นิทรรศการครั้งที่ 6 ที่อบอวลด้วยความเป็น “พี่น้องช่างศิลป์”

12 ศิลปินจากกลุ่ม Changsilp brothers art รวมตัวกันจัดนิทรรศการ “คืน คุณ ครู” ครั้งที่ 6 ที่ตลาดหัวตะเข้ ณ บ้านสามครู ระหว่างวันที่ 14 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม โดยถือเป็นการจัดแสดงครั้งสุดท้ายในนามกลุ่มนี้
กลุ่มนี้รวบรวมทั้งศิลปินอาชีพและศิษย์เก่าช่างศิลปที่แม้ไปทำงานในสายอาชีพอื่น แต่ยังคงไม่ทิ้งงานศิลปะ ยังคงสร้างสรรค์ผลงานส่วนตัวอย่างต่อเนื่อง ผูกโยงกันด้วยจุดเริ่มต้นเดียวกัน คือการเป็นนักศึกษาวิทยาลัยช่างศิลป
นิทรรศการนี้จึงไม่ใช่แค่การโชว์งานศิลป์ แต่คือการย้อนกลับไปหาครู รากเหง้า และความผูกพันในรั้ววิทยาลัยเดียวกัน
บ้านสามครู: พื้นที่เรียนรู้ศิลปะกลางตลาดหัวตะเข้

ปวิช แต้วัฒนถาวรกุล ตัวแทนกลุ่ม Changsilp brothers art และผู้ดูแลนิทรรศการ รวมถึง admin เพจช่างศิลป์ inspired และครูอาสาในโครงการ ART4worth ของมูลนิธิพุทธรักษา ได้ร่วมมือกับเจ้าของ บ้านสามครู ซึ่งเป็นอาจารย์จากสามวิทยาลัย เปิดพื้นที่ที่ตลาดหัวตะเข้ให้กลายเป็นแหล่งบ่มเพาะงานศิลป์
ที่นี่เป็นเหมือน “สตูดิโอเปิด” ให้นักศึกษาได้เข้ามาทำงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น
การเขียนภาพสถาปัตยกรรมตามมุมต่าง ๆ ในตลาดหัวตะเข้
งาน Landscape ที่ชวนเด็ก ๆ มาฝึกมอง ฝึกเขียนจากสถานที่จริง
การจัดแสดงผลงานของนักศึกษารุ่นใหม่และศิษย์เก่าที่จบไปแล้ว
พื้นที่แห่งนี้จึงทำหน้าที่ทั้งเป็นห้องเรียน ที่แสดง และจุดนัดพบของคนรักศิลปะในชุมชนเดียวกัน
ความหลากหลายของผลงาน: จากซิลค์สกรีนถึงภาพเหมือนหญิงชรา
นิทรรศการ “คืน คุณ ครู” รวบรวมผลงานจากทั้งศิลปินอาชีพและคนทำงานสายอื่นที่ยังไม่เคยทิ้งศิลปะ พวกเขานัดหมายกันมาสร้างงานใหม่เพื่อจัดแสดงร่วมกัน ทำให้บรรยากาศของงานเต็มไปด้วยความตั้งใจและความผูกพัน
ผลงานที่จัดแสดงมีความหลากหลาย ทั้งในด้านเทคนิคและเนื้อหา เช่น
งานภาพพิมพ์และ ซิลค์สกรีน ทั้งงานออเดอร์และงานออกแบบเฉพาะกิจ
ผลงานซิลค์สกรีนภาพบุคคลสำคัญและดารา ที่ศิลปินท่านหนึ่งจากพัทยาสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อจัดแสดงโดยเฉพาะ ไม่ได้ทำเพื่อการค้า

