เปลี่ยนโหมดจากชินคันเซ็น มาขึ้นเรือชิลล์ ๆ ดีกว่าไหม?
เบื่อความไวฟ้าผ่าของชินคันเซ็นกันบ้างหรือยัง? ถ้าอยากลองเปลี่ยนสไตล์การข้ามเกาะไปฮอกไกโดให้ช้าลงแต่ชิลล์ขึ้น แถมกระเป๋าตังค์ปลอดภัยกว่าเดิม การนั่ง เรือเฟอร์รี่จากอาโอโมริ (Aomori) ไปฮาโกดาเตะ (Hakodate) คือคำตอบที่สายท่องเที่ยวสายกินต้องจับตาไว้เลย

บนเส้นทางนี้ คุณจะได้เปลี่ยนจากการ “วิ่งแข่งกับเวลา” ไปเป็นการ “นั่งมองทะเล” แบบไม่ต้องรีบ ค่อย ๆ ล่องข้าม ช่องแคบสึงารุ (Tsugaru Kaikyo) พร้อมวิวทะเลเปิดสุดสายตา ก่อนจะไปลุยซีฟู้ดสด ๆ ที่ฮาโกดาเตะต่อแบบฟิน ๆ
ทำไมต้องเลือกเรือเฟอร์รี่ แทนชินคันเซ็น?
1. ประหยัดแบบเห็นชัดด้วยตา
ค่าโดยสารผู้โดยสารปกติเริ่มที่ประมาณ 2,100 – 2,900 เยน
เทียบกับชินคันเซ็นที่อาจเริ่มต้นแถว ๆ 5,000 เยนขึ้นไป
เหลือเงินไว้จัดซีฟู้ด ฟูลคอร์สที่ฮาโกดาเตะได้แบบไม่รู้สึกผิด
2. พารถไปด้วยได้ – สาย Road Trip ห้ามพลาด
ใครเช่ารถขับเที่ยวบนเกาะฮอนชู แล้วอยากข้ามไปลุยต่อที่ฮอกไกโด
เรือเฟอร์รี่คือทางเลือกแทบจะ ทางเดียว ที่ให้คุณเอารถข้ามเกาะได้แบบสะดวก
ข้ามเสร็จ ขับต่อได้เลย ไม่ต้องเริ่มแผนเที่ยวใหม่จากศูนย์ที่ปลายทาง
3. ได้เสพวิวทะเลแบบจัดเต็ม
เส้นทาง Aomori – Hakodate ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 40 นาที
ถ้าออกจาก โอมะ (Oma) จะสั้นลงเหลือแค่ ประมาณ 90 นาที
ระหว่างทางสามารถออกไปยืนรับลมบนดาดฟ้า ชมวิวทะเลเปิดของช่องแคบสึงารุได้เต็มตา
ถ้าอากาศดี มีลุ้นเห็น ภูเขาฮาโกดาเตะ ลิบ ๆ ตั้งแต่ยังไม่ถึงฝั่ง

การเดินทางแบบนี้ไม่ใช่แค่ “วิธีข้ามไปฮอกไกโด” แต่คืออีกหนึ่ง ประสบการณ์ระหว่างทาง ที่ทำให้ทริปทั้งทริปดูมีเรื่องเล่าเพิ่มขึ้นทันที
บรรยากาศบนเรือ: สโลว์ไลฟ์สไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ
บนเรือเฟอร์รี่ เสน่ห์ไม่ใช่แค่ปลายทาง แต่คือบรรยากาศระหว่างทางที่ทำให้อยากหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายตลอดเวลา
ห้องพักและที่นั่งหลากสไตล์
ที่นั่งธรรมดา สำหรับสายประหยัดที่แค่อยากนั่งพัก ชมวิวไปเรื่อย ๆ
ห้องส่วนตัวสไตล์โรงแรม เล็กแต่ครบ เหมาะกับคนที่อยากนอนยาว ๆ แบบเป็นส่วนตัว (แน่นอนว่าราคาก็สูงขึ้นตาม)
ห้องปูเสื่อแบบญี่ปุ่น (Nobi Nobi) ให้คุณ นอนเหยียดบนพื้นพรม ได้สบาย ๆ
ถ้าเห็นคนหลับกลิ้งกันบนพรมไม่ต้องตกใจ นี่คือโหมดชิลล์มาตรฐานของเฟอร์รี่ญี่ปุ่น

