รับแอปรับแอป

สิวเรื้อรังไม่ยอมไปซักที? เคลียร์ทุกต้นตอ–ทุกวิธีรักษาแบบหมอผิวหนังใช้จริง

อภิชาติ สุนทร01-31

สิวเรื้อรังที่ขึ้นวนๆ ไม่เคยจากไปจริงๆ

สิวที่หายแล้วก็กลับมาใหม่ ไม่ยอมจบสักที หลายคนรู้ดีว่ามันไม่ใช่เรื่องเล็กเลย โดยเฉพาะ สิวเรื้อรัง ที่เหมือนยึดหน้าเราเป็นบ้านถาวรไปแล้ว

ต่อให้แต่งหน้าก็ยังรู้สึกว่าผิวไม่คลีน พอหน้าสดก็ไม่กล้ามองตาใคร ลองมาหมดทั้งสกินแคร์ถูก–แพง เปลี่ยนสูตรแล้วเปลี่ยนอีก สิวก็ยังไม่โบกมือลา

ความจริงคือ สิวเรื้อรังมักไม่ได้มาจากเรื่องผิวแค่ผิวเผิน แต่มี ปัจจัยลึกๆ ซ่อนอยู่ ทั้งฮอร์โมน ไลฟ์สไตล์ และสกินแคร์ที่ใช้ทุกวัน ถ้าไม่แก้ให้ตรงจุด ก็มีแต่จะวนลูปซ้ำไปเรื่อยๆ

บทความนี้จะพาไปเข้าใจสิวเรื้อรังแบบลงลึก ตั้งแต่สาเหตุหลัก วิธีรักษาด้วยยา ไปจนถึงหัตถการทางการแพทย์ พร้อมเคล็ดลับดูแลตัวเองให้สิวหยุดกลับมาซ้ำ

สิวเรื้อรังคืออะไร ทำไมรักษาแล้วก็กลับมาอีก

สิวเรื้อรังคือสิวที่ ขึ้นซ้ำๆ ไม่ยอมจบ รักษาดีขึ้นแค่แป๊บเดียว แล้วก็วนกลับมาที่จุดเดิมอีก

ส่วนใหญ่จะขึ้นบริเวณเดิมๆ เช่น แก้ม คาง กราม และมักเป็นสิวชนิดที่น่าปวดหัวอย่าง

  • สิวอักเสบเม็ดใหญ่

  • สิวหัวช้าง

  • สิวลึกใต้ผิวที่กดไม่ออก แตะแล้วเจ็บ

สิวกลุ่มนี้ไม่ได้หายแค่ทาครีมหรือบำรุงผิวให้ดีขึ้นอย่างเดียว เพราะเบื้องหลังมักมีตัวการสำคัญอย่าง ฮอร์โมนที่แปรปรวน พฤติกรรมชีวิตประจำวัน และสกินแคร์ที่ไม่เข้ากับผิว

ดังนั้นมันเลยกลายเป็นสิวที่เหมือน “ดื้อยา” กับวิธีปกติ ถ้าไม่เข้าใจต้นตอจริงๆ ก็ยากจะจัดการให้จบ

สาเหตุหลักที่ทำให้สิวเรื้อรังไม่ยอมหาย

คนส่วนใหญ่มักโทษว่า “ล้างหน้าไม่สะอาด” หรือ “ใช้ครีมผิด” ซึ่งก็มีส่วน แต่ยังไม่ใช่ทั้งหมด เพราะความจริงแล้ว สิวเรื้อรังเกิดจากหลายปัจจัยที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน

ปัจจัยที่ผลักดันให้สิวกลายเป็นสิวเรื้อรัง

  • ฮอร์โมนแปรปรวน
    ฮอร์โมนคือผู้ร้ายตัวจริงของสิวเรื้อรัง โดยเฉพาะช่วงก่อนมีประจำเดือน หรือคนที่มีภาวะอย่าง PCOS ที่ทำให้ต่อมไขมันทำงานหนักเกินไป รูขุมขนอุดตันง่าย สิวเลยบุกหนักและบ่อย

  • ความเครียดสะสม
    ความเครียดไม่ได้กระทบแค่สมอง แต่ยังไปดันฮอร์โมน cortisol ให้สูงขึ้น ทำให้ผิวผลิตน้ำมันมากเกิน จนกลายเป็นสิวอุดตันและสิวอักเสบในที่สุด