หนึ่งในผลงานที่สะดุดตาคือภาพเหมือนหญิงชราที่ใบหน้ายิ้มแย้ม อบอุ่น ศิลปินเจ้าของผลงานเป็นเพื่อนของกลุ่ม เคยร่วมแสดงงานในครั้งก่อน และเคยกลับมาสอนทั้ง drawing และสีน้ำมันให้ด้วย ผลงานชิ้นนี้เคยจัดแสดงมาก่อน และถูกนำมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกความทรงจำในนิทรรศการครั้งนี้
ภาพความเชื่อ ศาสนา และแนวคิดเรื่องความดีสากล
อีกหนึ่งภาพขนาดใหญ่ที่ติดตั้งบริเวณชั้นลอย เป็นผลงานของ ปวิช เอง ซึ่งสะท้อนแนวคิดเรื่องศาสนาและความเชื่ออย่างลึกซึ้ง
เขาอธิบายแนวคิดของภาพนี้ไว้ว่า
“ทุกศาสนา ทุกความเชื่อมีไว้เพื่อให้คนเราได้ปฏิบัติตนเป็นคนดี ทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกความเชื่อ ทุกลัทธิเป็นสิ่งที่ดี นำไปสู่สิ่งที่ดี นำความเชื่อเหล่านั้นไปประพฤติตัวให้เป็นประโยชน์กับการดำรงชีวิตของตัวเอง ไม่ต้องมาเปรียบเทียบกันระหว่างศาสนาไหนแบบใด”
งานชิ้นนี้จึงไม่ใช่แค่ภาพ แต่เป็นคำชวนให้เราหันกลับมามองตัวเอง ผ่านกรอบของความเชื่อที่แตกต่างแต่เป้าหมายเดียวกัน คือการเป็น “คนที่ดีขึ้น”

จากพระพิฆเนศถึงในหลวง รัชกาลที่ 9: รายละเอียดที่เต็มไปด้วยความศรัทธา
ในพื้นที่จัดแสดงยังมีผลงานประติมากรรม พระพิฆเนศ ที่ใช้วัสดุเบา แต่ทำพื้นผิวและรูปทรงให้ดูราวกับเป็นวัสดุที่หนักแน่น ทรงพลัง ง่ายต่อการเคลื่อนย้าย แต่ยังคงความขลัง ศิลปินผู้อยู่ในวงการพระสร้างขึ้นเพื่อการสักการบูชาอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ยังมีภาพเขียนลายเส้น ในหลวง รัชกาลที่ 9 จากศิลปินที่มีชื่อเสียงด้านงานปั้นเกจิอาจารย์และพระเก่า เขาเลือกใช้เทคนิคการเขียนแบบ control drawing ที่วางปลายดินสอครั้งเดียวแล้วลากไปเรื่อย ๆ โดยไม่ยกดินสอขึ้นเลย
งานชิ้นนี้จึงเป็นทั้งการฝึกสมาธิ การควบคุมเส้น และการถ่ายทอดความเคารพอย่างสูงสุดผ่านเส้นสายเพียงเส้นเดียว
12 ศิลปิน 1 นิทรรศการ 1 ความทรงจำร่วมกัน
นิทรรศการ “คืน คุณ ครู” ครั้งนี้ รวบรวมผลงานจาก 12 ศิลปิน ที่ต่างก็มีเส้นทางชีวิตหลากหลาย แต่ยังคงเชื่อมโยงกันด้วยรากทางศิลปะจากวิทยาลัยช่างศิลป
จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 2568
เปิดแสดงทุกวัน ยกเว้นวันพุธ (หยุด 1 วัน)
วันที่ 14 มีนาคม เป็นวันครบรอบสถาปนาวิทยาลัย ซึ่งยิ่งช่วยเติมความหมายให้กับนิทรรศการชุดนี้

ชวนมาเดินดูงาน ให้ศิลปะทำงานกับใจเรา
เสียงจากผู้จัดงานอยากฝากถึงผู้ชมว่า นิทรรศการนี้ไม่ใช่แค่ให้เดินผ่านแล้วถ่ายรูป แต่คือพื้นที่ให้ทุกคนได้มารับทั้งความรู้ ประสบการณ์ และความสุขจากการอยู่ใกล้งานศิลปะ
ต่อให้คุณไม่ได้ทำงานสายศิลป์ แค่ได้เดินดู ได้ซึมซับบรรยากาศ บางอย่างจากงานเหล่านี้อาจกลายเป็นแรงบันดาลใจ หรือมุมมองใหม่ ๆ ที่นำกลับไปใช้ในชีวิตได้จริง
ถ้าอยากหาเวลาให้ตัวเองสักครึ่งวัน ลองนัดเพื่อนไปเดินตลาดหัวตะเข้ แวะบ้านสามครู แอบยิ้มให้กับภาพหญิงชรา มองลายเส้นที่ไม่เคยยกดินสอ และนั่งอยู่ใต้ภาพใหญ่ที่พูดถึงทุกศาสนาอย่างเท่าเทียม
แล้วปล่อยให้ศิลปะค่อย ๆ เล่าเรื่องให้คุณฟังเอง

