รับแอปรับแอป

พาเที่ยว Jing Jai Market เชียงใหม่: ตลาดอินดี้รักษ์โลก ที่เปลี่ยนขยะเป็นพลังและศิลปะเป็นชีวิต

ธนดล ศรีงาม01-31

Jing Jai Market: ตลาดสุดชิลที่เป็นมากกว่าที่เดินเล่นวันเสาร์-อาทิตย์

เชียงใหม่ไม่เคยขาดเสน่ห์ แต่ถ้าพูดถึงพื้นที่ที่รวมทั้งวัฒนธรรม โลเคชันดี ไลฟ์สไตล์ชิค และแนวคิดรักษ์โลกเข้าไว้ด้วยกันแบบครบสูตร ต้องยกให้ “โครงการจริงใจมาร์เก็ต – ในย่านจริงใจเซ็นทรัล” บนพื้นที่กว่า 28 ไร่ใจกลางเมืองเชียงใหม่

ตลาดแห่งนี้เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2549 จากตลาดชุมชนธรรมดา สู่การเป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจด้าน เศรษฐกิจชุมชน ศิลปะ ไลฟ์สไตล์ และความยั่งยืน ที่คนท้องถิ่นก็รัก นักท่องเที่ยวก็หลง

ที่นี่ไม่ใช่แค่ตลาด แต่คือ “ชุมชนรักษ์โลก” ที่รวมทุกอย่างตั้งแต่ผลผลิตเกษตรอินทรีย์ งานหัตถกรรมพื้นบ้าน คาเฟ่ ร้านอาหารไอเดีย และสินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมระบบจัดการขยะครบวงจรในแบบที่หลายเมืองควรเอาเป็นโมเดล

ตัวเลขที่บอกว่าตลาดนี้ไม่ได้เล่น ๆ

ปี 2567 เพียงปีเดียว โครงการจริงใจมาร์เก็ต – ในย่านจริงใจเซ็นทรัล ต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 1.6 ล้านคน

  • สร้างรายได้ให้ชุมชนผ่านร้านค้ากว่า 390 ร้าน

  • เงินสะพัดทั้งปีมากกว่า 500 ล้านบาท

  • มีคณะเข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงานรวม 45 คณะ

ด้านสิ่งแวดล้อมตัวเลขก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน

  • จัดการขยะอย่างถูกต้องได้ถึง 17,087 กิโลกรัม

  • ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 32,727.42 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

  • เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้มากกว่า 2,618 ต้น

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า ที่นี่คือพื้นที่ที่ เศรษฐกิจ ความสุขชุมชน และสิ่งแวดล้อมเดินไปด้วยกันได้จริง

วิสัยทัศน์: ตลาดที่เลี้ยงคน เลี้ยงเมือง และเลี้ยงโลกไปพร้อมกัน

ภายใต้แนวคิด “เซ็นทรัล ทำ ทำด้วยกัน ทำด้วยใจ” กลุ่มเซ็นทรัลผลักดันให้จริงใจมาร์เก็ตเป็น ศูนย์กลางของโอกาส ทั้งสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกรไทย และคนทำงานสร้างสรรค์

แนวคิดสำคัญของพื้นที่นี้คือ:

  • สนับสนุนสินค้าท้องถิ่นจากเกษตรกรตัวจริง

  • ดันเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างมั่นคง

  • รักษ์สิ่งแวดล้อมแบบลงมือทำจริงจัง

  • อนุรักษ์ภูมิปัญญา วัฒนธรรม และวิถีไทย ผ่านสินค้า เนื้อหา และกิจกรรมในพื้นที่

ที่นี่จึงกลายเป็น ความภูมิใจของชาวเชียงใหม่ เพราะทุกคนได้มีส่วนร่วมทั้งในมิติชุมชน ศิลปะ และการดูแลโลกใบนี้ไปพร้อมกัน

