เคลียร์ทุกข้อสงสัยเรื่องครีมกันแดด
คุณทาครีมกันแดดทุกวัน แต่ผิวยังไหม้ ดำ คล้ำง่าย แถมยังมีข่าวลือสารเคมีน่ากลัวเต็มไปหมด?
มาดูมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและโฟโตชีววิทยา ที่จะช่วยตอบคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับครีมกันแดดแบบอิงหลักฐานทางการแพทย์จริง ๆ ไม่มโน ไม่เดาเอง
1. ทาครีมกันแดดแล้ว…ผิวยังไหม้ แปลว่ากันแดดใช้ไม่ได้ผลจริงไหม?
คำตอบสั้น ๆ: ส่วนใหญ่ไม่ได้ทาพอ และไม่ได้ทาซ้ำ
ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า มีหลายเหตุผลที่ทำให้ผิวยังโดนแดดทำร้าย ทั้งที่เราทาครีมกันแดดแล้ว โดยสาเหตุหลัก ๆ คือ
คนส่วนใหญ่ใช้ครีมกันแดด น้อยกว่าที่ควรอย่างมาก
ปริมาณที่ใช้จริงมักอยู่แค่ประมาณ 1 ใน 4 ถึง 1 ใน 2 ของที่จำเป็น เพื่อให้ได้ค่า SPF ตามที่ระบุบนฉลาก
ปริมาณที่ควรใช้ให้ได้ค่า SPF ตามฉลาก
ทั่วทั้งร่างกาย: ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ (เทียบง่าย ๆ คือปริมาณประมาณ หนึ่งแก้วช็อต)
เฉพาะใบหน้า: ประมาณ เหรียญ 5 เซ็นต์หนึ่งเหรียญ
หากใช้ไม่ถึงปริมาณนี้ ต่อให้ฉลากเขียนว่า SPF สูงแค่ไหน การปกป้องจริงบนผิวจะต่ำกว่านั้นมาก
ทริกง่าย ๆ: วิธี “ทา 2 ชั้น” แบบทาสี
เพื่อให้ได้การปกป้องที่ใกล้เคียงกับค่า SPF บนฉลาก แนะนำให้ใช้วิธีนี้
ทาครีมกันแดดชั้นแรก ให้ทั่วผิว แล้วเกลี่ยให้เรียบ
จากนั้น ทาซ้ำอีกหนึ่งรอบ ด้วยปริมาณเท่าเดิม
นึกภาพเหมือนการทาสี 2 ชั้น: ชั้นแรกปูพื้น ชั้นสองช่วยให้ปกปิดแน่นขึ้น ผิวก็เหมือนกันแดด ถ้าทาซ้ำ ความแน่นของการกันแดดก็ดีขึ้นตาม
ทำไมต้องทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง?
แม้จะทาครั้งแรกได้ปริมาณพอดีแล้ว แต่การ “ทาซ้ำ” ก็สำคัญมาก เพราะ
ส่วนผสมกันแดด สลายตัวตามเวลา เมื่อเจอแสงแดด
เหงื่อ การออกกำลังกาย การว่ายน้ำ หรือการเช็ดตัว ทำให้กันแดดหลุดออกจากผิว
หลักง่าย ๆ:
ทาซ้ำทุก ๆ 2 ชั่วโมง เมื่ออยู่กลางแจ้ง
ทาซ้ำทันทีหลัง ว่ายน้ำ หรือ ออกกำลังกายจนเหงื่อออก
แม้ว่าครีมกันแดดจะเขียนว่า “กันน้ำ” ก็ไม่ได้แปลว่าอยู่กับผิวได้ทั้งวันแบบไม่ต้องทาซ้ำ เพราะจริง ๆ แล้ว ไม่มีครีมกันแดดชนิดที่กันน้ำ 100%
เช็กวันหมดอายุก็สำคัญ
ครีมกันแดดมี วันหมดอายุ และประสิทธิภาพจะลดลงตามเวลา
หากครีมกันแดดหมดอายุ การปกป้องผิว จะไม่ได้ตามค่า SPF ที่ระบุบนฉลาก อีกต่อไป
ครีมกันแดดไม่ใช่พระเอกเดี่ยว
อย่าลืมว่า การป้องกันแสงแดดที่ดี ไม่ได้มีแค่การทาครีมกันแดดเท่านั้น
ควรเสริมด้วย:
เสื้อผ้าป้องกันแสงแดด
หมวกปีกกว้าง
แว่นกันแดด
หลีกเลี่ยงแดดจัดช่วง 10:00–16:00 น.
