รับแอปรับแอป

5 คำถามกันแดดที่ทุกคนสงสัย แต่ไม่ค่อยกล้าถาม (หมอตอบแบบเคลียร์ๆ)

สุเมธ พรหมทอง01-29

เคลียร์ทุกข้อสงสัยเรื่องครีมกันแดด

คุณทาครีมกันแดดทุกวัน แต่ผิวยังไหม้ ดำ คล้ำง่าย แถมยังมีข่าวลือสารเคมีน่ากลัวเต็มไปหมด?

มาดูมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและโฟโตชีววิทยา ที่จะช่วยตอบคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับครีมกันแดดแบบอิงหลักฐานทางการแพทย์จริง ๆ ไม่มโน ไม่เดาเอง

1. ทาครีมกันแดดแล้ว…ผิวยังไหม้ แปลว่ากันแดดใช้ไม่ได้ผลจริงไหม?

คำตอบสั้น ๆ: ส่วนใหญ่ไม่ได้ทาพอ และไม่ได้ทาซ้ำ

ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า มีหลายเหตุผลที่ทำให้ผิวยังโดนแดดทำร้าย ทั้งที่เราทาครีมกันแดดแล้ว โดยสาเหตุหลัก ๆ คือ

  • คนส่วนใหญ่ใช้ครีมกันแดด น้อยกว่าที่ควรอย่างมาก

  • ปริมาณที่ใช้จริงมักอยู่แค่ประมาณ 1 ใน 4 ถึง 1 ใน 2 ของที่จำเป็น เพื่อให้ได้ค่า SPF ตามที่ระบุบนฉลาก

ปริมาณที่ควรใช้ให้ได้ค่า SPF ตามฉลาก

  • ทั่วทั้งร่างกาย: ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ (เทียบง่าย ๆ คือปริมาณประมาณ หนึ่งแก้วช็อต)

  • เฉพาะใบหน้า: ประมาณ เหรียญ 5 เซ็นต์หนึ่งเหรียญ

หากใช้ไม่ถึงปริมาณนี้ ต่อให้ฉลากเขียนว่า SPF สูงแค่ไหน การปกป้องจริงบนผิวจะต่ำกว่านั้นมาก

ทริกง่าย ๆ: วิธี “ทา 2 ชั้น” แบบทาสี

เพื่อให้ได้การปกป้องที่ใกล้เคียงกับค่า SPF บนฉลาก แนะนำให้ใช้วิธีนี้

  • ทาครีมกันแดดชั้นแรก ให้ทั่วผิว แล้วเกลี่ยให้เรียบ

  • จากนั้น ทาซ้ำอีกหนึ่งรอบ ด้วยปริมาณเท่าเดิม

นึกภาพเหมือนการทาสี 2 ชั้น: ชั้นแรกปูพื้น ชั้นสองช่วยให้ปกปิดแน่นขึ้น ผิวก็เหมือนกันแดด ถ้าทาซ้ำ ความแน่นของการกันแดดก็ดีขึ้นตาม

ทำไมต้องทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง?

แม้จะทาครั้งแรกได้ปริมาณพอดีแล้ว แต่การ “ทาซ้ำ” ก็สำคัญมาก เพราะ

  • ส่วนผสมกันแดด สลายตัวตามเวลา เมื่อเจอแสงแดด

  • เหงื่อ การออกกำลังกาย การว่ายน้ำ หรือการเช็ดตัว ทำให้กันแดดหลุดออกจากผิว

หลักง่าย ๆ:

  • ทาซ้ำทุก ๆ 2 ชั่วโมง เมื่ออยู่กลางแจ้ง

  • ทาซ้ำทันทีหลัง ว่ายน้ำ หรือ ออกกำลังกายจนเหงื่อออก

  • แม้ว่าครีมกันแดดจะเขียนว่า “กันน้ำ” ก็ไม่ได้แปลว่าอยู่กับผิวได้ทั้งวันแบบไม่ต้องทาซ้ำ เพราะจริง ๆ แล้ว ไม่มีครีมกันแดดชนิดที่กันน้ำ 100%

เช็กวันหมดอายุก็สำคัญ

  • ครีมกันแดดมี วันหมดอายุ และประสิทธิภาพจะลดลงตามเวลา

  • หากครีมกันแดดหมดอายุ การปกป้องผิว จะไม่ได้ตามค่า SPF ที่ระบุบนฉลาก อีกต่อไป

ครีมกันแดดไม่ใช่พระเอกเดี่ยว

อย่าลืมว่า การป้องกันแสงแดดที่ดี ไม่ได้มีแค่การทาครีมกันแดดเท่านั้น

ควรเสริมด้วย:

  • เสื้อผ้าป้องกันแสงแดด

  • หมวกปีกกว้าง

  • แว่นกันแดด

  • หลีกเลี่ยงแดดจัดช่วง 10:00–16:00 น.