ภาพใหญ่ของโครงการ: 3 โซนหลักที่ต้องไปให้ครบ

โครงการจริงใจมาร์เก็ต แบ่งพื้นที่หลักออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ ที่เดินทั้งวันก็ยังไม่เบื่อ คือ

  • จริงใจมาร์เก็ต

  • จริงใจวิลเลจ

  • จริงใจแกลเลอรี

แต่ละโซนมีบุคลิกและเสน่ห์ต่างกันชัดเจน เหมาะกับทั้งสายกิน สายช้อป สายคราฟต์ และสายอาร์ต

1. จริงใจมาร์เก็ต: หัวใจของของกิน ของใช้ และของทำมือ

โซนนี้คือ ศูนย์รวมเกษตรอินทรีย์ งานคราฟต์ และร้านสร้างสรรค์ ที่สายตลาดสุดสัปดาห์ต้องหลงรัก เพราะเดินทีเดียวได้ครบตั้งแต่อาหารเช้า ผักผลไม้สด ไปจนถึงงานฝีมือเท่ ๆ

1.1 ตลาดจริงใจ: เช้าตรู่ก็คนแน่น เพราะของดีล้วน ๆ

เปิดทุกวันเสาร์–อาทิตย์ เวลา 06.30–15.00 น.

เป็นพื้นที่รวม:

  • อาหารพื้นบ้านและเมนูโฮมเมด

  • งานศิลปะและงานออกแบบ

  • งานฝีมือและของแต่งบ้าน

ทั้งหมดดำเนินไปภายใต้ แนวคิดรักษ์โลก ชวนคนมา ชม ชิม ช้อป แบบสบายใจทั้งเรื่องคุณภาพและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตลาดนี้ยังคว้ารางวัลมาแล้วเพียบ เช่น

  • รางวัลตลาดต้องชม จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่

  • รางวัลองค์กรปลอดภาชนะโฟมบรรจุอาหาร 100% ระดับทอง จากกรมอนามัย

  • ได้รับการยกย่องให้เป็น “ตลาดสีเขียว” รณรงค์ลดถุงพลาสติกลดก๊าซเรือนกระจก

  • มีระบบตรวจสอบ “น้ำมันทอดปลอดภัย” จากเทศบาลนครเชียงใหม่

  • ล่าสุดคว้ารางวัล Creative Excellence Awards 2023 (CE Awards) ประเภท Creative City Awards จากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สะท้อนว่าที่นี่ไม่ใช่แค่ตลาด แต่คือพื้นที่สร้างสรรค์เชื่อมเรื่องราวท้องถิ่นกับดีไซน์ร่วมสมัย

โซนรัสติคมาร์เก็ต: สวรรค์ของสายคราฟต์และงานแฮนด์เมด

โซนรัสติคมาร์เก็ต ถือเป็นโซนงานแฮนด์เมดที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ และเป็นจุดนัดพบของคนรักงานดีไซน์ทุกรูปแบบ

ที่นี่คุณจะเจอ:

  • งานศิลปะและของประดับตกแต่งบ้าน

  • งานประดิษฐ์ DIY

  • สินค้าแฮนด์เมดจากช่างฝีมือท้องถิ่นที่ออกแบบ–ขายเอง

  • ของสะสมและของใช้แนววินเทจ

เดินไปเรื่อย ๆ พร้อม จิบกาแฟโลคอล หรือเครื่องดื่มเย็น ๆ ไปด้วย บรรยากาศคือชิลแบบไม่รีบเวลา

1.2 คาเฟ่ ร้านอาหารโฮมเมด และคอมมูนิตี้งานคราฟต์

โซนนี้เปิดเป็นคอมมูนิตี้อุ่น ๆ ของคนรักงานคราฟต์และครอบครัว

  • วันจันทร์–ศุกร์ เปิดโดยรวมประมาณ 10.30–21.00 น.

  • วันเสาร์–อาทิตย์ ประมาณ 06.30–22.00 น.