หา ร่มเงา อยู่ให้มากที่สุดเมื่อกลางแจ้ง
สรุป: ถ้าทาปริมาณไม่พอ ไม่ทาซ้ำ ใช้ครีมหมดอายุ หรือปล่อยผิวลุยแดดจัดโดยไม่มีอะไรช่วยเสริม ต่อให้ใช้ครีมกันแดดดีแค่ไหน ผิวก็ยังโดนแดดเล่นงานอยู่ดี
2. จริง ๆ แล้ว SPF เท่าไหร่ถึงจะพอ?
คำตอบ: อย่างน้อย SPF 30 สำหรับทุกวัน และ SPF 50 ขึ้นไปเมื่อออกกลางแจ้งนาน ๆ
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า:
สำหรับการใช้ในชีวิตประจำวัน เลือกครีมกันแดดแบบ ปกป้องครอบคลุมทั้งรังสี UVA และ UVB (Broad-spectrum) ที่มี SPF อย่างน้อย 30
หากต้องอยู่กลางแดดจัดนาน ๆ หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น ทะเล ปีนเขา เล่นกีฬา ควรใช้ครีมกันแดดแบบ กันน้ำ ที่มี SPF อย่างน้อย 50
สำหรับบางคนที่มี ความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ เช่น
เคยเป็นมะเร็งผิวหนังมาก่อน
มีโรคทางพันธุกรรมที่ทำให้ผิวไวต่อแสงแดดผิดปกติ
กลุ่มนี้อาจได้รับประโยชน์จากการใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงกว่านี้ ร่วมกับวิธีป้องกันแสงแดดอื่น ๆ อย่างเคร่งครัด
3. ครีมกันแดดชนิดเคมี ปลอดภัยจริงไหม?
คำตอบ: ส่วนผสมกรองรังสี UV ทั้งแบบเคมีและแร่ธาตุที่ได้รับการอนุมัติ ถูกใช้อย่างยาวนาน และผ่านการประเมินจากหน่วยงานกำกับดูแล
ครีมกันแดดที่ได้รับการรับรองและเชื่อถือได้ จะใช้สารกรองแสงแดดที่ผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลอย่างเป็นทางการ ทั้งแบบ
ออร์แกนิก (เคมี)
อนินทรีย์ (แร่ธาตุ) เช่น ซิงค์ออกไซด์ ไทเทเนียมไดออกไซด์
กันแดดส่วนใหญ่ในท้องตลาดมักใช้ส่วนผสมแบบผสมผสานทั้ง 2 กลุ่ม เพื่อให้เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย และปกป้องได้ครอบคลุม
แล้วออกซีเบนโซน (Oxybenzone) ล่ะ?
มีคนกังวลเกี่ยวกับสารกรองรังสี UV บางชนิด เช่น ออกซีเบนโซน ในเรื่องการรบกวนฮอร์โมน โดยความกังวลหลายอย่างมาจาก
งานวิจัยในสัตว์ทดลอง ที่พบว่ามีผลต่อหนูและน้ำหนักมดลูกของหนูในห้องทดลอง
อย่างไรก็ตาม เมื่อมองในบริบทของมนุษย์ การจะได้รับออกซีเบนโซนในระดับที่เข้าใกล้การทดลองในสัตว์นั้นแทบเป็นไปไม่ได้ในชีวิตจริง
มีการประเมินโดยวารสารทางการแพทย์ด้านผิวหนัง ซึ่งคำนวณว่า:
ผู้หญิงตัวขนาดเฉลี่ย ต้อง ทาครีมกันแดดเต็มตัว 100% ทุกวัน ในปริมาณเต็มตามคำแนะนำ เป็นเวลา ประมาณ 35 ปี จึงจะไปถึงระดับออกซีเบนโซนตามที่ใช้ในงานวิจัยหนึ่ง
และถ้าทาครีมกันแดดในแบบที่คนทั่วไปใช้จริง ๆ (ซึ่งมักใช้ปริมาณน้อยกว่าที่ควร) จะต้องใช้เวลายาวนานกว่า 275 ปี ถึงจะไปแตะระดับเดียวกัน
ถ้ากังวลเรื่องสารเคมี ควรทำอย่างไร?
หากคุณรู้สึกไม่สบายใจต่อส่วนผสมแบบเคมี ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม คุณมีทางเลือกอื่น เช่น
เลือกใช้ครีมกันแดดที่ใช้ ตัวกรองรังสี UV แบบแร่ธาตุเป็นหลัก
มองหาผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าเป็น Mineral sunscreen หรือใช้ ซิงค์ออกไซด์ / ไทเทเนียมไดออกไซด์ เป็นตัวหลัก
สิ่งสำคัญคือ ให้เลือกสูตรที่คุณรู้สึกสบายใจ และ พร้อมใช้ในชีวิตจริงอย่างสม่ำเสมอ มากกว่าใช้แบบกลัว ๆ กล้า ๆ จนสุดท้ายไม่ทาเลย
4. ครีมกันแดดมี “เบนซีน” ผสมอยู่ไหม?