สิ่งอำนวยความสะดวกบนเรือ
ร้านค้าขายของว่าง เครื่องดื่ม และเบียร์สำหรับคนอยากจิบชมวิว
มุมของที่ระลึกเล็ก ๆ ให้ซื้อติดมือเป็นความทรงจำ
บางลำมี ร้านอาหารเล็ก ๆ หรือ ตู้กดอัตโนมัติ (Vending Machine) ให้ฝากท้องระหว่างลอยกลางทะเล
มีเรือบางลำที่จัดเต็มถึงขั้นมี ห้องอาบน้ำ และ Kids Room สำหรับเด็ก ๆ ด้วย
Free Wi-Fi (ในบางลำเท่านั้น)
ผู้ให้บริการบางเจ้าเริ่มมีให้ Wi-Fi ฟรี ระหว่างการเดินทาง
แต่เพื่อความชัวร์ ควรเช็กข้อมูลกับบริษัทเรือก่อนทุกครั้ง อย่าเพิ่งหวังว่าจะสตรีมอะไรยาว ๆ ได้ตลอดทาง
ข้อควรรู้ก่อนจอง – รู้ทันก่อนออกเรือ
ก่อนจะย้ายจากชินคันเซ็นมาขึ้นเฟอร์รี่ มีบางเรื่องที่ควรรู้ไว้ล่วงหน้า จะได้เตรียมตัวได้ถูก
1. เรื่องเวลา: ช้ากว่าแน่นอน แต่ชิลล์กว่าเยอะ
ถ้าเป้าหมายของคุณคือ “ถึงให้ไวที่สุด” ชินคันเซ็นยังไงก็ชนะ
แต่ถ้าอยากได้ เวลาพักระหว่างทาง นอน เล่นมือถือ กินของอร่อย มองทะเลไปเรื่อย ๆ เรือเฟอร์รี่ตอบโจทย์มากกว่า
2. เรื่องสภาพอากาศและคลื่นลม
ช่องแคบสึงารุขึ้นชื่อเรื่องลมและคลื่นที่อาจจะแรงในบางวัน
ใครที่มีประวัติเมารถ เมาเรือ แนะนำให้พก ยาแก้เมา ติดตัวไปด้วย
จะได้ไม่ต้องมานั่งสู้คลื่นแบบหน้าเริ่มซีดกลางทาง
3. เรื่องการจองล่วงหน้า
ช่วง ไฮซีซัน หรือวันหยุดยาว มีโอกาสที่รอบเรือจะเต็มเร็วโดยเฉพาะคนที่ จะเอารถขึ้นเรือด้วย
แนะนำให้ จองล่วงหน้า เพื่อความสบายใจ ทั้งเรื่องรอบเรือและประเภทห้องที่อยากได้

การขึ้นเฟอร์รี่เส้นทางนี้ให้ฟีลเหมือนพักร่าง พักใจ ก่อนจะไปลุยต่อที่ฮอกไกโด ได้มองทะเลแบบพาโนรามา ฟังเสียงคลื่น ลมเย็น ๆ พัดหน้าไปตลอดทาง ใครชอบความรู้สึกแบบ “ทริปง่าย ๆ แต่ฟีลดียาว ๆ” ต้องลอง
เสน่ห์ของเฟอร์รี่ที่รถไฟให้ไม่ได้
มีคำบอกเล่าจากคนที่เคยลองนั่งเฟอร์รี่สายนี้ว่า มันคือการเดินทางที่ทำให้คุณได้เปลี่ยนจากโหมด
จาก “วิ่งตามสเต็ปตารางเที่ยว”
ไปเป็น “นั่งเฉย ๆ มองทะเล และปล่อยให้เวลาเดินไปช้า ๆ”
เป็นช่วงเวลาที่ได้พักหายใจจริง ๆ ระหว่างทริป ยิ่งถ้าคุณเดินทางด้วยงบจำกัด หรือมีรถติดสอยห้อยตามมาด้วยอยู่แล้ว เฟอร์รี่คือพระเอกตัวจริงของเส้นทางนี้
สรุปให้สายเที่ยวตัดสินใจง่าย ๆ
การนั่งเรือเฟอร์รี่จากอาโอโมริไปฮาโกดาเตะ ไม่ได้เป็นแค่การย้ายวิธีเดินทาง แต่คือการเพิ่ม อีกเลเยอร์ของประสบการณ์ญี่ปุ่น ที่ต่างจากการนั่งรถไฟแบบเดิม ๆ
ได้บรรยากาศโรแมนติกเบา ๆ จากวิวทะเลและแสงแดดที่สะท้อนผิวน้ำ
ได้ลองมุมมองใหม่ของญี่ปุ่นจากกลางช่องแคบสึงารุ
รู้สึกว่าทริป “ยืดออก” แต่ไม่เสียเวลา เพราะคือเวลาพักผ่อนจริง ๆ
สุดท้ายก็เหลือแค่คำถามเดียว:
จะเลือก “เร็วจี๊ดแบบชินคันเซ็น”
หรือ “ช้าแต่นุ่ม ชิลล์ ชมวิวแบบเฟอร์รี่”
เลือกแบบไหน ไม่มีผิด มีแต่สไตล์ที่ต่างกัน

เคล็ดลับเล็ก ๆ สำหรับมือใหม่ขึ้นเฟอร์รี่
อยากให้ทริปเฟอร์รี่ครั้งแรกของคุณไหลลื่น ลองเช็กสิ่งเหล่านี้ไว้ก่อน
จองตั๋วล่วงหน้า ผ่านช่องทางออนไลน์ มักจะจัดการง่ายกว่า และมีโอกาสได้ราคาดีกว่าไปหน้างาน
ถ้าอยากนอนยาว ๆ แนะนำให้เลือกที่นั่งดีขึ้นอย่างเช่น Green Seat หรือ ห้องพักส่วนตัว ช่วยให้ร่างกายได้พักเต็มที่
อย่าลืมหยิบกล้องหรือมือถือออกมา ถ่ายรูปตอนเรือออกจากท่า Aomori และตอนเข้าเทียบท่า Hakodate – วิวสวยทั้งไปและกลับจริง ๆ
รายละเอียดสายเรือ Tsugaru Kaikyo Ferry
เส้นทางเฟอร์รี่หลักระหว่างอาโอโมริและฮาโกดาเตะ ดำเนินการโดยบริษัทใหญ่ ๆ อย่าง Tsugaru Kaikyo Ferry และ Seikan Ferry ซึ่งมีทั้งเส้นทางหลักและเส้นทางสั้นแบบเร่งด่วน
ด้านล่างนี้เป็นตารางเวลาโดยสรุป (ใช้เป็นแนวทางเท่านั้น เพราะรอบเรืออาจเปลี่ยนตามฤดูกาล สภาพอากาศ และการบำรุงรักษา):
1. เส้นทางหลัก: อาโอโมริ (Aomori) ↔ ฮาโกดาเตะ (Hakodate)
ระยะเวลาเดินทางโดยประมาณ: ประมาณ 3 ชั่วโมง 40 นาที
ขาไป: จากอาโอโมริ (Aomori) → ฮาโกดาเตะ (Hakodate)
รอบเรือโดยประมาณ:
02:30 น. → ถึงประมาณ 06:10 น. (เช้ามืด เหมาะกับสายลุยที่อยากไปถึงไว)
06:25 น. → ถึงประมาณ 10:05 น.
10:15 น. → ถึงประมาณ 13:55 น.
14:20 น. → ถึงประมาณ 18:00 น.
17:15 น. → ถึงประมาณ 20:50 น.
22:25 น. → ถึงประมาณ 02:05 น. (เช้าวันถัดไป)
ขากลับ: จากฮาโกดาเตะ (Hakodate) → อาโอโมริ (Aomori)
รอบเรือโดยประมาณ:
03:20 น. → ถึงประมาณ 07:00 น.
07:40 น. → ถึงประมาณ 11:20 น.
12:30 น. → ถึงประมาณ 16:05 น.
17:30 น. → ถึงประมาณ 21:10 น.
20:15 น. → ถึงประมาณ 24:00 น. (เที่ยงคืน)
22:05 น. → ถึงประมาณ 01:45 น. (เช้าวันถัดไป)
2. เส้นทางสั้นที่สุด: โอมะ (Oma) ↔ ฮาโกดาเตะ (Hakodate)
โอมะตั้งอยู่ปลายสุดของคาบสมุทรชิโมคิตะ จังหวัดอาโอโมริ เป็นทางเลือกที่เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเซฟเวลาเดินทางบนเรือ
ระยะเวลาเดินทาง: ประมาณ 90 นาทีเท่านั้น
ขาไป: จากโอมะ (Oma) → ฮาโกดาเตะ (Hakodate)
07:00 น. → ถึงประมาณ 08:30 น.
13:40 น. → ถึงประมาณ 15:10 น.
ขากลับ: จากฮาโกดาเตะ (Hakodate) → โอมะ (Oma)
09:30 น. → ถึงประมาณ 11:00 น.
16:00 น. → ถึงประมาณ 17:30 น.
ผู้ให้บริการเรือเฟอร์รี่ & วิธีเช็กข้อมูลล่าสุด
เส้นทางระหว่างอาโอโมริ – ฮาโกดาเตะ มีผู้ให้บริการหลัก ๆ ได้แก่:
Tsugaru Kaikyo Ferry
Seikan Ferry (เดินเรือบนเส้นทางเดียวกัน โดยปกติจะมีเรือออกทุก ๆ ประมาณ 4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับวันและช่วงเวลา)
ตารางเวลาและรายละเอียดต่าง ๆ เช่น ประเภทห้องโดยสาร ราคา โปรโมชั่น หรือการปรับรอบเรือ มักจะมีการอัปเดตอยู่เรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นก่อนออกเดินทางทุกครั้ง แนะนำให้ ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ของผู้ให้บริการโดยตรง เพื่อความแม่นยำและไม่พลาดรอบที่เล็งไว้
ท้ายที่สุด การเดินทางด้วยเรือเฟอร์รี่ข้ามสึงารุไม่ใช่แค่เรื่องของการประหยัดเงิน แต่มันคือการเพิ่มช่วงเวลาให้ตัวเองได้พัก ได้ดูวิว และได้ค่อย ๆ ซึมซับความสวยของญี่ปุ่นในแบบที่รถไฟพาคุณไปไม่ถึง
ถ้าคุณคือสายท่องเที่ยวสายกินที่ชอบเก็บประสบการณ์มากกว่าตัวเลขเวลาในแพลน ลองให้เฟอร์รี่เส้นนี้เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของทริปญี่ปุ่นดูสักครั้ง แล้วคุณอาจจะหลงรักการเดินทางแบบช้า ๆ มากกว่าที่คิด