(แต่ละร้านเวลาเปิด–ปิดอาจต่างกัน)

กิจกรรมในโซนนี้ เช่น

  • เวิร์กช็อปงานประดิษฐ์

  • ลานกิจกรรมสำหรับครอบครัว

  • ร้านคราฟต์ดีไซน์เก๋ ๆ ให้เดินเล่นได้ทั้งวัน

ร้านแม่เหล็กที่ต้องปักหมุด

ในโครงการยังมีร้านเด็ดที่กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดคนหลากหลายกลุ่ม เช่น

  • Tops Green – ซูเปอร์มาร์เก็ตสีเขียวแห่งแรกในไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ร้านค้าสีเขียวเพื่อชาวเชียงใหม่ ชีวิต และโลกที่ดีขึ้น” มีสินค้าอาหาร–เครื่องดื่มสายสุขภาพเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า 1,000 รายการ

  • Good Goods – ร้านสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ดีไซน์ใหม่ให้ร่วมสมัย พร้อมบาร์กาแฟกลิ่นหอมจากกาแฟภูชี้เดือน รายได้ของร้านส่วนหนึ่งคืนกลับสู่ชุมชน ภายใต้วิสาหกิจเพื่อสังคม “เซ็นทรัล ทำ”

  • Be ALLA (บีอัลล่า) – ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสกัดออร์แกนิคสำหรับสายสกินแคร์รักธรรมชาติ

  • Norapao (โนราห์เป่า) – ร้านเสื้อผ้าจากเส้นใยธรรมชาติ ใส่สบาย และดีต่อผิว

  • Slow Stitch Studio (สโลว์ สติทช์ สตูดิโอ) – โดดเด่นด้วยงานผ้าย้อมครามและสีธรรมชาติ ใช้เทคนิค ชิโบริ สร้างลายไม่ซ้ำ ใครรักงานผ้าและงานคราฟต์ห้ามพลาด

สำหรับสายคาเฟ่และสายกินก็มีตัวเลือกเพียบ เช่น

  • Roastniyom ECO – ร้านกาแฟรักษ์โลกชื่อดังของเชียงใหม่ ใช้แก้วและหลอดจากเส้นใยธรรมชาติ

  • เขียวไข่กาจริงใจ – อาหารไทยวิถีออร์แกนิค กลิ่นอายชาวเหนือ ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ

  • แกงจริงใจ – ร้านอาหารพื้นบ้านที่ต่อยอดจากร้านแกงเวฬา

  • Il-gus-to (อิล กัส โต้) – ร้านอาหารอิตาเลียนที่เน้นใช้วัตถุดิบโลคอล

สายงานคราฟต์จะหลงรักโซนนี้เป็นพิเศษ เพราะยังมีร้านอย่าง

  • Saprang (สะพรั่ง) – ร้านเครื่องประดับแฮนด์เมดดีไซน์ยูนีค

  • Pachana Studio (ภาชานะสตูดิโอ) – สตูดิโอเซรามิกปั้นมือ งานละเอียดและมีเอกลักษณ์

2. จริงใจวิลเลจ: คอมมูนิตี้สเปซสไตล์ล้านนาร่วมสมัย

จริงใจวิลเลจ คือพื้นที่ที่ผสมผสานบรรยากาศล้านนาเข้ากับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่อย่างพอดี เป็นคอมมูนิตี้ที่รวบรวม:

  • ร้านอาหารและคาเฟ่สไตล์ชิคที่แต่ละร้านมีดีไซน์ไม่เหมือนใคร

  • ร้านขายสินค้ากรีนไอเดีย เช่น Box Journey ร้านบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก

  • ร้านกระเป๋าสานทำมืออย่าง บ้านเล็กลมัย

ที่นี่ยังเป็นพื้นที่สนับสนุนงานศิลปะร่วมสมัย โดยเปิดโอกาสให้ศิลปินกราฟฟิตี้ทั้งไทยและต่างชาติได้สร้างสรรค์ผลงานผ่านเทศกาล Style Walls ซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยที่นี่ ทำให้กำแพงและมุมต่าง ๆ ของโครงการเต็มไปด้วยงานศิลปะสตรีทที่ถ่ายรูปแล้วเท่มาก