คำตอบ: โดยหลักการแล้ว เบนซีนไม่ได้ถูกใส่ลงในครีมกันแดดโดยตั้งใจ
เบนซีนคืออะไร?
เป็นสารเคมีที่พบใน น้ำมันเบนซิน น้ำมัน และใช้ในกระบวนการผลิตวัสดุสังเคราะห์บางชนิด เช่น พลาสติก
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีกรณีที่
ครีมกันแดดแบบสเปรย์
สเปรย์ระงับกลิ่นกาย
ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายแบบละอองบางชนิด
ถูกเรียกคืน เนื่องจากตรวจพบ เบนซีนในปริมาณสูง ในบางล็อตสินค้า แต่กรณีเหล่านี้มีแนวโน้มว่าเป็นผลจาก
การปนเปื้อนในขั้นตอนการผลิต ไม่ใช่การใส่เบนซีนลงไปโดยเจตนาในสูตรครีมกันแดด
ดังนั้น โดยทั่วไปแล้วครีมกันแดดไม่ได้ถูกออกแบบให้มีเบนซีนเป็นส่วนผสมอยู่ในสูตร
5. ครีมกันแดด…เสี่ยงทำให้เป็นมะเร็งผิวหนังจริงหรือเปล่า?
คำตอบชัด ๆ: ไม่มีหลักฐานว่าครีมกันแดดทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง
ข้อกล่าวอ้างว่าครีมกันแดดทำให้เกิดมะเร็ง ขาดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ ในขณะที่ในโลกความจริง เรามีหลักฐานจำนวนมากที่ชี้ชัดว่า
รังสีอัลตราไวโอเลต (UV) จากแสงแดดและเตียงอาบแดด
สามารถทำให้ เซลล์ผิวหนังเสียหาย
นำไปสู่การ กลายพันธุ์ของดีเอ็นเอ และอาจพัฒนาไปเป็น มะเร็งผิวหนัง ได้ในที่สุด
ครีมกันแดด เมื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของ
กลยุทธ์การป้องกันแสงแดดแบบครบวงจร
ได้ถูกพิสูจน์แล้วว่า ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งผิวหนัง โดยเฉพาะเมื่อใช้ควบคู่กับ
เสื้อผ้าที่ช่วยกันแดด
หมวกและแว่นกันแดด
การหลบเลี่ยงแดดจัดในช่วงเวลาเสี่ยง
สรุป: ถ้าจะโทษอะไรสักอย่าง เรื่องมะเร็งผิวหนัง ตัวที่ควรมองคือ “รังสี UV” ไม่ใช่ครีมกันแดด
สรุป: กันแดดที่ดีไม่ใช่แค่ยี่ห้อแพง แต่คือ “ใช้ให้เป็น ใช้ให้พอ ใช้ให้สม่ำเสมอ”
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ คุณจะเห็นภาพชัดขึ้นว่า
ครีมกันแดดไม่ได้อันตรายอย่างที่ข่าวลือบางกระแสบอก
สิ่งที่น่ากลัวจริง ๆ คือ แดดแรงและรังสี UV ที่เราเจอทุกวัน
ถ้าอยากให้ครีมกันแดดทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ อย่าลืมหลักสำคัญเหล่านี้:
เลือก ครีมกันแดดแบบ Broad-spectrum SPF 30 ขึ้นไป (และใช้ SPF 50+ เมื่ออยู่กลางแดดจัดนาน ๆ)
ใช้ปริมาณให้พอ: 2 ช้อนโต๊ะทั่วตัว / ประมาณเหรียญ 5 เซ็นต์สำหรับใบหน้า
ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง และหลังว่ายน้ำหรือเหงื่อออกมาก
เช็ก วันหมดอายุ ก่อนใช้ทุกครั้ง
เสริมด้วยเสื้อผ้า หมวก แว่นกันแดด และหลบแดดช่วง 10:00–16:00 น.
สุดท้ายแล้ว การใช้ครีมกันแดดไม่ใช่แค่เรื่องความสวยใส แต่คือการ ลงทุนระยะยาวเพื่อสุขภาพผิวและลดความเสี่ยงมะเร็งผิวหนังในอนาคต