  • ไลฟ์สไตล์ที่เสี่ยงสิวแบบไม่รู้ตัว
    นอนดึก ติดของหวาน ดื่มนมวัวหนักๆ เล่นมือถือจนเอาหน้าแนบจอก่อนนอน หรือใช้ปลอกหมอนใบเดิมนานๆ ไม่เคยเปลี่ยน ทั้งหมดนี้คือปัจจัยที่รวมพลังกันผลักให้สิวขึ้นวนไป

  • สกินแคร์ไม่เข้ากับผิวตัวเอง
    บางคนยิ่งทายิ่งแย่ ผิวไม่ดีขึ้น แถมสิวเพิ่ม อาจเพราะใช้ผลิตภัณฑ์ที่ รบกวนสมดุลผิวหรืออุดตันแบบไม่รู้ตัว เช่น ครีมที่มีซิลิโคนเยอะ หรือกันแดดเนื้อหนักจนผิวอุดตันและหายใจไม่ออก

  • ล้างหน้าผิดวิธี หรือล้างบ่อยเกินไป
    ล้างหน้าถี่เกิน ใช้คลีนเซอร์แรงๆ จนหน้าเอี๊ยด อาจดูเหมือนสะอาด แต่จริงๆ คือกำลังทำลายเกราะผิว ทำให้ผิวระคายเคืองและผลิตน้ำมันชดเชยมากขึ้น สุดท้ายก็กลับมาจบที่สิวเรื้อรังอยู่ดี

รักษาสิวเรื้อรังด้วยยา: เข้าไปแก้ที่ราก ไม่ใช่แค่ปลายเหตุ

เมื่อรู้แล้วว่าสิวเรื้อรังไม่ได้มาจากผิวภายนอกอย่างเดียว การรักษาที่ได้ผลจึงต้องเริ่มจาก “ภายใน” ด้วย ซึ่ง ยารักษาสิว ถือเป็นเครื่องมือหลักที่หมอใช้ในการจัดการสิวเรื้อรัง

แต่ละตัวยามีหน้าที่ต่างกัน และเหมาะกับสภาพสิวไม่เหมือนกัน ถ้าเข้าใจหลักการใช้ก็จะช่วยให้รักษาได้ตรงจุดและปลอดภัยกว่าการลองเองมั่วๆ

กลุ่มยาที่ใช้บ่อยในการรักษาสิวเรื้อรัง

  • ยาทาเฉพาะจุด (Topical treatments)
    เหมาะเป็นด่านแรกสำหรับคนที่ยังไม่ถึงขั้นสิวอักเสบรุนแรง เช่น

    • Benzoyl Peroxide (BPO): ฆ่าเชื้อสิว P. acnes โดยไม่ทำให้ดื้อยา

    • Retinoids เช่น adapalene หรือ tretinoin: ช่วยผลัดเซลล์ผิว ลดการอุดตันในรูขุมขน

    • ยาทากลุ่มยาปฏิชีวนะ เช่น clindamycin: ช่วยลดการอักเสบของสิวเม็ดแดง แต่ไม่ควรใช้เดี่ยวๆ นานเกินไปเพราะเสี่ยงดื้อยา

  • ยากิน (Oral medications)
    ถ้าสิวเรื้อรังแรงจนยาทาเอาไม่อยู่ หมอมักเสริมยากินเข้าไปด้วย เช่น

    • ยาปฏิชีวนะ (antibiotics) เช่น doxycycline, minocycline: ลดการอักเสบ มักใช้เป็นช่วงสั้นๆ ประมาณไม่เกิน 3 เดือน

    • ยาคุมกำเนิด (ในผู้หญิงที่มีสิวจากฮอร์โมน): ช่วยปรับระดับฮอร์โมนให้เสถียรขึ้น

    • Isotretinoin: ยากินสำหรับสิวเรื้อรังที่ช่วยลดการทำงานของต่อมไขมันอย่างจริงจัง แต่ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น เพราะมีผลข้างเคียงและข้อควรระวังหลายอย่าง

