญี่ปุ่นของคุณ คือการลงทุนกับความทรงจำดีๆ ที่จะติดอยู่ในใจไปอีกนาน
ครั้งหน้าถ้าไปนารา อย่าแวะดูแต่กวาง ลองให้เวลาตัวเองสักหนึ่งวัน แล้วปล่อยให้เมืองโบราณแห่งนี้พาคุณย้อนเวลาอย่างเต็มอารมณ์ดูสักครั้ง