  • หา ร่มเงา อยู่ให้มากที่สุดเมื่อกลางแจ้ง

สรุป: ถ้าทาปริมาณไม่พอ ไม่ทาซ้ำ ใช้ครีมหมดอายุ หรือปล่อยผิวลุยแดดจัดโดยไม่มีอะไรช่วยเสริม ต่อให้ใช้ครีมกันแดดดีแค่ไหน ผิวก็ยังโดนแดดเล่นงานอยู่ดี

2. จริง ๆ แล้ว SPF เท่าไหร่ถึงจะพอ?

คำตอบ: อย่างน้อย SPF 30 สำหรับทุกวัน และ SPF 50 ขึ้นไปเมื่อออกกลางแจ้งนาน ๆ

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า:

  • สำหรับการใช้ในชีวิตประจำวัน เลือกครีมกันแดดแบบ ปกป้องครอบคลุมทั้งรังสี UVA และ UVB (Broad-spectrum) ที่มี SPF อย่างน้อย 30

  • หากต้องอยู่กลางแดดจัดนาน ๆ หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น ทะเล ปีนเขา เล่นกีฬา ควรใช้ครีมกันแดดแบบ กันน้ำ ที่มี SPF อย่างน้อย 50

สำหรับบางคนที่มี ความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ เช่น

  • เคยเป็นมะเร็งผิวหนังมาก่อน

  • มีโรคทางพันธุกรรมที่ทำให้ผิวไวต่อแสงแดดผิดปกติ

กลุ่มนี้อาจได้รับประโยชน์จากการใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงกว่านี้ ร่วมกับวิธีป้องกันแสงแดดอื่น ๆ อย่างเคร่งครัด

3. ครีมกันแดดชนิดเคมี ปลอดภัยจริงไหม?

คำตอบ: ส่วนผสมกรองรังสี UV ทั้งแบบเคมีและแร่ธาตุที่ได้รับการอนุมัติ ถูกใช้อย่างยาวนาน และผ่านการประเมินจากหน่วยงานกำกับดูแล

ครีมกันแดดที่ได้รับการรับรองและเชื่อถือได้ จะใช้สารกรองแสงแดดที่ผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลอย่างเป็นทางการ ทั้งแบบ

  • ออร์แกนิก (เคมี)

  • อนินทรีย์ (แร่ธาตุ) เช่น ซิงค์ออกไซด์ ไทเทเนียมไดออกไซด์

กันแดดส่วนใหญ่ในท้องตลาดมักใช้ส่วนผสมแบบผสมผสานทั้ง 2 กลุ่ม เพื่อให้เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย และปกป้องได้ครอบคลุม

แล้วออกซีเบนโซน (Oxybenzone) ล่ะ?

มีคนกังวลเกี่ยวกับสารกรองรังสี UV บางชนิด เช่น ออกซีเบนโซน ในเรื่องการรบกวนฮอร์โมน โดยความกังวลหลายอย่างมาจาก

  • งานวิจัยในสัตว์ทดลอง ที่พบว่ามีผลต่อหนูและน้ำหนักมดลูกของหนูในห้องทดลอง

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองในบริบทของมนุษย์ การจะได้รับออกซีเบนโซนในระดับที่เข้าใกล้การทดลองในสัตว์นั้นแทบเป็นไปไม่ได้ในชีวิตจริง

มีการประเมินโดยวารสารทางการแพทย์ด้านผิวหนัง ซึ่งคำนวณว่า:

  • ผู้หญิงตัวขนาดเฉลี่ย ต้อง ทาครีมกันแดดเต็มตัว 100% ทุกวัน ในปริมาณเต็มตามคำแนะนำ เป็นเวลา ประมาณ 35 ปี จึงจะไปถึงระดับออกซีเบนโซนตามที่ใช้ในงานวิจัยหนึ่ง

  • และถ้าทาครีมกันแดดในแบบที่คนทั่วไปใช้จริง ๆ (ซึ่งมักใช้ปริมาณน้อยกว่าที่ควร) จะต้องใช้เวลายาวนานกว่า 275 ปี ถึงจะไปแตะระดับเดียวกัน

ถ้ากังวลเรื่องสารเคมี ควรทำอย่างไร?