ใช้ยาอย่างไรให้ปลอดภัยและเห็นผลจริง

การใช้ยาไม่ใช่แค่ “ใครบอกว่าดีก็ใช้ตาม” เพราะผิวแต่ละคนไม่เหมือนกัน และยาบางตัวก็แรงกว่าที่คิด

  • ค่อยๆ เริ่มจากอ่อน ไปจนถึงตัวที่แรงขึ้น
    ถ้าไม่เคยใช้ยามาก่อน อย่าเพิ่งกระโดดไปกลุ่ม isotretinoin หรือเรตินอยด์เข้มข้นทันที ให้เริ่มจากตัวยาที่อ่อนกว่า เพื่อดูการตอบสนองของผิวก่อน

  • อย่าผสมยาทา+ยากินมั่วเอง
    บางตัวฤทธิ์ซ้ำซ้อน ทำให้ผิวบาง ระคายเคืองง่าย หรือเสี่ยงผลข้างเคียง จึงควรใช้ในปริมาณและรูปแบบที่หมอหรือเภสัชกรวางแผนให้

  • อย่าหยุดยาเองทันทีเมื่อสิวเริ่มดีขึ้น
    สิวบางทีดูเหมือนหายแล้ว แต่การรักษายังไม่จบ ถ้าหยุดยาเร็วเกินไป สิวก็พร้อมวนกลับมาใหม่ได้ไวมาก

  • รับมือกับช่วงสิวเห่อระยะแรก
    ยากลุ่มผลัดเซลล์หรือ BPO บางคนจะมีช่วงสิวเหมือนเห่อก่อนดีขึ้น ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติ ไม่ต้องตกใจ แต่อย่าหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์

หัตถการทางการแพทย์: ตัวช่วยเร่งเคลียร์สิวเรื้อรัง

สำหรับใครที่สิวเรื้อรังฝังลึก เป็นสิวอักเสบเม็ดใหญ่ หรือสิวแน่นเต็มหน้า การใช้ยาอย่างเดียวอาจไม่พอ หัตถการทางการแพทย์จึงกลายเป็นทางเลือกเสริมที่ช่วยให้เห็นผลเร็วและชัดขึ้น

เมื่อจับคู่ ยารักษาสิว + หัตถการที่เหมาะกับผิว ผลลัพธ์มักดีกว่าใช้แค่อย่างใดอย่างหนึ่ง

หัตถการยอดฮิตที่หมอใช้ช่วยเคลียร์สิวเรื้อรัง

  • กดสิว (Acne Extraction)
    การกดสิวที่ทำโดยผู้เชี่ยวชาญ สามารถช่วยระบายหัวสิวก่อนลุกลามเป็นสิวอักเสบเม็ดใหญ่ แต่ต้องทำโดยมืออาชีพเท่านั้น เพราะถ้ากดเองแรงเกินไป เสี่ยงทั้งการอักเสบลุกลามและรอยหลุมสิวตามมา

  • ฉีดสิว (Steroid Injection)
    เหมาะกับสิวอักเสบเม็ดใหญ่ บวม แดง เจ็บ การฉีดสเตียรอยด์ขนาดต่ำๆ เข้าไปจะช่วยให้สิวยุบใน 1–3 วัน เหมาะมากเวลามีงานสำคัญหรือโอกาสเร่งด่วนที่ต้องใช้หน้าแบบเร่งด่วน

  • เลเซอร์ลดการอักเสบ/ฆ่าเชื้อ (เช่น IPL, V-Beam)
    ช่วยจัดการรอยแดง รอยดำหลังสิว และลดจำนวนแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว บางชนิดยังช่วยลดการสร้างน้ำมันใต้ผิว จึงช่วยลดโอกาสสิวขึ้นซ้ำในระยะยาวได้ด้วย

  • การผลัดเซลล์ผิวด้วยกรด (Chemical Peel)
    ใช้กรดอ่อนๆ เช่น Salicylic Acid หรือ Glycolic Acid ทำให้ผิวชั้นบนผลัดตัวเร็วขึ้น ลดการอุดตัน และกระตุ้นการสร้างผิวใหม่ ผิวจะดูคลีนขึ้น สิวอุดตันลดลง