3. จริงใจแกลเลอรี: เวทีศิลปะที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน

จริงใจแกลเลอรี คือพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะแบบหลากหลายแขนง ทั้ง

  • ศิลปะทัศนศิลป์

  • ดนตรี

  • ภาพยนตร์

ที่นี่มีนิทรรศการหมุนเวียนตลอด ให้คนที่มาเดินตลาดได้แวะเติมแรงบันดาลใจได้เสมอ ถือเป็นเวทีที่ช่วยผลักดัน ศิลปินไทยรุ่นใหม่ ให้ก้าวสู่สายตาโลก

จุดเด่นคือเป็นพื้นที่ที่ ทุกเพศทุกวัยเข้าถึงได้ จะมาเสพงานศิลป์แบบจริงจัง หรือมาเปิดประสบการณ์ครั้งแรกก็รู้สึกไม่ไกลตัว

ตลาดสีเขียวคาร์บอนต่ำ: ระบบจัดการขยะที่คิดมารอบด้าน

หัวใจสำคัญที่ทำให้จริงใจมาร์เก็ตแตกต่าง คือการทำงานในฐานะ โครงการศูนย์การเรียนรู้การบริหารจัดการขยะและแปรรูปชุมชน ที่เชียงใหม่ใช้เป็นโมเดลด้าน Zero Waste และตลาดสีเขียวคาร์บอนต่ำ

แนวคิดหลักของการพัฒนาพื้นที่ คือการผสมผสาน

  • ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

  • การจัดการขยะให้เข้าใกล้ ขยะเหลือศูนย์ (Zero Waste)

  • การลงมือทำจริงเพื่อต่อสู้กับ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Action)

ทั้งหมดนี้ถูกนำมาใช้เป็นยุทธศาสตร์หลักในการพัฒนาตลาดจริงใจให้เป็น ตลาดชุมชนเมืองท่องเที่ยวสีเขียวคาร์บอนต่ำ อย่างแท้จริง

ขยะแบ่ง 7 ประเภท แยกชัด จัดการครบ

ขยะทุกชิ้นในโครงการจะถูกแยกออกเป็น 7 ประเภทหลัก คือ

  • ขยะอาหาร

  • ขยะรีไซเคิล

  • ภาชนะกระดาษเปื้อน

  • ขยะทั่วไป

  • ขยะติดเชื้อ

  • ขยะอันตราย

  • ขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste)

ขยะ E-Waste เหล่านี้มีการร่วมมือกับภาคเอกชนในการจัดการอย่างถูกวิธี นอกจากขยะจากในตลาดเองแล้ว ยังเปิดรับขยะที่ประชาชนทั่วไปและร้านค้าจากภายนอกนำมาส่ง เพื่อนำไปจัดการต่ออย่างถูกต้อง

เปลี่ยนขยะให้มีคุณค่า: จากอินทรีย์ สู่ Upcycled จนถึงเชื้อเพลิงขยะ

ระบบจัดการขยะของจริงใจมาร์เก็ตไม่ได้จบแค่การตั้งถังให้ครบ แต่ลงรายละเอียดถึงขั้นการแปรรูปและเพิ่มมูลค่า โดยแบ่งเป็นหลายกลุ่มสำคัญ

1) ขยะอินทรีย์หรือขยะอาหาร: จากเศษผักสู่พลังงานสะอาด

ขยะอินทรีย์คือขยะที่เน่าเสียง่ายและย่อยสลายได้ เช่น เศษอาหาร เศษผัก ซึ่งนำมาหมักทำปุ๋ยหรือเข้าสู่เครื่องย่อยขยะอาหาร

ในปี 2567 มีการนำเศษผักและเศษอาหารเข้าสู่เครื่องย่อยได้มากถึง 20.6 กิโลกรัม/วัน

ผลลัพธ์คือ:

  • ผลิตก๊าซชีวภาพได้ประมาณ 376.50 กิโลกรัม/ปี

  • ทดแทนการใช้แก๊ส LPG ได้ 31 ถัง

  • ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 10,542.03 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

2) ขยะรีไซเคิลสู่ผลิตภัณฑ์ Upcycled

ขยะรีไซเคิลที่รวบรวมได้ในตลาดรวมทั้งสิ้น 9,562.67 กิโลกรัม จะถูกส่งเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล และบางส่วนถูกพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ Upcycled ที่มีมูลค่าสูงขึ้น

ตัวอย่างการนำไปใช้ประโยชน์:

  • ส่งมอบถุงพลาสติกและพลาสติกที่เหลือจากการรีไซเคิลไปแล้วทั้งหมด 391.37 กิโลกรัม เพื่อนำไปแปรรูปเป็น บล็อกปูพื้นถนนและสินค้าแปรรูป อื่น ๆ

  • ส่งมอบหลอดพลาสติกให้กับเทศบาลเชียงใหม่ เพื่อผลิตเป็นหมอนสำหรับผู้ป่วยติดเตียง รวมแล้วกว่า 12.17 กิโลกรัม

ผลที่ตามมา คือสามารถ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 22,185.39 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO2e) เท่ากับการปลูกต้นไม้ได้มากกว่า 1,775 ต้น

3) ขยะทั่วไปสู่เชื้อเพลิงขยะ (RDF)

ขยะทั่วไปส่วนใหญ่คือขยะปนเปื้อนอาหารหรือวัสดุที่รีไซเคิลไม่ได้ ทางตลาดจึงพยายามผลักดันให้

  • แยกเศษอาหารออกจากบรรจุภัณฑ์ให้หมด

  • ล้างภาชนะก่อนทิ้ง

เพื่อให้ขยะส่วนนี้ลดปริมาณลง และสามารถถูกส่งไปใช้เป็น เชื้อเพลิงขยะ (Refuse Derived Fuel: RDF) แทนการนำไปฝังกลบ และเข้าใกล้เป้าหมาย “ขยะเหลือศูนย์” อย่างจริงจัง

เวทีของคนตัวเล็ก แต่สร้างผลกระทบได้ใหญ่

กลุ่มเซ็นทรัลตั้งใจให้ โครงการจริงใจมาร์เก็ต เป็น เวทีให้ผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกร และช่างฝีมือรุ่นใหม่ได้เติบโตอย่างมั่นคง

โครงการนี้ทำงานร่วมกับหลายหน่วยงานในการ:

  • สนับสนุนความรู้ด้านธุรกิจและการพัฒนาสินค้า

  • เปิดโอกาสให้คนทำงานคราฟต์ ศิลปิน และคนรุ่นใหม่ได้โชว์ศักยภาพ

  • สร้างระบบให้ชุมชนมีรายได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่กระแสชั่วครั้งคราว

ด้วยวิสัยทัศน์ที่เน้นให้ เศรษฐกิจชุมชนเติบโตอย่างแข็งแรงและยั่งยืน จริงใจมาร์เก็ตจึงไม่ใช่แค่ตลาดนัดวันหยุด แต่คือ จุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงที่ดีในสังคมไทย

ถ้าคุณรักงานคราฟต์ ชอบสนับสนุนของท้องถิ่น อินกับเรื่องสิ่งแวดล้อม และอยากเห็นว่า “ตลาดชุมชนแบบใหม่” ควรหน้าตาเป็นอย่างไร ครั้งหน้าที่ไปเชียงใหม่ ลองกันวันไว้ให้ Jing Jai Market สักเช้า–บ่าย รับรองได้ทั้งของกิน ของใช้ ของแต่งบ้าน และไอเดียดี ๆ กลับบ้านแน่นอน