รับแอปรับแอป

Final Destination: Bloodlines โคตรโหด โคตรลุ้น โคตรหลอกสมการรอคอย!

ลลิตา พูนผล01-31

ทายาทโกงตายกลับมาแล้ว โหดสดเหมือนได้รีสตาร์ตแฟรนไชส์

หลังจาก Final Destination 5 ปิดจบแบบสมบูรณ์ไปเกือบ 15 ปี ใครจะคิดว่าแฟรนไชส์โกงความตายจะกลับมาได้โหดและสดใหม่ขนาดนี้ ภาคใหม่ในชื่อ Final Destination: Bloodlines ‘ทายาทโกงตาย’ มาพร้อมไอเดียหลักที่ทั้งหลอนและครีเอทสุดๆ อย่างคอนเซปต์ “ความตายสืบทอดทางสายเลือด”

บอกเลยว่าแค่พล็อตกลางก็กินขาด แถมยังเคารพเสน่ห์ดั้งเดิมของซีรีส์นี้แบบครบทุกข้อ ทั้งลุ้น ทั้งเสียว ทั้งโหดแบบไม่ปรานีคนดู

พล็อตใหม่ แต่ยังได้ฟีล Final Destination เต็มๆ

เรื่องเริ่มจาก สเตฟานี่ นักศึกษาสาวที่ฝันซ้ำๆ ถึงอุบัติเหตุสยองภาพเดิมวนไปไม่รู้จบ เธอเริ่มเอะใจว่าผู้หญิงในฝันน่าจะเป็นยายของตัวเอง

เธอจึงตัดสินใจกลับบ้านเพื่อไปเจอยาย และก็พบความจริงว่า ยายคือผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ในอดีต

จากจุดนั้นเอง ความตายก็เริ่มเดินเกมใหม่ มันไม่ได้ตามเอาชีวิตแค่คนที่รอดมาแล้ว แต่ลามไปถึง คนทั้งสายเลือดในครอบครัว ที่ในมุมมองของความตายแล้ว พวกเขา “ไม่ควรได้เกิด” ตั้งแต่แรก ถ้ายายตายไปในเหตุการณ์นั้น ทุกคนก็คงไม่มีตัวตน

ดังนั้นทั้งครอบครัวจึงต้องหาทาง หลุดจากวงจรความตาย ที่เล่นใหญ่ระดับตระกูลให้ได้ ไม่งั้นรายชื่อในลิสต์ก็จะถูกเช็กไปทีละคน

จากแก๊งเพื่อน สู่ดราม่าครอบครัวที่เข้มข้นขึ้น

ภาคก่อนๆ เราคุ้นกับการตามตายของกลุ่มเพื่อน คนรู้จัก หรือคนแปลกหน้า แต่ ภาคนี้เปลี่ยนเกมมาผูกกับ “ครอบครัว” เต็มตัว

การที่ตัวละครเชื่อมกันด้วยสายเลือด ทำให้เดิมพันทางอารมณ์มันสูงขึ้นแบบรู้สึกได้จริงๆ จากเดิมที่ลุ้นแบบสนุกๆ ก็กลายเป็นลุ้นแบบปนจุก เพราะมันไม่ใช่แค่ใครสักคนที่ต้องตาย แต่คือ ความสัมพันธ์ทั้งบ้าน ที่ต้องถูกท้าทาย

ต้องชมทีมเขียนบทที่กล้าขยับจากสูตรเดิม มาปั้นเส้นเรื่องใหม่ที่ยังเคารพแกนหลักของแฟรนไชส์ แถมดันออกมา ลงตัวและสนุกกว่าที่คิดเยอะมาก

ฉากตายครีเอทจัด หลอกคนดูเก่งกว่าที่เคย

แฟน Final Destination น่าจะรู้กติกาอยู่แล้วว่า ในหนังชุดนี้เราไม่ได้ลุ้นว่า “ตัวละครจะตายไหม” แต่คือ “จะตายยังไง” ต่างหาก

