รับแอปรับแอป

นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามสึงารุ: จ่ายน้อยกว่าชินคันเซ็น แต่ได้ฟีลทริปสโลว์ไลฟ์เต็มลำ

ศิริพร วัฒนานุกูล01-31

เปลี่ยนโหมดจากชินคันเซ็น มาขึ้นเรือชิลล์ ๆ ดีกว่าไหม?

เบื่อความไวฟ้าผ่าของชินคันเซ็นกันบ้างหรือยัง? ถ้าอยากลองเปลี่ยนสไตล์การข้ามเกาะไปฮอกไกโดให้ช้าลงแต่ชิลล์ขึ้น แถมกระเป๋าตังค์ปลอดภัยกว่าเดิม การนั่ง เรือเฟอร์รี่จากอาโอโมริ (Aomori) ไปฮาโกดาเตะ (Hakodate) คือคำตอบที่สายท่องเที่ยวสายกินต้องจับตาไว้เลย

บนเส้นทางนี้ คุณจะได้เปลี่ยนจากการ “วิ่งแข่งกับเวลา” ไปเป็นการ “นั่งมองทะเล” แบบไม่ต้องรีบ ค่อย ๆ ล่องข้าม ช่องแคบสึงารุ (Tsugaru Kaikyo) พร้อมวิวทะเลเปิดสุดสายตา ก่อนจะไปลุยซีฟู้ดสด ๆ ที่ฮาโกดาเตะต่อแบบฟิน ๆ

ทำไมต้องเลือกเรือเฟอร์รี่ แทนชินคันเซ็น?

1. ประหยัดแบบเห็นชัดด้วยตา

  • ค่าโดยสารผู้โดยสารปกติเริ่มที่ประมาณ 2,100 – 2,900 เยน

  • เทียบกับชินคันเซ็นที่อาจเริ่มต้นแถว ๆ 5,000 เยนขึ้นไป

  • เหลือเงินไว้จัดซีฟู้ด ฟูลคอร์สที่ฮาโกดาเตะได้แบบไม่รู้สึกผิด

2. พารถไปด้วยได้ – สาย Road Trip ห้ามพลาด

  • ใครเช่ารถขับเที่ยวบนเกาะฮอนชู แล้วอยากข้ามไปลุยต่อที่ฮอกไกโด

  • เรือเฟอร์รี่คือทางเลือกแทบจะ ทางเดียว ที่ให้คุณเอารถข้ามเกาะได้แบบสะดวก

  • ข้ามเสร็จ ขับต่อได้เลย ไม่ต้องเริ่มแผนเที่ยวใหม่จากศูนย์ที่ปลายทาง

3. ได้เสพวิวทะเลแบบจัดเต็ม

  • เส้นทาง Aomori – Hakodate ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 40 นาที

  • ถ้าออกจาก โอมะ (Oma) จะสั้นลงเหลือแค่ ประมาณ 90 นาที

  • ระหว่างทางสามารถออกไปยืนรับลมบนดาดฟ้า ชมวิวทะเลเปิดของช่องแคบสึงารุได้เต็มตา

  • ถ้าอากาศดี มีลุ้นเห็น ภูเขาฮาโกดาเตะ ลิบ ๆ ตั้งแต่ยังไม่ถึงฝั่ง

การเดินทางแบบนี้ไม่ใช่แค่ “วิธีข้ามไปฮอกไกโด” แต่คืออีกหนึ่ง ประสบการณ์ระหว่างทาง ที่ทำให้ทริปทั้งทริปดูมีเรื่องเล่าเพิ่มขึ้นทันที

บรรยากาศบนเรือ: สโลว์ไลฟ์สไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ

บนเรือเฟอร์รี่ เสน่ห์ไม่ใช่แค่ปลายทาง แต่คือบรรยากาศระหว่างทางที่ทำให้อยากหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายตลอดเวลา

ห้องพักและที่นั่งหลากสไตล์

  • ที่นั่งธรรมดา สำหรับสายประหยัดที่แค่อยากนั่งพัก ชมวิวไปเรื่อย ๆ

  • ห้องส่วนตัวสไตล์โรงแรม เล็กแต่ครบ เหมาะกับคนที่อยากนอนยาว ๆ แบบเป็นส่วนตัว (แน่นอนว่าราคาก็สูงขึ้นตาม)

  • ห้องปูเสื่อแบบญี่ปุ่น (Nobi Nobi) ให้คุณ นอนเหยียดบนพื้นพรม ได้สบาย ๆ

  • ถ้าเห็นคนหลับกลิ้งกันบนพรมไม่ต้องตกใจ นี่คือโหมดชิลล์มาตรฐานของเฟอร์รี่ญี่ปุ่น

สิ่งอำนวยความสะดวกบนเรือ

  • ร้านค้าขายของว่าง เครื่องดื่ม และเบียร์สำหรับคนอยากจิบชมวิว

  • มุมของที่ระลึกเล็ก ๆ ให้ซื้อติดมือเป็นความทรงจำ

  • บางลำมี ร้านอาหารเล็ก ๆ หรือ ตู้กดอัตโนมัติ (Vending Machine) ให้ฝากท้องระหว่างลอยกลางทะเล

  • มีเรือบางลำที่จัดเต็มถึงขั้นมี ห้องอาบน้ำ และ Kids Room สำหรับเด็ก ๆ ด้วย

Free Wi-Fi (ในบางลำเท่านั้น)

  • ผู้ให้บริการบางเจ้าเริ่มมีให้ Wi-Fi ฟรี ระหว่างการเดินทาง

  • แต่เพื่อความชัวร์ ควรเช็กข้อมูลกับบริษัทเรือก่อนทุกครั้ง อย่าเพิ่งหวังว่าจะสตรีมอะไรยาว ๆ ได้ตลอดทาง

ข้อควรรู้ก่อนจอง – รู้ทันก่อนออกเรือ

ก่อนจะย้ายจากชินคันเซ็นมาขึ้นเฟอร์รี่ มีบางเรื่องที่ควรรู้ไว้ล่วงหน้า จะได้เตรียมตัวได้ถูก

1. เรื่องเวลา: ช้ากว่าแน่นอน แต่ชิลล์กว่าเยอะ

  • ถ้าเป้าหมายของคุณคือ “ถึงให้ไวที่สุด” ชินคันเซ็นยังไงก็ชนะ

  • แต่ถ้าอยากได้ เวลาพักระหว่างทาง นอน เล่นมือถือ กินของอร่อย มองทะเลไปเรื่อย ๆ เรือเฟอร์รี่ตอบโจทย์มากกว่า

2. เรื่องสภาพอากาศและคลื่นลม

  • ช่องแคบสึงารุขึ้นชื่อเรื่องลมและคลื่นที่อาจจะแรงในบางวัน

  • ใครที่มีประวัติเมารถ เมาเรือ แนะนำให้พก ยาแก้เมา ติดตัวไปด้วย

  • จะได้ไม่ต้องมานั่งสู้คลื่นแบบหน้าเริ่มซีดกลางทาง

3. เรื่องการจองล่วงหน้า

  • ช่วง ไฮซีซัน หรือวันหยุดยาว มีโอกาสที่รอบเรือจะเต็มเร็วโดยเฉพาะคนที่ จะเอารถขึ้นเรือด้วย

  • แนะนำให้ จองล่วงหน้า เพื่อความสบายใจ ทั้งเรื่องรอบเรือและประเภทห้องที่อยากได้

การขึ้นเฟอร์รี่เส้นทางนี้ให้ฟีลเหมือนพักร่าง พักใจ ก่อนจะไปลุยต่อที่ฮอกไกโด ได้มองทะเลแบบพาโนรามา ฟังเสียงคลื่น ลมเย็น ๆ พัดหน้าไปตลอดทาง ใครชอบความรู้สึกแบบ “ทริปง่าย ๆ แต่ฟีลดียาว ๆ” ต้องลอง

เสน่ห์ของเฟอร์รี่ที่รถไฟให้ไม่ได้

มีคำบอกเล่าจากคนที่เคยลองนั่งเฟอร์รี่สายนี้ว่า มันคือการเดินทางที่ทำให้คุณได้เปลี่ยนจากโหมด

  • จาก “วิ่งตามสเต็ปตารางเที่ยว”

  • ไปเป็น “นั่งเฉย ๆ มองทะเล และปล่อยให้เวลาเดินไปช้า ๆ”

เป็นช่วงเวลาที่ได้พักหายใจจริง ๆ ระหว่างทริป ยิ่งถ้าคุณเดินทางด้วยงบจำกัด หรือมีรถติดสอยห้อยตามมาด้วยอยู่แล้ว เฟอร์รี่คือพระเอกตัวจริงของเส้นทางนี้

สรุปให้สายเที่ยวตัดสินใจง่าย ๆ

การนั่งเรือเฟอร์รี่จากอาโอโมริไปฮาโกดาเตะ ไม่ได้เป็นแค่การย้ายวิธีเดินทาง แต่คือการเพิ่ม อีกเลเยอร์ของประสบการณ์ญี่ปุ่น ที่ต่างจากการนั่งรถไฟแบบเดิม ๆ

  • ได้บรรยากาศโรแมนติกเบา ๆ จากวิวทะเลและแสงแดดที่สะท้อนผิวน้ำ

  • ได้ลองมุมมองใหม่ของญี่ปุ่นจากกลางช่องแคบสึงารุ

  • รู้สึกว่าทริป “ยืดออก” แต่ไม่เสียเวลา เพราะคือเวลาพักผ่อนจริง ๆ

สุดท้ายก็เหลือแค่คำถามเดียว:

  • จะเลือก “เร็วจี๊ดแบบชินคันเซ็น”

  • หรือ “ช้าแต่นุ่ม ชิลล์ ชมวิวแบบเฟอร์รี่”

เลือกแบบไหน ไม่มีผิด มีแต่สไตล์ที่ต่างกัน

เคล็ดลับเล็ก ๆ สำหรับมือใหม่ขึ้นเฟอร์รี่

อยากให้ทริปเฟอร์รี่ครั้งแรกของคุณไหลลื่น ลองเช็กสิ่งเหล่านี้ไว้ก่อน

  • จองตั๋วล่วงหน้า ผ่านช่องทางออนไลน์ มักจะจัดการง่ายกว่า และมีโอกาสได้ราคาดีกว่าไปหน้างาน

  • ถ้าอยากนอนยาว ๆ แนะนำให้เลือกที่นั่งดีขึ้นอย่างเช่น Green Seat หรือ ห้องพักส่วนตัว ช่วยให้ร่างกายได้พักเต็มที่

  • อย่าลืมหยิบกล้องหรือมือถือออกมา ถ่ายรูปตอนเรือออกจากท่า Aomori และตอนเข้าเทียบท่า Hakodate – วิวสวยทั้งไปและกลับจริง ๆ

รายละเอียดสายเรือ Tsugaru Kaikyo Ferry

เส้นทางเฟอร์รี่หลักระหว่างอาโอโมริและฮาโกดาเตะ ดำเนินการโดยบริษัทใหญ่ ๆ อย่าง Tsugaru Kaikyo Ferry และ Seikan Ferry ซึ่งมีทั้งเส้นทางหลักและเส้นทางสั้นแบบเร่งด่วน

ด้านล่างนี้เป็นตารางเวลาโดยสรุป (ใช้เป็นแนวทางเท่านั้น เพราะรอบเรืออาจเปลี่ยนตามฤดูกาล สภาพอากาศ และการบำรุงรักษา):

1. เส้นทางหลัก: อาโอโมริ (Aomori) ↔ ฮาโกดาเตะ (Hakodate)

ระยะเวลาเดินทางโดยประมาณ: ประมาณ 3 ชั่วโมง 40 นาที

ขาไป: จากอาโอโมริ (Aomori) → ฮาโกดาเตะ (Hakodate)

รอบเรือโดยประมาณ:

  • 02:30 น. → ถึงประมาณ 06:10 น. (เช้ามืด เหมาะกับสายลุยที่อยากไปถึงไว)

  • 06:25 น. → ถึงประมาณ 10:05 น.