  • ทรีตเมนต์แสง (LED Light Therapy)
    โดยเฉพาะแสงสีฟ้า (Blue Light) ที่ช่วยลดจำนวนแบคทีเรียบนผิว ลดสิวอักเสบ เหมาะกับคนผิวแพ้ง่าย หรือคนที่ต้องการพักจากการใช้ยาแรงๆ ชั่วคราว

ระหว่างรักษาสิวเรื้อรัง ต้องดูแลตัวเองยังไงบ้าง

การรักษาสิวเรื้อรังให้ดีขึ้นแบบยั่งยืน ไม่ได้จบแค่ไปหาหมอหรือทำหัตถการ แต่ต้อง ดูแลตัวเองให้สอดคล้องกับการรักษา ด้วย ไม่งั้นผิวก็พร้อมวนลูปกลับไปพังเหมือนเดิมได้ตลอดเวลา

  • ห้ามแกะ ห้ามกดเองเด็ดขาด
    มือเราไม่ได้สะอาด และแรงกดก็เดาไม่ได้ว่าพอดีแค่ไหน การบีบสิวเองเสี่ยงทำให้สิวอักเสบลุกลาม แถมทิ้งทั้งรอยดำ รอยหลุมยาวๆ เป็นของแถม

  • พักเมคอัพให้ผิวหายใจบ้าง
    ช่วงที่สิวยังอักเสบหนัก ควรหลีกเลี่ยงรองพื้นหนาๆ หรือเครื่องสำอางที่อุดตันง่าย ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ปล่อยให้ผิวได้พักบ้าง สิวจะฟื้นง่ายขึ้น

  • เลือกสกินแคร์อ่อนโยนเป็นเพื่อนหลัก
    โฟกัสผลิตภัณฑ์ที่

    • ปราศจากน้ำหอมและแอลกอฮอล์แรงๆ

    • เนื้อบางเบา ไม่ทำให้หน้ามันกว่าเดิม

    • ไม่อุดตันรูขุมขน

เพราะตอนกำลังรักษาสิว ผิวมักจะอ่อนแอเป็นพิเศษ ต้องการความอ่อนโยนแต่ยังช่วยคุมมันและแบคทีเรียได้

  • กันแดดคือด่านบังคับ ถึงจะไม่ได้ออกแดดจัด
    ยารักษาสิวหลายชนิดทำให้ผิวไวต่อแสงง่ายขึ้น ถ้าไม่ทากันแดด ผิวจะถูกทำร้ายจนเกิดรอยดำฝังลึกที่รักษายากกว่าสิวเดิมหลายเท่า

  • ลดของมัน ของหวาน และนมวัวช่วงรักษา
    อาหารพวกนี้ไปกระตุ้นฮอร์โมนและต่อมไขมันให้ทำงานหนักขึ้น สิวเลยมีโอกาสปะทุง่าย ไม่จำเป็นต้องงดตลอดชีวิต แต่อย่างน้อยควรลดในช่วงที่กำลังรักษาอยู่จริงจัง

  • นอนให้พอ และนอนให้เป็นเวลา
    การนอนหลับเต็มอิ่มช่วยให้ฮอร์โมนสมดุล ลดการอักเสบทั่วร่างกาย และเปิดโอกาสให้ผิวได้ซ่อมแซมตัวเองเต็มที่ในช่วงกลางคืน

สรุป: สิวเรื้อรังไม่ใช่กรรม แต่มันมีเหตุและมีทางออก

สิวเรื้อรังอาจดูเหมือนเรื่องที่ไม่มีวันจบ แต่ถ้าเรา เข้าใจต้นตอของสิวจริงๆ แล้ววางแผนจัดการให้ครบทั้ง 3 ด้าน

  • การใช้ยาอย่างถูกต้อง

  • การทำหัตถการที่เหมาะกับสภาพสิว

  • การปรับพฤติกรรมและดูแลผิวในชีวิตประจำวัน

สิวเรื้อรังก็ไม่ได้ดื้อเท่าที่คิด

แทนที่จะหวังพึ่งแค่การล้างหน้าหรือครีมตัวเดียว ลองมองการรักษาแบบ “องค์รวม” รู้จักผิวตัวเอง เคารพขีดจำกัดของผิว และเลือกวิธีที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเราเอง

เมื่อเข้าใจทั้งผิวและนิสัยตัวเองมากพอ การบอกลาสิวเรื้อรังให้หายแบบยาวๆ ก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป