รับแอปรับแอป

เปรียบเทียบ Dermatix VS Puricas เจลลบรอยแผลเป็นตัวไหนน่าโดนกว่ากัน?

ชาญณรงค์ วัฒนศรี01-31

เปิดกล่องศึกเจลลบรอยแผลเป็น

ตามสายสกินแคร์ผิวสวยใส แบบไม่อยากเหลือรอยแผลเป็น วันนี้มาดูศึกใหญ่ระหว่าง Dermatix Ultra กับ Puricas Dragon’s Blood Scar Gel กันหน่อย ว่าตัวไหนน่าโดนกว่ากันสำหรับคนอยากผิวเนียนเรียบเจ้าค่ะ

สาวๆ หนุ่มๆ คนไหนอ่านจบแล้วค่อยตัดสินใจไปสอยที่ร้านขายยากันได้เลย ทั้งสองยี่ห้อ หาซื้อไม่ยาก เจอตามร้านขายยาทั่วไปสบายมาก

เทียบราคาแบบสาวสวยสายคุ้ม

ก่อนจะทาอะไรลงหน้า ลงตัวเลขกันก่อนนิดนึงเนอะเจ้าค่ะ

  • Dermatix Ultra ราคา 675 บาท / 9 กรัม => ตกกรัมละประมาณ 75 บาท

  • Puricas ราคา 290 บาท / 8 กรัม => ตกกรัมละประมาณ 36.25 บาท

พูดง่ายๆ คือ Puricas ถูกกว่า Dermatix ประมาณ 38.75 บาทต่อกรัม เลยทีเดียว แต่เรื่องสกินแคร์จะดูแต่ราคาไม่ได้ เดี๋ยวเรามาดูเนื้อเจลและประสิทธิภาพกันต่อเจ้าค่ะ

เนื้อเจล สี กลิ่น และความรู้สึกตอนใช้

มาดูความรู้สึกแรกตอนบีบเจลออกมาจากหลอดกันบ้าง

  • Dermatix Ultra: เนื้อเจลใส ไร้สี ไร้กลิ่น ทาแล้วไม่รู้สึกว่ามีอะไรอยู่บนผิวมากนัก คนไม่ชอบกลิ่นน้ำหอมหรือแพ้ง่ายน่าจะถูกใจ

  • Puricas: เป็นเนื้อเจลเหมือนกัน แต่สีออกเหลือง และมีกลิ่นอ่อนๆ ไม่ใช่แนวน้ำหอมฉุนๆ แต่ก็แอบพอได้กลิ่นอยู่

ทั้งสองตัวเป็นเนื้อเจลเลย ซึมไวมาก ทาหน้าแล้วตามด้วยครีมบำรุงต่อได้สบายๆ ไม่ทิ้งความเหนอะหนะบนผิว

แต่เพราะ Puricas มีสีเหลือง ตอนทาลงผิวจะเห็นผิวตรงบริเวณนั้นออกเหลืองจางๆ อยู่แป๊บหนึ่ง พอซึมดีแล้วก็หาย ไม่ได้เหลืองติดผิวอะไรให้ตกใจเจ้าค่ะ

เจาะลึกส่วนผสมเด่นของแต่ละตัว

เรามาดู “พระเอกหลัก” ในแต่ละหลอดกันหน่อย ว่าเค้าชูอะไรเป็นจุดขายบ้าง

ดาวเด่นของ Dermatix Ultra

Dermatix Ultra เน้นส่วนผสมหลัก 2 ตัว คือ CPX และ Vitamin C

  • Vitamin C: ตัวดังเรื่องช่วยให้ผิวกระจ่างใส ปรับสีรอยแผลเป็นให้ดูจางลง และช่วยให้ผิวฟื้นตัวไวขึ้น

  • CPX (Cyclopentasiloxane): เป็นเจลซิลิโคนที่ช่วย

    • เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวบริเวณแผลเป็น

    • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

    • ทำให้รอยแผลเป็นดู อ่อนนุ่มและเรียบขึ้น

เรียกได้ว่าเหมาะกับ แผลนูน แผลผ่าตัด และรอยแผลที่ต้องการให้เรียบเนียนขึ้น มากๆ เจ้าค่ะ

ดาวเด่นของ Puricas Dragon’s Blood

ไฮไลต์ของ Puricas คือ สารสกัด Dragon’s Blood หรือ “เลือดมังกร” ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่ของแฟนตาซี แต่เป็นชื่อของสารสกัดเข้มข้นจากต้นไม้ที่ชื่อ Dragon’s Blood (Croton Lechleri)

สารสกัดตัวนี้มีคุณสมบัติเด่นหลายอย่าง เช่น

  • ช่วยสมานแผล ทำให้แผลปิดและฟื้นตัวเร็วขึ้น

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

  • เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว

  • ทำให้แผลเป็น อ่อนลง เรียบเนียนขึ้น

  • ฟื้นฟูและซ่อมแซมผิวที่เสียหาย

ที่น่าสนใจคือ มีการบอกว่า

  • เลือดมังกร 1% มีประสิทธิภาพเทียบเท่า Vitamin C ถึง 20 เท่า

  • และเทียบเท่า Vitamin E ถึง 180 เท่า ในเรื่องเพิ่มความชุ่มชื้นและช่วยให้แผลซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น

สรุปคือ Puricas ดูจะเน้นทั้ง การสมานแผล + ลดรอย + ฟื้นฟูผิว ไปพร้อมกันเจ้าค่ะ

ผลลัพธ์หลังทดลองใช้ 1 สัปดาห์

มีการทดลองทาเช้า–เย็นบน แผลใหม่ ต่อเนื่องเป็นเวลา 1 สัปดาห์ พบว่า

  • ทั้ง Dermatix Ultra และ Puricas ให้ผลลัพธ์คล้ายกันคือ รอยแผลเป็นจางลง

  • ทั้งสีและความนูนของแผลดูดีขึ้น ไม่ได้จางแบบหายวับ แต่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดในระดับหนึ่ง

หมายเหตุ: เป็นการลองกับแผลที่เพิ่งเกิดใหม่ ระยะเวลาทดลอง 1 สัปดาห์เจ้าค่ะ

เทียบเคลมบนกล่อง vs ของจริง

มาดูคำเคลมกันว่าแอบเว่อร์เกินจริงไหม หรือทำได้ตรงตามที่บอกไว้

Dermatix Ultra เคลมว่าอะไร?

แบรนด์เคลมว่า “ช่วยให้แผลเป็นอ่อนนุ่ม ยุบตัว และจางลงใน 3 เดือน”

จากการทดลองใช้กับแผลนูน (ฝีมือเล็บแมว) พบว่า

  • หลังใช้ประมาณ 1 สัปดาห์
    • แผลดู อ่อนลง ทั้งสีและสัมผัส

    • มีความรู้สึกว่าแผล ยุบตัวลงจริง

ถือว่าทำได้ดีตามทิศทางที่เคลมไว้ เพียงแต่เรื่อง “ใน 3 เดือน” ยังต้องลองต่อเนื่องยาวๆ เอาเองเจ้าค่ะ

Puricas เคลมว่าอะไร?

Puricas เคลมว่า “ลดรอยแผลเป็นและเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงได้ใน 2 สัปดาห์”

จากการทดลองใช้กับแผลลักษณะเดียวกัน พบว่า

  • แผลที่นูนเริ่ม ยุบลง

  • สีของแผลก็ค่อยๆ จางลง เช่นกัน

แม้จะทดลองแค่ 1 สัปดาห์ แต่ก็เริ่มเห็นแนวโน้มที่ดี ทั้งสองตัวเลยจัดว่า มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกันในช่วงแรกของการใช้

สรุปสั้นๆ: ภายใน 1 สัปดาห์ ทั้ง Dermatix และ Puricas

  • ช่วยลดความนูนของแผลได้

  • ทำให้สีแผลค่อยๆ จางลง

ประสิทธิภาพโดยรวมในช่วงสั้นๆ ถือว่า สูสีกันมาก เจ้าค่ะ

ใช้กับแผลแบบไหนได้บ้าง?

นี่คือจุดที่เริ่มเห็นความต่างชัดขึ้น ว่าใครใช้งานได้ครอบคลุมกว่า

Dermatix Ultra ใช้กับแผลประเภทไหน?

สามารถใช้กับ

  • แผลไฟไหม้

  • น้ำร้อนลวก

  • แผลผ่าตัด

  • แผลนูน

  • แผลคีลอยด์

ส่วนผสมโดยรวมค่อนข้างอ่อนโยน ถึงขั้นในข้อมูลผลิตภัณฑ์บางที่ระบุว่า สามารถทาบริเวณเปลือกตาได้ แต่บนกล่องเองกลับเขียนว่า ไม่ควรทาใต้ตา ตรงนี้เลยแอบงงนิดหน่อย แนะนำว่าถ้าบริเวณรอบดวงตาให้ระวังเป็นพิเศษเจ้าค่ะ

ที่สำคัญคือ ห้ามทาบนแผลสด ต้องรอให้แผลปิดสนิทก่อน ถึงจะเริ่มทาได้

Puricas ใช้กับแผลประเภทไหน?

Puricas ถือว่า ใช้ได้หลากหลายมาก ครอบคลุมทั้ง

  • แผลไฟไหม้

  • น้ำร้อนลวก

  • แผลผ่าตัด

  • แผลนูน

  • แผลคีลอยด์

  • แผลหลุม

  • รอยดำ–รอยแดงจากสิว

  • แผลสด

จุดเด่นคือ สามารถใช้กับแผลสดได้เลย อย่างพวกแผลจากการแกะสิว เลือดออกซิบๆ ก็เริ่มทาได้ทันที เพราะนอกจากช่วยลดรอยแล้ว ยังช่วยเรื่อง สมานแผล ไปพร้อมกันด้วย

พูดง่ายๆ คือ ใครที่เป็นสิวบ่อย แผลถลอกบ่อย หรือเผลอข่วนตัวเองประจำ น่าจะใช้ง่ายและคุ้มค่ามากเจ้าค่ะ

สรุปภาพรวม: สายไหนควรเลือกตัวไหน?

มัดรวมอีกทีให้ตัดสินใจง่ายขึ้น

  • ถ้าเน้น แผลนูน แผลผ่าตัด แผลคีลอยด์ และชอบเนื้อเจลใส ไร้สี ไร้กลิ่น ไม่อยากให้คนสังเกตเห็นรอยครีมบนผิว Dermatix Ultra เป็นตัวเลือกที่ดี

  • ถ้าอยากได้อะไรที่ใช้ได้กับ แทบทุกประเภทของแผล รวมถึงแผลสด และรอยสิว เน้นสมานแผลไปด้วย ฟื้นฟูผิวไปด้วย Puricas ดูจะตอบโจทย์กว่า

  • เรื่องราคา Puricas คุ้มกว่าอย่างชัดเจน ต่อกรัมถูกกว่าเยอะ เหมาะกับคนที่ต้องใช้ยาวๆ หรือทาหลายจุด

โดยรวมจากการลองในระยะสั้น ประสิทธิภาพลดรอยและลดความนูนถือว่าสูสีกัน ต่างกันที่

  • ความรู้สึกตอนใช้ (สี–กลิ่น–เนื้อเจล)

  • ชนิดของแผลที่ใช้ได้

  • งบประมาณและความคุ้มค่าในระยะยาว

ใครเป็นสายผิวสวยไม่อยากทิ้งรอย ลองเลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และสภาพแผลของตัวเอง แล้วอย่าลืมใช้ต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ เพราะ การดูแลแผลเป็นเป็นเรื่องของเวลาและวินัย มากพอๆ กับตัวผลิตภัณฑ์เลยเจ้าค่ะ