  • 10:15 น. → ถึงประมาณ 13:55 น.

  • 14:20 น. → ถึงประมาณ 18:00 น.

  • 17:15 น. → ถึงประมาณ 20:50 น.

  • 22:25 น. → ถึงประมาณ 02:05 น. (เช้าวันถัดไป)

ขากลับ: จากฮาโกดาเตะ (Hakodate) → อาโอโมริ (Aomori)

รอบเรือโดยประมาณ:

  • 03:20 น. → ถึงประมาณ 07:00 น.

  • 07:40 น. → ถึงประมาณ 11:20 น.

  • 12:30 น. → ถึงประมาณ 16:05 น.

  • 17:30 น. → ถึงประมาณ 21:10 น.

  • 20:15 น. → ถึงประมาณ 24:00 น. (เที่ยงคืน)

  • 22:05 น. → ถึงประมาณ 01:45 น. (เช้าวันถัดไป)

2. เส้นทางสั้นที่สุด: โอมะ (Oma) ↔ ฮาโกดาเตะ (Hakodate)

โอมะตั้งอยู่ปลายสุดของคาบสมุทรชิโมคิตะ จังหวัดอาโอโมริ เป็นทางเลือกที่เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเซฟเวลาเดินทางบนเรือ

  • ระยะเวลาเดินทาง: ประมาณ 90 นาทีเท่านั้น

ขาไป: จากโอมะ (Oma) → ฮาโกดาเตะ (Hakodate)

  • 07:00 น. → ถึงประมาณ 08:30 น.

  • 13:40 น. → ถึงประมาณ 15:10 น.

ขากลับ: จากฮาโกดาเตะ (Hakodate) → โอมะ (Oma)

  • 09:30 น. → ถึงประมาณ 11:00 น.

  • 16:00 น. → ถึงประมาณ 17:30 น.

ผู้ให้บริการเรือเฟอร์รี่ & วิธีเช็กข้อมูลล่าสุด

เส้นทางระหว่างอาโอโมริ – ฮาโกดาเตะ มีผู้ให้บริการหลัก ๆ ได้แก่:

  • Tsugaru Kaikyo Ferry

  • Seikan Ferry (เดินเรือบนเส้นทางเดียวกัน โดยปกติจะมีเรือออกทุก ๆ ประมาณ 4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับวันและช่วงเวลา)

ตารางเวลาและรายละเอียดต่าง ๆ เช่น ประเภทห้องโดยสาร ราคา โปรโมชั่น หรือการปรับรอบเรือ มักจะมีการอัปเดตอยู่เรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นก่อนออกเดินทางทุกครั้ง แนะนำให้ ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ของผู้ให้บริการโดยตรง เพื่อความแม่นยำและไม่พลาดรอบที่เล็งไว้

ท้ายที่สุด การเดินทางด้วยเรือเฟอร์รี่ข้ามสึงารุไม่ใช่แค่เรื่องของการประหยัดเงิน แต่มันคือการเพิ่มช่วงเวลาให้ตัวเองได้พัก ได้ดูวิว และได้ค่อย ๆ ซึมซับความสวยของญี่ปุ่นในแบบที่รถไฟพาคุณไปไม่ถึง

ถ้าคุณคือสายท่องเที่ยวสายกินที่ชอบเก็บประสบการณ์มากกว่าตัวเลขเวลาในแพลน ลองให้เฟอร์รี่เส้นนี้เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของทริปญี่ปุ่นดูสักครั้ง แล้วคุณอาจจะหลงรักการเดินทางแบบช้า ๆ มากกว่าที่คิด