ภาค Bloodlines เหมือนรู้ใจแฟนเก่ามาก เพราะคนดูยุคนี้แทบทุกคนต้องย้อนไปดูภาค 1-5 มาทบทวนก่อน ซึ่งหมายความว่าเรามีสูตรในหัว มีแพทเทิร์นที่คาดเดาไว้แล้ว

แต่หนังภาคนี้เลือกทำตรงกันข้าม มันเหมือนตั้งใจจะบอกว่า

  • คิดว่ารู้แล้วใช่ไหมว่ามันจะมาแบบไหน

  • เดาออกแล้วใช่ไหมว่าอะไรจะหล่น กระเด็น หลุด หรือพังก่อน

  • ลองเดาสิว่าใครจะไปก่อนและตายแบบไหน

จากนั้นหนังก็ หลอกซ้อน หลอกซ้ำ หลอกต่อ ไปเรื่อยๆ จนเราเริ่มไม่มั่นใจในสกิลเดาเหตุการณ์ของตัวเองอีกต่อไป

หลายฉากคือทั้งหวาดเสียวแบบบีบเก้าอี้ และโหดในระดับที่คนชอบหนังสายนี้น่าจะฟินมาก มี “ฉากตายระดับจำไปอีกนาน” อยู่หลายคิวจริงๆ ทั้งไอเดีย ทิศทางการตัดต่อ และจังหวะการหลอกล่อ ล้วนทำให้ความตายแต่ละเคส ทั้งบันเทิง ทั้งโคตรโหด ไปพร้อมกัน

สนุก ลุ้น ฮา ครบรสในโรงเดียว

สิ่งที่เซอร์ไพรส์คือ แม้จะเป็นหนังลิสต์ความตายสุดโหด แต่การดูกลับ ไม่หนัก ไม่เครียดจนเกินไป เพราะหนังใส่จังหวะมุกตลกมาได้ถูกที่ถูกเวลา และที่สำคัญคือมุกมัน “ฮ่าได้เรื่อง” ไม่ได้ฝืน

เลยกลายเป็นประสบการณ์ดูหนังสยองที่ โคตรบันเทิง มากกว่านั่งทรมานใจ ใครที่กลัวว่าจะเครียดเกินไป น่าจะสบายใจได้ระดับหนึ่ง เพราะความลุ้นกับความฮามันบาลานซ์กันดี

ด้านงานภาพ ถ้าใครมีโอกาสได้ดูระบบ IMAX laser จอใหญ่คมชัด รายละเอียดฉากอุบัติเหตุและเอฟเฟกต์ความตายจะเด่นชัดมาก ระดับที่บางจังหวะ “ตาแตก” กันไปข้างเดียว แต่ถ้าสะดวกแค่โรงทั่วไปก็ไม่ต้องกังวล เพราะตัวหนังสนุกในตัวเองอยู่แล้ว

สรุป: ทำไมสายดูหนังห้ามพลาดภาคนี้

สรุปแบบตรงๆ สำหรับสายหนังสยอง-ทริลเลอร์-โกงตาย

  • คอนเซปต์ “ความตายทางสายเลือด” ทำให้ภาคนี้มีเอกลักษณ์ชัดเจน

  • โทนหนังยังคงความเป็น Final Destination แบบเต็มร้อย แต่มีความสดใหม่แทรกเข้ามาเยอะ

  • ฉากตาย โหด ครีเอท หลอกเก่ง และมีหลายฉากที่น่าจะกลายเป็นโมเมนต์ประจำแฟรนไชส์

  • ดราม่าครอบครัวช่วยดันอารมณ์ให้เราผูกพันกับตัวละครมากกว่าภาคก่อนๆ

  • มุกตลกมาเป็นระยะ ทำให้หนังดูเพลินกว่าที่คิด ไม่ได้ดูจบแล้วหมดแรง

สายดูหนังที่โหยหา Final Destination ภาคใหม่มานาน บอกได้คำเดียวว่า “คุ้มที่รอ” ถ้าอยากไปลุ้นว่าใครจะโกงตายได้จริง หรือสุดท้ายไม่มีใครหนีพ้น ลุยโรงให้ไวแล้วไปเช็กชื่อในลิสต์ของความตายพร้อมกันได้เลย