หากคุณรู้สึกไม่สบายใจต่อส่วนผสมแบบเคมี ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม คุณมีทางเลือกอื่น เช่น

  • เลือกใช้ครีมกันแดดที่ใช้ ตัวกรองรังสี UV แบบแร่ธาตุเป็นหลัก

  • มองหาผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าเป็น Mineral sunscreen หรือใช้ ซิงค์ออกไซด์ / ไทเทเนียมไดออกไซด์ เป็นตัวหลัก

สิ่งสำคัญคือ ให้เลือกสูตรที่คุณรู้สึกสบายใจ และ พร้อมใช้ในชีวิตจริงอย่างสม่ำเสมอ มากกว่าใช้แบบกลัว ๆ กล้า ๆ จนสุดท้ายไม่ทาเลย

4. ครีมกันแดดมี “เบนซีน” ผสมอยู่ไหม?

คำตอบ: โดยหลักการแล้ว เบนซีนไม่ได้ถูกใส่ลงในครีมกันแดดโดยตั้งใจ

เบนซีนคืออะไร?

  • เป็นสารเคมีที่พบใน น้ำมันเบนซิน น้ำมัน และใช้ในกระบวนการผลิตวัสดุสังเคราะห์บางชนิด เช่น พลาสติก

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีกรณีที่

  • ครีมกันแดดแบบสเปรย์

  • สเปรย์ระงับกลิ่นกาย

  • ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายแบบละอองบางชนิด

ถูกเรียกคืน เนื่องจากตรวจพบ เบนซีนในปริมาณสูง ในบางล็อตสินค้า แต่กรณีเหล่านี้มีแนวโน้มว่าเป็นผลจาก

  • การปนเปื้อนในขั้นตอนการผลิต ไม่ใช่การใส่เบนซีนลงไปโดยเจตนาในสูตรครีมกันแดด

ดังนั้น โดยทั่วไปแล้วครีมกันแดดไม่ได้ถูกออกแบบให้มีเบนซีนเป็นส่วนผสมอยู่ในสูตร

5. ครีมกันแดด…เสี่ยงทำให้เป็นมะเร็งผิวหนังจริงหรือเปล่า?

คำตอบชัด ๆ: ไม่มีหลักฐานว่าครีมกันแดดทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง

ข้อกล่าวอ้างว่าครีมกันแดดทำให้เกิดมะเร็ง ขาดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ ในขณะที่ในโลกความจริง เรามีหลักฐานจำนวนมากที่ชี้ชัดว่า

  • รังสีอัลตราไวโอเลต (UV) จากแสงแดดและเตียงอาบแดด

  • สามารถทำให้ เซลล์ผิวหนังเสียหาย

  • นำไปสู่การ กลายพันธุ์ของดีเอ็นเอ และอาจพัฒนาไปเป็น มะเร็งผิวหนัง ได้ในที่สุด

ครีมกันแดด เมื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของ

  • กลยุทธ์การป้องกันแสงแดดแบบครบวงจร

ได้ถูกพิสูจน์แล้วว่า ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งผิวหนัง โดยเฉพาะเมื่อใช้ควบคู่กับ

  • เสื้อผ้าที่ช่วยกันแดด

  • หมวกและแว่นกันแดด

  • การหลบเลี่ยงแดดจัดในช่วงเวลาเสี่ยง

สรุป: ถ้าจะโทษอะไรสักอย่าง เรื่องมะเร็งผิวหนัง ตัวที่ควรมองคือ “รังสี UV” ไม่ใช่ครีมกันแดด

สรุป: กันแดดที่ดีไม่ใช่แค่ยี่ห้อแพง แต่คือ “ใช้ให้เป็น ใช้ให้พอ ใช้ให้สม่ำเสมอ”

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ คุณจะเห็นภาพชัดขึ้นว่า

  • ครีมกันแดดไม่ได้อันตรายอย่างที่ข่าวลือบางกระแสบอก

  • สิ่งที่น่ากลัวจริง ๆ คือ แดดแรงและรังสี UV ที่เราเจอทุกวัน

ถ้าอยากให้ครีมกันแดดทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ อย่าลืมหลักสำคัญเหล่านี้:

  • เลือก ครีมกันแดดแบบ Broad-spectrum SPF 30 ขึ้นไป (และใช้ SPF 50+ เมื่ออยู่กลางแดดจัดนาน ๆ)

  • ใช้ปริมาณให้พอ: 2 ช้อนโต๊ะทั่วตัว / ประมาณเหรียญ 5 เซ็นต์สำหรับใบหน้า

  • ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง และหลังว่ายน้ำหรือเหงื่อออกมาก

  • เช็ก วันหมดอายุ ก่อนใช้ทุกครั้ง

  • เสริมด้วยเสื้อผ้า หมวก แว่นกันแดด และหลบแดดช่วง 10:00–16:00 น.

สุดท้ายแล้ว การใช้ครีมกันแดดไม่ใช่แค่เรื่องความสวยใส แต่คือการ ลงทุนระยะยาวเพื่อสุขภาพผิวและลดความเสี่ยงมะเร็งผิวหนังในอนาคต